- หน้าแรก
- ระบบคลั่ง คนพลังเทพ
- บทที่ 4 ทายาทสำนักกุยกู่
บทที่ 4 ทายาทสำนักกุยกู่
บทที่ 4 ทายาทสำนักกุยกู่
“เสี่ยวหลิน!”
หมอเหอดุเสียงเข้ม “ระวังท่าทีหน่อย!”
จากนั้นจึงหันมาพูดกับหลินตงไหลว่า “ต้องขอโทษด้วยครับคุณหลิน เสี่ยวหลินยังเด็กทำอะไรไม่คิด แต่เรื่องที่ว่าท่านผู้เฒ่าหวังมีฐานะสูงส่ง ผมเองก็จนปัญญาจะหาเบอร์ติดต่อท่านจริงๆ และถึงจะมีเบอร์ ต่อให้โทรไป ท่านก็คงไม่สนใจพวกเราหรอกครับ”
“ไม่เป็นไรครับ ขอบคุณหมอเหอมาก เดี๋ยวผมลองหาทางดูเอง”
เรื่องนี้เดิมพันด้วยชีวิตของพ่อ หลินตงไหลไม่สนแล้วว่าจะเพิ่งไปล่วงเกินหวังชินมาหรือไม่ เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเตรียมจะโทรออก
หลินเข่อเหรินแค่นเสียง ฮึ ในลำคอ บ่นพึมพำกับตัวเองว่า “ยังจะมาสร้างภาพอีก ถ้าเก่งจริงป่านนี้พ่อคงไม่นอนพะงาบๆ รอความตายแบบนี้หรอก”
“แถมก่อนหน้านี้ ตอนพ่อแม่ตัวเองโดนน้องเมียด่ายับเยิน ตัวเองมุดหัวอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้”
หมอเหอได้แต่ส่ายหน้า เขาเองก็เริ่มรู้สึกว่าหลินตงไหลเป็นคนประเภทรักศักดิ์ศรีจนยอมตาย ดีแต่ทำท่าขึงขังไปอย่างนั้นเอง
ทว่ายังไม่ทันที่หลินตงไหลจะกดโทรออก ปลายสายก็เป็นฝ่ายโทรเข้ามาเสียก่อน พอเขากดรับสาย เสียงของหวังชินก็ดังลอดมาทันที
“น้องชาย! ขอบคุณมากนะ! ครั้งนี้รอดตายมาได้ก็เพราะน้องชายช่วยแท้ๆ”
ที่แท้หวังชินก็ไม่ได้ใส่ใจคำเตือนของหลินตงไหลเท่าไหร่นัก แต่พอจะก้าวขึ้นรถ เขาก็ได้รับโทรศัพท์จาก ‘หวังหลิน’ น้องชายคนรอง แจ้งว่าสายข่าวรายงานมาว่าคู่อริเก่าได้ย้อนกลับมาแล้วเพื่อล้างแค้น
และตอนนี้มันแฝงตัวอยู่ในเมืองเจียงไห่ พร้อมลงมือทุกเมื่อ ข่าวนี้ทำให้เขาฉุกคิดถึงคำพูดของหลินตงไหลขึ้นมา ประกอบกับน้ำเสียงที่มั่นใจและเด็ดขาดของเด็กหนุ่ม ทำให้เขาเกิดความรู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆ
หากไม่มีคำเตือนของหลินตงไหล เขาคงจะเพิ่มความระมัดระวังแต่ก็คงขึ้นรถคันนั้นไปอย่างแน่นอน แต่เพราะคำเตือนนั้น หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เขาจึงตัดสินใจเชื่อในสิ่งที่มองไม่เห็น... กันไว้ดีกว่าแก้
และการตัดสินใจนั้นก็ช่วยชีวิตเขาไว้ เพราะรถประจำตำแหน่งของเขาถูกรถบรรทุกขนาดใหญ่พุ่งชนอย่างจังบนถนนตงซิงจนรถกระเด็นตกแม่น้ำ คนขับรถอาการสาหัสเป็นตายเท่ากัน
พอได้ฟังเรื่องราว หลินตงไหลก็เข้าใจทันทีว่าเหตุการณ์เป็นไปตามข้อมูลที่เขาเห็น จึงตอบกลับไป “ท่านประธานหวังเกรงใจไปแล้ว ผมก็แค่เตือนสติท่านเท่านั้น หากท่านไม่เชื่อฟังคำเตือน ผมก็คงช่วยอะไรไม่ได้”
คำพูดนี้ทำเอาหวังชินรู้สึกละอายใจ จึงอดถามไม่ได้ว่า “น้องหลิน ขอถามตามตรงนะ ที่น้องรู้เรื่องนี้ น้องคำนวณเอาจากการดูดวงจริงๆ หรือ?”
