- หน้าแรก
- ฟุตบอล กอบกู้สโมสรเริ่มต้นที่ 300 ล้าน
- บทที่ 16: ศึกแดงขาว โจมตีจุดอ่อน
บทที่ 16: ศึกแดงขาว โจมตีจุดอ่อน
บทที่ 16: ศึกแดงขาว โจมตีจุดอ่อน
บทที่ 16: ศึกแดงขาว โจมตีจุดอ่อน
สายฝนยามค่ำคืนเดือนกันยายนสาดกระหน่ำใส่สนามเอลแลนด์ โร้ด ก่อให้เกิดละอองน้ำฟุ้งกระจายหนาทึบ ธงกุหลาบขาวบนอัฒจันทร์เปียกโชก แต่ยังคงปลิวไสวอย่างดื้อรั้น เสียงคำรามพร้อมเพรียงของแฟนบอล "WHITE NEVER FORGETS" (สีขาวไม่มีวันลืม) ทะลุสายฝนราวกับมีดทื่อ ๆ ที่กรีดซ้ำ ๆ ลงบนความตึงเครียดในอากาศ
ภายในอุโมงค์นักเตะ เสื้อสีแดงและขาวแบ่งแยกกันอย่างชัดเจน ริโอ เฟอร์ดินานด์ ยืนอยู่หัวแถวของแมนฯ ยูไนเต็ด ก้มหน้า ลูบปลอกแขนกัปตันทีม กล้ามเนื้อที่คอเกร็งเขม็ง...การย้ายทีมที่เป็นประเด็นร้อนจากลีดส์สู่แมนฯ ยูไนเต็ดเมื่อสามปีก่อน ยังคงถูกตอกย้ำด้วยเสียงโห่ของแฟนบอลเจ้าถิ่น
สตัมยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม แววตาของ “ปราการเหล็กดัตช์” เย็นชาพอ ๆ กับสายฝนริมสนาม เมื่อเขาปรายตามองไปแวบหนึ่ง ริโอ เฟอร์ดินานด์ เผลอกำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัว
ซุนซูหยางจัดสนับแข้งในแถวลีดส์ ปลายนิ้วลูบตรากุหลาบขาวบนนั้น หางตาเหลือบมองไปที่ตำแหน่งแบ็กซ้ายของแมนฯ ยูไนเต็ด ซิลเวสตร์กำลังหัวเราะคุยกับกิกส์ รอยยิ้มเยาะที่มุมปากปิดไม่มิด ซุนซูหยางเคาะด้านในสนับแข้งเบา ๆ สามครั้ง เบาจนมีแค่เขาที่ได้ยิน...สามครั้ง... แค่นั้นก็พอ
ข้างซุ้มม้านั่งสำรอง เวนาเบิลส์เช็ดน้ำฝนออกจากหน้าผาก หันไปมองฉินชวน ขนตาของโค้ชเฒ่ายังมีหยดน้ำเกาะพราว
“บุกแหลกตั้งแต่ต้นเกมตามแผนเลยไหม?”
