เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 3 คารวะเทพการเรียน

บทที่ 3 คารวะเทพการเรียน

บทที่ 3 คารวะเทพการเรียน


บทที่ 3 คารวะเทพการเรียน

เช้าวันรุ่งขึ้น เกาเจี้ยนปรากฏตัว ณ สนามสอบตรงตามเวลานัดหมาย

ก่อนออกจากห้องพัก เกาเจี้ยนลองเช็กข้อมูลในอินเทอร์เน็ตดูอีกรอบ แล้วก็พบประกาศรับสมัครงานเล็กๆ ชิ้นหนึ่งโผล่ขึ้นมาในเว็บไซต์ทางการ วันที่ประกาศระบุว่าเมื่อสามวันก่อน เกาเจี้ยนมั่นใจล้านเปอร์เซ็นต์ว่าเมื่อวานมันยังไม่มี! โผล่มาวันนี้แบบเนียนๆ สไตล์การทำงานของสำนักงานกำกับดูแลฯ เริ่มทำให้เกาเจี้ยนระแวงขึ้นทุกที

คนอื่นส่วนใหญ่ขับรถส่วนตัวหรือนั่งแท็กซี่มา มีแค่เกาเจี้ยนที่นั่งรถเมล์ พอมาถึงหน้าประตู เขาก็เห็นชายหนุ่มวัยยี่สิบต้นๆ กำลังมีปากเสียงกับยามเฝ้าประตู

“ไม่มีบัตรสอบ เข้าไม่ได้”

“ก็พวกคุณสะเพร่าไม่ให้ผมเอง จะมาโทษผมได้ไง?”

เหยื่อรายนี้คงโดนหลอกจนเปื่อยเหมือนกัน

จางเจี่ยนเหวิน บ้านอยู่ข้างสำนักงานกำกับดูแลฯ เมื่อเช้าออกมาหาอะไรกิน แล้วบังเอิญเห็นประกาศสอบแผ่นใหม่แปะอยู่: สอบข้อเขียนรอบแรกเวลา 09:00 น. ที่สนามฝึกซ้อมเอกชน เลขที่ 33 ถนนหวงเหอ สามวันหลังสอบข้อเขียน ผู้ผ่านเกณฑ์ให้มาสอบรอบสองที่เดิม

สอบเก้าโมงเช้า ประกาศสถานที่สอบตอนแปดโมงเช้า แถมยังใช้กระดาษเอสี่แปะประกาศ ถามจริง ใครจะไปตรัสรู้ทัน?

จางเจี่ยนเหวินคิดว่าสำนักงานกำกับดูแลฯ เล่นตลกกับคนสมัคร แต่คิดอีกที นี่อาจจะเป็นโอกาสทอง

ในเมื่อรับแค่สิบคน ยิ่งคนมาสอบน้อย โอกาสได้งานก็ยิ่งสูงไม่ใช่เหรอ?

หรือนี่จะเป็นออร่าพระเอกทำงาน?

จางเจี่ยนเหวินรีบนั่งแท็กซี่มาด้วยความตื่นเต้น แต่ดันโดนกักตัวเพราะไม่มีบัตรสอบ เขารีบนั่งรถกลับไปที่สำนักงานกำกับดูแลฯ พบว่าห้องรับสมัครปิดล็อค ไม่มีใครแจกบัตรสอบให้ พอตาลีตาเหลือกกลับมาที่สนามสอบ เห็นคนอื่นถือบัตรสอบเดินเข้าไปกันหน้าตาเฉย จางเจี่ยนเหวินก็ฟิวส์ขาด

“เรื่องที่คุณพูดผมไม่รู้เรื่อง แต่ถ้าคุณยังก่อกวนการสอบ ผมต้องขอเชิญคุณออกไปด้วยกำลัง” ยามรูปร่างปานกลางในชุดเครื่องแบบพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ดูไม่มีพิษมีภัย

“เอาสิ!”

คนที่มาสมัครงานนี้ย่อมต้องมีพื้นฐานการต่อสู้ จางเจี่ยนเหวินตัวใหญ่ล่ำบึ้ก ไม่เคยยอมให้ใครมารังแกง่ายๆ

มึงคิดจะเล่นตลกกับกูเหรอ?