“แน่นอนครับ บอกตามตรง ผมคือทายาทรุ่นที่ 38 ของ ‘สำนักกุยกู่’ เพียงแต่ความลับสวรรค์เปิดเผยไม่ได้ ผมจึงบอกรายละเอียดท่านได้ไม่มาก”
หลินตงไหลฉุกคิดขึ้นได้ จึงตัดสินใจสร้างตัวตนสมมติขึ้นมาว่าเป็นเทพพยากรณ์
เหตุผลแรกคือเพื่อปกปิดที่มาของพลังวิเศษ และเหตุผลที่สองคือใช้สิ่งนี้ดึงดูดการสนับสนุนจากพวกผู้มีอิทธิพล
“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ น้องหลินคือยอดคนเหนือโลกจริงๆ!” เดิมทีหวังชินก็มีความเชื่อเรื่องฮวงจุ้ยและโชคลางอยู่แล้ว ยิ่งมือสังหารสารภาพว่าไม่มีใครรู้แผนการนี้มาก่อน เขาก็ยิ่งศรัทธาในตัวหลินตงไหล
“ท่านประธานหวังล้อเล่นแล้ว ผมก็แค่คนธรรมดานี่แหละครับ พอดีเลย... ผมมีเรื่องอยากจะรบกวนท่านสักหน่อย”
“เรื่องอะไร น้องหลินว่ามาได้เลย! ไม่ว่าบุกน้ำลุยไฟ พี่จะจัดการให้อย่างสุดความสามารถ”
“คืออย่างนี้ครับ พ่อของผม...” หลินตงไหลเล่าสถานการณ์คร่าวๆ ให้ฟัง
“อ๋อ เรื่องนี้นี่เอง วางใจเถอะ เดี๋ยวพี่จัดการให้”
“ท่านมีวิธีเหรอครับ?”
“แน่นอน ก็ผู้เฒ่าหวังที่คุณพูดถึงน่ะ คือน้องชายคนที่สามของพี่เอง ตอนนี้พวกเราก็อยู่ด้วยกัน รอเดี๋ยวนะ พี่จะพาเขาไปหาเดี๋ยวนี้แหละ รับรองว่าจะรักษาพ่อของน้องให้ดีที่สุด”
“จริงเหรอครับ เยี่ยมไปเลย!”
หลินตงไหลวางสายด้วยความดีใจ หันไปบอกแม่ “แม่ครับ วางใจได้เลย เดี๋ยวท่านผู้เฒ่าหวังจะมาที่นี่แล้ว!”
“ยังจะแถอีก!”
