- หน้าแรก
- พี่ครับ ผมแค่ตบยุง พวกเอ็งนึกว่าใช้วิชาฝ่ามือสะท้านภพ
- บทที่ 2 เจ๊แกคือยอดฝีมือ
บทที่ 2 เจ๊แกคือยอดฝีมือ
บทที่ 2 เจ๊แกคือยอดฝีมือ
บทที่ 2 เจ๊แกคือยอดฝีมือ
เกาเจี้ยนเตรียมตัวสำหรับการสอบเข้าสำนักงานกำกับดูแลฯ มาเป็นเวลาสองปีแล้ว การสอบแบ่งออกเป็นสองส่วน รอบแรกคือข้อเขียน รอบสองคือการต่อสู้ สองปีมานี้เกาเจี้ยนแทบไม่ได้แตะวิชาเอกซอฟต์แวร์เลย วันๆ เอาแต่ท่องจำข้อสอบ ฟิตร่างกาย และฝึกศิลปะการต่อสู้ตามคลิปวิดีโอ
ด้วยส่วนสูงของจินฮ่าว เดิมทีเกาเจี้ยนไม่ได้รู้สึกกดดันอะไรเลย
ทว่าความจริงกลับไม่เป็นอย่างที่คิด ทันทีที่กำปั้นปะทะเข้ากับท่อนแขน เกาเจี้ยนก็ซึ้งถึงสัจธรรมที่ว่า ‘เล็กพริกขี้หนู’ นั้นเป็นอย่างไร
หมัดนี้ทรงพลังอย่างเหลือเชื่อ เกาเจี้ยนเสียหลักเซถอยหลังไปจนขาชนขอบโต๊ะทำงาน แรงกระแทกนั้นมากพอที่จะดันโต๊ะไม้เนื้อหนาให้ไถลตามเกาเจี้ยนไปด้านหลังเป็นระยะทางช่วงหนึ่ง
เมื่อการโจมตีครั้งแรกไม่สัมฤทธิ์ผล จินฮ่าวก็ง้างหมัดซัดเข้ามาอีกครั้ง คราวนี้ดูรุนแรงกว่าหมัดแรก เหมือนตั้งใจจะน็อคเกาเจี้ยนให้ร่วงในหมัดเดียว
“หยุดเดี๋ยวนี้” เสียงของหลี่โหรวดังขึ้นจากด้านหลัง
แต่จินฮ่าวที่กำลังเลือดขึ้นหน้าเพราะคำว่า ‘เตี้ย’ ไม่สนใจเสียงห้ามปรามของหลี่โหรว กำปั้นของเขายังคงพุ่งตรงมาโดยไม่มีท่าทีว่าจะหยุด
เกาเจี้ยนย่อเข่าตั้งการ์ดด้วยสีหน้าเคร่งเครียด การปะทะกันยกแรกทำให้เขาเสียจังหวะ การจะรับหมัดนี้ให้ได้คงไม่ใช่เรื่องง่าย
หมัดของจินฮ่าวเร็วมาก แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะเร็วที่สุด
ในขณะที่เกาเจี้ยนทุ่มสมาธิทั้งหมดไปกับการป้องกัน เขาก็รู้สึกถึงลมวูบหนึ่งพัดผ่านหลังคอ จากนั้นแก้วน้ำสแตนเลสใบหนึ่งก็พุ่งเข้ากระแทกกลางหน้าผากของจินฮ่าวอย่างจัง เกิดเสียงดังสนั่น
เคร้ง!
แรงปะทะมหาศาลทำให้จินฮ่าวหงายท้องตึงลงไปนอนกับพื้นราวกับถูกยิง แก้วน้ำกระดอนจากหน้าผากลอยละลิ่ว ก่อนจะตกลงพื้นกลิ้งหลุนๆ ส่งเสียง แก๊งๆ ตามมา เกาเจี้ยนก้มลงมอง ก็เห็นว่าแก้วสแตนเลสใบนั้นบุบเข้าไปถึงครึ่งแถบ ราวกับถูกทุบด้วยค้อนปอนด์
[ได้รับค่าอารมณ์ด้านลบจากจินฮ่าว +438]
“เห็นที่นี่เป็นสนามเด็กเล่นหรือไง?”
หลี่โหรววางหนังสือลง เกาเจี้ยนคาดไม่ถึงเลยว่าเจ๊แผนกรับสมัครคนนี้จะเป็นยอดฝีมือที่ซ่อนเร้นกาย
จินฮ่าวมึนงงไปหมด วิชาสำนักกระถางเพชรตัดของพวกเขาเน้นฝึกความแข็งแกร่งของร่างกายภายนอก ปกติใครปาก้อนหินใส่ เขาเอาหัวรับได้สบายๆ แต่นึกไม่ถึงว่าวันนี้จะโดนแก้วน้ำเบาหวิวปาจนหัวปูดเป็นลูกมะนาว
ก่อนออกจากบ้าน พ่อเตือนนักเตือนหนาว่าให้ทำตัวเรียบง่ายถ่อมตน ไหงลืมซะได้?
จินฮ่าวกุมหัวลุกขึ้นยืน จ้องมองเกาเจี้ยนด้วยดวงตาที่ยังเต็มไปด้วยไฟโทสะ
“ฝากไว้ก่อนเถอะมึง ออกไปเจอกันข้างนอก”
จินฮ่าวชี้นิ้วใส่หน้าเกาเจี้ยน เขาเองก็ได้สติแล้วว่าไม่ควรมาหาเรื่องในถิ่นของสำนักงานกำกับดูแลฯ รอให้ออกพ้นประตูไปก่อน คู่ต่อสู้กระจอกงอกง่อยแบบนี้ เขาจะขยี้ให้แหลกคามือเมื่อไหร่ก็ได้
หือ? ยังมีหน้ามาขู่อีก
พูดตามตรง เกาเจี้ยนค่อนข้างกังวลกับคำขู่ของจินฮ่าว เพราะเจ้าเตี้ยนี่เป็นมวยจริง ถ้าสู้กันซึ่งๆ หน้าเขาเสียเปรียบเห็นๆ แต่ในเมื่อกำลังกายสู้ไม่ได้ ก็ต้องใช้สมองเข้าสู้แทน
เกาเจี้ยนหันไปหยิบขวดโค้กขึ้นมา เขย่าไปมาแล้วถามว่า “ขวดนี้ยกให้ฉันแล้วใช่ไหม?”
“เออ ให้แล้ว” จินฮ่าวคิดในใจว่าไอ้หมอนี่มันบ้านนอกชะมัด เขาปาทิ้งประชดแท้ๆ ยังหน้าด้านจะเอาอีก
แล้วนั่น... นายไม่เคยแดกโค้กหรือไง? เขย่าแรงขนาดนั้นเปิดออกมามันก็พุ่งสิวะ?
เดี๋ยว! ไอ้เชี่ย อย่าหันปากขวดมาทางกู!
ฟู่!!!
พุ่งจริงๆ ด้วย
เกาเจี้ยนยอมรับว่าเมื่อกี้เขาตั้งใจเขย่าสุดแรงเกิด อัดแก๊สในขวดโค้กจนแน่นเอี๊ยด ทันทีที่คลายมือ ฝาขวดก็พุ่งกระเด็น สายธารน้ำอัดลมสีดำพุ่งเข้าใส่หน้าจินฮ่าวเต็มๆ
“เชี่ยเอ้ย!”
[ได้รับค่าอารมณ์ด้านลบจากจินฮ่าว +567]
ต่อให้จินฮ่าวฝึกวิชามาแกร่งแค่ไหน ก็ไม่มีวิชาไหนสอนวิธีกันน้ำโค้ก มันไม่ได้รุนแรงอะไรหรอก แต่มันเลอะเทอะเหนียวเหนอะหนะ น่าขยะแขยงสุดๆ จินฮ่าวใช้มือปาดน้ำหวานออกจากหน้า ความโกรธที่เพิ่งจะมอดลงไปบ้าง ตอนนี้ลุกโชนยิ่งกว่าเดิม
เรียบง่ายพ่อมึงสิ!
