เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 23 เซียวหมิง นายมันก็แค่ตัวตลก

บทที่ 23 เซียวหมิง นายมันก็แค่ตัวตลก

บทที่ 23 เซียวหมิง นายมันก็แค่ตัวตลก


บทที่ 23 เซียวหมิง นายมันก็แค่ตัวตลก

ซ่งจื่อเหยียนเป็นใคร? เธอจะขาดแคลนทรัพยากรทางการศึกษาอย่างนั้นหรือ?

ที่เธอย้ายมาเรียนที่โรงเรียนมัธยมถงฟาง ก็เพราะต้องการย้ายตามเซียวเฉินมาจากโรงเรียนนานาชาติของโรงเรียนมัธยมเหยียนซีต่างหาก

ยิ่งไปกว่านั้น ครูสอนพิเศษส่วนตัวที่บ้านจ้างมา ล้วนเป็นระดับศาสตราจารย์หรือนักวิชาการเกษียณอายุที่มีชื่อเสียง

คุณหนูใหญ่แห่งธนาคารฮวาเย่อย่างเธอ จะมาขาดแคลนทรัพยากรพวกนั้นได้อย่างไร? ครอบครัวชนชั้นกลางอย่างเซียวหมิงเอาความมั่นหน้ามาจากไหนถึงกล้ามาอวดเบ่งใส่เธอ?

ไอ้เด็กนี่กล้ามาโชว์พาวต่อหน้าเธอเนี่ยนะ? สมองคงมีปัญหาแน่ๆ จริตจะก้านตอแหลแบบนี้ เห็นแล้วน่ารังเกียจที่สุด

"นายพูดถึงพี่ชายนายน่ะเหรอ? หึ คะแนนฟิสิกส์นั่นเขาโกงมาทั้งนั้นแหละครับ"

พอพูดถึงเรื่องนี้ เซียวหมิงก็ทำท่าทางขึงขังเหมือนผดุงความยุติธรรม

แต่แล้วเขาก็เปลี่ยนสีหน้าเป็นเด็กดีผู้รู้ความอย่างรวดเร็ว "แต่ผมรู้ครับว่าพี่ไม่ได้ตั้งใจ เขาแค่อยากได้คะแนนดีๆ เพื่อให้พ่อกับแม่ภูมิใจ"

"เรื่องที่เขาทำแจกันแตก หรือขโมยกำไลพี่รองไป ก็คงมีเหตุผลที่น่าเห็นใจ"

"ผมไม่โกรธพี่เขาหรอกครับ จริงๆ นะ ผมไม่เคยโทษเขาเลย..."

ซ่งจื่อเหยียนถึงกับหลุดขำออกมาด้วยความสมเพช ไอ้จอมมารยานี่ ปากบอกว่าไม่โทษพี่ชาย

แต่ความจริงคือขุดเอาเรื่องแย่ๆ (ที่ใส่ร้ายเขา) ออกมาประจานจนหมดเปลือก

แน่นอนว่าเรื่องพวกนี้ ล้วนเป็นขี้ที่พวกมันโยนใส่หัวเซียวเฉินทั้งนั้น

"เซียวหมิง เคยมีใครบอกนายไหม?" ซ่งจื่อเหยียนเอ่ยเสียงเรียบ "คนที่ชอบนินทาว่าร้ายคนลับหลัง ตายไปต้องตกนรกขุมที่โดนคีมดึงลิ้นนะ"

"และอีกอย่าง ฉันเกลียดคนประเภทนายที่สุด... พวกหน้าไหว้หลังหลอก"

"พี่สาวครับ... ผมเปล่านะ ผม..." เซียวหมิงเริ่มลนลาน เขาบีบน้ำตาออกมาสองสามหยด ทำหน้าตาน่าสงสารเหมือนลูกหมาตกน้ำ

"เลิกแสดงสักที นายก็เป็นผู้ชาย อายุสิบแปดแล้วนะ"

"เอะอะก็แกล้งทำตัวน่าสงสาร บีบน้ำตา นายยังมีความเป็นลูกผู้ชายอยู่ไหม? สิ่งที่เซียวเฉินพูดไว้ไม่ผิดเลยสักนิด"

"อยู่ใกล้คนอย่างนายแล้วมัน... เสนียด! โคตรจะเสนียดเลย!"