หลินเข่อเหรินทนไม่ไหวแล้ว โพล่งออกมาว่า “นี่มันเวลาหน้าสิ่วหน้าขวาน นายยังจะมาโกหกแม่ตัวเองอีก มันสนุกนักหรือไง ถ้าระดับผู้เฒ่าหวังเชิญง่ายขนาดนั้น คงมีคนเชิญไปรักษากันหมดแล้ว ไม่ถึงตานายหรอก”
“ไอ้ที่ว่าเป็นทายาทสำนักกุยกู่ ความลับสวรรค์บ้าบออะไรนั่น มีแต่คนปัญญาอ่อนเท่านั้นแหละที่เชื่อ ฉันว่าเมื่อกี้นายก็แค่ถือโทรศัพท์คุยกับตัวเองมากกว่า”
“เสี่ยวหลิน...” หมอเหอปราม
“ก็หนูทนดูไม่ได้นี่คะ” หลินเข่อเหรินทำปากยื่น เธอก็แค่รู้สึกไม่ยุติธรรมแทนพ่อแม่ของหลินตงไหล
เพราะเห็นแก่ที่หลินเข่อเหรินดูแลพ่อแม่เขาเป็นอย่างดี หลินตงไหลจึงไม่โกรธ แถมพอมองดูท่าทางแง่งอนที่ดูน่ารักน่าชังนั้น เขาก็นึกสนุกแกล้งแหย่เล่น “เธอไม่เชื่อใช่ไหม? ได้... พอดีเลยฉันเพิ่งหย่ามาหมาดๆ ถ้าฉันทำได้จริง เธอมาเป็นแฟนฉันเอาไหมล่ะ?”
แม่หลินได้ยินดังนั้นดวงตาก็ลุกวาว แต่พอนึกถึงสภาพลูกชายตัวเองตอนนี้ ใครเขาจะมาเอา ฝันกลางวันชัดๆ ว่าจะได้ลูกสะใภ้ดีๆ แบบนี้
หลินเข่อเหรินหน้าแดงก่ำด้วยความอายระคนโกรธ “ได้! ถ้าทำไม่ได้ นายต้องคุกเข่าโขกหัวให้พ่อแม่นายทั้งคืนเป็นการขอขมา!”
หมอเหอจะห้ามก็ไม่ทันแล้ว ได้แต่ถอนหายใจ
“เธอพูดเองนะ ถึงเวลาห้ามกลับคำล่ะ!”
หลินตงไหลรับคำท้า สายตาเหลือบไปเห็นหน้าอกหน้าใจที่กระเพื่อมขึ้นลงตามแรงอารมณ์ของพยาบาลสาวแล้วก็ต้องลอบตกใจ ก่อนหน้านี้ไม่มีอารมณ์จะมอง ไม่นึกเลยว่าชุดพยาบาลหลวมๆ นั่นจะซ่อนรูปได้ขนาดนี้
“ใครกลับคำเป็นหมา!”
หลินเข่อเหรินสะบัดหน้าหนี
แต่ทว่า... ผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมง
กลุ่มคนกลุ่มหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้น โดยเฉพาะหนึ่งในนั้น... คือท่านผู้เฒ่าหวัง ตัวจริงเสียงจริงที่เธอเคยเห็นแต่ในอินเทอร์เน็ตและวารสารการแพทย์!
เธอตะลึงจนตาค้าง
เป็นไปไม่ได้!
ต้องตาฝาดไปแน่ๆ ขยี้ตาดูใหม่ซิ
ของจริง! แถมท่านผู้อำนวยการโรงพยาบาลยังเดินตามหลังมาด้วย!
และคนที่เดินนำหน้าขบวนก็พุ่งตรงเข้าไปหาหลินตงไหล พร้อมทักทายอย่างกระตือรือร้น “น้องหลิน!”
“คนนี้สินะน้องหลิน สวัสดีๆ!”
หลินเข่อเหรินได้แต่มองภาพท่านผู้เฒ่าหวัง ผู้ที่เธอคิดว่าเป็นบุคคลในตำนานที่ไม่มีทางเอื้อมถึง กำลังจับมือทักทายหลินตงไหลก่อนด้วยซ้ำ
เมื่อคณะของหวังชินมาถึง พ่อของหลินตงไหลก็ถูกย้ายไปยัง ‘ห้องผู้ป่วยพิเศษ VIP’ ทันที พร้อมกับเตรียมการผ่าตัดด่วน
หมอเหอยืนอ้าปากค้างทำอะไรไม่ถูก ได้แต่คิดในใจอย่างขุ่นเคือง คุณมีเส้นสายระดับนี้ แล้วที่ผ่านมาจะปล่อยให้ค้างค่ารักษาจนเกือบโดนไล่ออกทำไมครับท่าน!
