- หน้าแรก
- พี่ครับ ผมแค่ตบยุง พวกเอ็งนึกว่าใช้วิชาฝ่ามือสะท้านภพ
- บทที่ 16 คดีฉุกเฉิน
บทที่ 16 คดีฉุกเฉิน
บทที่ 16 คดีฉุกเฉิน
บทที่ 16 คดีฉุกเฉิน
หลินเจียเจียรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังพังทลายลงตรงหน้า นี่หรือคือสำนักงานกำกับดูแลผู้มีพลังพิเศษ? ทำไมถึงมีแต่คนพรรค์นี้เข้ามาทำงานได้? ช่างเถอะ อย่าไปเสียเวลาฟังพวกมันพล่าม ไอ้หน้าจืดนั่นต้องเป็นหน้าม้าที่ไอ้เกาเจี้ยนจ้างมาปั่นประสาทให้เธอถอดใจแน่ๆ
ฉันไม่ยอมแพ้หรอก!
หลินเจียเจียฮึดสู้ขึ้นมาทันควัน แต่ทว่า... จังหวะที่เธอกำลังจะสะบัดหน้าเดินหนี หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งก็เดินสวนมา เสื้อผ้าหน้าผมเป๊ะปังดูภูมิฐาน เจ๊แกเดินผ่านเกาเจี้ยนแล้วทักด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“อ้าวเสี่ยวเกา แม่หนูนี่ยังตามติดอยู่อีกเหรอ?”
เกาเจี้ยนไม่คิดว่าหลี่โหรวจะมาแนวนี้ ยักไหล่ตอบไปตามน้ำ “ก็ประมาณนั้นแหละครับ”
หลินเจียเจียชะงักกึก ไอ้หน้าจืดนั่นดูยังไงก็กะล่อน แต่เจ๊คนนี้หน้าตาเคร่งขรึม ท่าทางดูน่าเชื่อถือสุดๆ แถมน้ำเสียงก็เหมือนพูดเรื่องดินฟ้าอากาศทั่วไป
หรือว่า...
แค่สมมตินะ...
สมมติว่าเมื่อวานเธอตามไอ้แซ่เกานี่ต้อยๆ จริงๆ? แล้วพอเสร็จกิจก็ดันความจำเสื่อม? บ้าไปแล้ว! วิทยาศาสตร์อธิบายไม่ได้! ตรรกะวิบัติสุดๆ! นิยายยังไม่กล้าเขียนพล็อตบัดซบแบบนี้เลย!
[ได้รับค่าอารมณ์ด้านลบจากหลินเจียเจีย +666]
แค่คิดหลินเจียเจียก็ขนลุกซู่ ถ้าเธอทำเรื่องน่าอายแบบนั้นจริงๆ แล้วยังหน้าด้านไปแจ้งความ คนอื่นจะมองเธอยังไง?
“ตายจริง! เมื่อคืนไปนอนกับผู้ชาย เช้ามาแจ้งจับผัวตัวเอง?”
“ได้ข่าวว่าตามตื๊อเขาไม่ปล่อยเลยนะ!”
“ฉันก็ได้ยินมาเหมือนกัน!”
“ฉันด้วยๆ”
“แซ่บเวอร์!”
ข้อความพวกนี้วิ่งวนอยู่ในหัวหลินเจียเจียเหมือนคอมเมนต์ในไลฟ์สด ตัวเธอสั่นเทาด้วยความอับอาย
“จะคุยกันหน่อยไหม?” เสียงเกาเจี้ยนดังแทรกเข้ามา จริงๆ เขาก็ไม่อยากเห็นเธอขายหน้าไปมากกว่านี้ แต่น้องหนูไม่เปิดช่องให้เขาอธิบายเลยนี่หว่า
พอเห็นเกาเจี้ยนทำหน้าตาย หลินเจียเจียยิ่งทำตัวไม่ถูก
หรือว่าจะเป็นความผิดของเธอจริงๆ?
“ไม่มีอะไรต้องคุย!”