พูดจบจางเจี่ยนเหวินก็เหวี่ยงกระเป๋าทิ้ง แล้วใช้สองมือผลักไหล่ยามอย่างแรง นี่เป็นท่างัดข้อสไตล์นักเรียนนักเลง เริ่มจากผลักอกวัดใจ แล้วค่อยใส่กันนัว

น่าเสียดาย ยามคนนี้ไม่ใช่เด็กนักเรียน แต่เป็นเจ้าหน้าที่สำนักงานกำกับดูแลฯ ที่วันนี้มีหน้าที่เดียวคือรักษาความสงบเรียบร้อย

เกาเจี้ยนยืนมองเหตุการณ์อยู่ไม่ไกล เห็นจางเจี่ยนเหวินถูกยามจับมือล็อคไว้อย่างง่ายดาย แล้วบิดกลับหลังจับทุ่มด้วยท่าทุ่มข้ามไหล่

ตึง!

ร่างของจางเจี่ยนเหวินกระแทกพื้นเสียงดังสนั่น ฝุ่นตลบอบอวล เห็นแล้วเจ็บแทน

“ไอ้โง่”

ชายหนุ่มคนหนึ่งเดินผ่านเกาเจี้ยนไป พึมพำเบาๆ แล้วยื่นบัตรสอบให้ยาม

เกาเจี้ยนแอบเห็นใจจางเจี่ยนเหวิน ถ้าเมื่อวานเขาไม่ได้บัตรสอบมาแบบฟลุ๊คๆ ป่านนี้คงไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีสอบวันนี้

แต่เกาเจี้ยนไม่ได้คิดจะผดุงความยุติธรรม พูดตรงๆ คือเขาไม่มีปัญญา

การเข้าทำงานที่นี่สำคัญต่อเกาเจี้ยนมาก และเพราะเรื่องจดหมายแนะนำตัว เขาจึงเสียเปรียบคนอื่นตั้งแต่จุดสตาร์ท เกาเจี้ยนต้องระวังตัวทุกฝีก้าว

คนเข้าสอบมีไม่เยอะ ประมาณสี่สิบกว่าคน อายุคละกันไป แต่ส่วนใหญ่ยังดูเด็ก คนที่เด็กสุดน่าจะเพิ่งอยู่มัธยมต้น ส่วนสูงไล่เลี่ยกับจินฮ่าวที่นั่งอยู่แถวหน้า เกาเจี้ยนเห็นจินฮ่าว อีกฝ่ายหน้าเปลี่ยนสีทันทีที่เห็นเขา แต่คงเกรงใจกฎระเบียบเลยไม่กล้าพูดอะไร ได้แต่ชูนิ้วกลางให้เงียบๆ

ยังแค้นฝังหุ่นสินะ!

เกาเจี้ยนไม่ยอมแพ้ ยกมือทำท่าขีดระดับความสูงที่ต้นแขนตัวเอง สูงเท่าระดับศีรษะจินฮ่าวพอดีเป๊ะ

หน้าจินฮ่าวเปลี่ยนสีทันที

[ได้รับค่าอารมณ์ด้านลบจากจินฮ่าว +777]

เกาเจี้ยนขำในใจ เรื่องกวนประสาทไอ้หมอนี่กระจอกมาก

ใกล้จะเก้าโมง ชายร่างยักษ์ในเสื้อกล้ามรัดรูปกางเกงทหารขายาวเดินเข้ามา กะจากสายตาน่าจะสูงเกินร้อยเก้าสิบเซนติเมตร กล้ามเนื้อเป็นมัดๆ ชัดเจนจนน่าเกรงขาม จินฮ่าวเห็นแล้วแอบอิจฉา นี่แหละรูปร่างในฝันของเขา!

