- หน้าแรก
- บลีช จงดูให้ดี นี่คือวิธีใช้ซันปาคุโตะ
- บทที่ 8: สะท้อนภาพ
บทที่ 8: สะท้อนภาพ
บทที่ 8: สะท้อนภาพ
บทที่ 8: สะท้อนภาพ
“อัจฉริยะ... นี่มันอัจฉริยะตัวจริงเสียงจริง”
อาจารย์ใหญ่แห่งสถาบันชินโอจ้องมองรูปวาดของยามาโมโตะ เก็นริวไซ ชิเงคุนิ ที่แขวนอยู่บนผนังห้องทำงานด้วยสายตาตื่นเต้นจนน้ำตาคลอ ศีรษะล้านเลื่อมของเขาดูเหมือนจะสะท้อนแสงไฟเจิดจ้ายิ่งกว่าเดิม
ไม่ใช่แค่มาซาสึกิ...แม้แต่คุจิกิ โซจุนก็อดไม่ได้ที่จะหรี่ตามองภาพนั้น
“ถ้าท่านผู้บัญชาการใหญ่ยามาโมโตะกำลังเฝ้ามองเราจากนรก โซลโซไซตี้คงจะเจริญรุ่งเรืองไปอีกสองพันปีแน่นอน”
มาซาสึกิที่กำลังจิบชาอย่างสบายใจเกือบสำลักน้ำชาตายคาที่ ใบหน้าแสดงอาการกลั้นขำอย่างสุดความสามารถ
“เอ่อ... อาจารย์ใหญ่ครับ ท่านผู้บัญชาการใหญ่ยามาโมโตะยังมีชีวิตอยู่นะครับ”
คุจิกิ โซจุนยกมือขึ้นท้วงอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ
“ข้ารู้ ข้ารู้ ไม่ใช่ว่าท่านกำลังจะตาย... อะแฮ่ม ๆ... ข้าหมายความว่า ท่านผู้บัญชาการใหญ่ยามาโมโตะก็อายุมากแล้วไม่ใช่รึ?”
อาจารย์ใหญ่กระแอมไอแล้วถอนหายใจยาว
“ท่านใช้เวลาหลายศตวรรษปกป้องโซลโซไซตี้อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ในที่สุดก็มีคนที่จะมาแบ่งเบาภาระท่านได้เสียที”
คุจิกิ โซจุนถึงกับพูดไม่ออก
เมื่อกี้อาจารย์ใหญ่เพิ่งแช่งท่านผู้บัญชาการใหญ่ใช่ไหม? แล้วก็กลับลำอย่างไวเลยนะ? การแถหน้าตายแบบไม่ต้องคิดนี่มันสุดยอดจริง ๆ
เขาจำได้แม่นว่าอาจารย์ใหญ่ไม่ได้มีนิสัยแบบนี้มาตลอด
พรสวรรค์ที่ล้นเหลือของมาซาสึกิทำให้เขาเสียศูนย์ขนาดนั้นเชียว?
นั่นเป็นคำอธิบายเดียวที่ฟังขึ้น ไม่อย่างนั้นก็แปลว่าเขาแค่ดีใจจนเก็บทรงไม่อยู่ และหลุดมาดผู้ดีไปจนหมดเปลือก...
“อาโอซากิคุง มาเถอะ ไปที่โรงฝึกดาบกัน แสดงชิไคของเจ้าให้อาจารย์ใหญ่ดูหน่อย”
อาจารย์ใหญ่ฉีกยิ้ม พยายามทำสิ่งที่เจ้าตัวคงคิดว่าเป็นรอยยิ้มใจดีและให้กำลังใจ
โชคร้ายที่ใบหน้าเหี่ยวย่นของเขาไม่ได้มีความใจดีแม้แต่น้อย ผลลัพธ์ที่ออกมาจึงห่างไกลจากคำว่าน่าไว้วางใจ ถ้าจะให้พูดตรง ๆ นี่มันรอยยิ้มที่ทำให้เด็กทารกร้องไห้จ้ากลางดึกหยุดร้องได้ชะงัดนัก
มาซาสึกิยิ้มบาง ๆ และเดินตามอาจารย์ใหญ่กับคุจิกิ โซจุนไปยังโรงฝึกดาบ
เขาผ่อนลมหายใจออกช้า ๆ สายตาเหลือบไปมองรันงิคุและงินที่รอเขาอยู่นอกประตู
จากนั้น ด้วยน้ำเสียงมั่นคง เขาก็เอ่ยคำปลดปล่อย...