[ได้รับค่าอารมณ์ด้านลบจากหลินเจียเจีย +555]
น้ำตาเริ่มรื้นขึ้นมาคลอเบ้า ทำไมคนเสียตัวคือเธอ แล้วคนที่ต้องมารับกรรมก็ยังเป็นเธออีก? ความอัดอั้นตันใจระเบิดออกมาพร้อมกับเสียงตะโกน เรียกสายตาไทยมุงทั้งโถงให้หันมามองเป็นตาเดียว
พอตกเป็นเป้าสายตา หลินเจียเจียยิ่งลนลาน
เธอตวัดสายตามองค้อนเกาเจี้ยนทีหนึ่ง เหมือนจะตัดพ้อว่าทำไมไม่รีบอธิบายให้เร็วกว่านี้ แล้วก็สะบัดหน้าวิ่งหนีออกจากประตูไป
เกาเจี้ยนมองตามหลังเธอไปอย่างจนปัญญา ไม่รู้จะเอายังไงต่อดี
เดิมทีเขาตั้งใจจะสรุปพฤติการณ์ประหลาดของหลินเจียเจียตลอดสองวันส่งเป็นรายงาน เผื่อจะฟลุ๊กได้โบนัสภารกิจแรกเข้ากระเป๋า
แต่พอเห็นหลินเจียเจียสติแตกขนาดนี้ เกาเจี้ยนชักลังเล
มู่เซียวไป๋ผู้ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ เข้าใจไปเองว่าเกาเจี้ยนฟันแล้วทิ้ง ส่ายหัวดิกๆ แล้วตบไหล่เพื่อน “ถึงเรื่องพรรค์นี้ฉันจะทำบ่อย แต่กับน้องคนนี้... เสียดายของว่ะ”
“ไสหัวไปไกลๆ ตีนเลยไป”
...
หลังจากนอนก่ายหน้าผากคิดอยู่หลายตลบ เกาเจี้ยนก็ยื่นเรื่องปิดภารกิจ ผลออกมาตามคาด... ศูนย์คะแนน ไร้โบนัส
หวังจิ้นไม่ได้พูดอะไร เขาคงคิดว่าเป็นเรื่องปกติของภารกิจหว่านแห แต่เขาหารู้ไม่ว่าเกาเจี้ยนรู้อยู่เต็มอก
ความผิดปกติของคลื่นพลังวิญญาณต้องเกี่ยวกับไป๋ฝูหรือหลินเจียเจียแน่ๆ! ถ้าเกาเจี้ยนยอมเปิดปาก เขาอาจจะผ่านภารกิจระดับ F ได้สวยๆ เผลอๆ อาจได้เลื่อนขั้น แต่... ถ้าทำแบบนั้น หลินเจียเจียคงไม่พ้นโดนจับไปเป็นหนูทดลอง
เกาเจี้ยนอยากพิสูจน์ตัวเองก็จริง แต่จะให้ขายคนอื่นเพื่อความก้าวหน้าของตัวเอง... เขาทำไม่ลงว่ะ
ใจคอไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัว ช่วงเช้าเกาเจี้ยนเลยโดดเรียนวิชาบรรยาย มาหมกตัวอยู่ออฟฟิศนั่งอ่าน ‘บันทึกจอมพลัง’ ฆ่าเวลา
มู่เซียวไป๋เพิ่งรับสายสาวแล้วรีบแจ้นออกไป เกาเจี้ยนแว่วๆ ว่าปลายสายเสียงอ้อนแอ้นเรียก ‘พี่คะๆ’ หมอนี่มีสาวโทรตามทุกวันจนเกาเจี้ยนชักสงสัยว่าอาชีพหลักของมันคืออะไรกันแน่
กำลังอ่านนิยายถึงจุดพีค เสียงประกาศตามสายก็ดังลั่นห้องพร้อมกับข้อความแจ้งเตือนสีแดงเถือกบนหน้าจอคอมพิวเตอร์
“ประกาศด่วน! ประกาศด่วน! ศูนย์วิเคราะห์สายพันธุ์ประจำสถาบันวิจัยเมืองแจ้งเหตุฉุกเฉิน ตรวจพบผู้บุกรุก คาดว่าเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับ C สถานการณ์ไม่ชัดเจน ขอให้เจ้าหน้าที่ระดับ D ขึ้นไปเตรียมพร้อมรบและเข้าสนับสนุนด่วน!”
“ย้ำ! ศูนย์วิเคราะห์สายพันธุ์ประจำสถาบันวิจัยเมืองแจ้งเหตุฉุกเฉิน ตรวจพบผู้บุกรุก คาดว่าเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับ C สถานการณ์ไม่ชัดเจน ขอให้เจ้าหน้าที่ระดับ D ขึ้นไปเตรียมพร้อมรบและเข้าสนับสนุนด่วน!”