ฉินชวนมองหมอกฝนที่ม้วนตัวในสนาม น้ำเสียงเบากว่าสายฝน
“ปล่อยให้พวกเขาวิ่งก่อน สี่สิบห้านาทีแรก... เต้นรำช้า ๆ กับซิลเวสตร์ไปก่อน”
ทันทีที่เสียงนกหวีดดังทะลุสายฝน คลื่นสีแดงของแมนฯ ยูไนเต็ด ก็โถมเข้าใส่ทันที คริสเตียโน โรนัลโด ทางปีกขวาสับขาหลอกรัว ๆ บนแอ่งน้ำ ลีลาแพรวพราวทำให้น้ำกระเซ็น แต่เอฟราปิดทางในแน่นปึก กิกส์กระชากทะลุทางซ้าย ทำชิ่งกับซิลเวสตร์จนเปิดช่องได้ แต่ลูกเปิดของเขาก็ถูกสตัมกระโดดโหม่งเคลียร์ออกไปได้
นาทีที่ 18 เกมรุกของแมนฯ ยูไนเต็ด พีกถึงขีดสุด กิกส์เปิดบอลจากซ้ายอีกครั้ง ฟาน นิสเตลรอย เคลื่อนที่ราวกับภูตผีไปอยู่ด้านหลังสตัมในเขตโทษ โหม่งเต็มศีรษะ...“ปัง!” บอลชนคานดังสนั่น กระดอนออกมานอกกรอบ มาเกเลเล่พุ่งสไลด์จิ้มบอลทิ้งออกจากโซนอันตรายได้ทันควัน
บนม้านั่งสำรองทีมเยือน เฟอร์กูสันลุกพรวดขึ้นยืน แล้วนั่งลงพร้อมรอยยิ้มเยาะ เม้มปากพูดกับผู้ช่วย
“ดูเกมรับพวกมันสิ ยันไม่ถึงครึ่งเกมหรอก”
หลังซุ้มม้านั่งสำรองลีดส์ ฉินชวนกำลังดูฮีตแมปของริเบรี่ บนหน้าจอ เส้นทางการวิ่งของปีกกุหลาบขาวกระจุกตัวอยู่แถวแดนกลางที่ต้องจ่ายบอลคืนหลัง นาน ๆ ทีจะดันขึ้นไปริมเส้น แต่ก็แค่แป๊บเดียวแล้วรีบจ่ายบอลให้เพื่อน ซิลเวสตร์เริ่มยืนสูงขึ้นเรื่อย ๆ ถึงขนาดยืนค้ำเส้นครึ่งสนามเพื่อช่วยเกมรุก...เขาคงคิดว่าปีกขวาดาวรุ่งคนนี้ก็แค่เร็ว แต่ไม่มีพิษสงอะไร
เมื่อซุนซูหยางรับลูกจ่ายจากอลอนโซ่ เขาจงใจชะลอฝีเท้าลง รู้สึกได้ว่าสายตาของซิลเวสตร์ที่มองมาจากด้านหลังแฝงความประมาท เขาแปบอลคืนหลังให้ฟูลแบ็กเบา ๆ จังหวะที่หมุนตัวกลับ มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย...เหยื่อตายใจแล้ว ได้เวลาดึงกับดัก
เมื่อฝนเริ่มซาลง จังหวะในสนามก็เปลี่ยนไปเงียบ ๆ นักเตะแมนฯ ยูไนเต็ด เริ่มหายใจแรง กิกส์ต้องเอามือยันเข่าหอบแฮกตอนวิ่งลงมาช่วยรับ ซิลเวสตร์กลับตัววิ่งไล่จังหวะหนึ่งแล้วลื่นแอ่งน้ำจนเสียหลักเซถลา
เวนาเบิลส์ดูนาฬิกา นาทีที่ 54 เขาหันไปหาฉินชวน ดวงตาของโค้ชเฒ่าเป็นประกาย
“ได้เวลาหรือยัง?”
