- หน้าแรก
- วิถีตัวแม่สายเปย์
- บทที่ 66 แต่เธอไม่ได้คิดจะอธิบายอะไร
บทที่ 66 แต่เธอไม่ได้คิดจะอธิบายอะไร
บทที่ 66 แต่เธอไม่ได้คิดจะอธิบายอะไร
บทที่ 66 แต่เธอไม่ได้คิดจะอธิบายอะไร
เพราะเรื่องนี้มันยากเกินกว่าจะอธิบายให้เข้าใจได้โดยง่าย
จะให้บอกหรือว่าเธอจำเป็นต้องเฟ้นหาชายหนุ่มหน้าตาดีมาปรนเปรอด้วยเงินทองเพื่อหวังเงินคืนจากระบบ?
ขืนพูดไปคงไม่มีใครเข้าใจ
ดังนั้นเมื่อเผชิญกับคำถามนี้ โอวยี่หานจึงเลือกที่จะตอบแบบกำกวมว่า
"วันข้างหน้าคุณจะเข้าใจเอง"
ส่วนเขาจะเข้าใจไปในทิศทางไหนนั้น... โอวยี่หานเองก็สุดรู้
ปล่อยให้เป็นเรื่องของจินตนาการของเขาเองก็แล้วกัน
ในสายตาของต้วนหมิงรุ่ย โอวยี่หานมีกลิ่นอายของความลึกลับปกคลุมอยู่เสมอ เขาจึงมีความเชื่อมั่นและศรัทธาในตัวเธออย่างหน้ามืดตามัว
เมื่อได้ยินคำตอบเช่นนั้น เขาจึงยิ่งมั่นใจว่าการที่โอวยี่หานมอบของขวัญให้เหล่าสตรีมเมอร์ไม่ใช่การกระทำที่ขาดสติ แต่เป็นการเดินหมากที่ผ่านการคิดคำนวณมาอย่างรอบคอบเพื่อเป้าหมายอันยิ่งใหญ่
ส่วนเป้าหมายเหล่านั้นคืออะไร... ต้องขออภัยด้วยที่วิสัยทัศน์ของเขาช่างคับแคบเกินกว่าจะมองทะลุปรุโปร่งในตอนนี้
แต่หนทางข้างหน้ายังอีกยาวไกล เขาเชื่อว่าสักวันหนึ่งเขาจะเข้าใจและมองเห็นทุกอย่างได้ชัดเจน
กว่าจะไปถึงโชว์รูมรถยนต์ 4S เวลาก็ล่วงเลยไปจนถึงสามทุ่มกว่าแล้ว
พนักงานขายส่วนใหญ่เลิกงานกลับบ้านกันหมด
ในโชว์รูมเวลานี้เหลือเพียงสามคน คือผู้จัดการที่กำลังนั่งสรุปยอดขายประจำวันอยู่ในห้องทำงาน พนักงานขายหญิงที่เพิ่งส่งลูกค้าเสร็จและกำลังเตรียมตัวกลับบ้าน และพนักงานใหม่ไฟแรงที่เพิ่งเข้ามาทำงานได้ไม่นานและกำลังขะมักเขม้นท่องจำบทพูดขายของ
ทั้งพนักงานขายหญิงและเด็กใหม่ต่างเห็นโอวยี่หานเดินเข้ามาพร้อมกับต้วนหมิงรุ่ย
ทว่าพนักงานหญิงกลับปรายตามองเพียงแวบเดียวและไม่มีท่าทีจะต้อนรับ เธอปลดป้ายชื่อออกและหันหลังเตรียมเดินเข้าห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อเปลี่ยนชุดกลับบ้าน
เมื่อเห็นดังนั้น เด็กใหม่จึงอดถามไม่ได้ว่า
"พี่ลี่ ลูกค้ามาแล้ว พี่ไม่ไปรับหน่อยเหรอครับ?"
หวังลี่ชำเลืองมองไปทางทิศที่โอวยี่หานและต้วนหมิงรุ่ยเดินเข้ามาแล้วแค่นหัวเราะ
"เสี่ยวหลิว ที่นี่มันโชว์รูมรถหรูนะ คันนึงราคาเป็นล้าน เธอคิดว่าเด็กสองคนนั้นจะมีปัญญาซื้อหรือไง?"
"อย่าหาว่าพี่ไม่เตือนนะ การขายรถไม่ใช่แค่มีความรู้ทางธุรกิจ แต่ต้องตาไว ดูคนให้เป็นด้วย พี่กล้าพนันเลยว่าพวกนั้นก็แค่มาเดินดูถ่ายรูปเล่น หลอกให้เธอเสียเวลาเปล่าๆ"
"คิดว่าคุ้มเหรอที่จะต้องเสียเวลานอกเวลางานไปต้อนรับลูกค้าเกรดนี้?"
