- หน้าแรก
- ระบบคลั่ง คนพลังเทพ
- บทที่ 6 ตบแล้วจะทำไม
บทที่ 6 ตบแล้วจะทำไม
บทที่ 6 ตบแล้วจะทำไม
บุคคล: จางหรง เจ้าของบริษัทอสังหาริมทรัพย์สือซิน
ข้อมูล 1: พ่อตาเคยเป็นผู้บริหารระดับสูงในเมือง เขาอาศัยบารมีบ้านพ่อตาจนสร้างบริษัทขึ้นมาได้ แต่ลับหลังกลับแอบเลี้ยงดูเด็กสาวชื่อ ‘หลิวจิ้ง’ เอาไว้ แถมยังมีลูกชายลับๆ ด้วยกันอีกคนชื่อ ‘จางหยาง’
ข้อมูล 2: หลายปีก่อนเขาได้รับข่าววงในว่าจะมีการย้ายบ่อขยะขนาดใหญ่ออกไป จึงทุ่มสุดตัวกว้านซื้อที่ดินผืนใหญ่บริเวณนั้น แต่ผ่านไปหลายปีบ่อขยะกลับไม่มีทีท่าว่าจะย้าย
ปัจจุบัน เพราะกลิ่นเหม็นจากบ่อขยะทำให้โครงการขายไม่ออก กลายเป็นตึกร้างสร้างไม่เสร็จ บวกกับหนี้สินธนาคารรุมเร้า จางหรงกำลังหาทางขายบริษัททิ้ง แต่ไม่มีใครยอมรับช่วงต่อ
แต่ทว่า... อีก 3 วันข้างหน้า ทางการจะประกาศย้ายบ่อขยะอย่างเป็นทางการ พร้อมคำสั่งให้เร่งปรับภูมิทัศน์เป็นสวนสาธารณะทันที และจะมีการสร้างโรงเรียนสาธิตครบวงจรในบริเวณใกล้เคียง
พูดง่ายๆ ก็คือ ขอแค่ยื้อต่อไปได้อีก 3 วัน ด้วยที่ดินและโครงการที่บริษัทถือครองอยู่ ไม่เพียงจะไม่ล้มละลาย แต่ยังสามารถปลดหนี้ทั้งหมดและฟันกำไรมหาศาล
อ้อ จริงสิ... รู้สึกว่า ‘หม่าเซียงเซียง’ น้องสาวของหม่าหรงหรง ก็ทำงานอยู่ที่บริษัทสือซินนี่ด้วย
เพียะ!
ท่ามกลางสายตาของไทยมุง ในขณะที่หลินเข่อเหรินกำลังสิ้นหวังและจำใจจะก้มหัวขอโทษ หลินตงไหลก็พุ่งตัวเข้าไป แล้วฟาดฝ่ามือเข้าที่ใบหน้าของหัวหน้าพยาบาลฉาดใหญ่
“กะ... แกตบฉัน!”
หัวหน้าพยาบาลยืนงงเป็นไก่ตาแตก เธอจำหน้าหมอนี่ได้ เมื่อวานท่านผู้อำนวยการถึงขั้นลงมารับรองด้วยตัวเอง เป็นเรื่องฮือฮาไปทั้งโรงพยาบาล
หลินเข่อเหรินเองก็อ้าปากค้าง
คนอื่นๆ รอบข้างต่างตกตะลึงจนตัวแข็งทื่อ
“ตบแล้วจะทำไม? คนอย่างเธอที่ไม่รู้จักแยกแยะผิดชอบชั่วดี วันๆ เอาแต่ประจบสอพลอคนรวยแล้วมารังแกคนกันเอง คนพรรค์นี้ไม่ตบสั่งสอนแล้วจะไปตบใคร!” หลินตงไหลกล่าวเสียงเย็น
หัวหน้าพยาบาลหน้าเสีย แต่ก็ไม่กล้าเถียง แต่พอนึกขึ้นได้ว่าหลินตงไหลเพิ่งล่วงเกินประธานจาง ผู้กว้างขวางที่รู้จักข้าราชการใหญ่โตมากมาย ก็ได้แต่คิดในใจว่า คอยดูเถอะ แกไม่รอดแน่
เมื่อเห็นสายตาของหลินตงไหลเบนมาที่ตน จางหรงก็สะดุ้งโหยง “แกจะทำอะไร! นี่มันบ้านเมืองมีขื่อมีแปนะ ถ้าแกกล้าแตะต้องตัวฉัน ฉันรับรองเลยว่าแกได้รับผิดชอบไม่ไหวแน่!”
