เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 28 - ขอแค่ความปลอดภัย

บทที่ 28 - ขอแค่ความปลอดภัย

บทที่ 28 - ขอแค่ความปลอดภัย


บทที่ 28 - ขอแค่ความปลอดภัย

เฉินอี้แปลงโฉมเป็นชายชราหลังค่อม คนอื่นๆ มัวแต่ไล่ตามเด็กหนุ่มนักบู๊ขอบเขตปราณกำเนิด ย่อมหาตัวคนไม่เจอ

ทว่าในป่าเขา ผู้บำเพ็ญเพียรวัยกลางคนหน้าซีดเผือดแววตาอิดโรย กลับถือกระดองเต่าชิ้นหนึ่งในมือ สัมผัสทิศทางที่เฉินอี้หนีไปพร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบ

"นักบู๊ขอบเขตปราณกำเนิดอายุยี่สิบปี ดันมีหินวิญญาณมากมายขนาดนั้น แถมยังมีอาวุธวิเศษอีก พอออกจากงานก็แปลงโฉมเป็นตาแก่หลังค่อม วิ่งไเร็วกว่าใครเพื่อน

เจ้าหนู นึกไม่ถึงล่ะสิว่ากระดองเต่าของข้าจะเชื่อมโยงกับตำแหน่งของป้ายหยกได้"

ท่ามกลางแมกไม้ ถุงใต้ตาที่บวมปูดของชายหน้าซีดเผยแววเจ้าเล่ห์และอำมหิต

เขาใช้วิชาตัวเบาเคลื่อนที่ด้วยความเร็วระดับกลั่นลมปราณขั้นที่ห้า ไล่กวดไปตามทิศทางที่เฉินอี้หนีไป

ณ ริมแม่น้ำที่ห่างจากหุบเขาออกมาเจ็ดลี้

เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย เบื้องหน้าในรัศมีจิตสัมผัสของเขา ไม่มีกลิ่นอายของผู้บำเพ็ญเพียรคนใดเลย แต่การตอบสนองของกระดองเต่ากลับชี้ไปที่นั่น

"เจ้าหนู ใช้วิชาซ่อนปราณได้ดีนี่ น่าเสียดาย"

ฟุ่บ

เขาซัดยันต์เปลวเพลิงออกไป อสรพิษไฟตัวหนึ่งพุ่งเข้าใส่หลังก้อนหินใหญ่อย่างรวดเร็ว

หลังก้อนหิน ป้ายหยกวิชาชิ้นนั้นวางสงบนิ่งอยู่บนพื้น ไร้ซึ่งเงาคน

ที่แท้ก่อนหน้านี้ เฉินอี้รู้สึกตัวแล้วว่ามีคนสะกดรอยตาม เขาจึงวิเคราะห์คนและสิ่งของที่ได้สัมผัสมาอย่างใจเย็น

รวมถึงร่องรอยพลังเวทบนตัว พบว่าสิ่งเดียวที่น่าจะมีปัญหาก็คือป้ายหยกถ่ายทอดวิชาชิ้นนี้

พอลองทดสอบดู ก็เป็นจริงตามคาด

ชายหน้าซีดพอเห็นอสรพิษไฟโจมตีพลาด สีหน้าก็เคร่งเครียดขึ้นมารู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากลทันที

ในตอนนั้นเอง เสียงแหวกอากาศก็ดังขึ้นจากด้านหลัง

เสียงหวีดหวิวดังลั่น ตะปูเหล็กสามดอกห่อหุ้มด้วยประกายทองคำฉีกกระชากความมืด พุ่งเข้าใส่กลางหลังของชายหน้าซีดในรูปแบบอักษรผิ่น

ชายวัยกลางคนรีบหันขวับ โล่ทองแดงขนาดเล็กในแขนเสื้อขยายใหญ่ขึ้นต้านลม

"เคร้ง เคร้ง เคร้ง"

ตะปูสองดอกแรกระเบิดประกายทองคำบนหน้าโล่ แรงสั่นสะเทือนทำเอาแขนเขาชาหนึบ ส่วนดอกที่สามกลับวาดวิถีโค้งพิสดาร ลอดผ่านแสงป้องกันใต้ชายโครง เจาะทะลุเรียกเลือดออกมาได้หนึ่งแผล

"ประกายทองคำ หรือว่าเจ้าไม่ใช่นักบู๊ขอบเขตปราณกำเนิดธรรมดา" ผู้บำเพ็ญเพียรตื่นตระหนกปนโกรธแค้น แต่กลับเห็นชายชราหลังค่อมที่เดินออกมาจากหลังโขดหิน ร่างกายขยายใหญ่ขึ้น กลายเป็นชายหนุ่มผิวสีทองแดงสะท้อนแสงจันทร์ดูเย็นยะเยือก

เฉินอี้ไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้ตั้งตัว พลังระเบิดของกายาขั้นที่หนึ่งกระทืบหินใต้เท้าจนแหลกละเอียด ร่างพุ่งเข้าชนชายวัยกลางคนราวกับกระสุนปืนใหญ่

ชายวัยกลางคนแสยะยิ้มทำมือร่ายคาถา อักขระบนโล่ทองแดงสว่างวาบ "รนหาที่ตาย"

"ตูม"

เสียงปะทะของโลหะดังกึกก้อง ประกายทองคำที่หมัดขวาของเฉินอี้ระเบิดออก รอยร้าวเก่าบนหน้าโล่ทองแดงปริแตกเพิ่มขึ้นทันตาเห็น

รูม่านตาของผู้บำเพ็ญเพียรหดเกร็ง ผู้ฝึกกายา เป็นไปได้ยังไง

แกรก

ในจังหวะที่โล่แตกออกเป็นสองเสี่ยง ฝ่ามือซ้ายของเฉินอี้พุ่งฉกราวกับงูพิษ ทะลุผ่านเศษโล่ตรงเข้าเสียบคอหอย

ผู้บำเพ็ญเพียรดีดตัวถอยหลังร่ายคาถา หยกพกที่เอวระเบิดแสงสีเขียวออกมาป้องกัน แต่ก็ถูกประกายทองคำบดขยี้จนแหลกเหลว ฝ่ามือนั้นพุ่งไม่หยุด เข้าคว้ารอบลำคอแล้วจับเขาทุ่มลงพื้นอย่างแรง

"กายาขั้นที่หนึ่งขั้นสูงสุดหรือ ไว้..." เสียงขอชีวิตยังไม่ทันหลุดจากปาก เข่าของเฉินอี้ก็กระแทกเข้าใส่จุดตันเถียนอย่างจัง

เสียงทึบๆ ของจุดกำเนิดพลังที่แตกสลายดังขึ้น ผู้บำเพ็ญเพียรเลือดทะลักออกเจ็ดทวาร ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกเหลือเชื่อ

"สหายเดี๋ยวก่อน ข้ายอม..." เขาตะเกียกตะกายจะคว้าถุงสมบัติที่เอว แต่ถูกเฉินอี้กระทืบข้อมือจนแหลก แล้วก้มลงกระชากกระดองเต่าที่เอวอีกฝ่ายมา น้ำเสียงเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง

"ถ้าโล่นั่นมันใช้ดี ข้าจะขายทำไม"

"ไม่ นี่มันเรื่องเข้าใจผิ..."

ร่างของผู้บำเพ็ญเพียรพลันแข็งทื่อ ปลายนิ้วของเฉินอี้ที่มีแสงสีทองวูบวาบ กดพรวดลงกลางหว่างคิ้วของเขาอย่างรวดเร็ว

แม้ชายวัยกลางคนจะจุดตันเถียนแตก ข้อมือหัก พลังเวทหมดเกลี้ยง ดูเหมือนจะไร้ทางสู้แล้ว

แต่เฉินอี้ก็ไม่ประมาท ระหว่างที่พูดแสงสีทองก็เจาะเข้าสู่จุดบรรพชน บดขยี้ตราประทับวิญญาณของอีกฝ่ายจนแหลกละเอียดในพริบตา

"เจ้า..."

"ผลัวะ"

เสียงกะโหลกแตกถูกกลบด้วยเสียงน้ำไหลในแม่น้ำ

เฉินอี้สะบัดเลือดออกจากมือ คลำหาถุงสมบัติและกระดองเต่าอย่างชำนาญ

จนเมื่อแน่ใจว่าศพไม่มีคลื่นวิญญาณตกค้างแล้ว จึงดีดลูกไฟเล็กๆ ไปเผาทำลายหลักฐาน แล้วโยนลงแม่น้ำไป

ภายใต้แสงจันทร์ เขาเก็บกระดองเต่าและป้ายหยก ร่างกายกลับมาหลังค่อมอีกครั้ง แล้วหายตัวไปในหมอกริมแม่น้ำอย่างรวดเร็ว

เมื่อกลับมาถึงจุดซ่อนถุงสมบัติ เฉินอี้เอาถุงสมบัติของชายหน้าซีดและถุงสมบัติของผู้บำเพ็ญเพียรตระกูลตงคนก่อนไปซ่อนไว้อีกที่

โดยพกไปแค่หินวิญญาณ ป้ายหยกวิชา และกระดองเต่าเท่านั้น

ครึ่งก้านธูปต่อมา มีคนกลุ่มหนึ่งปรากฏตัวขึ้นริมแม่น้ำ มองร่องรอยการต่อสู้และเศษซากอาวุธวิเศษที่แตกกระจายด้วยความตกตะลึง

โดยเฉพาะชายร่างยักษ์ที่เคยขู่เฉินอี้ ถึงกับขนลุกซู่ไปทั้งตัว

ผู้จัดงานแลกเปลี่ยนเข้ามาตรวจสอบ สีหน้าเคร่งเครียด รีบไล่ฝูงชนให้แยกย้าย

ส่วนชายชราชุดเทาผู้ดูแลงาน กำลังตรวจสอบโล่ทองแดงที่แตกเป็นสองเสี่ยงบนพื้น สีหน้าเคร่งขรึมอย่างที่สุด

"มีผู้ฝึกกายาระดับกายาขั้นที่หนึ่งขั้นสูงสุดปะปนเข้ามา"

เขาสังหรณ์ใจไม่ดี จึงรีบผละออกไป

ทันใดนั้น บนท้องฟ้าก็ปรากฏแสงกระบี่สองสาย

ผู้บำเพ็ญเพียรระดับกลั่นลมปราณขั้นที่เก้าพาลูกน้องสองคนร่อนลงพื้น เข็มบนจานค่ายกลในมือชี้ไปที่โล่ทองแดงสองชิ้นบนพื้น

"ผู้อาวุโสสาม ของสิ่งนี้คืออาวุธป้องกันตัวของตงหมิงเฉิง คลื่นพลังของตราประทับที่แตกสลายไม่มีทางผิดแน่"

ผู้อาวุโสตระกูลตงระดับกลั่นลมปราณขั้นที่เก้า ล็อกเป้าจิตสัมผัสไปที่ชายชราชุดเทาตรงหน้า

ชายชราชุดเทารีบคุกเข่าลงทันที เล่าเรื่องการจัดงานแลกเปลี่ยนออกมาจนหมดเปลือกอย่างไม่ปิดบัง

"อายุยี่สิบกว่าปี เป็นชายหนุ่มนักบู๊ขอบเขตปราณกำเนิด อาจจะเป็นผู้ฝึกกายาขั้นที่หนึ่งระดับสูงสุดงั้นรึ"

ผู้อาวุโสตระกูลตงหรี่ตาใช้ความคิด

"ดูท่า เศษเดนนักบู๊ปุถุชนที่เคยติดต่อกับจ้าว จิงอู่เมื่อปีนั้น ก็คงจะเป็นมันนี่แหละ"

"เซ็นสัญญาเลือดซะ ต่อไปเจ้าคือสายลับของตระกูลตง จัดงานแลกเปลี่ยนนี้ต่อไป หากไอ้หนุ่มนักบู๊นั่นโผล่มาอีก อย่าแหวกหญ้าให้งูตื่น แค่ส่งข่าวมาบอกพวกเราเงียบๆ ก็พอ"

"บ่าวชราน้อมรับคำสั่ง"

ชายชราชุดเทาลงนามในสัญญาเลือดทาสรับใช้ หัวใจเจ็บปวดรวดร้าว

ผู้อาวุโสตระกูลตงเก็บโล่ทองแดงทั้งสองส่วนขึ้นมา ใช้วิธีการพิเศษกระตุ้น จานค่ายกลในมือเก็บกู้กลิ่นอายที่หลงเหลืออยู่ได้สายหนึ่ง

เข็มบนจานหมุนติ้ว แล้วชี้ตรงไปยังจุดหนึ่งในหุบเขา

"ท่านผู้อาวุโส เจอตัวไอ้โจรนั่นแล้ว" ลูกน้องสีหน้าตื่นเต้น

"ตาม"

ทั้งสามขี่กระบี่เหาะไป แสงกระบี่พุ่งทะยานอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งไปตกลงในจุดที่ดูธรรมดามากในป่ารกร้าง

ตามคำชี้แนะของเข็มทิศค่ายกล ทั้งสามขุดถุงสมบัติใบหนึ่งขึ้นมาจากดิน บนนั้นมีตัวอักษรตระกูลตงประทับอยู่

"ท่านผู้อาวุโส น่าจะเป็นถุงสมบัติของหมิงเฉิง..."

ผู้อาวุโสสามตระกูลตงสีหน้าย่ำแย่ "ต้องเป็นไอ้โจรน้อยที่ฆ่าหมิงเฉิงไม่ผิดแน่"

"น่าแค้นนักที่ไอ้โจรบ้านั่นมันระวังตัวขนาดนี้ ถึงขนาดไม่พกถุงสมบัติติดตัว"

"ค้นให้ทั่ว"

แสงกระบี่สามสายแยกย้ายกันออกค้นหาไปทั่วป่า

ผ่านไปนานถึงครึ่งชั่วยาม แสงกระบี่จึงกลับมารวมตัวกัน แล้วกลับไปมือเปล่า

และผ่านไปอีกครึ่งชั่วยาม

เฉินอี้ที่ใช้วิชาซ่อนปราณถึงขีดสุดดุจก้อนหินไร้ชีวิต จึงค่อยลุกขึ้นจากใต้ก้อนหินในป่า เดินไปยังโคนต้นไม้ห่างออกไปสามลี้ ขุดเอาป้ายหยก กระดองเต่าขึ้นมา แล้วเดินจากไป

เมื่อครู่สถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อความปลอดภัยสูงสุด ระหว่างที่หลบหนี เฉินอี้ได้ฝังป้ายหยก กระดองเต่า และหินวิญญาณเหล่านั้นเอาไว้

ต่อให้เกิดเหตุเลวร้ายที่สุด ของนอกกายพวกนั้นทิ้งไปก็ไม่เสียดาย ขอแค่ความปลอดภัยไว้ก่อน

ดูจากสถานการณ์แล้ว อีกฝ่ายดูเหมือนจะไม่มีวิธีตามรอยป้ายหยกและกระดองเต่า การพกของสองสิ่งนี้ติดตัวน่าจะปลอดภัย

ส่วนหินวิญญาณพวกนั้น ตอนนี้เขายังไม่ได้ใช้ ไม่รีบเอาออกมา รอจะใช้ค่อยกลับมาเอา

ไม่งั้นพกหินวิญญาณกองโตเดินไปเดินมาในเขตตระกูลตง เสียงกระทบกันในอกเสื้อคงอธิบายยาก

ส่วนงานแลกเปลี่ยนแบบนี้

ในเมื่อมันถูกตระกูลตงเพ่งเล็งแล้ว เฉินอี้คงไม่ไปเหยียบอีก

พอกลับมาถึง เขารีบกำชับฮั่วซานเหนียงเป็นอันดับแรก ให้ตัดขาดการติดต่อกับงานแลกเปลี่ยนทั้งหมดทันที

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 28 - ขอแค่ความปลอดภัย

คัดลอกลิงก์แล้ว