- หน้าแรก
- จากตัวซวยสู่มหาเศรษฐี วันที่ครอบครัวต้องเสียดาย
- บทที่ 22 ตระกูลเซียวก็แค่เรื่องตลก
บทที่ 22 ตระกูลเซียวก็แค่เรื่องตลก
บทที่ 22 ตระกูลเซียวก็แค่เรื่องตลก
บทที่ 22 ตระกูลเซียวก็แค่เรื่องตลก
"ฉะ... ฉันเปล่านะ" ต่อหน้าลูกสะใภ้ผู้ทรงอิทธิพล คุณย่าอู๋ทำตัวไม่ถูก ได้แต่ยืนตัวลีบ
ลูกสะใภ้คนนี้ชาติตระกูลดี ร่ำรวย และไม่เคยเห็นหัวแม่ผัวบ้านนอกอย่างนาง
ตั้งแต่แต่งงานกับลูกชายของนาง ก็แทบไม่เคยได้ใช้ชีวิตร่วมชายคาเดียวกัน
"รีบกลับบ้านนอกไปเดี๋ยวนี้! อย่ามาทำตัวน่าอับอายขายขี้หน้าแถวนี้!" แม่ของเซียวเฉินตวาดไล่เสียงเขียว
"คุณย่ามาอยู่ที่เมืองเจียงเฉิงเพื่อมาอยู่กับผม แล้วมันไปหนักหัวพวกคุณตรงไหน?" เซียวเฉินก้าวออกมาขวางหน้า ปกป้องคุณย่าไว้ด้านหลัง
ซ่งจื่อเหยียนรู้กิตติศัพท์ความประสาทแดกของครอบครัวนี้ดี เธอจึงรีบประคองคุณย่าไปนั่งพักอีกด้าน
"เซียวเฉิน?" แม่กำลังหาที่ระบายอารมณ์อยู่พอดี พอเห็นหน้าลูกชายตัวดีก็ยิ่งของขึ้น
"มิน่าล่ะทำไมจู่ๆ ยายแก่ถึงโผล่หัวมาที่นี่ ที่แท้แกเป็นคนเสี้ยมนี่เอง! คิดจะทำอะไร? อยากให้คนอื่นเขาหัวเราะเยาะตระกูลเซียวเราหรือไง?"
"เลิกพล่ามคำว่า 'ตระกูลเซียว' สักทีเถอะ ตระกูลพวกคุณมันยิ่งใหญ่นักเหรอ? เป็นตระกูลผู้ดีเก่าหรือไง?"
เซียวเฉินสวนกลับเสียงเรียบ "ก็แค่ทำธุรกิจเล็กๆ บริษัทกระจอกๆ บริษัทหนึ่ง แต่ทำตัวหยิ่งผยองราวกับคนทั้งโลกต้องสยบแทบเท้า"
"ใครไม่รู้มาได้ยินเข้า คงนึกว่าคุณนายเป็นถึงฮูหยินตราตั้งจากตระกูลขุนนางเก่าในเมืองหลวงกระมัง"
"เซียวเฉิน! แก... แก..." แม่ของเขาอ้าปากค้าง ไม่คิดว่าลูกชายจะกล้าพูดจาฉีกหน้าขนาดนี้
"ผมทำไม? คุณย่าสุขภาพไม่ดี อยู่บ้านนอกคนเดียวไม่มีใครดูแล" เซียวเฉินจ้องหน้าแม่ด้วยแววตาเย็นชา
"ในฐานะลูกสะใภ้ คุณไม่เคยเหลียวแลแม่สามีเลยสักนิด อันนี้ผมพอเข้าใจได้ สันดานคนมันแก้กันยาก"
"แต่ผมจะรับคุณย่ามาดูแลเอง คุณเสือกอะไรด้วย? ตัวเองไม่ทำหน้าที่ แล้วยังมีหน้ามากีดกันไม่ให้คนอื่นทำ?"
"เซียวเฉิน! หุบปากเดี๋ยวนี้!" ในที่สุดแม่ก็สติแตก
เธอชี้หน้าด่ากราดไปที่คุณย่าอู๋ "ดูสิ! นี่คือสิ่งที่แกเสี้ยมสอนมันมาใช่ไหม? แกจงใจยุยงให้มันมางัดข้อกับฉันใช่ไหมฮะ?"
