- หน้าแรก
- พี่ครับ ผมแค่ตบยุง พวกเอ็งนึกว่าใช้วิชาฝ่ามือสะท้านภพ
- บทที่ 42 เสียงที่คุ้นเคย
บทที่ 42 เสียงที่คุ้นเคย
บทที่ 42 เสียงที่คุ้นเคย
บทที่ 42 เสียงที่คุ้นเคย
"ฮัลโหล หลิ่วชิงเหรอ? อยู่ไหนน่ะ? จะบอกว่าไอ้หนูเกาเจี้ยนนี่ไม่ธรรมดาเลยนะ เขา... อ้อๆ เข้าเรื่องเลยละกัน พอดีฉันจะทดสอบการโจมตีแล้ว มาช่วยหน่อยได้ไหม? ใช่ๆ อะไรนะ? เฮ้ย ไม่ได้เสียเวลาอะไรมากหรอกน่า เธอจะขอภารกิจระดับ C งั้นเหรอ? จะเอาชีวิตกันเลยรึไง? อย่าๆๆ รอเดี๋ยว ระดับ E... อะๆ งั้นระดับ D ก็ได้ เต็มที่แล้วนะ งบวิจัยฉันไม่ได้เสกมาได้นะเว้ย... ใช่ๆ ถือว่าฉันติดหนี้บุญคุณเธอครั้งนึง"
จางหลงวางสาย หันมายิ้มแหยๆ ให้เกาเจี้ยน "รอเดี๋ยว หลิ่วชิงกำลังมาช่วยทดสอบ"
"ครับ"
ถึงจะเป็นแค่การทดสอบ แต่เกาเจี้ยนก็รู้สึกแหยงๆ กับเจ้ากระดิ่งสยบวิญญาณนี่อยู่เหมือนกัน มีคนคุ้นเคยอยู่ด้วย อย่างน้อยก็อุ่นใจขึ้นหน่อย
"เดี๋ยวนะครับ ศาสตราจารย์จาง ไหนบอกว่าตอนนี้ไม่มีใครใช้กระดิ่งนี้ได้ไงครับ?" เกาเจี้ยนนึกขึ้นได้
"ใช่"
"แล้วจะทดสอบยังไงครับ?" เกาเจี้ยนงง
"ง่ายจะตาย จากการวิเคราะห์ การจะกระตุ้นกระดิ่งสยบวิญญาณ ขอแค่ระเบิดพลังวิญญาณชั่วพริบตาให้เกิน 100P ก็พอ จอมยุทธ์ระดับ C ทุกคนทำได้หมด" จางหลงอธิบาย
"งั้นที่บอกว่า..."
เกาเจี้ยนชะงัก เหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่าง "แล้วถ้าพี่หลิ่วชิงใช้กระดิ่ง ผลจะเป็นยังไงครับ?"
จางหลงชี้ไปที่โซฟาข้างๆ "เห็นนั่นไหม? เตรียมไว้ให้พวกนายนั่นแหละ"
เหอะๆ นี่มันการทดลองพลีชีพชัดๆ
รอไม่นาน หลิ่วชิงก็ผลักประตูเข้ามา
จางหลงยังคงอยู่ในโหมดดีดไม่หยุด รีบเข้าไปกระซิบกระซาบกับหลิ่วชิงอย่างมีลับลมคมใน "เธอรู้ไหมเมื่อกี้ผลทดสอบพลังจิตของเสี่ยวเกาได้เท่าไหร่? ฮ่าๆ ทายไม่ถูกแน่ๆ อื้ม... เธอคงไม่ทายหรอก งั้นฉันบอกเลยละกัน 190! ตั้ง 190 แน่ะ!"
หลิ่วชิงคงมีภูมิคุ้มกันความพูดมากของจางหลงอยู่แล้ว ตอนแรกเลยไม่ได้สนใจฟัง แต่พอได้ยินตัวเลข 190 เธอก็ทำหน้าตะลึง หันขวับมามองเกาเจี้ยน
190?
หลิ่วชิงรู้สึกไม่ต่างจากจางหลงเมื่อกี้ ทำไมถึงสูงขนาดนี้?
"ตกใจล่ะสิ? ฮ่าๆ ตกใจใช่ไหมล่ะ? จะบอกให้นะ กรณีของเสี่ยวเกานี่หายากสุดๆ พวกเธอส่งเขามาให้สถาบันวิจัยเถอะ ให้มาเป็นผู้ช่วยฉัน รับรองเงินเดือนดีกว่าอยู่สำนักงานฯ แน่นอน เอ้อนั่นสิ เสี่ยวเกา นายสนใ..."