ซ่งจื่อเหยียนด่าจบก็สะบัดหน้าเดินเข้าบ้านไปทันที ไม่เปิดโอกาสให้เซียวหมิงได้แก้ตัว

เซียวหมิงยืนตัวแข็งทื่ออยู่กับที่ สมองยังประมวลผลคำด่าของซ่งจื่อเหยียนไม่ทัน

เมื่อก่อนเขาใช้ไม้นี้ตกผู้หญิงได้เป็นเบือ

ผู้ชายอย่างเขา แค่เบะปากนิด บีบน้ำตาหน่อย ก็กระตุ้นสัญชาตญาณความเป็นแม่ของสาวๆ ให้พุ่งพล่าน อยากเข้ามาปกป้อง

แต่ทำไมท่าไม้ตายนี้ถึงใช้กับซ่งจื่อเหยียนไม่ได้ผล?

ไม่ได้การ... เขาไม่ยอมแพ้ พี่สาวคนนี้สวยขนาดนี้ ทำไมต้องไปดีกับไอ้เซียวเฉินด้วย?

ใบหน้าของเซียวหมิงเริ่มบิดเบี้ยวด้วยความริษยา... อะไรที่เป็นของเซียวเฉิน เขาต้องแย่งมาให้หมด

ความรักของพ่อแม่ต้องเป็นของเขาคนเดียว พี่สาวทั้งสองก็ต้องดีกับเขาคนเดียว

เซียวเฉินมีสิทธิ์อะไรจะมีผู้หญิงสวยๆ แบบนี้มาอยู่ข้างกาย? มันไม่คู่ควร!

"มีความรักในวัยเรียน... ฉันจะแจ้งครูว่าพวกแกมั่วสุมชู้สาวกัน!"

...

ภายในบ้านเช่า

"คุณย่าเป็นอะไรมากไหมครับ?" เซียวเฉินประคองคุณย่าให้นั่งลง

แล้วรีบวิ่งไปรินน้ำอุ่นมาให้

โรคหัวใจของคุณย่ากำเริบง่าย เขาไม่รู้ว่าเมื่อกี้แม่เลี้ยงใจร้ายนั่นพูดจาถากถางอะไรให้ท่านเจ็บช้ำน้ำใจบ้าง

"ย่าไม่เป็นไรลูกเสี่ยวเฉิน หลานไม่ต้องห่วงนะ" คุณย่าอู๋จิบน้ำ แล้วดึงมือหลานชายมากุมไว้อย่างทะนุถนอม "ครึ่งปีที่ผ่านมา... หลานใช้ชีวิตอยู่ในบ้านตระกูลเซียวยังไงลูก?"

"พวกเขาไม่รักหลาน พวกเขาใจร้ายกับหลาน... ย่าผิดเอง ย่าไม่น่าส่งหลานไปอยู่กับคนใจดำพวกนั้นเลย"

"คุณย่าครับ เรื่องมันผ่านไปแล้ว" เซียวเฉินยิ้มปลอบโยน "ต่อไปนี้เราสองคนยายหลานจะใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันนะ"

"ผมจะดูแลย่าเอง จะหาเงินให้เยอะๆ ซื้อบ้านหลังใหญ่ๆ ให้ย่าอยู่"

"เราคิดซะว่า... เราไม่เคยมีญาติพี่น้องตระกูลเซียวพวกนั้นก็แล้วกันนะครับ"

คุณย่าพยักหน้าทั้งน้ำตาที่ไหลพราก

"คุณย่าอู๋ อย่าร้องไห้เลยนะคะ หนูจะช่วยเซียวเฉินดูแลคุณย่าอีกแรง" ซ่งจื่อเหยียนเดินเข้ามานั่งข้างๆ

"จ้ะ... ขอบใจนะลูก หนูจื่อเหยียน ขอบใจจริงๆ" คุณย่ากุมมือเด็กสาวไว้แน่น

ท่านถูกชะตากับซ่งจื่อเหยียนเหลือเกิน และคนผ่านร้อนผ่านหนาวมาอย่างท่าน มีหรือจะดูไม่ออกว่าเด็กสาวคิดยังไง

