- หน้าแรก
- พี่ครับ ผมแค่ตบยุง พวกเอ็งนึกว่าใช้วิชาฝ่ามือสะท้านภพ
- บทที่ 43 ไป๋ฝู ดูอะไรอยู่น่ะ!
บทที่ 43 ไป๋ฝู ดูอะไรอยู่น่ะ!
บทที่ 43 ไป๋ฝู ดูอะไรอยู่น่ะ!
บทที่ 43 ไป๋ฝู ดูอะไรอยู่น่ะ!
เกาเจี้ยนไม่ทันได้ถอดรองเท้า รีบผลักประตูพุ่งพรวดเข้าไปในห้อง
ภาพที่เห็นคือ ไป๋ฝูในชุดเสื้อยืดตัวโคร่งของเขา กำลังเหยียบขาซ้ายบนเก้าอี้ สองมือกอดเข่า จ้องมองหน้าจอคอมพิวเตอร์อย่างใจจดใจจ่อ
"เอาอีก เร็วเข้า... ไม่ไหวแล้ว!"
"อ๊า! อ๊าาาา..."
เหงื่อกาฬไหลพราก เกาเจี้ยนกระแอมไอแก้เขิน "แค่กๆ ไป๋ฝู ดูอะไรอยู่น่ะ?"
ปกติไป๋ฝูไม่มีความรู้เรื่องคอมพิวเตอร์ แถมเขาซ่อน 'หนังดี' ไว้ลึกมาก ทั้งซ้อนโฟลเดอร์ ทั้งตั้งไฟล์ซ่อน สกิลการขุดคุ้ยของแม่คุณนี่ระดับเทพหรือไงเนี่ย?
"ดูทีวีเบื่อแล้ว อันนี้สนุกดี" ไป๋ฝูพูดพลางหยิบกล้วยหอมจากโต๊ะคอมฯ ปอกเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ เกาเจี้ยนจำได้ว่าเมื่อก่อนเธอไม่แตะผลไม้เลย ไหงวันนี้กินกล้วยเป็นลิงซะงั้น?
"เด็กดีเขาไม่ดูของพวกนี้หรอกนะ"
เกาเจี้ยนคิดในใจ ขนาดจอมยุทธ์ระดับ C เธอยังทุบซะน่วม ขืนเธอเกิดนึกสนุกอยากลองวิชา 'กายบริหาร' แบบในหนังขึ้นมา เขามิแหลกคาอกหรอกเรอะ? แค่คิดก็สยองแล้ว
ว่าแล้วเกาเจี้ยนก็รีบปิดโปรแกรมทิ้งทันที
"ก็แค่การผสมพันธุ์ไม่ใช่เหรอ?" ไป๋ฝูทำแก้มป่อง ไม่พอใจที่โดนขัดจังหวะ
"เอ่อ..." เกาเจี้ยนไปไม่เป็น
"แต่ก็แปลกดีนะ ผสมพันธุ์เหมือนกัน แต่พวกเธอมีท่าเยอะชะมัด" ไป๋ฝูบ่นพึมพำ หยิบไข่นกกระทาสองฟองโยนเข้าปากเคี้ยวหยับๆ
เกาเจี้ยน: "..."
บรรยากาศเงียบกริบชวนอึดอัดไปหนึ่งนาที จริงๆ ก็มีแค่เกาเจี้ยนที่อึดอัดฝ่ายเดียว ส่วนไป๋ฝูหันกลับไปเปิดทีวีดูต่อหน้าตาเฉย
เกาเจี้ยนเลิกสนใจไป๋ฝู ขึ้นไปนั่งขัดสมาธิบนเตียง
ตั้งแต่เห็นฝีมือไป๋ฝูอัดฟางหย่ง เกาเจี้ยนก็กลับมาตั้งใจฝึกเคล็ดวิชาหลอมรวมวิญญาณอีกครั้ง
ส่วนหนึ่งเพราะเริ่มไว้ใจเธอมากขึ้น อีกส่วนหนึ่งคือเตรียมพร้อมรับมือเผื่อต้องทำสงครามยืดเยื้อกับแม่คุณ อีกอย่าง เคล็ดวิชาพื้นฐานของสำนักงานฯ ก็ต้องใช้สมาธิเหมือนกัน การที่เขานั่งสมาธิฝึกจิตจึงไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอะไร
ขอแค่ไม่เปิดหน้าต่างระบบให้เห็น ก็คงไม่มีปัญหา
พอเห็นเกาเจี้ยนเริ่มเข้าฌาน ไป๋ฝูก็ปิดทีวี หันกลับไปนั่งหน้าคอมฯ หยิบหูฟังมาใส่ แล้วเปิดการ์ตูนดูอย่างเพลิดเพลิน
เกาเจี้ยนไม่ให้ดูการผสมพันธุ์ เธอก็ไม่ดู แต่อย่างอื่น...