จินฮ่าวเงยหน้ามองชายร่างยักษ์ แล้วหันกลับมามองเกาเจี้ยนด้วยสายตาอาฆาต

[ได้รับค่าอารมณ์ด้านลบจากจินฮ่าว +273]

เกาเจี้ยนได้รับแจ้งเตือนค่าอารมณ์ด้านลบก็งงเป็นไก่ตาแตก นี่กูไปทำอะไรให้มึงอีกเนี่ย? อยู่ดีๆ ก็แจกแต้มเฉย

“ผมชื่อหวังจิ้น เป็นคนคุมสอบ ผมมีกฎสามข้อ ใครฝ่าฝืนตัดสิทธิ์สอบทันที” เสียงห้าวทรงพลังของหวังจิ้นดังก้องห้องสอบ

“ข้อหนึ่ง ห้ามลอก ข้อสอง เริ่มสอบแล้วใครยังไม่เข้าห้องถือว่าสละสิทธิ์ ข้อสาม ต้องได้คะแนนหกสิบคะแนนถึงจะมีสิทธิ์สอบรอบต่อไป เอาล่ะ แจกข้อสอบ”

พอเห็นข้อสอบ เกาเจี้ยนก็สัมผัสได้ถึงความอำมหิตของสำนักงานกำกับดูแลฯ เขาได้ยินมาว่าปีนี้เปลี่ยนกฎการสอบ นึกว่าลดเกณฑ์คะแนนผ่านลงเพื่อให้คนผ่านง่ายขึ้น ที่ไหนได้ คะแนนเต็มของข้อสอบชุดนี้คือหกสิบต่างหาก

รอบแรกต้องได้คะแนนเต็มเลยเหรอ?

เหอะ ก็ดีเหมือนกัน

ผิดคาด ผู้เข้าสอบคนอื่นไม่ได้โวยวายเรื่องคะแนนเต็มหกสิบสักแอะ มีแค่คนซวยคนหนึ่งที่มาสายสองนาที โดนหวังจิ้น ‘เชิญออก’ ไปตามระเบียบ ทำให้เกาเจี้ยนรู้ซึ้งว่ากฎของหวังจิ้นนั้นเข้มงวดแค่ไหน

หวังจิ้นคุมสอบเข้มมาก ระหว่างสอบมีคนแอบจดโพยมา พอโดนจับได้ หวังจิ้นก็หิ้วคอเสื้อโยนออกไปทางหน้าต่างทันที

จังหวะที่พี่คนนั้นลอยละลิ่วออกไป เกาเจี้ยนเห็นผู้เข้าสอบหลายคนรีบยัดของบางอย่างลงกระเป๋ากันพัลวัน มีคนหนึ่งรีบยัดเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ เสียงกระดาษกรอบแกรบดังเบาๆ แต่พอหวังจิ้นหันกลับมา ทุกคนก็นั่งนิ่งเป็นเป่าสาก ไอ้คนที่ยัดเข้าปากก็เหมือนจะกลืนโพยลงท้องไปเรียบร้อยแล้ว

สมกับเป็นแหล่งรวมยอดมนุษย์จริงๆ

เวลาสอบเก้าสิบนาที เกาเจี้ยนใช้เวลาแค่ครึ่งชั่วโมงก็ทำเสร็จ ตรวจทานอีกสองรอบ แล้วส่งกระดาษคำตอบก่อนเวลาตั้งสี่สิบห้านาที

เขาเดินออกจากห้องเป็นคนแรก มองดูผู้เข้าสอบคนอื่นที่ยังกัดปากกา เกาหัว ปาดเหงื่อ เกาเจี้ยนก็รู้สึกเหนือชั้นขึ้นมาทันที มีจดหมายแนะนำตัวแล้วไง? ฉันไม่มี แต่ฉันจะสอบได้ที่หนึ่งให้ดู

...

สองวันต่อมา เกาเจี้ยนยืนนิ่งอยู่หน้าบอร์ดประกาศคะแนนเป็นเวลานาน

ที่ท่องจำมาไม่เสียเปล่า เกาเจี้ยนสอบได้คะแนนรวมหกสิบเต็ม คว้าอันดับหนึ่ง... นับจากท้ายตาราง

คนผ่านรอบแรกมีทั้งหมดยี่สิบสองคน ที่หนึ่งคือเสิ่นซินหราน ได้เจ็ดสิบเจ็ดคะแนน ไล่ลงมาเรื่อยๆ เจ้าจินฮ่าวได้หกสิบแปดคะแนนครึ่ง อยู่อันดับสิบเก้า

เกาเจี้ยนสัมผัสได้ถึงความอำมหิตระลอกใหม่จากสำนักงานกำกับดูแลฯ ข้อสอบคะแนนเต็มหกสิบ พวกแก...