"ไม่สนครับ" เกาเจี้ยนตัดบทจางหลงอีกรอบ
"เฮ้ย... อย่าเพิ่ง... โธ่เอ๊ย ให้ฉันถามให้จบหน่อยสิวะ อึดอัดจะตายอยู่แล้ว"
[ได้รับค่าอารมณ์ด้านลบจากจางหลง +137]
เกาเจี้ยนไม่สนใจจางหลง ถึงตำแหน่งศาสตราจารย์จะดูน่าเกรงขาม แต่พอได้สัมผัสจริงๆ แล้วเกรงไม่ลง หมอนี่มันตัวฮาชัดๆ
หางตาเกาเจี้ยนเหลือบไปเห็นรอยยิ้มจางๆ บนใบหน้าหลิ่วชิง
เหมือนจะรู้ตัว รอยยิ้มนั้นหายวับไปทันที หลิ่วชิงกลับมาทำหน้านิ่งเหมือนเดิม
เกาเจี้ยนงง จะขำก็ขำสิ จะเก๊กทำไม
"เอาล่ะ รีบๆ เริ่มเถอะ เดี๋ยวฉันมีธุระต่อ" หลิ่วชิงตีหน้าขรึม
"โอเคๆ เธอนั่งตรงนั้น เกาเจี้ยน นายไปนั่งโซฟาตัวนู้น หลิ่วชิงรอฉันออกไปก่อนค่อยสั่นกระดิ่งนะ" จางหลงจัดแจงให้เกาเจี้ยนไปนั่งโซฟาอีกตัวที่ห่างจากหลิ่วชิง 15 เมตร แล้วตัวเองก็วิ่งจู๊ดไปห้องสังเกตการณ์ข้างๆ
"เริ่มล่ะนะ" หลิ่วชิงบอก
"ครับ"
สิ้นเสียง หลิ่วชิงสะบัดข้อมือ เสียงกระดิ่งกังวานก้องไปทั่วห้องแล็บ
คนแรกที่โดนคลื่นเสียงเล่นงานคือตัวหลิ่วชิงเอง ทันทีที่กระตุ้นพลังนางก็ตาเหลือก ล้มฟุบลงบนโซฟาทันที
เกาเจี้ยนโดนคลื่นเสียงกระแทกเกือบจะพร้อมกัน แต่ต่างจากสองครั้งก่อน ครั้งนี้เขารู้สึกเหมือนมีเข็มจิ้มที่สมองจึ๊กหนึ่ง ร่างกายเซวูบนิดหน่อย แต่สติยังอยู่ครบถ้วน ไม่สลบเหมือดไปเหมือนคราวที่แล้ว
กระดิ่งร่วงจากมือหลิ่วชิง กลิ้งหลุนๆ บนพื้นส่งเสียงกุ๊งกิ๊งเบาๆ พอมันไม่มีพลังวิญญาณหล่อเลี้ยง มันก็เป็นแค่กระดิ่งธรรมดา
เกาเจี้ยนลุกขึ้นยืน ไม่กี่วินาทีต่อมา จางหลงก็วิ่งหน้าตื่นเข้ามา
"นายไม่เป็นไร? พระเจ้าช่วย! ไหนบอกว่าจะสลบไป 1-2 วินาทีไง? หรือเพราะโดนโจมตีบ่อยจนสร้างภูมิต้านทาน? ไม่สิ เป็นไปไม่ได้ เดี๋ยวขอจดก่อน แล้วนายปวดหัวไหม? ตอนนี้รู้สึกยังไง? ฉันเห็นนายเซนิดหน่อยนะ" จางหลงรัวคำถามไม่หยุด
เกาเจี้ยนชี้ไปที่หลิ่วชิง "ศาสตราจารย์จางครับ ไม่ไปดูพี่หลิ่วชิงหน่อยเหรอครับ?"
จางหลงมองหลิ่วชิงที่นอนตาเหลือกอยู่บนโซฟา แล้วโบกมือปัดๆ "ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวเธอก็ฟื้น ที่สำคัญคือนายต่างหาก ข้อมูล! ข้อมูลนี้สำคัญมากนะเว้ย!"
หลิ่วชิงฟื้นสติกลับมาได้ในเวลาไม่นาน แต่เหมือนคราวที่สู้กับจ้าวเย่ เธอต้องใช้เวลาพักใหญ่กว่าจะกลับมาควบคุมร่างกายได้ปกติ
"กี่นาที?" หลิ่วชิงถามเสียงอู้อี้
"8 นาที 34 วินาที เร็วกว่าคราวที่แล้ว 1 วินาที" จางหลงดูนาฬิกาจับเวลา
พูดจบเขาก็หันมาจ้องเกาเจี้ยนตาเป็นมัน "ชัดเจนแล้ว ผลทดสอบ 3 ครั้งของหลิ่วชิงยืนยันว่า การโดนกระดิ่งโจมตีซ้ำๆ ไม่ได้ทำให้เกิดภูมิต้านทาน แล้วทำไมนายถึงทำได้ดีกว่าที่หลิ่วชิงเล่ามา? นายไม่สลบจริงๆ เหรอ? หรือสลบแต่ไม่สนิท?"
เกาเจี้ยนรีบขัดจังหวะจางหลงที่กำลังพร่ำเพ้อ "จริงๆ มันง่ายมากครับ ผมตอบได้ในสามคำ"
"สามคำว่าอะไร?" จางหลงตื่นเต้น
"ผม-ไม่-รู้"
[ได้รับค่าอารมณ์ด้านลบจากจางหลง +394]
จริงๆ เกาเจี้ยนไม่ได้ไม่รู้ซะทีเดียว เขามีสมมติฐานอยู่ในใจแล้ว
ถ้าเดาไม่ผิด พลังจิตของเขาเพิ่มขึ้นมากในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ความรู้สึกตอนเจอกระดิ่งสยบวิญญาณครั้งนี้ต่างจากครั้งก่อนอย่างสิ้นเชิง
น่าจะเป็นอานิสงส์จากอุปกรณ์ฝึกควบคุมวัตถุ
เมื่อเอาคำวิเคราะห์ของจางหลงมาประกอบ เกาเจี้ยนเชื่อว่าสาเหตุที่จ้าวเย่กับหลานจิงทนต่อเสียงกระดิ่งได้ ไม่ใช่เพราะควบคุมรัศมีได้ แต่เพราะพลังจิตของพวกเขาสูงเกินขีดจำกัดบางอย่าง จนต้านทานการโจมตีได้ด้วยตัวเอง
และขีดจำกัดที่ว่า น่าจะอยู่ที่ตัวเลข 190 นี่แหละ
ส่วนหลานจิงกับจ้าวเย่ทำยังไงให้พลังจิตสูงเกิน 190 อันนี้เกาเจี้ยนไม่รู้ แต่ในเมื่อเขาใช้วิธีแยกจิตวิญญาณและอุปกรณ์ฝึกช่วยได้ พวก 'คมมีดทมิฬ' ก็อาจจะมีวิธีคล้ายๆ กัน
ตอนนั้นหลิ่วชิงค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้น สีหน้าดูเหนื่อยล้ามาก เห็นได้ชัดว่าการทดสอบนี้กินแรงเธอไม่น้อย แต่ยิ่งเธอเหนื่อยเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งทึ่งในตัวเกาเจี้ยนมากเท่านั้น
ถ้าเด็กคนนี้โตขึ้น เขาจะเก่งกาจขนาดไหนกันนะ?
...
ช่วงบ่ายว่าง เกาเจี้ยนเลยกลับบ้าน
หลังจากเกาเจี้ยนกักตุนขนมกองโตไว้ที่บ้าน แล้วสอนไป๋ฝูใช้คอมพิวเตอร์ เธอก็ยอมตกลงที่จะไม่ตามเขาไปทำงานตอนกลางวัน
แต่ตอนกลางคืนต้องกลับบ้านนะ เหมือนภรรยาตัวน้อยรอสามีกลับบ้านยังไงยังงั้น
และที่น่าแปลกใจคือ หลายวันมานี้หลินเจียเจียไม่โผล่มาเลย เหมือนหายสาบสูญไปดื้อๆ
ไขกุญแจเปิดประตู เกาเจี้ยนเพิ่งจะก้าวเท้าเข้าบ้าน ก็ได้ยินเสียง อ๊า... อื๊อ... ดังเล็ดลอดออกมาจากห้องนอน เสียงครวญครางเป็นจังหวะจะโคน เดี๋ยวสูงเดี๋ยวต่ำ ฟังดูวาบหวามพิกล
ไป๋ฝูเหรอ?
เกาเจี้ยนฟังแล้วไม่ใช่เสียงไป๋ฝู เดี๋ยวนะ เสียงนี้มันคุ้นๆ นี่มันเสียงจากไฟล์ลับในคอมฯ ของเขานี่หว่า...
เชี่ย!
[จบตอน]