ศูนย์วิเคราะห์สายพันธุ์อยู่ห่างจากสำนักงานกำกับดูแลฯ แค่ถนนกั้น วิ่งไปไม่ถึง 5 นาทีก็ถึง
กล้าบุกเข้ามาถึงจมูกขนาดนี้ นี่มันตบหน้าสำนักงานกำกับดูแลฯ ชัดๆ
เกาเจี้ยนดีดตัวผึงเตรียมวิ่ง แต่ยังไม่ทันก้าวขา มือใหญ่แข็งแรงราวกับคีมเหล็กก็คว้าคอเสื้อเขาไว้... หวังจิ้นนั่นเอง
พูดตรงๆ วันสอบเกาเจี้ยนซึ้งใจหวังจิ้นมากที่ออมมือให้ แต่พอมาทำงานด้วยกันจริงๆ เขาเริ่มรู้สึกว่าหวังจิ้นก็เหมือนรุ่นพี่คนอื่น ชอบโยนงานขยะให้ทำ แถมยังขัดขวางความเจริญก้าวหน้าของเขาอีก
เนี่ย... เอาอีกแล้ว
“จะไปไหน?” เสียงหวังจิ้นดังมาจากด้านหลัง
“ไปสถาบันวิจัยสิพี่!” เกาเจี้ยนร้อนรน โอกาสทองมาถึงแล้ว ขืนชักช้าตลาดวายพอดี
“กลับไปนั่งที่ เขาประกาศว่าให้ระดับ D ขึ้นไป แกหูหนวกหรือไง?”
หวังจิ้นสั่งเสียงเขียว แต่เกาเจี้ยนไม่สน ตอนนี้ในหัวมีแต่คำว่า ‘ผลงาน’ เกาเจี้ยนสะบัดตัวหนี แต่หวังจิ้นไม่ออมมือเหมือนวันสอบ เขาออกแรงกระชากวูบเดียว เกาเจี้ยนก็ลอยละลิ่วลงไปจูบพื้น
โครม!
“อยู่นิ่งๆ ไอ้นกกระจอก”
แรงกระแทกทำเอาเกาเจี้ยนมึนตึ้บ วันสอบที่เขายื้อได้ถึง 10 ท่า เพราะหวังจิ้นไม่ได้ใช้พลังปราณ แต่ตอนนี้หวังจิ้นใส่เต็ม เกาเจี้ยนที่เพิ่งจะเริ่มฝึกวิชา ไม่มีทางสู้แรงควายถึกระดับ D ได้เลย
ระดับ D ขั้นสูงสุดมีพลังโจมตีเกือบ 100P มากกว่าเกาเจี้ยนถึง 5 เท่า
ช่องว่างขนาดนี้ต่อให้มีวิชาควบคุมเพลิงช่วยก็ไล่ไม่ทัน โดนตบทีเดียวดับอนาถแน่นอน
หวังจิ้นทิ้งเกาเจี้ยนไว้กลางห้องแล้ววิ่งออกไป ทันใดนั้นเจ้าหน้าที่ระดับ D กว่าสิบคนก็กรูกันออกจากประตูหน้าสำนักงาน
เกาเจี้ยนไม่ยอมแพ้ เขาไม่ใช่เด็กใหม่คนเดียวที่คิดจะไปแจม พอวิ่งมาถึงหน้าประตู ก็เห็นเฉิงเทียนเจ๋อกับเสิ่นซินหรานยืนเถียงกับยามอยู่ ทั้งคู่โดนกักตัวไว้เหมือนกัน
ยามไม่ยอมปล่อย สั่งห้ามเด็กใหม่ออกนอกพื้นที่เด็ดขาด
เกาเจี้ยนเห็นดังนั้นก็ค่อยๆ ถอยกลับมาตั้งหลักในออฟฟิศ
เขาเข้าใจว่าสำนักงานเป็นห่วงความปลอดภัย แต่เกาเจี้ยนเชื่อว่าประสบการณ์จริงสำคัญกว่าการนั่งฟังบรรยายในห้องแอร์
เขายังไม่เคยเห็นผู้มีพลังพิเศษสู้กันจริงๆ จังๆ สักครั้ง ต่อให้ได้ดูอยู่ห่างๆ ก็ยังดีกว่านั่งรอฟังข่าวเฉยๆ