ไว้รอเกาเจี้ยนไม่อยู่บ้านค่อยว่ากัน
...
...
ที่ห้องพักชั่วคราว ซ่งอวี่นั่งรีเฟรชหน้า 'คนในละแวกใกล้เคียง' ทุกๆ ห้านาที
"เปิดสิวะ"
"ทำไมยังไม่เปิดอีก?"
"มัวทำอะไรอยู่เนี่ย?"
ซ่งอวี่ส่องกล้องทางไกลดูฟางหย่งที่ห้องตรงข้าม เห็นเป้าหมายเดี๋ยวสูบบุหรี่ เดี๋ยวจิบเหล้า แต่ไม่แตะมือถือเลยสักนิด
แผนที่วางไว้กับเซี่ยงเหยียนตอนแรกก็ดูสวยหรูดี แย่งภารกิจเกาเจี้ยนมาได้ง่ายๆ จริงๆ ไม่ต้องทำเรื่องให้ยุ่งยากขนาดนี้ก็ได้ แต่เซี่ยงเหยียนเป็นคนห่วงภาพพจน์ อยากรักษาชื่อเสียงไว้ ไม่งั้นคนอย่างซ่งอวี่คงแก้เกรดในระบบดื้อๆ ไปแล้ว ใครจะทำไม?
ถึงเกาเจี้ยนจะร้องเรียนข้ามหน่วยงานก็คงวุ่นวายหน่อย แต่ระดับเซี่ยงเหยียนเคลียร์ได้สบาย
แค่เงินหมื่นเดียว หักก็หักไปสิ
พูดตามตรง ให้เฝ้าระวัง 72 ชั่วโมงแลกกับเงิน 2,000 หยวน สำหรับระดับ D อย่างซ่งอวี่มันไม่คุ้มค่าแรงเลย แต่ช่วยไม่ได้ เขาเป็นลูกน้องคนสนิทของเซี่ยงเหยียน เจ้านายอยากเล่นงานใคร เขาก็ต้องช่วยเต็มที่ เชื่อว่าถ้างานนี้สำเร็จ เซี่ยงเหยียนคงหาทางชดเชยให้ทีหลัง
ก้าวแรกคือต้องแอดวีแชตเป้าหมายให้ได้ก่อน
แต่ปัญหาก็คือ ฟังก์ชัน 'คนในละแวกใกล้เคียง' มันต้องรอให้อีกฝ่ายเปิดใช้งานด้วย ซ่งอวี่เลยทำอะไรไม่ได้นอกจากรอจนรากงอก เที่ยงวันใกล้เข้ามา ฟางหย่งกำลังจะออกจากบ้าน ซ่งอวี่ไม่มีทางเลือก จำใจงัดไม้ตายก้นหีบ เมมเบอร์โทรศัพท์ฟางหย่งแล้วแอดเพื่อนผ่านเบอร์มือถือแทน
วิธีนี้ดูไม่เนียนเท่าไหร่ แต่ก็ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว
แต่พอค้นหาชื่อฟางหย่งเจอ ซ่งอวี่แทบกระอักเลือดเมื่อเห็นสเตตัสล่าสุดที่เพิ่งโพสต์เมื่อเช้า
"ความเสียใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือใจที่ตายด้าน ช่วงนี้งดเล่นวีแชต มีอะไรโทรมา"
ซ่งอวี่อยากจะบ้าตาย ผู้ชายตัวโตอายุสามสิบกว่า มาโพสต์ตัดพ้อชีวิตรักเหมือนสาวม.ปลาย ไม่อายฟ้าดินบ้างหรือไง?
แล้วไอ้ใจตายด้านนี่มันอะไร? ซ่งอวี่นึกขึ้นได้ทันที... ต้องเป็นเพราะข้อความบอกเลิกที่เขาส่งไปเมื่อวานแน่ๆ! รู้งี้ไม่น่าหาเรื่องเลย ตอนนี้จะทำยังไงดีล่ะทีนี้?
จะรายงานเซี่ยงเหยียนก็กลัวเสียหน้า ขนาดเกาเจี้ยนยังทำสำเร็จ เขาเพิ่งรับงานมาจะบอกว่าทำไม่ได้ มันน่าขายหน้าเกินไป
คนสนิทที่ดีไม่ใช่แค่รู้ใจ แต่ต้องทำงานได้เรื่องด้วย
มัวแต่คิดฟุ้งซ่าน ฟางหย่งก็เดินลงจากตึกพอดี
เส้นทางวันนี้ของฟางหย่งเหมือนกับวันที่เกาเจี้ยนตามเป๊ะๆ แวะกินข้าวที่ร้านอาหาร แล้วไปซูเปอร์มาร์เก็ต จากนั้นก็มุ่งหน้าสู่ทางเลี้ยวหักศอกที่มีต้นหลิวหักโค่น...