ฉินชวนเคาะนิ้วลงบนคำว่า “ปีกขวา” ในกระดานแทคติก รอยยิ้มซ่อนอยู่ในดวงตา
“ปล่อยสายฟ้าฟาดได้เลย”
ลูกวางยาวของอลอนโซ่แม่นราวจับวางไปที่ปีกขวา ทันทีที่ซุนซูหยางจับบอล เขาเปลี่ยนทิศทางกะทันหัน! ข้างเท้าด้านนอกดีดบอลเบา ๆ บอลเหมือนสายฟ้าที่ติดเท้า พุ่งผ่านไหล่ซ้ายของซิลเวสตร์ไป กองหลังแมนฯ ยูไนเต็ด เอื้อมมือจะคว้าตามสัญชาตญาณ แต่คว้าได้เพียงกลุ่มละอองฝน...ซุนซูหยางฉีกหนีไปครึ่งช่วงตัวแล้ว และลูกเปิดจากเส้นหลังของเขาก็ทำให้ริโอ เฟอร์ดินานด์ ต้องรีบโหม่งสกัดออกหลังไป
ธงกุหลาบขาวบนอัฒจันทร์กระเพื่อมไหวราวกับคลื่นทะเลทันที เสียงคำรามของแฟนบอลสั่นสะเทือนจนหยดน้ำร่วงจากชายคา ซิลเวสตร์ปาดน้ำฝนออกจากหน้า มองแผ่นหลังของซุนซูหยางเป็นครั้งแรกด้วยแววตาที่ความประมาทแตกกระเจิง
ริเบรี่แกล้งทำท่าจะตัดเข้าในทางขวา ดึงกิกส์ให้ถอยลงมาซ้อน ทันใดนั้นเขาจ่ายบอลออกปีกขวาทันที ซุนซูหยางรับบอลแล้วทำท่าจะตัดเข้าในหลอกจังหวะแรก ซิลเวสตร์ถ่ายน้ำหนักตาม แต่แล้วเขาก็หยุดกึก หักออกขวา แล้วเร่งสปีดพุ่งทะยานราวกับลูกธนู!
กองหลังแมนฯ ยูไนเต็ด เสียหลัก พยายามพุ่งสไลด์สุดตัวแต่โดนแค่อากาศ เพื่อหยุดการทะลุทะลวง เขาทำได้แค่คว้าเสื้อซุนซูหยางไว้...นกหวีดดังทันที ผู้ตัดสินชี้ไปที่เส้นเขตโทษ ใบเหลือง!
กิกส์ยืนหอบอยู่ที่มุมเขตโทษ เงยหน้าสบตากับเฟอร์กูสันที่หน้าเครียดขรึม เขารู้ตัวทันทีว่าต้องถอยลงมาช่วยรับ และเกมรุกฝั่งซ้ายต้องถูกลดบทบาทลง
ฟันเฟืองของแทคติกหมุนเข้าล็อกเต็มที่ ริเบรี่จงใจดึงจังหวะครองบอลตรงกลาง และกิกส์ก็ทิ้งเกมรุกฝั่งซ้ายรีบวิ่งลงมาช่วยเกมรับจริง ๆ...วินาทีที่เขาก้าวเท้า ริเบรี่ใช้ข้างเท้าด้านนอกป้ายบอลเบา ๆ ให้กลิ้งไปตามริมเส้น
ซุนซูหยางสปรินต์!
กุหลาบขาวพุ่งผ่านสายฝนราวกับสายฟ้า จังหวะสับเท้าของเขาเร็วเสียจนแทบเกิดภาพซ้อน ซิลเวสตร์วิ่งไล่กวดสุดชีวิต แต่ระยะห่างกลับยิ่งไกลออกไป เขาทำได้แค่ถอยร่นไปที่เส้นหลัง มองดูซุนซูหยางเปิดบอลจากมุมที่แทบจะเป็นไปไม่ได้
ลูกโค้งที่หอบเอาละอองฝนไปด้วย วาดวิถีโค้งสมบูรณ์แบบ อ้อมผ่านศีรษะริโอ เฟอร์ดินานด์ ตกลงสู่กรอบหกหลา!
ดร็อกบาราวกับหอคอยเหล็กที่ยืนปักหลักรออยู่แล้ว เขาคำรามลั่นขณะกระโดดเข้าหาบอล หน้าผากกระแทกเต็มแรง...“สวบ!” สายฝนและลูกฟุตบอลพุ่งเสียบตาข่ายพร้อมกันจนตาข่ายสั่นสะเทือน!
1:0!