แม่หนูคนนี้คงจะมีใจให้หลานชายของท่านแน่ๆ ทั้งสวยทั้งจิตใจดี ช่างเป็นวาสนาของเสี่ยวเฉินจริงๆ

"ไม่เป็นไรค่ะคุณย่า เดี๋ยวเรามาทำกับข้าวกันดีกว่า หนูจะเป็นลูกมือให้เอง" ซ่งจื่อเหยียนยิ้มร่า

"ได้สิๆ หนูอยากกินอะไร บอกย่ามาเลย" คุณย่าลุกขึ้นยืนอย่างกระตือรือร้น

"มะเขือม่วงชุบแป้งทอด กับโจ๊กข้าวโพดมันเทศค่ะ" ซ่งจื่อเหยียนสั่งเมนูโปรด

"ได้เลย เดี๋ยวจัดให้" คุณย่าเดินไปทางครัว "เสี่ยวเฉิน อยู่คุยเป็นเพื่อนหนูจื่อเหยียนไปก่อนนะ ย่าขอเวลาทำกับข้าวเดี๋ยวเดียว"

เมื่อคุณย่าคล้อยหลังไป ซ่งจื่อเหยียนก็หันมาหาเซียวเฉิน "เซียวเฉิน น้องชายนายนี่มัน..."

"ตอแหลใช่ไหม?" เซียวเฉินต่อประโยคให้

"ใช่! ตอแหลตัวพ่อเลย!" ซ่งจื่อเหยียนพยักหน้าหงึกหงัก

"เขาบอกเธอใช่ไหมว่าที่ฉันสอบได้คะแนนดีเพราะโกง แต่เขาไม่โทษฉัน เขาบอกว่าฉันแค่อยากเรียกร้องความสนใจจากพ่อแม่?"

"แล้วเขาก็บอกว่าฉันทำแจกันแตก ขโมยของในบ้าน แต่เขาก็ยังให้อภัยฉัน?" เซียวเฉินถามยิ้มๆ

"ฮ่าๆๆ เซียวเฉิน นายนี่รู้ทันน้องชายนายทุกฝีก้าวเลยนะ" ซ่งจื่อเหยียนหัวเราะลั่น

"ฉันรู้จักมันดีเกินไปน่ะสิ" เซียวเฉินถอนหายใจ

ในชาติที่แล้ว น้องชายคนนี้ใช้เล่ห์เหลี่ยมสารพัด

สุดท้ายเพราะกลัวว่าเขาจะมาแย่งสมบัติ เลยวางแผนฆ่าเขาอย่างเลือดเย็น

ภายใต้ใบหน้าที่ดูไร้เดียงสา คือจิตใจที่อำมหิตผิดมนุษย์

"ฉันด่าเขาไปชุดใหญ่เลย" ซ่งจื่อเหยียนหยุดหัวเราะ

"เหรอ? แต่หน้าตาเขาดูน่าสงสารนะ ผู้หญิงส่วนใหญ่เห็นแล้วต้องเกิดสัญชาตญาณอยากปกป้อง แค่เขาเล่นละครนิดหน่อยคนก็สงสารแล้ว"

เซียวเฉินมองซ่งจื่อเหยียนด้วยความแปลกใจ "เธอไม่หลงกลภาพลักษณ์ภายนอกของมันเหรอ?"

"ของจริงก็คือของจริง ของปลอมก็คือของปลอม" ซ่งจื่อเหยียนส่ายหน้า "เขาเฟคเกินไป ดูก็รู้ว่าปลอมเปลือก"

"แถมพวกหน้าไหว้หลังหลอกแบบนี้ ฉันเกลียดที่สุด"

"ฮ่ะๆๆ ป่านนี้คงเสียเซลฟ์น่าดู คงกำลังซบอุกแม่ร้องไห้อยู่มั้ง" เซียวเฉินหัวเราะ

...

