- หน้าแรก
- วิถีตัวแม่สายเปย์
- บทที่ 68 ภายในห้องทำงาน
บทที่ 68 ภายในห้องทำงาน
บทที่ 68 ภายในห้องทำงาน
บทที่ 68 ภายในห้องทำงาน
ผู้จัดการเฉากังกำลังนั่งกลัดกลุ้มกับยอดขายประจำเดือนนี้
เดือนนี้ผ่านไปเกินครึ่งแล้ว แต่พวกเขากลับขายรถออกไปได้เพียงห้าคันเท่านั้น
แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่ารถหรูขายยาก แต่ตัวเลขห้าคันมันก็น่าอนาถเกินไป
สิ้นเดือนนี้คงไม่แคล้วโดนสำนักงานใหญ่เรียกไปด่าอีกตามเคย
เฮ้อ ปวดหัวชะมัด!
ทันใดนั้น หลิวเหว่ยก็ผลุนผลันเข้ามาอย่างไม่ดูตาม้าตาเรือ
"ผู้จัดการครับ ผู้จัดการ! มีคนจะซื้อ..."
"ทำบ้าอะไรของแก! ต่อให้ฟ้าถล่มก็ต้องเคาะประตูก่อนสิเว้ย เล่นพุ่งเข้ามาแบบนี้ฉันหัวใจวายตายพอดี"
เฉากังหงุดหงิดเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว พอโดนหลิวเหว่ยทำให้ตกใจก็ยิ่งอารมณ์เสีย เขาตะคอกใส่พลางเอามือกุมหน้าอก
หลิวเหว่ยรีบขอโทษขอโพยทันควัน
"ขอโทษครับผู้จัดการ ให้ผมออกไปเคาะประตูใหม่ไหมครับ?"
เฉากังตวาดอย่างหัวเสีย
"แกเข้ามาแล้วจะย้อนออกไปให้เสียเวลาทำซากอะไร? อย่ายืนบื้อสิ มีอะไรก็รีบพูดมา! เรื่องด่วนคอขาดบาดตายอะไรถึงต้องบุกเข้ามาในห้องฉันเวลานี้?"
หลิวเหว่ยรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ
คนที่ขัดจังหวะก็ผู้จัดการ คนที่บ่นว่าช้าก็ผู้จัดการ
เฮ้อ ชีวิตหนอชีวิต เป็นมนุษย์เงินเดือนนี่มันยากเย็นแสนเข็ญจริงๆ
แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น สิ่งสำคัญคือสิ่งที่เขากำลังจะพูดต่อไปต่างหาก
ถ้าปิดจ๊อบนี้ได้ เขาจะพลิกชีวิตจากหน้ามือเป็นหลังมือ กลายเป็นผู้กำหนดชะตาชีวิตตัวเองได้เลย เขาจึงรีบพูดต่อ
"มีคนต้องการซื้อโรลส์-รอยซ์ แฟนธอมครับ พวกเขาจะรับรถคืนนี้และต้องการรูดบัตรเดี๋ยวนี้เลย..."
ยังไม่ทันที่หลิวเหว่ยจะพูดจบ เฉากังก็ดีดตัวลุกจากเก้าอี้ ตาเบิกโพลง ถามย้ำด้วยความไม่อยากเชื่อ
"แกพูดว่าไงนะ? พวกเขาจะซื้อรถอะไร?"
หลิวเหว่ยทวนคำพูดอย่างใจเย็น
"โรลส์-รอยซ์ แฟนธอม... ซูเปอร์คาร์รุ่นท็อปราคา 210 ล้าน ที่มีจำกัดแค่ 3 คันทั่วโลกนั่นแหละครับ"
เฉากังยังคงรู้สึกเหลือเชื่อ
210 ล้าน
คนธรรมดาที่ไหนจะมีปัญญาจ่าย?
