- หน้าแรก
- จากตัวซวยสู่มหาเศรษฐี วันที่ครอบครัวต้องเสียดาย
- บทที่ 6 ขอโทษที่ต้องทำให้คุณผิดหวัง
บทที่ 6 ขอโทษที่ต้องทำให้คุณผิดหวัง
บทที่ 6 ขอโทษที่ต้องทำให้คุณผิดหวัง
บทที่ 6 ขอโทษที่ต้องทำให้คุณผิดหวัง
วันเสาร์ ณ ร้านชานม
ทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ เซียวเฉินต้องแบ่งเวลาส่วนใหญ่มาช่วยงานที่ร้านชานม เขาในชุดพนักงานกำลังง่วนอยู่กับการแพ็กชานมใส่ถุงอย่างคล่องแคล่ว
ขณะที่กำลังจะเลิกงาน รถบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 5 คันหรูได้แล่นเข้ามาจอดเทียบข้างทาง
ประตูรถเปิดออก เผยให้เห็นหญิงสาวในชุดทำงานมาดมั่นก้าวลงมา เธอตะโกนเรียก "เซียวเฉิน"
เซียวเฉินที่กำลังยุ่งอยู่เงยหน้าขึ้น เมื่อเห็นว่าเป็นใคร คิ้วเขาก็ขมวดเข้าหากันทันที "คุณมาทำอะไรที่นี่?"
"ฉันมาตามหาเธอนั่นแหละ" เซียวเหยียนเดินตรงเข้ามา สายตากวาดมองไปรอบร้านด้วยความไม่พอใจ
"นี่เธอแอบมาทำงานพาร์ตไทม์ร้านชานมตลอดเลยเหรอ?"
"ใช่ แล้วมันทำไม?" เซียวเฉินถามกลับเสียงเรียบ
"มีปัญหาอะไรทำไมไม่บอกพี่?" เซียวเหยียนขมวดคิ้วมุ่น เริ่มเทศนาสั่งสอน
"เธอมาทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟในร้านแบบนี้ เคยคิดบ้างไหมว่าถ้าคนอื่นรู้เข้า เขาจะมองตระกูลเซียวของเรายังไง?"
"ทำไมเหรอครับ? ลูกชายแท้ๆ ของตระกูลเซียวทำงานสุจริตหาเงินเอง มันน่าขายหน้าตระกูลมากนักหรือไง?" เซียวเฉินแค่นยิ้ม
"แล้วมันไม่ใช่หรือไง?" คิ้วของเซียวเหยียนขมวดแน่นกว่าเดิม
"ผมไม่เห็นว่าการหาเงินด้วยน้ำพักน้ำแรงตัวเองมันจะน่าอายตรงไหน อีกอย่าง ตอนนี้ผมกับตระกูลเซียวพวกคุณก็ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องอะไรกันแล้ว" เซียวเฉินพูดไปพลางทำงานไปพลาง ไม่คิดจะหยุดมือ
"เลิกงี่เง่าแล้วกลับบ้านกับพี่เดี๋ยวนี้"
เซียวเหยียนทำเสียงเข้ม "ไปขอโทษพ่อกับแม่ แล้วก็น้องชายซะ พวกเขาพร้อมจะให้อภัยและรับเธอกลับเข้าบ้าน"
เดิมทีเธอตั้งใจจะมาขอบคุณที่เขาช่วยเตือนเรื่องวิกฤตบริษัท แต่พอเจอท่าทางแข็งกร้าวแบบนี้ ความรู้สึกดีๆ ก็หายวับไปกับตา
"เหอะ... เซียวเหยียน ผมมองคุณผิดไปจริงๆ นึกว่าคุณจะต่างจากคนพวกนั้น นึกว่าจะมีมโนธรรมในใจบ้างสักนิด"
เซียวเฉินหัวเราะในลำคอ "แต่ตอนนี้ผมรู้แล้ว คุณมันก็ศีลเสมอกันกับพวกเขานั่นแหละ"
"เซียวเฉิน พอได้แล้ว! พี่คุยกับพ่อให้แล้ว ขอแค่เธอยอมก้มหัวขอโทษ พ่อเขาก็จะหายโกรธ" เซียวเหยียนพยายามข่มอารมณ์
"แค่ยอมรับผิดแล้วกลับบ้าน เธอจะได้ไม่ต้องมาลำบากทำงานงกๆ แบบนี้อีก"
"นี่คุณกำลังสมเพชผม? หรือกำลังจะโยนเศษเงินให้ผม?" เซียวเฉินหยุดมือ เงยหน้าสบตาพี่สาว "กลับบ้าน? บ้านหลังนั้นเคยมีที่ยืนให้ผมด้วยเหรอ?"
"ผมไปอยู่ที่นั่นครึ่งปี นอกจากค่าเทอมแล้ว ผมไม่เคยใช้เงินตระกูลเซียวแม้แต่หยวนเดียว"
"เซียวหมิงได้ค่าขนมเดือนละสามหมื่น เสื้อผ้าข้าวของเครื่องใช้แบรนด์เนมทั้งตัว"
"ผมก็เป็นนักเรียนมัธยมปลายเหมือนกัน พวกคุณเคยให้เงินผมสักหยวนไหม? หรือพวกคุณคิดว่าผมอิ่มทิพย์ได้ ไม่ต้องกินต้องใช้?"
"มะ... ไม่ใช่นะ คือพี่..." เซียวเหยียนอ้าปากค้าง อยากจะแก้ตัวแต่ก็พูดไม่ออก
จริงของเขา... พวกเธอรับเขากลับมา ก็แค่ให้มีที่ซุกหัวนอน
แต่ลืมไปสนิทว่าเขาก็เป็นเด็กคนหนึ่งที่ต้องกินต้องใช้ ต้องมีสังคม
มิน่าล่ะเขาถึงต้องมาทำงานพิเศษวันหยุดแบบนี้ มิน่าล่ะเขาถึงได้มีความแค้นเคือง... จะโทษเขาฝ่ายเดียวก็คงไม่ได้
"ต่อให้เลี้ยงหมาสักตัว... เจ้าของมันยังต้องโยนกระดูกให้แทะเลยไม่ใช่เหรอ?" น้ำเสียงของเซียวเฉินสั่นเครือเล็กน้อย
"เซียวเฉิน บางทีเมื่อก่อนพวกพี่อาจจะดูแลไม่ทั่วถึง แต่มันก็ผ่านไปแล้ว" เซียวเหยียนสูดหายใจลึก พยายามใจเย็น
"ตอนนี้กลับบ้านกับพี่ ไปขอโทษทุกคน แล้วพี่จะ..."
"ทำไมผมต้องขอโทษ? พวกเราเป็นอะไรกันเหรอครับ?"
"จะมองว่าผมแสดงละครตบตาคุณก็ได้ แต่จากนี้ไป ได้โปรดอย่ามายุ่งวุ่นวายกับชีวิตผมอีก ผมไม่อยากเห็นหน้าคนตระกูลเซียวแม้แต่คนเดียว"
"เซียวเฉิน!" เซียวเหยียนโกรธจนเจ็บหน้าอก "พวกเราเป็นครอบครัวของเธอนะ ทำไมต้องตั้งแง่รังเกียจกันขนาดนี้!"
"ครอบครัว? ไม่กล้ารับหรอกครับ ผมมันก็แค่ตัวซวย สมัยเด็กๆ พวกเขาคงกรอกหูคุณมาแบบนั้นจนชินแล้วสินะ"
เซียวเหยียนฟิวขาด ปกติอยู่ที่บริษัทเธอชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้
มีอย่างที่ไหนต้องมาลดตัวง้อคน แล้วยังโดนตอกหน้าหงายกลับมาแบบนี้
เธอตวาดลั่นไปทางร้านชานม "ใครเป็นผู้จัดการร้าน?"
"คะ... ครับ ผมเอง มีอะไรหรือเปล่าครับ?" ผู้จัดการร้านรีบวิ่งออกมาหน้าตื่น
"พวกคุณจ้างแรงงานเด็กแบบนี้ มันถูกกฎหมายเหรอ?" เซียวเหยียนชี้ไปที่เซียวเฉิน
"ถ้าขืนยังจ้างต่อ ฉันจะแจ้งกรมแรงงานให้มาตรวจสอบพวกคุณ!"
"เอ่อ..." ผู้จัดการร้านหน้าซีดเผือด ทำอะไรไม่ถูก
"ข้อแรก ผมอายุสิบแปดปีบริบูรณ์ บรรลุนิติภาวะแล้ว ไม่ใช่แรงงานเด็ก ถูกกฎหมายทุกประการ"
"ข้อสอง ถ้าคุณคิดจะใช้วิธีสกปรกบีบให้ผมจนตรอก แล้วซมซานกลับไปกราบกรานพวกคุณล่ะก็..."
เซียวเฉินถอดเสื้อฟอร์มพนักงานออก วางลงบนโต๊ะดังตึง "ฝันไปเถอะ! ชาตินี้ต่อให้ผมต้องนอนข้างถนนขอทานกิน ผมก็ไม่มีวันกลับไปเหยียบธรณีประตูบ้านตระกูลเซียวอีก!"
"เซียวเฉิน! ไอ้เด็กไม่รู้จักดีชั่ว!" เซียวเหยียนตะคอกเสียงหลง เธอโกรธจนตัวสั่น
"ยังไงพ่อแม่ก็เป็นผู้ให้กำเนิด เธอจะตัดรอนกันเลือดเย็นขนาดนี้เลยเหรอ?"
"ใช่! ให้กำเนิดมา ผมถึงได้คิดบัญชีหนี้บุญคุณสามแสนหยวนนั่นไง" เซียวเฉินพยักหน้า
"นี่คุณมาทวงเงินเหรอ? ได้สิ ขอเวลาผมหนึ่งเดือน ครบกำหนดเมื่อไหร่ ผมจะเอาเงินสามแสนไปฟาดคืนให้!"
"ดี... ดีมาก! ปากเก่งนักนะ หนึ่งเดือน สามแสน!" เซียวเหยียนหัวเราะทั้งที่โกรธจัด
คิดว่าตัวเองเป็นใคร? แค่เด็กมัธยมรับจ้างชงชานม จะมีปัญญาหาเงินสามแสนในเดือนเดียว?
"ไม่ใช่เดือนเดียว ผมขอแค่หนึ่งสัปดาห์... สามแสนหยวน!" เซียวเฉินสวนกลับสายตาแน่วแน่ "แต่ก่อนจะถึงวันนั้น อย่าโผล่หน้ามาให้ผมเห็นอีก!"
เซียวเหยียนกระแทกเท้าเดินกลับไปขึ้นรถ แล้วบึ่งรถออกไปอย่างรวดเร็วด้วยความเดือดดาล
ผู้จัดการร้านชะโงกหน้าออกมา ควักเงินหกร้อยหยวนยัดใส่มือเซียวเฉิน "เสี่ยวเฉินเอ้ย... ผู้หญิงคนนั้นท่าทางเอาเรื่องน่าดู"
"ร้านเรากำไรก็น้อยนิด ถ้าโดนตรวจสอบหรือสั่งปิดคงแย่แน่ๆ นี่ค่าแรงของนาย ฉันจ่ายให้หมดเลย ขอโทษทีนะ"
"ไม่เป็นไรครับผู้จัดการ ขอบคุณมากครับที่ดูแลผมมาตลอด" เซียวเฉินรับเงินมายิ้มๆ
เดิมทีเขาก็กะว่าจะทำแค่สุดสัปดาห์นี้แล้วลาออกอยู่พอดี แบบนี้ก็ถือว่าจากกันด้วยดี
"นายอยู่ ม.6 แล้ว ตั้งใจเรียนให้มากล่ะ มีปัญหาอะไรก็แวะมาหาฉันได้นะ" ผู้จัดการตบไหล่ให้กำลังใจ
"ขอบคุณครับ" เซียวเฉินโค้งคำนับลา
"ผู้จัดการครับ มีออเดอร์ชานมสิบแก้วด่วนจี๋ ต้องไปส่งที่บริษัทตกแต่งภายในจิงเหยียน ชั้นสิบสอง ตึกฮวากวงฝั่งตรงข้ามครับ" พนักงานอีกคนตะโกนบอก
"ตายล่ะสิ คนในร้านยิ่งยุ่งๆ อยู่ ไม่มีใครว่างไปส่งเลย" ผู้จัดการหันมามองหน้าเซียวเฉินอย่างเกรงใจ
"ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมไปส่งให้เอง" เซียวเฉินรู้หน้าที่ เขายิ้มรับถุงชานมแล้ววิ่งข้ามถนนไปยังตึกสำนักงานฝั่งตรงข้าม
ขณะที่กำลังเดินลัดผ่านร้านสตาร์บัคส์ จู่ๆ หญิงสาวคนหนึ่งก็ลุกขึ้นยืนแล้วร้องทักด้วยความดีใจ "เซียวเฉิน?"
