- หน้าแรก
- พี่ครับ ผมแค่ตบยุง พวกเอ็งนึกว่าใช้วิชาฝ่ามือสะท้านภพ
- บทที่ 1 จดหมายแนะนำตัว
บทที่ 1 จดหมายแนะนำตัว
บทที่ 1 จดหมายแนะนำตัว
บทที่ 1 จดหมายแนะนำตัว
วันนี้เป็นวันเปิดรับสมัครเจ้าหน้าที่ประจำสำนักงานกำกับดูแลผู้มีพลังพิเศษแห่งเมืองลวี่หยาง เกาเจี้ยนเดินผ่านระเบียงทางเดินอันว่างเปล่าเงียบเชียบ มาหยุดอยู่ที่หน้าห้องทำงานห้องหนึ่งที่มีป้ายแขวนชั่วคราวเขียนว่า “จุดรับสมัคร”
ภายในห้องกว้างขวางมีผู้หญิงนั่งอยู่เพียงคนเดียว เธอดูมีอายุราวสามสิบต้นๆ ป้ายชื่อหน้าอกเขียนว่า ‘หลี่โหรว’ หน้าตาก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่อะไร เพียงแต่มองแล้วสัมผัสได้ถึงความ ‘แมน’ ทะลุจอ หาความ ‘โหรว’ (อ่อนโยน) ตามชื่อไม่เจอเลยสักนิด
“จดหมายแนะนำตัว” หลี่โหรวเอ่ยปาก
“จดหมายแนะนำตัวอะไรครับ?”
เกาเจี้ยนจำไม่ได้ว่าในประกาศรับสมัครมีระบุเรื่องนี้ด้วย
จะว่าไปตอนมาถึง เกาเจี้ยนก็รู้สึกทะแม่งๆ อยู่แล้ว ชื่อเต็มของหน่วยงานนี้คือ ‘สำนักงานกำกับดูแลผู้มีพลังพิเศษแห่งสาธารณรัฐประชาชนหัวเซี่ย สาขาเมืองลวี่หยาง’ ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐที่มีอำนาจล้นมือ แต่เปิดรับสมัครบุคคลภายนอกทั้งที ทำไมถึงแทบไม่มีคนมาสมัครเลย?
หรือจะเป็นเพราะไอ้จดหมายแนะนำตัวที่ว่านี่?
“อ้อ งั้นก็กรอกแบบฟอร์มแล้วรอเรียกตัว”
หลี่โหรวไม่ได้แสดงความเห็นอะไรเรื่องที่เขาไม่มีจดหมาย เธอชี้ไปที่กองเอกสารข้างๆ อย่างขอไปที แล้วเบนสายตากลับไปจดจ่อกับหนังสือปกดำในมือ จากมุมของเกาเจี้ยน เห็นชื่อเรื่องบนปกว่า ‘บันทึกจอมพลัง’ ดูเหมือนจะเป็นนิยาย
สมกับเป็นหน่วยงานราชการที่มีอำนาจจริงๆ ท่าทางเมินเฉยแบบนี้หาตัวจับยากชะมัด
เกาเจี้ยนไม่สนใจท่าทีของหลี่โหรว ก้มหน้าก้มตากรอกแบบฟอร์มอย่างตั้งใจ
พูดตามตรง เกาเจี้ยนกำลังจะเรียนจบในอีก 2 เดือนข้างหน้า สาขาที่เรียนมาคือวิศวกรรมซอฟต์แวร์ การมาสมัครงานที่สำนักงานกำกับดูแลฯ ถือว่าไม่ตรงสายสุดๆ แต่เขามีเหตุผลที่ต้องมาให้ได้
สิบสองปีก่อน หวงฉี่หยาง ผู้อำนวยการสถานสงเคราะห์เมืองลวี่หยางที่เลี้ยงดูเขามาจนโตได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย สองปีก่อน แฟนคนแรกที่ชื่อ อวี๋หยิ่ง ส่งข้อความสั้นๆ มาบอกเลิกว่า “เลิกกันเถอะ” แล้วก็หายตัวไปจากมหาวิทยาลัย สามวันหลังจากอวี๋หยิ่งหายไป เกาเจี้ยนไปแจ้งความ และคดีก็ถูกโอนมาที่สำนักงานกำกับดูแลฯ แห่งนี้
เกาเจี้ยนสงสัยว่าเรื่องของอวี๋หยิ่งน่าจะเกี่ยวข้องกับหวงฉี่หยาง ไม่ว่าจะสมควรตามหาอวี๋หยิ่งหรือไม่ แต่อย่างน้อยเกาเจี้ยนต้องรู้ให้ได้ว่าหวงฉี่หยางหายไปไหน
“กรอกเสร็จแล้วครับ” เกาเจี้ยนถือแบบฟอร์มไว้
“วางไว้ข้างๆ”
“สัมภาษณ์เมื่อไหร่ครับ?”