"ฮือๆๆ แม่ครับ... พี่สาวคนนั้นดุมากเลย"

บนรถหรู เซียวหมิงซุกหน้าลงกับอกแม่ ร้องไห้กระซิกๆ เหมือนเด็กทารกขนาดยักษ์

"ผมอุตส่าห์ชวนเขามาบ้าน จะให้ครูสอนพิเศษของผมช่วยติวให้"

"เขานอกจากจะปฏิเสธผมแล้ว ยังแช่งว่าผมจะโดนดึงลิ้นอีก"

"ฮือๆๆ... โลกใบนี้ทำไมมันโหดร้ายจัง ผมทำผิดอะไรครับแม่?"

"โอ๋ๆๆ หมิงหมิงลูกแม่ ไม่ร้องนะลูก" แม่กอดปลอบลูกรักด้วยความสงสารจับใจ

"ยัยเด็กนั่นมันมีตาหามีแววไม่ ช่างมันเถอะ เราอย่าไปยุ่งกับมันเลย"

"เดี๋ยวพี่สาว 'อวี่' ก็จะกลับมาแล้ว ไว้รอเล่นกับพี่อวี่ดีกว่านะ"

เซียวหมิงถึงยอมปาดน้ำตา แล้วยิ้มออกมาได้ในที่สุด

...

เช้าวันศุกร์ ณ โรงเรียนมัธยมถงฟาง

หลังเลิกเรียนภาคเช้า เซียวเฉินยังคงนั่งจัดการอาหารชุดใหญ่ไฟกะพริบที่แม่ของซ่งจื่อเหยียนจัดมาให้

ส่วนซ่งจื่อเหยียนก็นั่งกินกับข้าวฝีมือคุณย่าอย่างเอร็ดอร่อย

ทั้งสองผลัดกันป้อน ผลัดกันคีบกับข้าวให้กันอย่างมีความสุข

"เซียวเฉิน กินข้าวเสร็จแล้วไปพบครูซูที่ห้องพักครูหน่อยนะ" เพื่อนร่วมห้องคนหนึ่งวิ่งมาบอก

"ได้ ขอบใจนะ ครูเขามีธุระอะไรเหรอ?" เซียวเฉินถาม

"เอ่อ..." เพื่อนคนนั้นเหลือบมองซ่งจื่อเหยียน แล้วเกาหัวแกรกๆ "ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอก นายไปถึงก็รู้เองแหละ"

เห็นท่าทางอึกอักของเพื่อน เซียวเฉินก็เริ่มสงสัย

แต่เขาก็ไม่ได้คิดอะไรมาก พอกินข้าวเสร็จเขาก็เดินไปที่ห้องพักครู

ครูประจำชั้น "ซูเสี่ยว" เป็นครูสาวรุ่นใหม่ไฟแรง เพิ่งเรียนจบมาบรรจุได้ไม่นาน วัยยี่สิบแปดปี แต่ด้วยความเป็นครู เธอจึงแต่งตัวค่อนข้างมิดชิดและดูเคร่งขรึม

เมื่อเห็นเซียวเฉินเดินเข้ามา เธอวางแผนการสอนในมือลง "เซียวเฉิน ครูมีเรื่องอยากคุยกับเธอหน่อย"

"ครูซูมีเรื่องอะไรเหรอครับ?" เซียวเฉินถาม

"ช่วงนี้ในห้องเรียนมีข่าวลือแปลกๆ หนาหู เธอรู้เรื่องบ้างไหม?" ซูเสี่ยวพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังและห่วงใย "ผลการเรียนเธอดีมาก ตอนนี้เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ"

"เธอเป็นตัวเต็งที่จะสอบติดชิงเป่ย ครูไม่อยากให้เธอเสียสมาธิเพราะเรื่องอื่น"

"ครูซูครับ" เซียวเฉินขยับปากจะพูด "ตกลงมันเรื่องอะไรครับ? ครูอย่าอ้อมค้อมเลย บอกผมมาตรงๆ เถอะครับ"

"มีคนแจ้งครูมาว่า... เธอกำลังมีความรักในวัยเรียน" ซูเสี่ยวกระแอมเบาๆ

จบบทที่ บทที่ 23 เซียวหมิง นายมันก็แค่ตัวตลก

คัดลอกลิงก์แล้ว