"งัดข้อ? สำคัญตัวผิดไปหรือเปล่า?" เซียวเฉินแค่นยิ้มสมเพช
"วันๆ ถ้าพวกคุณไม่โผล่หน้ามาโชว์โง่ให้ผมดู ผมคงจุดธูปขอบคุณสวรรค์ไปแล้ว"
"ตอนนี้ไม่มีธุระอะไรก็เชิญไสหัวออกไป ต่อไปนี้อย่ามาเหยียบที่นี่อีก ผมอยู่กับคุณย่าสองคนมีความสุขดี"
"แก... แก..." แม่โกรธจนหน้าซีดเผือด ตัวสั่นเทิ้ม
เธอไม่เคยคิดฝันว่าลูกชายที่เคยหัวอ่อน ว่านอนสอนง่าย จะกลายร่างเป็นคนปากคอเราะร้ายได้ขนาดนี้
"พี่ครับ... ทำไมพี่พูดกับแม่แรงแบบนี้ล่ะครับ? แม่ก็แค่เป็นห่วงพี่กับคุณย่านะ"
เซียวหมิงเริ่มเปิดสกิลตอแหล ทำเสียงอ่อนเสียงหวานแทรกขึ้นมา
"พี่กับคุณย่ากลับไปอยู่บ้านเราเถอะครับ พ่อกับแม่พร้อมจะให้อภัยพี่เสมอนะ"
"หุบปากเน่าๆ ของแกไปซะได้ไหม?" เซียวเฉินเลิกคิ้วมองด้วยความรำคาญ "ตรงนี้ไม่มีส่วนให้แกเสนอหน้า"
"พี่ครับ... ผม... ผม..." เซียวหมิงบีบน้ำตา หันไปฟ้องแม่เสียงเครือ "แม่ครับ... ผมแค่หวังดีอยากเตือนสติพี่เขา..."
"เซียวเฉิน!" เป็นไปตามคาด แม่แพ้ทางลูกอ้อนของลูกรักเสมอ เธอตวาดแว้ดใส่เซียวเฉินทันที
"หมิงหมิงเป็นน้องชายแกนะ! แกใช้น้ำเสียงแบบไหนคุยกับน้อง?"
"ผมไม่นับญาติกับไอ้ขี้โรคตอแหลนี่" เซียวเฉินเหยียดยิ้ม "วันๆ เอาแต่บีบน้ำตาเหมือนตุ๊ด เห็นแล้วโคตรจะเสนียดลูกตา"
"เซียวเฉิน!" แม่กรีดร้องเสียงหลง ชี้นิ้วไล่ "ไป! ไสหัวไปให้พ้นหน้าฉันเดี๋ยวนี้!"
"ช่วยแหกตาดูหน่อย นี่มันบ้านผม" เซียวเฉินย้อนนิ่มๆ "คนที่ต้องไสหัวไป คือพวกคุณ"
"ตอนนี้... เดี๋ยวนี้... ไสหัวออกไปจากบ้านผม! แล้วอย่าโผล่มาให้เห็นอีก ไม่งั้นอย่าหาว่าผมไม่เกรงใจ"
"แก... แกไล่ฉันเหรอ?" แม่เบิกตากว้างอย่างไม่อยากจะเชื่อหู
นี่ลูกชายในไส้ กล้าไล่แม่แท้ๆ เหมือนหมูเหมือนหมา?
"ใช่ ไล่ ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องเหรอ?" เซียวเฉินชี้มือไปทางประตู
"หยาบคาย! อกตัญญู! ฉันไม่น่าเบ่งแกออกมาเลย!" แม่สติหลุด ด่ากราดไม่ยั้ง
"ถูก! คุณไม่น่าเบ่งผมออกมาเลย คนที่เอาแต่ถือตัวว่าสูงส่งอย่างคุณ คงสรรหาคำด่าได้แค่ 'หยาบคาย' กับ 'อกตัญญู' สินะ?"
"ให้ผมช่วยสอนไหม?" เซียวเฉินยื่นหน้าเข้าไปใกล้ กระซิบเสียงเย็น "คุณน่าจะพูดว่า... รู้งี้ฉันน่าจะเอาขี้เถ้ายัดปากแกให้ตายตั้งแต่เกิด หรือไม่ก็น่าจะทำแท้งไอ้ลูกเวรอย่างแกไปซะ... ถูกไหมล่ะ?"
"แก... แก..." แม่หายใจพะงาบๆ หน้าเขียวคล้ำ เกือบจะเป็นลมล้มพับ
เธอผู้มาจากตระกูลผู้ดี ไม่เคยเจอใครด่าหยาบคายใส่หน้าขนาดนี้มาก่อน ยิ่งมาจากปากลูกชายตัวเอง ยิ่งเจ็บแสบไปถึงกระดูกดำ
เธอดูถูกแม่ผัวบ้านนอก แต่ตัวเองกลับไม่เคยทำหน้าที่ลูกสะใภ้ที่ดี
อย่างที่เซียวเฉินพูด... เธอคือพวก 'ดีแต่เปลือก'
"เหอะ... สมกับเป็นผู้ดีตีนแดง" เซียวเฉินหัวเราะเยาะ "ขนาดคำด่าแรงๆ ยังไม่กล้าพูดออกมาเลยเหรอ?"