เอลแลนด์ โร้ด ระเบิดทันที! ธงกุหลาบขาวพลิ้วไสวราวกับคลื่นยักษ์ เสียงคำรามของแฟนบอลดังกลบเมฆฝน ซุนซูหยางวิ่งไปที่มุมธง กางแขนออก ริเบรี่วิ่งตามมาสวมกอดแน่น ทั้งคู่สไลด์ไถลไปกับแอ่งน้ำไกลลิบ ในซุ้มม้านั่งสำรอง เวนาเบิลส์โบกกระดานแทคติกอย่างตื่นเต้น ส่วนฉินชวนเพียงแค่มองลูกฟุตบอลที่กลิ้งอยู่ในตาข่าย พูดกับตัวเองเบา ๆ
“ขอบคุณที่ดูถูกกันครับ คุณเฟอร์กูสัน”
เมื่อตามหลัง แมนฯ ยูไนเต็ด ดันเกมรุกเต็มสูบ แต่เหมือนสัตว์ร้ายติดกับดัก คริสเตียโน โรนัลโด พยายามสับขาหลอกเจาะทางขวาสามครั้ง โดนเอฟรากับมาเกเลเล่ช่วยกันแซะบอลไปกินเรียบ ดาวรุ่งโปรตุเกสกระทืบเท้าด้วยความหงุดหงิด ครั้งสุดท้ายถึงกับเลี้ยงบอลออกเส้นข้างไปเอง กิกส์ต้องพะวงเกมรับทางขวาจนเกมรุกฝั่งซ้ายเงียบสนิท ฟาน นิสเตลรอย โดนสตัมประกบติดแจในเขตโทษ การปะทะและเหลี่ยมบอลของปราการเหล็กดัตช์ทำให้เขาแทบพลิกตัวไม่ได้ หลายครั้งยกมือขอบอลเก้อ ได้แต่ลูกโยนยาวสะเปะสะปะจากเพื่อน
นาทีที่ 85 ลีดส์ได้เตะมุม ฮาวเวิร์ด ออกมาตัดบอล แต่กะจังหวะพลาดเมื่อโดนสตัมเบียด ปลายนิ้วสัมผัสแค่ขอบบอล...ลูกยิงสวนของดร็อกบาเฉี่ยวเสาออกไปนิดเดียว ทำเอาแมนฯ ยูไนเต็ด ใจหายวาบ
เฟอร์กูสันยืนตากฝนอยู่ข้างสนาม ผมสีดอกเลาเปียกลู่ กำปั้นกำแน่นจนข้อขาวซีด เขามองลูกทีมที่วิ่งจนหมดแรง และมองแนวรับลีดส์ที่แน่นหนาราวกำแพงเหล็ก ในที่สุดก็เข้าใจ...เกมนี้ พวกเขาแพ้ราบคาบ ทั้งแทคติกและจิตใจ
ทันทีที่เสียงนกหวีดหมดเวลาดังขึ้น เสียงเฮที่เอลแลนด์ โร้ด ดังสนั่นจนสายฝนแตกกระเจิง! เสียงคำราม "WHITE NEVER FORGETS" ก้องกังวานไปทั่วท้องฟ้ายามค่ำคืน สตัมดึงมือซุนซูหยางชูขึ้นฟ้า ดร็อกบาแบกริเบรี่ขึ้นบ่าหมุนตัวไปรอบ ๆ ตัวสำรองทั้งหมดวิ่งกรูลงมากลางสายฝน
ในโซนสัมภาษณ์หลังเกม เฟอร์กูสันหน้าซีดเผือดต่อหน้ากล้อง พูดเพียงสั้น ๆ: “แทคติกของพวกเขาเจาะจงมาก” ในขณะที่พาดหัวข่าวของ เดอะการ์เดียน ตีพิมพ์สด ๆ ร้อน ๆ พร้อมรูปซุนซูหยางสลัดหนีซิลเวสตร์ พาดหัวตัวเบ้อเริ่ม...【แนวรับปีศาจแดง ถูกกุหลาบขาวฉีกเป็นชิ้น ๆ】
ในห้องแต่งตัว ไอน้ำและเสียงหัวเราะอบอวล เวนาเบิลส์ตบไหล่ฉินชวน หัวเราะร่า
“คุณนี่นะบอส เข้าใจฟุตบอลยิ่งกว่าโค้ชซะอีก! 3 แต้มนี้เครดิตหลักต้องยกให้คุณเลย!”