จินฮ่าวซัดหมัดเสยเข้าใส่ปลายคางเกาเจี้ยนทันที
เกาเจี้ยนระวังตัวแจอยู่แล้ว หมัดนี้จึงไม่ได้เหนือความคาดหมาย เขาโยนขวดโค้กใส่เท้าจินฮ่าว แล้วยกแขนไขว้กันตั้งการ์ดป้องกันช่วงอกทันที
ปัง!
หมัดของจินฮ่าวแข็งราวกับหิน ทันทีที่ปะทะกับท่อนแขน ความชาหนึบก็แล่นพล่านไปทั่ว เกาเจี้ยนรู้สึกเหมือนแขนขวาหมดแรงยกไม่ขึ้นไปชั่วขณะ รับได้หมัดหนึ่ง หมัดต่อไปก็พุ่งตามมาติดๆ จินฮ่าวประเมินฝีมือเกาเจี้ยนไว้แล้ว มั่นใจว่าแค่สามหมัด อีกฝ่ายก็ไม่มีทางป้องกันได้
ส่วนหลี่โหรว จะวิ่งมาห้ามก็คงไม่ทันการณ์
อย่างมากก็แค่โดนลงโทษทีหลัง ถ้าไม่ถึงขั้นฆ่าแกงกันตาย สำนักงานกำกับดูแลฯ ก็คงทำอะไรเขาไม่ได้มากนัก แต่ความแค้นที่มีต่อไอ้หมอนี่มันอัดอั้นจนรอไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียว
จริงๆ แล้วจินฮ่าวไม่ได้โง่ เขาเล็งจังหวะลงมือตอนที่เห็นว่าบนโต๊ะหลี่โหรวไม่มีของแข็งอะไรเหลือแล้วต่างหาก
จะปาอาวุธลับมาอีกเหรอ?
คงไม่ทุ่มคอมพิวเตอร์ใส่หรอกมั้ง?
ใบสมัครพวกนั้นก็ไม่มีดาเมจ
สิ่งที่ดูมีภาษีที่สุดก็คือนิยายเรื่อง ‘บันทึกจอมพลัง’ เล่มนั้น แต่ดูเจ๊แกถนอมปานดวงใจ คงไม่กล้าโยนทิ้งขว้างแน่ๆ
เดี๋ยว... สัมผัสที่คุ้นเคยนี่มัน
หมัดที่สองของจินฮ่าวยังไม่ทันสัมผัสตัวเกาเจี้ยน เขาก็เห็นเงาสายหนึ่งพุ่งแหวกอากาศเข้ามา ภาพเหตุการณ์ช่างคล้ายคลึงกับเมื่อสองนาทีก่อนอย่างน่าประหลาด ทั้งวิถีโค้ง ทั้งแรงกดดัน...
หรือจะเป็นแก้วน้ำอีกแล้ว?
เป็นไปได้ยังไง?
เคร้ง~
เกาเจี้ยนรู้สึกว่าเสียงนี้ช่างไพเราะเสนาะหู กังวานใสก้องราวกับจะดังก้องอยู่ในหัวไปอีกสามวันเจ็ดวัน
ด้วยแรงปะทะมหาศาล จินฮ่าวหงายหลังล้มตึงลงไปนอนแช่ในกองน้ำอัดลมราวกับโดนสไนเปอร์สอย ไม่รู้ว่าเกาเจี้ยนมีญาณหยั่งรู้อนาคตหรืออย่างไร ขวดโค้กที่เขาโยนทิ้งไปมั่วๆ กลับไปนอนกลิ้งรอจินฮ่าวอยู่ตรงนั้นพอดิบพอดี แถมยังพ่นฟองฟู่ๆ ออกมาเหมือนจะปฏิบัติหน้าที่วาระสุดท้ายอย่างแข็งขัน
คราวนี้จินฮ่าวเจ็บหนักกว่าเดิม คงลุกไม่ขึ้นไปอีกพักใหญ่
[ได้รับค่าอารมณ์ด้านลบจากจินฮ่าว +528]
“พวกนายอยากตายหรือไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว?”