พนักงานใหม่อย่างหลิวเหว่ยพยักหน้าทำทีเป็นน้อมรับคำชี้แนะจากรุ่นพี่ ก่อนจะเอ่ยว่า
"ถ้าพี่ลี่มั่นใจว่าจะไม่รับลูกค้า งั้นผมขอลองไปดูแลพวกเขาเองครับ ถือซะว่าได้ฝึกซ้อมบทพูดขายของไปในตัว"
หวังลี่กวาดตามองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วยิ้มเยาะ
"ก็ตามใจ อยากรับก็รับไปสิ ยังไงก็ไม่ใช่เวลาและแรงงานของฉันอยู่แล้วที่ต้องเสียไป"
พูดจบเธอก็สวมส้นสูงเดินสะบัดก้นเข้าห้องเปลี่ยนชุดเพื่อเลิกงานไป
จังหวะนั้นเอง โอวยี่หานและต้วนหมิงรุ่ยก็เดินเข้ามาด้านในเรียบร้อยแล้ว
ต้วนหมิงรุ่ยกวาดตามองโชว์รูมที่ไฟส่วนใหญ่ถูกปิดลง ก่อนจะหยุดสายตาที่พนักงานขายเพียงคนเดียวอย่างหลิวเหว่ย
"ขอโทษนะครับ เวลานี้ยังดูรถได้อยู่ไหม?"
หลิวเหว่ยรีบวิ่งเหยาะๆ เข้ามาต้อนรับด้วยรอยยิ้ม
"ได้ครับคุณผู้ชาย คุณผู้หญิง ไม่ทราบว่าสนใจรถรุ่นไหนเป็นพิเศษไหมครับ ผมแนะนำให้ได้นะครับ"
ต้วนหมิงรุ่ยหันไปมองโอวยี่หานเพื่อรอการตัดสินใจ
เห็นได้ชัดว่าอำนาจการตัดสินใจอยู่ที่หญิงสาวคนนี้ หลิวเหว่ยจึงหันไปมองเธอเช่นกัน
ความจริงแล้วโอวยี่หานแทบไม่มีความรู้เรื่องตลาดรถหรูในโลกนี้เลย ในฐานะ 'คนธรรมดา' อย่างเจ้าของร่างเดิม รุ่นรถที่รู้จักก็มีจำกัด ความรู้รอบตัวเรื่องนี้จึงค่อนข้างแคบ
การมาซื้อรถวันนี้ก็เป็นความคิดปุบปับ เธอยังไม่มีเวลาหาข้อมูลด้วยซ้ำว่ามีแบรนด์อะไรบ้าง... แต่ครั้นจะไม่พูดอะไรเลยก็ดูไม่เข้าท่า เธอจึงครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
"ที่นี่มีรถคันไหนแพงที่สุดคะ?"
ในเมื่อไม่รู้จักรุ่น ก็ใช้ราคาเป็นเกณฑ์นำทางเสียเลย
ถ้าจะใช้ราคาเป็นตัวตั้ง ก็ซื้อคันที่แพงที่สุดไปเลยสิ... อย่างน้อยคันที่แพงที่สุดก็น่าจะให้เงินคืนกลับมาเยอะกว่าไม่ใช่เหรอ?
โอวยี่หานคิดในใจ
"รถที่... แพงที่สุดเหรอครับ?" หลิวเหว่ยเบิกตากว้าง ยืนอึ้งไปชั่วขณะ
ก่อนที่สมองจะทันได้ไตร่ตรอง ร่างกายก็ขยับไปไวกว่าความคิด เขาชี้มือไปยังรถคันหนึ่งที่ถูกคลุมด้วยผ้าคลุมรถมิดชิด
"นั่นคือรถที่แพงที่สุดในร้านเราครับ โรลส์-รอยซ์ แฟนธอม ราคาจากโรงงานอยู่ที่ 199 ล้านหยวน ส่วนราคาขายหน้าร้านของเราอยู่ที่ 210 ล้านหยวน ผลิตจำกัดเพียงสามคันทั่วโลกครับ"
โอวยี่หานมองตามทิศที่เขาชี้
ทว่าเธอกลับเห็นเพียงวัตถุขนาดใหญ่ที่ถูกห่อหุ้มด้วยผ้าสีดำทึบ
โอวยี่หาน: "..."
"ช่วยเปิดให้เราดูหน่อยได้ไหมคะ?"