“วางใจเถอะ ผมไม่ลงมือเองหรอก... เพราะเดี๋ยวอีกสักพัก คุณจะเป็นคนตบหน้าตัวเองโชว์ทุกคนเอง”
ตบหน้าตัวเอง? เรื่องเพ้อเจ้อชัดๆ
ไม่มีใครเชื่อคำพูดนี้ โดยเฉพาะจางหรง
“ไม่เชื่อสินะ?”
หลินตงไหลยิ้มบางๆ หันไปสั่งคนรอบข้าง “พวกคุณออกไปก่อน ผมขอคุยกับท่านประธานจางเป็นการส่วนตัวหน่อย”
จางหรงได้ยินดังนั้นก็นึกว่าอีกฝ่ายจะเข้ามาทำร้ายร่างกาย จึงตกใจกลัวจนลนลาน
“ไม่ต้องกลัว ผมรับประกันว่าจะไม่แตะตัวคุณ... เพราะผมเองก็กลัวมือสกปรกเหมือนกัน”
“แต่ถ้าท่านประธานจางอยากให้ผมเล่าเรื่องราวความรักของคุณกับ ‘หลิวจิ้ง’ ให้ทุกคนฟังตรงนี้เลย ผมก็ไม่ขัดข้องนะ”
พอได้ยินชื่อ ‘หลิวจิ้ง’ สีหน้าของจางหรงก็เปลี่ยนเป็นซีดเผือดทันที เขาตะโกนลั่น “ออกไป! พวกแกทุกคนออกไปให้หมด!”
ฝูงชนต่างงุนงง แต่ก็สัมผัสได้ลางๆ ว่าหลินตงไหลคงไปจี้จุดตายอะไรบางอย่างของอีกฝ่ายเข้าให้แล้ว
เมื่อทุกคนออกไปหมด หลินตงไหลก็ปิดประตูห้องอย่างใจเย็น
จางหรงที่ตอนนี้เหงื่อแตกพลั่ก รีบถามเสียงสั่น “แกพูดถึงหลิวจิ้งทำไม? แกหมายความว่ายังไง?”
“หมายความว่ายังไง... ปฏิกิริยาของคุณมันฟ้องขนาดนี้ ยังต้องให้ผมลงรายละเอียดอีกเหรอ เอาเป็นว่า ผมขอพูดอีกชื่อหนึ่งแล้วกัน... ‘จางหยาง’!”
คราวนี้จางหรงหน้าถอดสีจนแทบจะไหลลงไปกองกับเตียง ถ้าเรื่องนี้รู้ไปถึงหูบ้านพ่อตา ชีวิตเขาพังพินาศแน่ ยิ่งตอนนี้บริษัทกำลังจะเจ๊งอยู่รอมร่อ ขืนไม่มีบ้านพ่อตาคอยหนุนหลัง เขาตายสถานเดียว
“แกต้องการอะไร? ฉันบอกไว้ก่อนนะ ช่วงนี้บริษัทฉันกำลังวิกฤต ฉันไม่มีเงินให้แกหรอก!”