ส่วนหลินเข่อเหรินที่เพิ่งได้สติ หัวใจดวงน้อยก็เริ่มเต้นรัวแรง ไอ้บ้านี่... เมื่อกี้จงใจแกล้งเราใช่ไหม แล้วจะทำยังไงดี ถ้าเขาจะให้เราเป็นแฟนจริงๆ ล่ะ?
หลินตงไหลไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่านั้น เมื่อเห็นพ่อได้รับการดูแลอย่างดีเยี่ยม และท่านผู้เฒ่าหวังยืนยันอย่างมั่นใจหลังดูผลตรวจ เขาก็ยกภูเขาออกจากอกได้เสียที
“พี่หวัง ขอบคุณมากครับ!” หลินตงไหลกล่าว
“ไม่ๆๆ พี่ต่างหากที่ต้องขอบคุณน้อง น้องหลิน... พวกเราถือว่าเป็นสหายร่วมเป็นร่วมตาย ไม่ต้องเกรงใจกันขนาดนั้น ถ้าไม่รังเกียจ ก็เรียกพี่ว่า ‘พี่หวัง’ เถอะ เดี๋ยวพี่จะเรียกน้องว่า ‘น้องหลิน’ เอง” หวังชินพยายามกระชับความสัมพันธ์
“ในเมื่อพี่หวังให้เกียรติขนาดนี้ น้องก็ขอน้อมรับครับ” หลินตงไหลยิ้ม ไม่ว่ายังไง การที่ช่วยพ่อได้คือเรื่องที่น่ายินดีที่สุด
หวังชินยิ้มแก้มปริ หันไปมองชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างๆ แล้วรีบแนะนำ “น้องหลิน ขอแนะนำหน่อย นี่หลานชายพี่ ลูกของน้องรองชื่อ ‘หวังยง’ เป็นทายาทของ ‘หวังป้ากรุ๊ป’ พอจะมีความสามารถอยู่บ้าง ถ้ามีอะไรให้ช่วย ก็เรียกใช้มันได้เลย!”
“เสี่ยวยง มานี่... มาสวัสดีอาหลินสิ!”
หวังยงไม่ถูกชะตากับหลินตงไหลตั้งแต่แรกเห็น เขารู้สึกว่าลุงของเขาโดนสิบแปดมงกุฎหลอกเข้าให้แล้ว แถมยังจะให้เขามาเรียกไอ้หนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกันที่ดูจนๆ นี่ว่า ‘อา’ อีก นี่มันหยามกันชัดๆ
หวังชินเห็นท่าทีอิดออดของหลานชายก็รู้ทันทีว่าคิดอะไรอยู่ กำลังจะอ้าปากดุ แต่หลินตงไหลชิงพูดขึ้นก่อน “ไม่ต้องลำบากขนาดนั้นหรอกครับ นับญาติกันตามสะดวกดีกว่า”
“งั้นก็ได้... เรียกพี่หลินแล้วกัน” หวังชินสั่งเสียงเข้มแกมบังคับ แม้พ่อของหวังยงจะเป็นประธานหวังป้ากรุ๊ป แต่ธุรกิจนี้เป็นกงสี และหวังชินก็คือผู้นำตระกูล หวังยงย่อมไม่กล้าหือ
“พี่หลิน!”
หวังยงเรียกแบบขอไปที ก่อนจะแสร้งยิ้มแล้วเอ่ยแขวะว่า “ในเมื่อพี่หลินเป็นทายาทสำนักกุยกู่ วิชาดูโหงวเฮ้งทำนายดวงชะตาต้องแม่นยำมากแน่ๆ ถ้าอย่างนั้น... ช่วยดูดวงให้ผมหน่อยได้ไหมครับ?”
ยุคนี้มันยุคไหนแล้ว ยังจะมีคนเชื่องมงายเรื่องพวกนี้อีก ลุงเขาตาบอดไปแล้วจริงๆ แต่ไม่เป็นไร มีเขาอยู่ตรงนี้ทั้งคน เดี๋ยวเขาจะกระชากหน้ากากไอ้นักต้มตุ๋นนี่ให้ดู!
จบบท