หน้าด้านไปไหม?

“ที่โหล่รองสุดท้าย? ชิบหายแล้ว เห็นไหมฉันบอกแล้วว่าก่อนสอบอย่ามาหาแก ซวยเลย”

“โทษฉันเหรอ?”

“แล้วจะให้โทษใครล่ะ? พ่อตัวดี”

“คิกคิก”

เสียงบทสนทนาขัดจังหวะความคิดของเกาเจี้ยน เขาหันไปเห็นชายหญิงคู่หนึ่ง ฝ่ายชายใส่ชุดขาวล้วนดูเจ้าสำอาง หน้าตาเหมือนคนอดนอนหรือหมกมุ่นในกามรมณ์ ฝ่ายหญิงใส่สายเดี่ยวขาสั้นอวดหุ่นเซ็กซี่ หน้าอกตูม ขาเรียวยาว ก้นงอนงาม

ที่โหล่รองสุดท้าย?

เกาเจี้ยนเหลือบไปดู พ่อหนุ่มคนนี้ชื่อมู่เซียวไป๋ ได้หกสิบห้าคะแนน ฟังจากที่คุยกันแสดงว่าทำข้อสอบได้ไม่ดี ได้คะแนนเกินเกณฑ์มาแค่ห้าคะแนน

“เฮ้ยพวก นายได้ที่เท่าไหร่?” มู่เซียวไป๋ตบไหล่เกาเจี้ยน

“ฮะ?” เกาเจี้ยนกำลังจะถามเรื่องคะแนนอยู่พอดี ไม่นึกว่าอีกฝ่ายจะทักมาก่อน

“ที่หนึ่ง” เกาเจี้ยนชี้ไปที่คะแนนของตัวเอง

มู่เซียวไป๋มองตามแล้วยกนิ้วโป้งให้ “แม่นเป๊ะ”

แม่นกะผีน่ะสิ!

เกาเจี้ยนไม่มีอารมณ์มาเล่นลิ้น รีบถามทันที “ข้อสอบเต็มหกสิบ ทำไมพวกนายได้คะแนนเกิน?”

“ก็มีคะแนนบวกเพิ่มไง”

“บวกเพิ่มอะไร? จดหมายแนะนำตัวเหรอ? บวกกี่คะแนน?” ตอนดูบอร์ดครั้งแรกเกาเจี้ยนก็สงสัยเรื่องนี้อยู่แล้ว พอมู่เซียวไป๋พูดถึงคะแนนบวกเพิ่ม เขาก็มั่นใจแปดเก้าส่วน

“ยี่สิบไง”

“เชี่ยเอ้ย!” เกาเจี้ยนสบถลั่น อุตส่าห์อดตาหลับขับตานอนท่องหนังสือแทบตาย พวกนั้นแค่มีจดหมายแนะนำตัวใบเดียวก็ได้คะแนนฟรีๆ แล้ว? ที่สำคัญคือเขารับแค่สิบคน ถ้าคิดจากคะแนนรวม เกาเจี้ยนไม่ได้แค่ต้องผ่านเกณฑ์ แต่ต้องทำคะแนนแซงหน้าคนพวกนั้นให้ได้

คะแนนห่างกันเป็นสิบ จะเอาอะไรไปไล่ทัน?

มู่เซียวไป๋เริ่มเข้าใจสถานการณ์ พ่อหนุ่มตรงหน้าคือเทพผู้ทำคะแนนดิบได้เต็ม “สรุปนายคือเทพการเรียนเหรอเนี่ย? คารวะๆ”

“ไปล่ะ!”

เกาเจี้ยนหันหลังเดินหนี เจอคนกวนประสาทกว่าตัวเองซะงั้น

“เฮ้ยเดี๋ยวสิ จะรีบไปไหน เทพดื่มสักแก้วไหม?”

“ถ้าตัดคำว่าเทพออกเดี๋ยวไปดื่มด้วย”

“เทพ... เอ้อ ช่างแม่งเหอะ”

[ได้รับค่าอารมณ์ด้านลบจากมู่เซียวไป๋ +66]

จบบทที่ บทที่ 3 คารวะเทพการเรียน

คัดลอกลิงก์แล้ว