“รอประกาศ” หลี่โหรวตอบอย่างรำคาญ คงคิดว่าเขากวนเวลาอ่านนิยาย
ติ๊ง!
[ได้รับค่าอารมณ์ด้านลบจากหลี่โหรว +15]
เกาเจี้ยนเปิดหน้าต่างระบบขึ้นมาดู มันยังคงแสดงค่าอารมณ์ด้านลบที่เขาไม่รู้ว่าจะเอาไปทำอะไรได้ ระบบนี้ปรากฏขึ้นเมื่อหนึ่งสัปดาห์ก่อน ตื่นมาเขาก็เห็นหน้าจอเสมือนจริงลอยอยู่ตรงหน้า เขียนว่า [ระบบผลิตนักรบกองพลจื่อลวน]
ไอ้เจ้านี่สามารถแสดงหรือซ่อนได้ตามความคิด มีแค่เขาที่มองเห็น แถมเวลาแตะยังมีความรู้สึกสัมผัสเหมือนของจริง
ตอนนี้นอกจากรวบรวมค่าอารมณ์ด้านลบแล้ว เกาเจี้ยนยังไม่เห็นประโยชน์อื่น
มีปุ่ม [เปิดใช้งาน] อยู่ปุ่มหนึ่ง แต่มันเป็นสีเทา กดไม่ได้
มุมขวาล่างแสดงค่าพลังงาน ปัจจุบันคือ: 5631
เลิกสนใจระบบ บนโต๊ะมีแบบฟอร์มของคนอื่นวางอยู่สิบกว่าใบ เกาเจี้ยนวางใบสมัครของตัวเองไว้บนสุดอย่างระมัดระวัง พอเดินออกจากห้อง ก็มีผู้ชายคนหนึ่งเดินสวนเข้าไป ดูอายุราวยี่สิบต้นๆ ตัวเตี้ยล่ำ
“จดหมายแนะนำตัว” หลี่โหรวเหลือบตามองตามสูตร
“นี่ครับ”
ชายหนุ่มยื่นซองจดหมายให้หลี่โหรว แล้ววางขวดโค้กในมือลงบนโต๊ะ
บนโต๊ะค่อนข้างรก ไม่รู้ว่าเจ้าหนุ่มนั่นตั้งใจหรือเผลอ ขวดโค้กที่วางลงไปดันทับอยู่บนกองใบสมัครพอดีเป๊ะ ขวดโค้กเพิ่งออกมาจากตู้แช่เย็นเจี๊ยบ มีหยดน้ำเกาะพราว ไหลลงมาเปียกใบสมัครใบบนสุดจนชุ่ม
และใบที่รับเคราะห์เต็มๆ ก็คือใบของเกาเจี้ยน
“จินฮ่าว”
หลี่โหรวดูจดหมายแวบหนึ่ง แล้วชี้ไปที่กล่องกระดาษลังตรงมุมโต๊ะ “หยิบบัตรสอบไป พรุ่งนี้เช้ามาสอบข้อเขียนพร้อมกัน”
พูดจบหลี่โหรวก็ก้มหน้าอ่านนิยายต่อ ดูเหมือนว่าจะมีจดหมายแนะนำตัวหรือไม่ ก็ไม่สำคัญเท่าโลกในนิยายของเธอ
จินฮ่าวหยิบบัตรสอบที่ทำขึ้นแบบหยาบๆ จากกล่องดูแวบหนึ่งแล้วยัดใส่กระเป๋าเสื้อ
เกาเจี้ยนที่เดินออกมาแล้ว ได้ยินว่าจินฮ่าวมีจดหมายแนะนำตัวจึงยังไม่รีบไปไหน พอหันกลับไปมองก็เจอแจ็กพอตเข้าให้ จินฮ่าวได้บัตรสอบ แถมยังถูกนัดให้มาสอบพรุ่งนี้
เมื่อกี้ตอนเขาถามว่าสอบเมื่อไหร่ หลี่โหรวบอกให้รอประกาศ ไม่เห็นพูดถึงบัตรสอบสักคำ
พลาดเหรอ?
เกาเจี้ยนไม่เชื่อ วันนี้หน้าที่เดียวของเจ๊แกคือรับสมัครงาน จะมาพลาดเรื่องง่ายๆ แบบนี้ได้ไง?
แสดงว่าจงใจไม่บอก เพราะเขาไม่มีจดหมายแนะนำตัวงั้นสิ?
ใช้สิทธิ์อะไรวะ?
ประกาศรับสมัครแปะหราอยู่หน้าโถงบริการ เขียนตัวเบ้อเริ่มว่ารับสมัครบุคคลทั่วไป
ปากว่าตาขยิบ?
บอกใครก็สอบได้ แต่สุดท้ายล็อคผลไว้แล้ว?
เกาเจี้ยนไม่ยอม เดิมทีเขามีภาพลักษณ์ที่ดีต่อสำนักงานนี้มาก เจอแบบนี้คะแนนนิยมร่วงฮวบไปเกินครึ่ง แต่ถึงคะแนนจะติดลบเขาก็ต้องหาทางมุดเข้าไปให้ได้ นอกจากที่นี่ เกาเจี้ยนไม่รู้จะไปสืบเรื่องการหายตัวไปของผู้อำนวยการกับอวี๋หยิ่งจากที่ไหนแล้ว
“ทำไมผมไม่ได้บัตรสอบ?” เกาเจี้ยนเดินดุ่มๆ กลับเข้ามาในห้องด้วยท่าทางเอาเรื่อง
คิดไว้แล้วว่าหลี่โหรวคงหาข้ออ้างมาปัดความรับผิดชอบ เกาเจี้ยนเตรียมคำโต้ตอบไว้ในหัวเป็นสิบชุด รับรองว่าสวนกลับได้เจ็บแสบแน่นอน
แต่ความจริงกลับตาลปัตร หลี่โหรวเห็นเกาเจี้ยนเดินกลับมา สีหน้าเรียบเฉยไร้อารมณ์ใดๆ เพียงแค่ร้อง “อ้อ” คำเดียว แล้วชี้ไปที่กล่องกระดาษลังใบเดิม “หยิบสิ”
“จะบอกให้นะว่าถึงผมจะ... หือ? หยิบได้เหรอ?”
เกาเจี้ยนถึงกับอึ้งไปครู่หนึ่ง บทมันไม่ใช่อย่างนี้นี่หว่า!
เมื่อกี้เขากำลังร่ายยาวเรื่องบทบาทของประชาชนในการสร้างระเบียบสังคมในใจ เตรียมจะยกเรื่องนี้มาฉะสำนักงานกำกับดูแลฯ ที่เป็นผู้รักษากฎหมายแท้ๆ แต่กลับทำลายกฎระเบียบเสียเอง กะว่าจะใช้ฝีปากคมกริบเหมือนปลายดาบปลายปืนบีบให้อีกฝ่ายคายบัตรสอบออกมาให้ได้
ทว่าประโยคเดียวของหลี่โหรวที่บอกว่า ‘หยิบสิ’ ทำเอาอารมณ์ที่บิลด์มาขาดช่วงไปดื้อๆ
“หยิบไปใบหนึ่ง” หลี่โหรวเสริมขึ้นมา
“อ้อ” เกาเจี้ยนพบว่าตัวเองหูไม่ฝาด นี่หล่อนสำนึกผิดจนมโนธรรมกลับมาทำงานแล้วเหรอ? หรือจิตสำนึกที่ตายด้านไปแล้วถูกปลุกขึ้นมาด้วยคารมคมคายของเขา? ก็ไม่น่าใช่ เพราะพี่ยังไม่ได้ชักดาบออกจากฝักเลยนี่หว่า
ช่างหัวมันก่อน เกาเจี้ยนรีบฉวยบัตรสอบออกมาจากกล่องทันที
ได้ยินเขาว่ากันว่าผู้หญิงอารมณ์แปรปรวน เจ๊คนนี้ถึงจะดูแมนๆ แต่อาจจะไม่พ้นกฎธรรมชาติ เกิดเปลี่ยนใจขึ้นมาเดี๋ยวจะซวย
“เหอะ”
เสียงหัวเราะเยาะหยันดังมาจากจินฮ่าว เกาเจี้ยนก้มลงมอง ก็เห็นใบหน้าของจินฮ่าวยังคงฉายแววดูถูก
นี่มันปีนเกลียวกับใครไม่ดูรุ่นเลยนะ?
เกาเจี้ยนเริ่มไม่สบอารมณ์ มีจดหมายแนะนำตัวแล้ววิเศษวิโสมาจากไหน?
เกาเจี้ยนคนนี้มีฉายาว่า ‘เกาเจี้ยน’ (เกาจอมแสบ) ฝีปากกล้าจนแทบไม่เหลือเพื่อนคบ แค่ความสูงระดับ ‘อู่ต้าหลาง’ ของจินฮ่าว เกาเจี้ยนมั่นใจว่าสามารถด่าจนอีกฝ่ายหน้ามืดเป็นลมได้ภายในไม่กี่นาที แต่เขาก็ยังข่มใจไว้ วันนี้เป็นวันสำคัญ เลี่ยงได้ก็ควรเลี่ยง
น่าเสียดาย เรื่องราวกลับไม่เป็นดั่งใจหวัง
เกาเจี้ยนก้มหน้าลง เห็นขวดโค้กของจินฮ่าววางทับอยู่บนใบสมัครของเขาพอดิบพอดี กระดาษเปียกไปกว่าครึ่ง
ไฟโทสะที่เพิ่งมอดลงพลันลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง
ข่มใจ... ข่มไว้ก่อน
“นายคิดว่าวางขวดน้ำตรงนี้มันเหมาะแล้วเหรอ?”
เกาเจี้ยนพยายามปรับน้ำเสียงให้ราบเรียบที่สุด ได้บัตรสอบมาแล้ว ต่อไปแค่ทำข้อสอบข้อเขียนให้ได้ที่หนึ่ง บวกกับสมรรถภาพร่างกายของเขา การสอบเข้าสำนักงานกำกับดูแลฯ ก็ไม่น่ามีปัญหา
ทำไมถึงมั่นใจว่าจะสอบได้ที่หนึ่งน่ะเหรอ?
คลังข้อสอบออนไลน์ของสำนักงานกำกับดูแลฯ มีทั้งหมดห้าพันข้อ เกาเจี้ยนเตรียมตัวล่วงหน้ามาสองปี ท่องจำได้ขึ้นใจทุกข้อ ไม่มีทางพลาด
เกาเจี้ยนคิดว่าตัวเองกำลังมอบโอกาสให้จินฮ่าวขอโทษ แต่รอยยิ้มดูแคลนของจินฮ่าวกลับชัดเจนยิ่งขึ้น เขาเพียงแค่ปรายตามองใบสมัครที่เปียกชุ่ม แล้วพูดอย่างไม่ยี่หระว่า “อ้อ ของนายเหรอ”
คิ้วของเกาเจี้ยนขมวดเข้าหากัน แต่จินฮ่าวยังคงพูดต่อโดยไม่สะทกสะท้าน “นายคิดว่าจะมีใครอ่านไอ้กระดาษพวกนี้หรือไง?”
มันก็จริงที่เขาคิดว่าคงไม่มีใครอ่านใบสมัคร เพราะตัวเขาเองก็ไม่ได้เขียน
จินฮ่าวพูดจบก็ทำท่าจะตบไหล่เกาเจี้ยน เพื่อแสดงความ ‘ปรารถนาดี’ แบบผู้ใหญ่สอนเด็ก แต่อนิจจา ส่วนต่างความสูงกว่าสามสิบเซนติเมตรทำลายมาดเท่ๆ ของเขาจนหมด มือของจินฮ่าวค้างอยู่กลางอากาศสองวินาที ก่อนจะหดกลับไปอย่างเก้อเขิน
“น้ำขวดนั้นยกให้”
เก๊กหล่อไม่สำเร็จ จินฮ่าวพลันหมดอารมณ์ ทิ้งท้ายไว้ประโยคหนึ่งแล้วหันหลังเดินออกไป
จินฮ่าวอาจจะพูดความจริง กองใบสมัครพวกนั้นคงถูกทิ้งขว้างตามยถากรรม แต่เกาเจี้ยนทนทัศนคติของหมอนี่ไม่ได้จริงๆ
ข่มใจ... ข่มไม่ไหวแล้วโว้ย ชาตินี้อย่าหวังว่าจะข่มใจได้อีกเลย
เกาเจี้ยนไม่เข้าใจจริงๆ ตัวเตี้ยแค่นี้ยังกล้าปากดีเวลาอยู่นอกบ้าน ไม่กลัวโดนตื้บตายหรือไง?
“ไอ้เตี้ย”
เกาเจี้ยนมองตรงไปข้างหน้า น้ำเสียงราบเรียบ จะแทงใจดำทั้งทีต้องเอาให้มิดด้าม แม้จะโกรธ แต่เมื่อเข้าสู่โหมดต่อสู้ ต้องควบคุมอารมณ์และสีหน้าให้มั่นคง
ฝีเท้าที่ก้าวออกไปของจินฮ่าวชะงักกึก
[ได้รับค่าอารมณ์ด้านลบจากจินฮ่าว +477]
ปกติจินฮ่าวสร้างภาพว่าเป็นคนอารมณ์ดี แต่เกล็ดมังกรย้อนเพียงหนึ่งเดียวของเขาคือคำว่า ‘เตี้ย’ ส่วนสูงของเขายังไม่ถึงร้อยห้าสิบเซนติเมตร ถ้าเป็นเมื่อสี่ปีก่อนเขายังพอมีความหวังว่าจะยืดได้อีก แต่นี่อายุยี่สิบสองเข้าไปแล้ว จินฮ่าวรู้ดีว่าชาตินี้คงได้แค่นี้
เขาไม่มีวันลืมเหตุการณ์ตอนอายุสิบแปด ที่ไปสารภาพรักกับเทพธิดารักแรก
“เฟยเฟย เป็นแฟนกับผมนะ”
“ไม่เอาอะ”
“ผมจะดูแลคุณอย่างดีตลอดชีวิต!”
“แต่นายเตี้ยอะ”
“บ้านผมรวยมากนะ คุณอยากได้อะไรผมซื้อให้หมดเลย”
“แต่นายเตี้ยอะ”
“ผมเป็นทายาทรุ่นที่ 86 ของสำนักกระถางเพชรตัดทิศใต้นะ”
“แต่นายเตี้ยอะ”
...
นั่นเป็นครั้งแรกที่จินฮ่าวรู้สึกเคียดแค้นสำนักอาจารย์เข้ากระดูกดำ ตัวเขาต้องแบกกระถางบ้าบอนั่นวิ่งไปทั่วตั้งแต่อายุสี่ขวบ แล้วมันจะไปเอาปัญญาที่ไหนมาสูงวะ?
“เมื่อกี้นายว่าใครเตี้ย?”
จินฮ่าวทิ้งมาดสุขุมไปจนหมด สุ้มเสียงแหลมสูงขึ้นกว่าเดิม
“ใครเตี้ยคนนั้นก็รู้อยู่แก่ใจไม่ใช่เหรอ?” เกาเจี้ยนยังคงตอบด้วยความสงบนิ่ง
[ได้รับค่าอารมณ์ด้านลบจากจินฮ่าว +777]
“แกอยากตายใช่ไหม?”
จินฮ่าวไม่สนแล้วว่าที่นี่คือที่ไหน เขากระโจนไปข้างหน้าหนึ่งก้าวแล้วซัดหมัดใส่เกาเจี้ยนทันที