“จงสะท้อนภาพ... บันโช เซ็นรัน!” (สรรพสิ่งส่องประกาย)
มาซาสึกิค่อย ๆ ชักดาบฟันวิญญาณออกมา ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่มีริบบิ้นสีขาวพันรอบด้ามดาบ เชื่อมต่อกับวงแหวนดาบรูปกางเขน
เขาสอดนิ้วเข้าไปในวงแหวนแล้วดีดเบา ๆ ดาบคาตานะหมุนติ้วอยู่กับที่ กรีดผ่านอากาศอย่างงดงาม
“ดาบฟันวิญญาณเปลี่ยนรูปร่าง การปลดปล่อยแรงดันวิญญาณเพิ่มขึ้นสามเท่า ดาบสายโจมตีตรง ๆ สินะ?”
อาจารย์ใหญ่ค่อย ๆ ลุกขึ้น ลูบเครายาวที่ไว้มานานหลายปี เขาโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย จ้องมองทุกรายละเอียดด้วยความสนใจอย่างยิ่งยวด
แต่ถึงกระนั้น รอยยิ้มของเขาก็ไม่จางหายไป...ไม่มีแม้แต่ร่องรอยของความผิดหวัง
แม้ดาบสายโจมตีโดยตรงมักถูกมองว่ามีรูปแบบการต่อสู้ที่ซับซ้อนน้อยกว่าสายวิถีมาร แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา ข้อจำกัดใด ๆ สามารถชดเชยได้ด้วยทักษะและกลยุทธ์
ตลอดเวลาที่เป็นอาจารย์ใหญ่สถาบันชินโอ ในที่สุดเขาก็ได้พบกับอัจฉริยะในรอบพันปี
เด็กคนนี้... วันหนึ่งเขาอาจจะยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับท่านผู้บัญชาการใหญ่ยามาโมโตะ หรือตำนานเคนปาจิรุ่นแรก อุโนะฮะนะ เร็ตสึ
และเมื่อวันนั้นมาถึง...เมื่อเด็กคนนี้กลายเป็นเสาหลักของโซลโซไซตี้...ทุกคนจะได้รับรู้ว่า:
ข้าคนนี้แหละ คือผู้ค้นพบอัจฉริยะผู้นั้น
เมื่อคิดได้ดังนั้น อาจารย์ใหญ่ก็อดไม่ได้ที่จะฉีกยิ้มกว้างขึ้นไปอีก สีหน้าเริ่มดูตลกขบขันเข้าไปทุกที
เมื่อเห็นรอยยิ้มที่เวอร์วังขึ้นเรื่อย ๆ ของอาจารย์ใหญ่ ทั้งอาโอซากิ มาซาสึกิและคุจิกิ โซจุนต่างรู้สึกถึงความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ถูกแล่นขึ้นมาในอก...
ความรู้สึกอ่อนใจอย่างที่สุด
มาซาสึกิมองตรงไปที่อาจารย์ใหญ่ที่ดูเหมือนจะตกอยู่ในภวังค์ แล้วเอ่ยถามเสียงเรียบ
“อาจารย์ใหญ่ครับ แค่นี้พอไหมครับ?”
“ไม่มีปัญหา! ตั้งแต่วินาทีนี้ไป ดาบฟันวิญญาณเล่มนี้เป็นของเจ้าแล้ว!”