"ซ่งจื่อเหยียน?" เซียวเฉินชะงักฝีเท้า "มาทำอะไรที่นี่?"
"ฉันมารอคนน่ะ... นี่นายทำงานพิเศษอยู่เหรอ?" ซ่งจื่อเหยียนกระพริบตาปริบๆ มองชุดที่เขาใส่
"ใช่ ต้องรีบเอาไปส่งชั้นสิบสองน่ะ" เซียวเฉินชูถุงชานมในมือให้ดู
"ไหนสัญญาว่าจะติวหนังสือให้เราไง" ซ่งจื่อเหยียนยิ้มหวานแกมตัดพ้อ
"เอ้อ จริงสิ! ลืมไปสนิทเลย พรุ่งนี้... พรุ่งนี้ฉันว่างแล้ว" เซียวเฉินตบหน้าผากตัวเอง
"งั้นแอดวีแชทไว้เลย ถึงเวลาห้ามเบี้ยวนะ" ซ่งจื่อเหยียนรีบหยิบมือถือออกมา
"ได้เลย" เซียวเฉินรีบสแกนคิวอาร์โค้ด แล้วรีบวิ่งแจ้นไปส่งของต่อ
ซ่งจื่อเหยียนมองตามหลังเขาไป พลางกระทืบเท้าเบาๆ ด้วยความขัดใจ... กะว่าจะชวนกินข้าวสักหน่อย
ยังไม่ทันได้อ้าปากชวน พ่อหนุ่มก็วิ่งหายไปซะแล้ว
...
ชั้น 12 บริษัทตกแต่งภายในจิงเหยียน
จิงเหยียนถือเป็นบริษัทออกแบบตกแต่งอันดับต้นๆ ของเมืองเจียงเฉิง โดดเด่นเรื่องงานดีไซน์ล้ำสมัย เชี่ยวชาญงานตกแต่งคฤหาสน์หรู
ดีไซเนอร์ระดับท็อปของที่นี่ ค่าตัวในการออกแบบแต่ละครั้งไม่ต่ำกว่าล้านหยวน
เมื่อมาถึง เซียวเฉินก็จัดการแจกจ่ายชานมให้พนักงานตามออเดอร์
ขณะกำลังจะกลับ เขาได้ยินเสียงเอะอะโวยวายดังมาจากห้องรับรองวีไอพี
"ฉันจ้างจิงเหยียนออกแบบ จ่ายค่าออกแบบไปเป็นล้าน เปลี่ยนดีไซเนอร์มาสามคน แก้แบบไปหกรอบ!"
"แต่ไม่มีแบบไหนถูกใจฉันเลยสักอัน! นี่แน่ใจนะว่าดีไซเนอร์พวกนี้คือระดับเหรียญทองแล้ว?"
เสียงอีกคนหนึ่งกล่าวขอโทษขอโพยอย่างนอบน้อม "ท่านผู้เฒ่าซ่ง ต้องขอประทานโทษจริงๆ ครับ คฤหาสน์พื้นที่สามพันตารางเมตรที่เขตหนานซาน ทางเราตั้งใจออกแบบอย่างสุดความสามารถแล้ว"
"อาจารย์ไป๋เวยคือมือหนึ่งของเราแล้วครับ ท่าน... ยังไม่พอใจอีกหรือครับ?"
"คฤหาสน์หนานซาน? สามพันตารางเมตร?"
ทันใดนั้น ความทรงจำจากข่าวในชาติที่แล้วก็ผุดขึ้นมาในหัวของเซียวเฉินราวกับฉายภาพซ้ำ