“ผมรู้ว่าคุณถังแตก แถมยังรู้ด้วยว่าโครงการที่คุณสร้างมันกลายเป็นตึกร้าง ที่ดินผืนใหญ่ก็ถูกปล่อยทิ้งว่างเปล่า บริษัทคุณกำลังยืนอยู่ปากเหวแห่งการล้มละลาย”
หลินตงไหลส่ายหน้า สมเพชชายคนนี้จริงๆ ตกต่ำถึงขนาดนี้แล้วยังมีหน้ามาคิดเรื่องผู้หญิง สงสัยเสน่ห์ของหลินเข่อเหรินจะแรงเกินต้านทานจริงๆ
จางหรงตะลึงงัน “กะ... แกรู้เรื่องพวกนี้ได้ยังไง?”
“ถ้าผมบอกว่าผมเป็นเทพพยากรณ์ ก่อนหน้านี้ไม่เคยรู้จักคุณ แต่ทุกอย่างคำนวณเอาจากการดูดวง คุณจะเชื่อไหมล่ะ?”
จางหรงทำหน้าไม่เชื่อแน่นอน “ตกลงแกต้องการอะไรกันแน่?”
“ผมบอกไปแล้ว... คุณต้องตบหน้าตัวเองต่อหน้าทุกคน แล้วก็ขอโทษเด็กสาวคนนั้นซะ อธิบายความจริงให้ชัดเจน”
“เป็นไปไม่ได้!” จางหรงปฏิเสธทันควัน เขาเป็นถึงเศรษฐีร้อยล้าน จะให้ไปทำเรื่องน่าอับอายพรรค์นั้นได้ยังไง
“อ้อ งั้นก็เตรียมตัวรับแรงกระแทกจากความโกรธเกรี้ยวของพ่อตาคุณได้เลย... แล้วก็เตรียมตัวล้มละลายด้วย”
หลินตงไหลทิ้งท้ายแล้วทำท่าจะเดินออกจากห้อง
“เดี๋ยว!”
จางหรงร้อนรน รีบตะโกนห้าม “ฉะ... ฉันตกลง! แต่เมื่อกี้แกพูดเรื่องล้มละลาย หรือว่าแกมีวิธีช่วยฉัน?”
“วิธีช่วยคงไม่มี แต่เห็นว่าคุณอยากขายบริษัทไม่ใช่เหรอ ผมช่วยหาคนซื้อให้ได้นะ”
“ปัญหาคือบริษัทหนี้สินพะรุงพะรัง ใครเขาจะมาซื้อ” จางหรงหน้าเหมือนคนจะร้องไห้
ในทางกฎหมาย การล้มละลายอาจจำกัดแค่ทรัพย์สินบริษัท แต่ในความเป็นจริงเจ้าของมักจะโดนหางเลขไปด้วย โดยเฉพาะพวกเงินกู้ที่ใช้ชื่อส่วนตัวค้ำประกัน หรือพวกหนี้นอกระบบที่ตามทวงโหดๆ
“ก็จริง... เอาอย่างนี้แล้วกัน หนึ่งล้านหยวน ผมเหมาหมด รวมถึงหนี้สินทั้งหมดของบริษัทจนถึงวินาทีนี้ ผมรับผิดชอบเอง”
แม้ความจริงจะได้บริษัทมาฟรีๆ เขาก็เอากำไรมหาศาลอยู่แล้ว แต่ถ้าขอฟรีเลย อีกฝ่ายอาจจะระแวงและหาเรื่องตุกติกทีหลังได้ การจ่ายเงินบ้างจะดูสมเหตุสมผลกว่า
“พูดจริงเหรอ?”
ถึงแม้ขายล้านเดียวจะขาดทุนย่อยยับ แต่จางหรงกลับดีใจจนเนื้อเต้น ถ้าสลัดบริษัทเน่าๆ นี่หลุดไปได้ เขาก็ยังมีทรัพย์สินส่วนตัวเหลือพอจะเสวยสุขยามแก่ หรืออาจจะเอาไปตั้งตัวใหม่ได้
...