"เตือนไว้ก่อนนะ เลิกเข้ามายุ่งย่ามกับชีวิตผมได้แล้ว"
"ถ้าผมเอาจริงขึ้นมา... ต่อให้ตระกูลเซียวมัดรวมกันทั้งโคตร ก็รับมือผมไม่ไหวหรอก"
"แม่ครับ... เราไปกันเถอะ พี่เขาน่ากลัวจัง ผมกลัวเขาจะทำร้ายเรา" เซียวหมิงรีบดึงแขนแม่ ทำตัวสั่นงันงก บีบน้ำตาออกมาสองหยดได้จังหวะพอดีเป๊ะ
"ได้... ได้! ฝากไว้ก่อนนะเซียวเฉิน" แม่กัดฟันกรอด หน้าเขียวปั๊ด "เชิญแกจมปลักอยู่กับนังแก่บ้านนอกนี่ไปเถอะ เก่งนักก็อย่าซมซานกลับมาขอข้าวฉันกิน!"
"ตั้งแต่วินาทีที่ก้าวขาออกมา ผมก็ไม่เคยคิดจะกลับไปเหยียบที่นั่นอีก"
เซียวเฉินตอบกลับทันควัน "มีแต่พวกคุณนั่นแหละที่เสนอหน้ามารังควานผมไม่เลิก"
"ย้ำอีกครั้งนะ ผมตัดขาดกับตระกูลเซียวแล้ว ต่อไปนี้ทางใครทางมัน!"
"ดี... ดีมาก! หมิงหมิง ไปลูก!" แม่สะบัดหน้าเดินหนีออกจากบ้านไปอย่างรวดเร็ว
ขืนอยู่นานกว่านี้ เธอคงอกแตกตายเพราะความปากดีของไอ้ลูกทรพีแน่ๆ
เซียวเฉินหันไปประคองคุณย่าเข้าบ้าน ส่วนซ่งจื่อเหยียนยืนสังเกตการณ์อยู่ข้างๆ
เซียวหมิง ไอ้เด็กเปรตจอมมารยา แอบชำเลืองมองซ่งจื่อเหยียน แววตาเจ้าเล่ห์วูบหนึ่ง ก่อนจะปั้นหน้ายิ้มใสซื่อ "พี่สาวสวัสดีครับ ผมชื่อเซียวหมิง"
"อืม เคยได้ยินชื่อ นายคือน้องชายเซียวเฉินสินะ" ซ่งจื่อเหยียนพยักหน้ารับ
"พี่สาวสนิทกับพี่ชายผมเหรอครับ?" เซียวหมิงถามหยั่งเชิง
"ใช่ สนิทมาก กินข้าวด้วยกัน เรียนด้วยกันทุกวัน" ซ่งจื่อเหยียนยิ้มหวาน "เขาติวหนังสือให้ฉันด้วยนะ"
"อ๋อ..." แววตาของเซียวหมิงฉายแววริษยาวูบหนึ่ง
ตั้งแต่เล็กจนโต อะไรที่เป็นของเซียวเฉิน เขาต้องแย่งมาให้หมด
รวมถึงคนรอบตัวที่สนิทกับเซียวเฉิน เขาต้องเข้าไปแทรกแซง ทำให้เซียวเฉินโดดเดี่ยวให้ได้
คิดได้ดังนั้น เขาก็ฉีกยิ้มฝืดเฝื่อน "พี่สาวครับ จริงๆ แล้วผมก็เรียนเก่งนะ ผมเรียนอยู่ที่โรงเรียนมัธยมเหยียนซี"
พูดถึงชื่อโรงเรียน เขาก็รีบอวดสรรพคุณ กลัวสาวเจ้าจะไม่รู้จัก "เหยียนซีเป็นโรงเรียนไฮโซประจำเมือง ค่าเทอมปีละสองแสนกว่าหยวนเลยนะ"
"สื่อการสอนดีที่สุดในเมือง อัตราสอบติดชิงเป่ยก็สูงที่สุด"
"อ๋อ... งั้นเหรอ?" ซ่งจื่อเหยียนมองเขาด้วยสายตาเหมือนมองคนปัญญาอ่อน
คุณลุงของเธอเป็นหนึ่งในบอร์ดบริหารโรงเรียนเหยียนซี... เธอกำลังคิดเล่นๆ ว่าจะสั่งไล่ไอ้เด็กตอแหลนี่ออกดีไหมนะ?
เห็นซ่งจื่อเหยียนกลอกตาไปมา เซียวหมิงนึกว่าเธอเริ่มสนใจในโปรไฟล์ของเขา
จึงรีบโม้ต่อไม่หยุด "พี่สาวครับ ผมเรียนเก่งมากนะ ให้ผมช่วยติวให้ก็ได้"
"พ่อผมจ้างติวเตอร์ระดับปริญญาโทจากมหาลัยดังมาสอนตัวต่อตัวที่บ้านด้วย"
"พี่สาวอ่อนวิชาไหน มาเรียนกับผมที่บ้านได้เลยนะครับ ฟรีไม่คิดตังค์"
"ไม่จำเป็น เซียวเฉินสอนดีอยู่แล้ว" ซ่งจื่อเหยียนยืนกอดอก มองดูการแสดงปาหี่ของเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยความขบขัน