- หน้าแรก
- พี่ครับ ผมแค่ตบยุง พวกเอ็งนึกว่าใช้วิชาฝ่ามือสะท้านภพ
- บทที่ 15 สาวสวยยังตามอยู่อีกเหรอ?
บทที่ 15 สาวสวยยังตามอยู่อีกเหรอ?
บทที่ 15 สาวสวยยังตามอยู่อีกเหรอ?
บทที่ 15 สาวสวยยังตามอยู่อีกเหรอ?
หลินเจียเจียรีบวิ่งลงบันได กะจะเรียกแท็กซี่ไปสำนักงานกำกับดูแลฯ แต่พอล้วงกระเป๋าก็พบความจริงอันโหดร้าย... ไม่มีตังค์! เมื่อวานเธอสะพายกระเป๋ามาด้วย มือถือก็อยู่ในนั้น แต่มันดันหายไปไหนไม่รู้ เกาเจี้ยนตอนไปเจอก็ไม่ได้สังเกตซะด้วย
“นี่ ผมกำลังจะไปทำงานพอดี ไปด้วยกันไหม?”
เกาเจี้ยนวิ่งตามหลังมา มือถือยังอยู่กับหลินเจียเจีย ต้องเอาคืนมาก่อน อีกอย่างเขาอยากรู้ความจริง ถ้าหลินเจียเจียมีปัญหาจริงๆ ภารกิจสำรวจครั้งนี้อาจจะถือว่าสำเร็จก็ได้
ตั้ง 500 หยวนเชียวนะ!
“ฝันไปเถอะ! ใครจะไปเชื่อนาย!” หลินเจียเจียถลึงตาใส่ ใครจะรู้ว่าหมอนี่มีแผนชั่วอะไรอีก
“งั้นขอมือถือคืน” เกาเจี้ยนชี้ไปที่มือเธอ
“เชอะ เอาไปเลย” หลินเจียเจียโยนมือถือคืนให้
หอพักเกาเจี้ยนอยู่ห่างจากสำนักงานกำกับดูแลฯ แค่สามป้ายรถเมล์ หลินเจียเจียไม่มีเงินค่าแท็กซี่ ค่ารถเมล์ก็ไม่มี แต่โชคดีที่ระยะทางไม่ไกลและเธอจำทางเก่ง พอคืนมือถือเสร็จ เธอก็เดินจ้ำอ้าวไปทางสำนักงานกำกับดูแลฯ ด้วยความโมโห
ระหว่างทาง หลินเจียเจียเริ่มตั้งสติได้ เรื่องกักขังหน่วงเหนี่ยวอะไรนั่นคงเป็นเธอที่คิดมากไปเอง แต่ปากแข็งไม่อยากยอมรับ
แต่ถ้าจะให้เชื่อว่าเกาเจี้ยนเป็นคนดี หลินเจียเจียขอค้านหัวชนฝา!
เป็นเจ้าหน้าที่สำนักงานกำกับดูแลฯ แล้วไง?
มีสิทธิ์หิ้วสาวกลับบ้านตามใจชอบเหรอ?
หลินเจียเจียเชื่อว่าเมื่อวานเธอคงเป็นลมไปจริงๆ แต่ไม่ว่าเกาเจี้ยนจะเป็นใคร ก็ไม่มีสิทธิ์ทำกับผู้หญิงที่หมดสติแบบนี้
แถมยังให้ใส่ชุดนั้น!
แถมยังนอนเตียงเดียวกัน!
แถมยัง...
หลินเจียเจียชะงัก หรือว่า... เสียตัวไปแล้ว? แต่จะรู้ได้ไง? เรื่องแบบนี้เธอก็ไม่เคยซะด้วย! ควรรีบไปดูผ้าปูที่นอนว่ามีเลือดไหม? ตายล่ะ โมโหจนลืมเช็ก!
แต่ไม่ว่ายังไง ถ้าเรื่องพรรค์นี้เรียกว่าปฏิบัติหน้าที่ สำนักงานกำกับดูแลฯ ก็ไม่ต่างอะไรกับซ่องโจรหรอก!
ส่วนเกาเจี้ยนจะแก้ตัวยังไง หลินเจียเจียไม่อยากฟัง เขาคงพูดเข้าข้างตัวเอง ไม่ก็หลอกให้เธอตายใจ รอให้ถึงสำนักงานเถอะ เธอจะแฉพฤติกรรมชั่วๆ ของเขาให้หมดเปลือก
ถึงจะ...
ถึงจะทำให้ตัวเองดูเสียหาย แต่ก็ยอมไม่ได้!
เกาเจี้ยนเดินตามหลังมาติดๆ เขารู้เรื่องราวมากกว่าหลินเจียเจีย และยิ่งรู้ก็ยิ่งงง เมื่อเทียบกับไป๋ฝูที่ซื่อบื้อเมื่อวาน หลินเจียเจียวันนี้เหมือนคนละคนอย่างสิ้นเชิง คำอธิบายเดียวที่เป็นไปได้คือ... ในร่างนี้มีสองวิญญาณ?
ถ้าเป็นเมื่อก่อน เกาเจี้ยนคงขำกลิ้งกับเรื่องวิญญาณ
แต่หลังจากผ่านการแยกจิตวิญญาณมาสองรอบ เกาเจี้ยนรู้ดีว่าวิญญาณไม่ใช่เรื่องไร้สาระ วิญญาณก็คือร่างจิต แต่ถึงเขาจะเคยแยกจิตได้ ก็ใช่ว่าจะไปสิงร่างคนอื่นได้ง่ายๆ
ถ้าในร่างหลินเจียเจียมีวิญญาณอื่นอยู่จริงๆ...
คิดไปเดินไป ไม่นานทั้งคู่ก็มาถึงสำนักงานกำกับดูแลฯ
หลินเจียเจียเดินนำหน้าเกาเจี้ยนอยู่สองเมตร พอเห็นยามเฝ้าประตู เธอก็หยุดถาม “ขอโทษนะคะ แจ้งความตรงไหนคะ?”
“เข้าประตูเลี้ยวซ้ายครับ”
“ขอบคุณค่ะ”
สำนักงานกำกับดูแลฯ รับแจ้งความคดีทั่วไปด้วย แต่จะพิจารณาเป็นกรณีไป ถ้าเรื่องเล็กเกินไปก็จะส่งต่อให้สถานีตำรวจ แต่ถ้าตำรวจรับมือไม่ไหว ก็จะส่งกลับมาที่นี่
หลินเจียเจียเดินเข้าไปในโถงทางเดิน เกาเจี้ยนเดินตามหลังมา จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงยียวนกวนประสาทที่คุ้นเคยดังมาจากด้านหลัง
“เฮ้ยเกาเจี้ยน! ได้ข่าวว่าเมื่อวานมีสาวสวยตามติดแจ แถมตอนเย็นยังหิ้วกลับบ้านด้วยเหรอวะ?”
มู่เซียวไป๋ยืนตะโกนข้ามฟาก เรียกแขกให้หันมามองกันทั้งโถง เกาเจี้ยนชะงักกึก ในสำนักงานนี้นอกจากหวังจิ้นที่ชอบด่า ก็มีแต่มู่เซียวไป๋นี่แหละที่พอจะเรียกว่าเพื่อนได้ ถึงหมอนี่จะกวนตีนแค่ไหน แต่ก็เป็นแหล่งผลิตค่าอารมณ์ด้านลบชั้นดีที่เกาเจี้ยนขาดไม่ได้
แต่เพื่อนรัก... ทักผิดเวลาไปหน่อยไหม?
เสียงตะโกนของมู่เซียวไป๋หยุดทั้งเกาเจี้ยนและหลินเจียเจีย
มีสาวสวยตามติดแจ?
หิ้วกลับบ้าน?
หลินเจียเจียฟังแล้วทะแม่งๆ ที่บ้านเขาก็ฉันนี่นา? อย่าบอกนะว่าข่าวลือนั่นหมายถึงฉัน?
[ได้รับค่าอารมณ์ด้านลบจากหลินเจียเจีย +333]
หลินเจียเจียหันขวับไปมองมู่เซียวไป๋ เห็นไอ้หน้าจืดท่าทางเจ้าสำอาง ใส่ชุดขาวล้วนดูขัดลูกตา พูดจาหมาไม่แดก ถ้าเอาหมอนี่ไปเขียนนิยาย รับรองบทตัวร้ายตายตอนจบตอนที่สามชัวร์!