ตอนที่รถถูกส่งมาใหม่ๆ ไม่ใช่ว่าเขาไม่คิดจะขาย
เพื่อจะขายรถคันนี้ เขาถึงขั้นรวบรวมรายชื่อมหาเศรษฐีทั่วเมืองเจียงที่พอจะมีกำลังซื้อเพื่อจัดงานโชว์รถ
ทว่าท้ายที่สุด พวกเศรษฐีรุ่นลายครามกลับไม่สนใจรถรุ่นนี้ ส่วนพวกเศรษฐีรุ่นใหม่ต่างก็อยากได้จนตัวสั่น
แต่น่าเสียดายที่ทายาทเหล่านั้นไม่ได้กระเป๋าหนักเท่าพ่อของตัวเอง
พวกเขาอาจยอมควักเงินหลายสิบล้านซื้อแมคลาเรน เซนนาได้
แต่พอมาเจอโรลส์-รอยซ์ แฟนธอมราคา 210 ล้าน ก็ทำได้แค่ยืนมองตาละห้อย
ด้วยเหตุนี้ รถคันนี้จึงถูกจอดทิ้งไว้ในร้าน ห่อหุ้มไว้อย่างมิดชิดดุจสมบัติล้ำค่าประจำร้าน
"แกบอกราคาเขาไปหรือเปล่า? 210 ล้านนะ ไม่ใช่สองล้านหรือยี่สิบล้าน พวกเขาไม่ได้เข้าใจผิดใช่ไหม?" เฉากังถามย้ำกับหลิวเหว่ยเพื่อความแน่ใจ
หลิวเหว่ยส่ายหน้า
"เปล่าครับ ผมบอกราคาชัดเจนแล้ว 210 ล้านแน่นอนครับ"
"และนอกจากคันนี้ เธอยังต้องการแมคลาเรน 720S รถบ้านแบรนด์หรูสี่คัน แล้วก็เอสยูวีแบรนด์หรูอีกคันด้วยครับ"
เฉากังยิ่งฟังก็ยิ่งรู้สึกเหลือเชื่อ
เขารู้จักมหาเศรษฐีในเมืองเจียงทุกคน เป็นไปไม่ได้ที่คนระดับนั้นจะมาที่นี่โดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า
เพื่อความไม่ประมาท เขาจึงถามอีกครั้ง
"พวกเขาไม่ได้มาปั่นหัวเล่นใช่ไหม? เป็นลูกค้าจริงๆ เหรอ?"
หลิวเหว่ยเองก็เริ่มประหม่า
"ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันครับ แต่เธอหยิบบัตรออกมาแล้วบอกให้รูดเลย พอดีฝ่ายการเงินไม่อยู่ แล้วผมก็ทำตัวไม่ถูกชั่วขณะ เลยรีบมาตามผู้จัดการนี่แหละครับ"
สีหน้าของเฉากังเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม เขาก้าวเดินนำออกไป
"พาฉันไปดูพวกเขาหน่อย"
...
เดิมทีเฉากังคิดว่าคงจะได้พบคนหน้าคุ้นเคย
เพราะการจะซื้อรถรวดเดียวเยอะขนาดนี้ไม่ใช่สิ่งที่คนทั่วไปจะทำได้ อย่างน้อยก็น่าจะเป็นนักธุรกิจกระเป๋าหนักที่เขาคุ้นเคย
แต่ผลลัพธ์กลับทำให้เขาผิดคาด
ที่เห็นตรงหน้าคือวัยรุ่นชายหญิงคู่หนึ่ง
แถมเด็กหนุ่มที่ดูโตกว่าหน่อยก็ดูธรรมดามาก นอกจากหน้าตาดีแล้วก็ไม่มีราศีของคนที่จะมีปัญญาซื้อรถในร้านนี้ได้เลย
ส่วนเด็กสาว... แม้จะมีบุคลิกนิ่งสงบ ท่วงท่าสง่างาม และแผ่รัศมีความมั่นใจออกมาจากภายในจนดูไม่เหมือนลูกตาสีตาสา
แต่เธอก็ยังดูเด็กมาก
ดูเหมือนเด็กนักเรียนมัธยมปลายเท่านั้น
เด็กสองคนนี้เนี่ยนะที่จะมาซื้อโรลส์-รอยซ์ แฟนธอมของเขา?
จะไม่ให้เขาเหลือเชื่อได้อย่างไร?