ตอนแรกซ่งอวี่ก็แอบหวั่นๆ เพราะเซี่ยงเหยียนเตือนไว้ว่าฟางหย่งเป็นคนอารมณ์ร้อนและไม่ชอบขี้หน้าคนของสำนักงานฯ แต่พอสะกดรอยไปสักพัก ซ่งอวี่ก็เริ่มย่ามใจ ดูเหมือนฟางหย่งจะไม่รู้ตัวเลยสักนิด
เหอะ ระดับ C?
ระดับ C ก็ไม่ได้เก่งเรื่องจับผิดไปซะทุกคน อย่างน้อยเจ้าฟางหย่งนี่ประสาทสัมผัสทื่อมะลื่อ มิน่าวันแรกเกาเจี้ยนถึงรอดตัวมาได้
ระยะห่างหลายสิบเมตร ซ่งอวี่มั่นใจว่าภารกิจนี้หมูๆ แทบจะฮัมเพลงรอรับรางวัลได้เลย
แอดวีแชตอะไรไร้สาระ? คนอย่างซ่งอวี่ใช้ฝีมือสะกดรอยล้วนๆ ครับผม!
แต่ทว่า... ความมั่นใจของซ่งอวี่ก็พังทลายลงทันทีที่เลี้ยวพ้นมุมตึก
ฟางหย่งวางข้าวของที่ซื้อมากองไว้ข้างกำแพง ยืนกอดอกมองเขาด้วยสายตาเหี้ยมเกรียม
หัวใจซ่งอวี่กระตุกวูบ เขาพยายามทำใจดีสู้เสือ แกล้งทำเป็นเดินผ่านไปเหมือนคนไม่รู้อิโหน่อิเหน่ แต่เสียงเย็นยะเยือกดังไล่หลังมาทันที
"ตามกูมาตลอดทางแบบนี้ เบื่อชีวิตแล้วสินะ?"
"ห๊ะ? พี่ชายพูดเรื่องอะไรครับ?"
ซ่งอวี่หันกลับไปตีหน้าซื่อ ทำเป็นทองไม่รู้ร้อน
"กูบอกว่า มึงเบื่อชีวิตแล้วใช่ไหม"
ฟางหย่งพุ่งเข้าประชิดตัว คว้าคอเสื้อซ่งอวี่ยกตัวลอยขึ้นมาอย่างง่ายดาย ดูท่าพี่แกจะชอบท่านี้เป็นพิเศษ
ซ่งอวี่ไม่มีโอกาสขัดขืน โดนฟางหย่งค้นตัวยึดกล้องถ่ายรูปไปหน้าตาเฉย ฟางหย่งกดดูรูปไม่กี่ทีก็เจอหลักฐานมัดตัวแน่นหนา เป็นรูปแอบถ่ายเขาทั้งนั้น
ซ่งอวี่หน้าซีดเผือด
ฟางหย่งแสยะยิ้มอำมหิต "กูไม่ถามหรอกนะว่ามึงเป็นใครมาจากไหน แต่ไม่ว่ามึงจะเป็นใคร วันนี้กูจะหักขามึงทิ้งข้างนึง!"
พูดจบ ฟางหย่งก็กดร่างซ่งอวี่กระแทกกำแพง เงื้อเท้าเตรียมกระทืบ
"เดี๋ยว! เดี๋ยวพี่! ใจเย็นก่อน!" ซ่งอวี่ตะโกนเสียงหลง รั้งเท้าฟางหย่งไว้ได้หวุดหวิด
"สั่งเสียเหรอ? กูไม่ฆ่ามึงหรอก แค่หักขา ไม่ถึงตาย" ฟางหย่งหัวเราะร่า
ซ่งอวี่ดิ้นรนสุดชีวิต เขารู้ดีว่าอ้างชื่อสำนักงานฯ อาจจะไม่ได้ผล แต่ไหนๆ ก็จะโดนหักขาอยู่แล้ว ลองเสี่ยงดูหน่อยเผื่อฟางหย่งแค่ขู่เซี่ยงเหยียนไว้เล่นๆ
"เอ่อ... คุณฟางหย่งใช่ไหมครับ? ผมชื่อซ่งอวี่ จากสำนักงานกำกับดูแลฯ สาขาลวี่หยาง หมวดสามครับ! ผมมาแค่ต้องการสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับฟางอู่น้องชายคุณ ไม่ได้มีเจตนาร้าย! ส่วนรูปพวกนั้นก็แค่ทำตามหน้าที่ครับ หวังว่าคุณจะไม่เข้าใจผิด!"
แม้จะโดนห้อยต่องแต่งอยู่กลางอากาศ แต่ซ่งอวี่ก็รัวคำพูดออกมาได้อย่างครบถ้วนชัดเจน
ฟางหย่งชะงัก
ซ่งอวี่ลอบยินดีในใจ... ได้ผล!
[จบตอน]