นั่นไง คบคนพาลพาลไปหาผิด เพื่อนไอ้เกาเจี้ยนมันก็เลวพอกัน!
มู่เซียวไป๋สาวเท้าเดินเข้ามา สายตาข้ามหัวเกาเจี้ยนไปหยุดที่หลินเจียเจียที่กำลังทำหน้าถมึงทึง
“อ้าว? คนนี้เหรอ?”
มู่เซียวไป๋สแกนดู เดรสขาว สาวสวย ใสซื่อ... เป๊ะ! ข่าวลือไม่มั่วแฮะ ตัวติดกันจริงด้วย!
“จุ๊ๆ ร้ายนะเรา!”
“นายพูดอะไรของนาย!” หลินเจียเจียไม่รู้ตื้นลึกหนาบาง แต่แค่เห็นสายตากรุ้มกริ่มของไอ้หน้าขาวนี่ก็รู้ว่าไม่ได้คิดเรื่องดีแน่ๆ
[ได้รับค่าอารมณ์ด้านลบจากหลินเจียเจีย +777]
หน้าสาวน้อยแดงก่ำด้วยความโกรธ
แต่น่าเสียดาย ลุคของหลินเจียเจียมันดูใสซื่อบริสุทธิ์เกินไป ต่อให้ทำหน้าโกรธแค่ไหนก็ดูเหมือนสาวน้อยขี้งอนมากกว่าน่ากลัว
มู่เซียวไป๋ไม่เคยเห็นไป๋ฝูเวอร์ชันหน้านิ่งเมื่อวาน ฟังเขาเล่ามาแล้วมาเจอเกาเจี้ยนเลย ก็เลยเหมาเอาว่าหลินเจียเจียคนนี้แหละคือคนเดียวกัน
ด้วยอคติส่วนตัว มู่เซียวไป๋เข้าใจว่าแม่สาวคนนี้ตื๊อเกาเจี้ยนมาทั้งวัน ไล่ก็ไม่ไป พอเห็นเธอหน้าแดง ก็เลยตีความไปว่า... เมื่อคืนคงเสร็จไอ้เกาเจี้ยนไปเรียบร้อยแล้วสินะ?
หรือว่าเกาเจี้ยนจะฟาดเรียบตั้งแต่วันแรก?
ไอ้ที่ทำเป็นขยันเรียนมาตลอด ที่แท้ก็สร้างภาพ พอเจอของสวยๆ งามๆ ก็ออกลายทันที!
แต่ก็โทษมันไม่ได้หรอก ของดีขนาดนี้ เป็นใครก็อดใจไม่ไหว
คิดได้ดังนั้น มู่เซียวไป๋ก็ส่งยิ้มแบบ ‘รู้กันนะเพื่อน’ ให้เกาเจี้ยน เล่นเอาทั้งเกาเจี้ยนและหลินเจียเจียขนลุกซู่
เกาเจี้ยนที่ตอนแรกเฉยๆ ตอนนี้เริ่มกระอักกระอ่วน ไอ้บ้านี่วันๆ คิดแต่เรื่องใต้สะดือ ภาพในหัวมันตอนนี้ถ้าเอาไปฉายคงต้องเซ็นเซอร์กันทั้งเรื่อง เรต R ยังเอาไม่อยู่
“ไม่ใช่แบบที่นายคิด” เกาเจี้ยนรีบแก้ตัว
“ไม่ใช่? หรือว่า... ฝ่ายหญิงเริ่มก่อน?”
มู่เซียวไป๋ตาโตปิดปากอุทาน สาวลุคใสๆ แบบนี้ ถ้าเป็นฝ่ายรุกขึ้นมา... โอ้โห พลิกล็อกถล่มทลาย!
คิดแล้วมู่เซียวไป๋ก็ยกนิ้วโป้งให้เกาเจี้ยนด้วยความนนับถือ
สุดยอด!
เกาเจี้ยนปาดเหงื่อ
ไอ้เวรนี่... มันโรคจิตกว่ากูอีก
“ไสหัวไป!” เกาเจี้ยนด่าสวน