มาซาสึกิเก็บดาบเข้าฝัก นิ้วมือลูบไล้ด้ามดาบขณะที่ประกายตาคมกริบวูบผ่าน
มีเพียงเขาเท่านั้นที่รู้ถึงพลังที่แท้จริงที่ซ่อนอยู่ในดาบเล่มนี้
หลังจากพูดคุยกันอีกเล็กน้อย อาจารย์ใหญ่ก็เดินมาส่งมาซาสึกิและโซจุนออกจากห้องทำงานด้วยตัวเอง
ขณะก้าวออกจากอาคารเรียน โซจุนที่เดินตามหลังมาซาสึกิก็หยุดฝีเท้าลงกะทันหัน
“อาโอซากิคุง เธอต้องระวังตัวให้มากเป็นพิเศษในวันข้างหน้านะ”
มาซาสึกิเหลือบมองเขาแต่ไม่ได้พูดอะไร
หลังจากนิ่งคิดไปครู่หนึ่ง โซจุนก็พูดต่อ
“โซลโซไซตี้ไม่ได้สงบสุขเหมือนภาพที่เห็นภายนอก การแย่งชิงอำนาจในหมู่ตระกูลขุนนางกำลังดุเดือดขึ้นทุกวัน”
“แต่ละขั้วอำนาจต่างพยายามขยายอิทธิพลอย่างบ้าคลั่งเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้ตัวเอง แม้แต่ตระกูลคุจิกิก็ยังไม่อาจวางตัวอยู่เหนือความขัดแย้งนี้ได้”
“และตอนนี้ สิ่งที่พวกขุนนางต้องการมากที่สุด... คือคนอย่างเธอ...หนุ่มแน่น และมีพรสวรรค์เป็นเลิศ มันเลี่ยงไม่ได้เลยที่เธอจะไปสะดุดตาพวกเขา”
“ถ้าเธอยอมรับข้อเสนอของพวกเขา เธอจะกลายเป็นแค่ดาบในมือพวกเขา จากนาทีนั้นไป ชะตาชีวิตของเธอจะไม่ใช่ของเธออีกต่อไป”
“สำหรับพวกเขา ดาบก็เป็นแค่อาวุธ และอาวุธ... เมื่อพังแล้ว ก็เป็นแค่เศษเหล็กไร้ค่า พวกเขาไม่สนหรอกว่าจุดจบของเธอจะเป็นยังไง”
“ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าเธอเลือกเข้าพวกกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เธอจะกลายเป็นเป้าหมายหลักของฝ่ายอื่นทันที และเมื่อเป็นเรื่องของศัตรู พวกขุนนางไม่เคยปรานี”
“พวกเราที่อยู่ในที่สูง แปดเปื้อนด้วยสิ่งสกปรกโสมม แต่เธอสมควรได้รับอนาคตที่สดใส อย่าปล่อยให้ตัวเองถูกฉุดลงมาในโคลนตมเพียงเพราะผลประโยชน์ชั่วคราวเลย”
ขณะพูด รอยยิ้มสมเพชตัวเองปรากฏขึ้นที่มุมปากของโซจุน
ความจริงแล้ว เขาไม่เคยอยากเข้าไปพัวพันในพายุความขัดแย้งของขุนนางเลย แต่การเกิดมาในตระกูลคุจิกิ...หนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่...ทำให้เขาไม่มีทางเลือกตั้งแต่ต้น
เขาเกลียดความจริงข้อนี้สุดหัวใจ แต่เขาก็ไร้พลังที่จะเปลี่ยนแปลงมัน
“อาจารย์ คุณเป็นคนดีจริง ๆ”
มาซาสึกิส่ายหน้าและตอบด้วยความจริงจังแน่วแน่
“ไม่ต้องห่วงครับ ผมไม่สนใจลาภยศเงินทองที่พวกขุนนางเอามาล่อหรอก ตอนนี้เป้าหมายเดียวของผมคือการฝึกฝนที่สถาบันชินโอ”
และนั่นคือความจริงล้วน ๆ
เขาเคยรับมือกับพวกขุนนางมาก่อน...มากพอที่จะเข้าใจสถานการณ์ปัจจุบันของโซลโซไซตี้ในภาพรวม แม้จะไม่รู้ลึกถึงความลับดำมืดที่สุดก็ตาม
ถ้าเป็นยุคสมัยที่สงบสุข การเข้าร่วมตระกูลขุนนางอาจเป็นหนทางสู่ความรุ่งโรจน์
แต่ตอนนี้ โซลโซไซตี้เละเทะไปหมด ทายาทขุนนางตายกันเป็นใบไม้ร่วง สำหรับสามัญชนจากรุคอนไกอย่างเขา การเข้าร่วมตระกูลขุนนางตอนนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับการฆ่าตัวตาย
ต่อให้มีแรงดันวิญญาณระดับ 6 เขาก็ยังไม่โดดเด่นพอท่ามกลางมือนักฆ่าและยอดฝีมือที่ตระกูลขุนนางเลี้ยงดูไว้
เมื่อเห็นความมุ่งมั่นในแววตาของมาซาสึกิ โซจุนก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกเบา ๆ
โลกแห่งอำนาจและเงินตรานั้นหอมหวาน...เงินทอง ชื่อเสียง สาวงาม... พวกขุนนางมีทุกอย่างพร้อมสรรพ
แต่ดูจากความหนักแน่นของมาซาสึกิ บางทีเขาอาจจะต้านทานสิ่งเย้ายวนเหล่านั้นได้จริง ๆ
...
หลังจากแยกทางกับคุจิกิ โซจุน มาซาสึกิมุ่งหน้ากลับหอพัก
แรงดันวิญญาณที่พุ่งสูงขึ้นกะทันหันในวันนี้มันมากเกินไป...ไม่มีเวลาไป... “ฝึกซ้อม” กับอาจารย์ยูอิแล้ว
ตอนนี้เขาต้องโฟกัสไปที่การควบคุมแรงดันวิญญาณให้เสถียร และในระหว่างนั้น เขาจะใช้จินเซ็นเพื่อพูดคุยกับ บันโช เซ็นรัน
หอพักของสถาบันชินโอแบ่งออกเป็นสามประเภท
แบบแรกคือหอพักรวมมาตรฐาน...ชาย 6 คนต่อห้อง หญิง 4 คนต่อห้อง
แบบที่สองคือหอพักเดี่ยวส่วนตัว มักสงวนไว้สำหรับนักเรียนที่มีพรสวรรค์โดดเด่น เพื่อให้มีสภาพแวดล้อมที่ดีในการฝึกฝน มาซาสึกิและเพื่อนสนิททั้งสองได้รับจัดสรรให้อยู่ในประเภทนี้
และแบบที่สาม...
แทนที่จะเรียกว่าหอพัก มันเหมือนคฤหาสน์หรูหราเสียมากกว่า...มีสวนส่วนตัว คนรับใช้ส่วนตัว เป็นที่พักที่คู่ควรกับเชื้อพระวงศ์หรือขุนนางชั้นสูง
จะอยู่ที่นั่นได้ แค่เงินอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีฐานะขุนนางด้วย
เมื่อเดินเข้ามาในเขตหอพัก มาซาสึกิก็ต้องประหลาดใจเมื่อพบอาจารย์คนหนึ่งยืนรอเขาอยู่
ไม่ใช่แค่นั้น แต่หอพักของเขาถูกย้ายใหม่...
ไปยังเขตคฤหาสน์
บางสิ่งไม่เคยเปลี่ยน ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน อัจฉริยะมักจะได้รับสิทธิพิเศษเสมอ
โปรดติดตามตอนต่อไป
จบตอน
By. charcoal gray silver gold
═❀═❀═❀═❀═❀═❀═