เกาเจี้ยนหันขวับไปมอง ก็เห็นหลี่โหรวควักแก้วน้ำชาหน้าตาเหมือนเดิมเปี๊ยบออกมาจากใต้โต๊ะอีกใบ นี่เจ๊แกตุนคลังแสงอาวุธลับไว้เยอะขนาดไหนกันเนี่ย?
“ฮะ... ฮ่ะๆ” เกาเจี้ยนหัวเราะแห้งๆ อย่างรักษามารยาทแต่ก็ซ่อนความเก้อเขินไม่มิด
“ผมกลับก่อนนะครับ”
คราวนี้หลี่โหรวไม่ได้ปาแก้วตามหลังมา ไม่ใช่เพราะเห็นว่าเกาเจี้ยนทำถูก แต่เพราะเขาไม่ได้ลงไม้ลงมือตอบโต้ พฤติกรรมจึงยังไม่ล้ำเส้นที่เธอกำหนดไว้ ส่วนจินฮ่าวก็ได้แต่นอนงงในดงโค้ก เขาไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าไอ้เวรเกาเจี้ยนที่เต้นเร่าๆ ยั่วยุอยู่บนเส้นความอดทนตั้งนานสองนาน ทำไมจุดจบถึงไม่เหมือนเขา?
[ได้รับค่าอารมณ์ด้านลบจากจินฮ่าว +490]
...
...
เพื่อความสะดวกในการทำงานพิเศษ เกาเจี้ยนจึงไม่ได้อยู่หอพักมหาวิทยาลัย แต่เช่าอพาร์ตเมนต์ขนาดสามสิบตารางเมตรในตัวเมืองแทน
พอกลับมาถึงห้อง ยิ่งคิดเกาเจี้ยนก็ยิ่งรู้สึกทะแม่งๆ เขาจึงลองเปิดเว็บไซต์ของสำนักงานกำกับดูแลฯ สาขาเมืองลวี่หยางดู ปรากฏว่าหาประกาศรับสมัครงานไม่เจอเลยสักหัวข้อเดียว
นี่มันผิดปกติสุดๆ
ถึงเกาเจี้ยนจะตั้งใจสอบเข้าที่นี่มาสองปีแล้ว แต่เขามุ่งเน้นไปที่เนื้อหาการสอบ ไม่ค่อยได้สนใจขั้นตอนการสมัครเท่าไหร่ ที่เขามาทันรอบนี้ เพราะเมื่อสามวันก่อนเขาไปดูลาดเลา แล้วบังเอิญเห็นหลี่โหรวกำลังแปะประกาศรับสมัครอยู่ที่โถงบริการพอดี
ตอนนั้นเกาเจี้ยนยังแอบขำอยู่เลย หน่วยงานรัฐบาลใหญ่โตขนาดนี้ เวลาเปิดรับสมัครกลับใช้กระดาษเอสี่แผ่นเดียวแปะโฆษณา แถมยังไปแปะหลบมุมซะขนาดนั้น ชุ่ยสิ้นดี
แต่มาวันนี้เกาเจี้ยนเพิ่งตระหนักได้ว่า ไอ้กระดาษแผ่นนั้นอาจจะเป็นประกาศรับสมัคร ‘เพียงแห่งเดียว’ ของสำนักงานกำกับดูแลฯ สาขาเมืองลวี่หยางในรอบนี้
มิน่าล่ะคนถึงมาสมัครน้อยนิด เพราะไม่มีใครรู้ข่าวนี่เอง
ถ้าไม่อยากให้คนมาสมัคร แล้วจะแปะประกาศหาพระแสงทำไม?
เกาเจี้ยนคิดไม่ตก เขารู้สึกว่าการรับสมัครของสำนักงานกำกับดูแลฯ ครั้งนี้ มีความพิศวงซ่อนอยู่เต็มไปหมด