ฉินชวนมองดูนักเตะสาดแชมเปญใส่กัน สายตาจับจ้องไปที่ธงกุหลาบขาวนอกหน้าต่าง ฝนหยุดตกแล้ว แสงจันทร์ลอดผ่านเมฆส่องกระทบลวดลายบนธง
“เราแค่เล่นในจุดที่พวกเขากลัว” เขาพูดเบา ๆ แสงจันทร์สะท้อนในดวงตา “หนี้เก่าชำระแล้ว ได้เวลามองไปข้างหน้า”
ในค่ำคืนนั้น แสงไฟที่เอลแลนด์ โร้ด ยังคงสว่างไสว กุหลาบขาวไหวติงในสายลม ราวกับจะประกาศว่า: ตำนานบทใหม่ของลีดส์ เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น
บทแรกของการสร้างใหม่ท่ามกลางสายฝน
รถบัสสีแดงของแมนฯ ยูไนเต็ด ค่อย ๆ เคลื่อนตัวออกจากสนามเอลแลนด์ โร้ด ที่ปัดน้ำฝนปัดไปมาบนกระจกหน้า แต่ไม่อาจปัดเป่าความหม่นหมองของสายฝนนอกหน้าต่างได้ ตัวรถสีแดงดูเศร้าหมองเป็นพิเศษในคืนที่เปียกปอน ราวกับสัตว์ยักษ์ที่บาดเจ็บ เคลื่อนผ่านถนนในเมืองลีดส์อย่างเงียบงัน
บนรถเงียบจนได้ยินเสียงฝนตกกระทบหลังคา นักเตะส่วนใหญ่ก้มหน้า คริสเตียโน โรนัลโด เผลอลูบแขนเสื้อที่เปียกชื้น ภาพที่เขาเลี้ยงไม่ผ่านยังฉายวนซ้ำในหัว ฟาน นิสเตลรอย เอนตัวพิงเบาะ คิ้วขมวดมุ่น ความอัดอั้นที่โดนสตัมประกบติดทั้งเกมทำให้เขาไม่มีแรงแม้แต่จะพูด
เฟอร์กูสันนั่งอยู่แถวหน้า ปกเสื้อโค้ทสีเข้มตั้งขึ้นปิดบังครึ่งหน้า นิ้วมือเคาะเป็นจังหวะบนที่วางแขน ช้าและหนักหน่วง ทุกจังหวะเคาะเหมือนกระแทกลงกลางใจลูกทีม
ผู้ช่วยโค้ชลังเลอยู่นาน ก่อนจะเอ่ยถามเสียงเบา
“บอสครับ ซิลเวสตร์... คืนนี้ปัญหาแบ็กซ้ายชัดเจนมากเลยนะครับ”
จังหวะการเคาะหยุดลง เฟอร์กูสันไม่เงยหน้า สายตายังจับจ้องภาพติดตาของธงกุหลาบขาวที่วูบผ่านนอกหน้าต่าง น้ำเสียงทุ้มต่ำเหมือนเสียงฟ้าร้องไกล ๆ ในคืนฝนตก
“พรุ่งนี้เช้า ให้ฝ่ายแมวมองส่งรายชื่อมา ตลาดหน้าหนาวต้องซื้อแบ็กซ้ายใหม่ เร็ว แข็งแกร่ง รับมือพวกเปลี่ยนจังหวะได้ และร่างกายต้องปะทะดี”
ที่ด้านหลังรถ ซิลเวสตร์เผลอกำหมัดแน่น หูร้อนผ่าว เขารู้ดีว่านี่หมายถึงตำแหน่งตัวจริงในแมนฯ ยูไนเต็ด ของเขากำลังสั่นคลอน
นิ้วของเฟอร์กูสันเริ่มเคาะที่วางแขนอีกครั้ง จังหวะเร็วขึ้นกว่าเดิมครึ่งจังหวะ เขาหันมองออกไปนอกหน้าต่าง แสงไฟถนนในสายฝนเบลอเป็นวงกลม คล้ายกับภาพติดตาตอนที่ซุนซูหยางกระชากบอลผ่าน
“แล้วก็แนวรุก” เขาเว้นจังหวะ สายตาคมกริบขึ้น “เราขาดคนประเภทที่สร้างโอกาสได้ด้วยตัวเอง”
ผู้ช่วยโค้ชชะงัก แล้วก็นึกขึ้นได้ทันที “บอสหมายถึง... รูนีย์ ของเอฟเวอร์ตันเหรอครับ?”