ที่ด้านนอก หลินเข่อเหรินทั้งน้อยใจและร้อนใจ เธอกลัวว่าหลินตงไหลจะเดือดร้อนเพราะเธอ ได้ยินว่าตาแก่อ้วนนั่นเส้นสายเยอะมาก ถ้าหลินตงไหลโดนเล่นงานเพราะช่วยเธอ เธอจะทำยังไง
ทำไมเขาต้องดีกับเธอขนาดนี้... เมื่อกี้ถึงกับตบหน้าหัวหน้าพยาบาลเพื่อเธอ ไม่กลัวจะมีปัญหาใหญ่ตามมาหรือไงนะ
หัวหน้าพยาบาลยืนกอดอกมองด้วยสายตาเย้ยหยัน “หลินเข่อเหริน ดูเอาไว้ซะ เป็นเพราะเธอไม่รู้จักสำนึกผิดแท้ๆ ตอนนี้ลามปามไปทำคนอื่นเดือดร้อน เตรียมตัวเขียนใบลาออกได้เลย”
“หนู...”
หลินเข่อเหรินกระวนกระวายใจ แต่ก็จนปัญญา
ในตอนนั้นเอง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลก็มาถึง หัวหน้าพยาบาลรีบปรี่เข้าไปฟ้อง ใส่สีตีไข่จนผู้อำนวยการหันมาถลึงตาใส่หลินเข่อเหรินอย่างดุดัน ถ้าไม่เห็นแก่หน้าท่านผู้เฒ่าหวังที่ดูจะเอ็นดูพยาบาลคนนี้ เขาคงด่าเปิงไปแล้ว
ทันใดนั้น ประตูห้องคนไข้ก็เปิดออก
ผู้อำนวยการรีบปั้นหน้ายิ้มแย้มเตรียมเข้าไปถามไถ่อาการคนไข้ VIP แต่ทว่า... จางหรงกลับเดินหน้าเครียดตรงดิ่งมาหยุดอยู่ตรงหน้าหลินเข่อเหริน
เพียะ! เพียะ!
เขาเงื้อมือตบหน้าตัวเองฉาดใหญ่สองทีซ้อน แล้วก้มโค้งคำนับเก้าสิบองศา
“คุณพยาบาลหลิน ผมขอโทษครับ! เป็นผมเองที่ผิด ผมไม่ควรใส่ร้ายคุณ ได้โปรดยกโทษให้ผมด้วย!”
วินาทีนั้น ทุกคนตกตะลึงจนวิญญาณแทบหลุดออกจากร่าง อ้าปากค้างจนแมลงวันบินเข้าไปวางไข่ได้
บุคคลระดับบิ๊กที่ใครๆ ก็เกรงใจ กลับทำตามที่หลินตงไหลพูดไว้ทุกอย่าง... ตบหน้าตัวเองและขอโทษต่อหน้าธารกำนัล!
โดยเฉพาะหัวหน้าพยาบาล เธอสับสนมึนงงไปหมด นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน เขาเป็นถึงเศรษฐีร้อยล้าน บ้านก็มีอิทธิพล ทำไมถึงยอมทำขนาดนี้
หลินเข่อเหรินเองก็ยืนบื้อใบ้ ทำอะไรไม่ถูก
จากนั้น จางหรงก็สารภาพความจริงทั้งหมดออกมาอย่างละเอียดต่อหน้าทุกคน และขอโทษหลินเข่อเหรินซ้ำอีกครั้ง
เมื่อมลทินถูกชะล้าง ความอัดอั้นตันใจที่สะสมมาก็พรั่งพรูออกมาเป็นน้ำตา หลินเข่อเหรินมองไปที่หลินตงไหลด้วยแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความซาบซึ้งใจ
ผู้อำนวยการที่ยืนฟังอยู่ข้างๆ พอรู้ความจริงก็หน้าเขียวคล้ำ หันไปมองหัวหน้าพยาบาลด้วยสายตาคาดโทษ ก่อนจะรีบหันมาพูดกับหลินตงไหล
“คุณหลินครับ เรื่องในวันนี้ทางเราต้องขออภัยจริงๆ ผมรับรองว่าจะจัดการเรื่องนี้ให้คุณพอใจที่สุดครับ”
จบบท