- หน้าแรก
- วิถีตัวแม่สายเปย์
- บทที่ 67 "เอ่อ คือว่า..." หลิวเหว่ยมีสีหน้าลำบากใจเล็กน้อย
บทที่ 67 "เอ่อ คือว่า..." หลิวเหว่ยมีสีหน้าลำบากใจเล็กน้อย
บทที่ 67 "เอ่อ คือว่า..." หลิวเหว่ยมีสีหน้าลำบากใจเล็กน้อย
บทที่ 67
"เอ่อ คือว่า..." หลิวเหว่ยมีสีหน้าลำบากใจเล็กน้อย
รถคันอื่นลูกค้าสามารถเดินชมได้ตามอัธยาศัย มีเพียงคันนั้นคันเดียวที่ไม่อนุญาตให้เปิดให้ชมพร่ำเพรื่อ
มันคือซูเปอร์คาร์ระดับท็อปสนนราคาเกือบสองร้อยล้านหยวน ที่มีเพียงสามคันในโลก ดังนั้นจึงไม่อาจปล่อยให้เกิดรอยขีดข่วนได้แม้แต่นิดเดียว
หากลูกค้าทุกคนที่เดินเข้ามาเรียกร้องจะเปิดผ้าคลุมดู คงจัดการลำบากแย่
ด้วยเหตุนี้ ผู้จัดการจึงออกกฎเหล็กขึ้นมาว่า ห้ามเปิดผ้าคลุมเด็ดขาดหากลูกค้ายังไม่ตัดสินใจซื้ออย่างแน่นอน ผู้ฝ่าฝืนจะมีโทษปรับ
เพราะกฎข้อนี้เอง ได้ยินว่านับตั้งแต่รถถูกส่งมาจากสำนักงานใหญ่เมื่อต้นปี มันก็ถูกเก็บรักษาไว้อย่างดีบนแท่นโชว์ น้อยคนนักที่จะได้เห็นโฉมหน้าเต็มๆ ของมัน
ผู้จัดการหวงแหนมันราวกับของรักของหวงประจำร้านเลยทีเดียว
โอวยี่หานสังเกตเห็นท่าทีอึกอักของเขาจึงเอ่ยถาม
"เป็นอะไรไป? มีปัญหาอะไรหรือเปล่า? รถไม่ขาย หรือว่ามีเจ้าของแล้ว?"
เธอไล่เรียงความเป็นไปได้ทั้งหมดเท่าที่นึกออก
หลิวเหว่ยรีบโบกมือปฏิเสธ "ไม่ใช่อย่างนั้นครับคุณผู้หญิง เพียงแต่รถคันนี้ล้ำค่ามาก ผู้จัดการของเราตั้งกฎไว้ว่า นอกจากผู้ซื้อแล้ว ห้ามใครเปิดผ้าคลุมดูเด็ดขาดครับ"
หลังพูดจบ เขาก็รู้สึกว่าการพูดแบบนี้กับลูกค้าดูไม่เหมาะสมนัก
เพราะโดยปกติแล้ว ลูกค้าต้องได้เห็นสินค้าก่อนจึงจะตัดสินใจซื้อ ไม่เคยมีกฎที่ไหนระบุว่าต้องจ่ายเงินซื้อก่อนถึงจะมีสิทธิ์ดูรถ
ดังนั้นเขาจึงรีบเปลี่ยนบรรยากาศและผายมือเชิญโอวยี่หานไปชมรถคันอื่นแทน
"ความจริงกฎนี้ใช้กับรถคันนี้แค่คันเดียวครับ คันอื่นไม่มีข้อจำกัดแบบนั้น คุณลองดูรุ่นอื่นเผื่อจะถูกใจไหมครับ? อย่างเช่น แมคลาเรน 720S คันนี้ ราคาอยู่ที่สามล้านกว่าหยวน ถือว่าเยี่ยมมาก รูปลักษณ์ดุดัน เส้นสายโฉบเฉี่ยว โดยเฉพาะท่อไอเสียนี่... ถ้าขับออกไป คนที่ไม่รู้เรื่องซูเปอร์คาร์ต้องคิดว่ามันแพงกว่าเฟอร์รารี่คันละสี่ล้านกว่าแน่ๆ ครับ..."
โอวยี่หานปรายตามองรถคันที่เขาแนะนำ มันเป็นสีส้มสว่างสะดุดตา ตัวถังดูเท่จริงอย่างว่า แต่เธอรู้สึกว่ามันดูฉูดฉาดเกินไปหน่อย
โอวยี่หานขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนหันไปถามต้วนหมิงรุ่ย
"คุณชอบไหม?"
แน่นอนว่าต้วนหมิงรุ่ยต้องชอบ
การได้ขับรถคันนี้คงโก้ไม่หยอก
อันที่จริงรถทุกคันในนี้ก็ดูดีไปหมด
ไม่ว่าโอวยี่หานจะซื้อคันไหนให้ เขาก็คงดีใจจนเนื้อเต้น
ทว่าต้วนหมิงรุ่ยไม่กล้าแสดงความต้องการออกไปตรงๆ เพราะถึงอย่างไรคนจ่ายเงินก็คือท่านประธานโอว สิทธิ์ในการตัดสินใจควรเป็นของเธอ
ดังนั้นต้วนหมิงรุ่ยจึงระงับความตื่นเต้นไว้แล้วตอบว่า
"ผมได้หมดครับ ขอแค่ท่านประธานโอวถูกใจก็พอ"
โอวยี่หานสังเกตเห็นประกายความตื่นเต้นในแววตาของต้วนหมิงรุ่ย จึงชี้ไปที่รถคันนั้นแล้วกล่าวกับหลิวเหว่ย
"งั้นเอาคันนี้แหละ คืนนี้รับรถเลยได้ไหม?"
หลิวเหว่ยแทบไม่อยากเชื่อหูตัวเอง
ปิดการขายง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอ?
เดิมทีเขาตั้งใจจะแนะนำรุ่นอื่นเพิ่มเติม
อย่างน้อยเธอก็น่าจะลองขับดูก่อนตัดสินใจ
การตกลงซื้อขายที่รวดเร็วปานสายฟ้าแลบนี้ทำให้เขารู้สึกเหมือนไม่ใช่เรื่องจริง
"แน่ใจหรือครับ? คุณแน่ใจนะว่าจะซื้อคันนี้? ไม่ลองพิจารณาดูอีกสักหน่อยหรือครับ?" หลิวเหว่ยถามย้ำด้วยความไม่มั่นใจ
โอวยี่หานขมวดคิ้วพลางกวาดสายตามองไปรอบโชว์รูม เธอเองก็อยากจะพิจารณาเพิ่มเติมเหมือนกัน แต่มองไปทางไหนก็มีแต่รถสปอร์ตทั้งนั้น
เธอจึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม
"ร้านคุณจัดหารถบ้านให้ได้ไหม? ขอแบบแบรนด์ดัง สมรรถนะเยี่ยม เรื่องราคาไม่ใช่ปัญหา ฉันต้องการสี่คัน แล้วก็ถ้าหาเอสยูวีสมรรถนะสูงให้ได้ด้วยจะดีมาก ฉันเอาคันหนึ่ง"
หลิวเหว่ยอ้าปากค้างกว้างจนแทบจะยัดไข่ไก่เข้าไปได้ทั้งฟอง
ที่เขาบอกให้ "พิจารณาดูอีกหน่อย" เขาไม่ได้หมายความแบบนี้นะ...
"ไม่ได้เหรอ? ถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็นไร... วันหลังฉันค่อยไปดูที่ศูนย์อื่น" โอวยี่หานกล่าว ก่อนจะชี้ไปที่รถที่คลุมผ้าไว้อีกครั้ง "อ้อ... แล้วถ้าฉันชำระเงินและรับรถคันนั้นได้ภายในคืนนี้ ก็คิดเงินรวมไปเลยแล้วกัน ที่คุณบอกว่าต้องซื้อก่อนถึงจะดูได้ใช่ไหม? ไม่เป็นไร ฉันซื้อก่อนแล้วค่อยดูทีหลังก็ได้"
ขณะพูด เธอหยิบบัตรแบล็คการ์ดออกมาจากกระเป๋าแล้วยื่นส่งให้เขาด้วยท่าทีสงบนิ่ง
"รูดได้ไหม? ถ้ารูดได้ก็จัดการเลย ลงทะเบียนรถทุกคันเป็นชื่อของเขา"
เธอชี้ไปทางต้วนหมิงรุ่ยที่ยืนอยู่ข้างกาย
เมื่อมองดูบัตรเครดิตสีดำขลับในมือเรียว หลิวเหว่ยถึงได้ตระหนักว่าเธอไม่ได้ล้อเล่น
สีหน้าของเขาแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมและจริงจังขึ้นทันที เขาเอ่ยกับโอวยี่หาน
"รบกวนคุณทั้งสองรอสักครู่ครับ เดี๋ยวผมไปตามผู้จัดการมาให้"
ยอดสั่งซื้อถล่มทลายขนาดนี้ พนักงานหน้าใหม่อย่างเขาจะรับมือไหวหรือ?
เห็นทีคงไม่ไหว
ให้ผู้จัดการมาดูแลเองดีกว่า
ขืนทำเองเขาคงขาสั่นพั่บๆ แน่