“จะมีใครอีกล่ะ?” มุมปากของเฟอร์กูสันยกขึ้นเป็นเส้นโค้งที่เย็นชาและแข็งกร้าว “พักบอลได้ เลี้ยงได้ ยิงได้ ไม่ต้องรอกองกลางป้อนก็ป่วนแนวรับได้ วันนี้ดร็อกบาของลีดส์ยืนระยะได้เพราะร่างกายและแรงปะทะ เราต้องการกองหน้าคม ๆ แบบนั้น”
คริสเตียโน โรนัลโด เงยหน้าขึ้นทันที แววตาแฝงความไม่ยอมแพ้วูบผ่าน...เขารู้ว่าป๋ากำลังพูดถึงจุดอ่อนของทีม แต่ก็อดกำหมัดไม่ได้ ฟาน นิสเตลรอย เอนตัวพิงเบาะ ถอนหายใจเบา ๆ เขาเข้าใจว่าป๋าเริ่มวางแผนสำหรับอนาคตแล้ว
รถบัสวิ่งข้ามสะพาน แม่น้ำเบื้องล่างไหลเชี่ยวกรากสีดำมืดท่ามกลางสายฝน เฟอร์กูสันมองเงาสะท้อนของแสงไฟที่แตกกระจายบนผิวน้ำ น้ำเสียงอ่อนลง แต่แฝงความมุ่งมั่นที่ปฏิเสธไม่ได้
“แพ้นัดเดียวไม่น่ากลัว ที่น่ากลัวคือมองไม่เห็นปัญหา เสริมแบ็กซ้าย เพิ่มแรงปะทะแดนหน้า หน้าหนาวนี้ ได้เวลาผ่าตัดทีมแล้ว”
รถบัสยังคงเงียบสงบ แต่ท่าทีของนักเตะเปลี่ยนไปเล็กน้อย บางคนยืดหลังตรง บางคนเริ่มเปิดดูไฮไลต์การแข่งในโทรศัพท์ ท่ามกลางความผิดหวังเมื่อครู่ ความคาดหวังที่ตึงเครียดค่อย ๆ ก่อตัวขึ้น...พวกเขารู้ดีว่า เมื่อคำพูดของป๋าตกผลึก กระบวนการสร้างแมนฯ ยูไนเต็ด ใหม่ จะเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางสายฝนนี้
รถบัสสีแดงค่อย ๆ หายลับไปในความมืดของค่ำคืนเมืองลีดส์ ฝนยังคงตก แต่สายตาของเฟอร์กูสันได้ทะลุผ่านสายฝน มองไปยังฤดูร้อนที่ไกลออกไปแล้ว เด็กหนุ่มที่ฉีกแนวรับได้ กองหลังที่ปิดตายริมเส้นได้ จะเป็นชิ้นส่วนจิ๊กซอว์สำหรับการทวงคืนความยิ่งใหญ่ของปีศาจแดง