- หน้าแรก
- บลีช จงดูให้ดี นี่คือวิธีใช้ซันปาคุโตะ
- บทที่ 2: ประตูทิศตะวันออก
บทที่ 2: ประตูทิศตะวันออก
บทที่ 2: ประตูทิศตะวันออก
บทที่ 2: ประตูทิศตะวันออก
ทั้งหมดนี้เป็นเพียงการดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดและพัฒนาตนให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
ด้วยสิ่งที่ต้องแบกรับ อาโอซากิ มาซาสึกิ จึงพัฒนานิสัยปล่อยเนื้อปล่อยตัวตามความปรารถนาอย่างบ้าบิ่น
มัตสึโมโตะ รันงิคุ เป็นวิญญาณที่อาศัยอยู่ในเขตคาการาชิ ในฐานะผู้มีศักยภาพจะเป็นยมทูต อณูวิญญาณในอากาศจึงไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ เธอเกือบจะอดตายอยู่รอมร่อในตอนที่ได้พบกับอาโอซากิ มาซาสึกิ ซึ่งกำลังเดินเก็บค่าคุ้มครองตามท้องถนน
“เฮ้ ยัยหนู ชื่ออะไร?” มาซาสึกิรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด ราวกับเคยเห็นฉากนี้มาก่อน
“รันงิคุ... มัตสึโมโตะ รันงิคุ...” เด็กสาวร่างกายผ่ายผอมเอ่ยเสียงแผ่ว
โดยไม่ลังเล มาซาสึกิใช้อาหารที่เขาเสาะหามาได้ฉุดดึงเธอขึ้นมาจากปากเหวแห่งความตาย...ถือเป็นการจับจองว่าที่ภรรยาสาวสวยในอนาคตไปในตัว
...
“ท่านไอเซ็น สนใจชายคนนั้นหรือครับ?”
ภายใต้ร่มเงาไม้ ชายตาบอดผิวเข้มสวมแว่นตากันลมทอดสายตาไปยังสนามรบที่มาซาสึกิกำลังอาละวาดอยู่กลางถนน
“สนใจงั้นรึ? ไม่หรอก... ชายคนนั้นเป็นของข้ามาตั้งแต่ต้น เขาช่วยงานในเขต 62 ของข้าได้มากทีเดียว”
ไอเซ็นพลิกแฟ้มเอกสารในมืออย่างไม่ใส่ใจ มันคือประวัติของมาซาสึกิ
ชื่อ: อาโอซากิ มาซาสึกิ อายุ: 20 ที่มา: วิญญาณจากโลกคนเป็น เขตรับผิดชอบ: เขต 62 รุคอนไกทิศตะวันออก...คาการาชิ ระดับแรงดันวิญญาณ: 17 การประเมิน: ภายนอกดูเป็นคนสบาย ๆ ไม่ยึดติด และตามใจตัวเองอย่างสุดขั้ว แต่เนื้อแท้แล้วโหดเหี้ยมและเต็มไปด้วยความทะเยอทะยาน หมายเหตุ: แสดงศักยภาพระดับรองหัวหน้าหน่วย
“โทเซ็น นี่คือการประเมินขั้นสุดท้ายของเขา”
พูดจบ ไอเซ็นก็หยิบปากกาขึ้นมาแก้ไขรายงาน
ระดับแรงดันวิญญาณถูกเปลี่ยนเป็น 16 และหมายเหตุถูกอัปเดตเป็นศักยภาพระดับหัวหน้าหน่วย
“ท่านดูคาดหวังในตัวเขามาก จะดึงเขามาอยู่ฝั่งเราหรือครับ?” โทเซ็น คานาเมะ มองไม่เห็น แต่น้ำเสียงของไอเซ็นบ่งบอกเจตนาชัดเจน
“สี่ปีก่อน ข้าเจอเขาครั้งแรกที่คาการาชิ ตอนนั้นแรงดันวิญญาณเขายังต่ำกว่าระดับ 20...เป็นแค่วิญญาณไร้ค่าตนหนึ่ง”
ไอเซ็นปรายตามองรายงานการประเมินแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบสงบ
“แต่ในเวลาแค่สี่ปี แรงดันวิญญาณของเขาไต่ขึ้นมาถึงระดับ 16...ระดับเดียวกับเจ้าหน้าที่หน่วยทั่วไป”
“สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ เขาเป็นวิญญาณจากโลกคนเป็น แต่กลับเอาชีวิตรอดในรุคอนไกได้ พรสวรรค์ระดับนี้หายากยิ่ง เขาไม่เหมาะกับที่นี่”
“ท่านจะส่งเขาเข้าสถาบันชินโอหรือครับ?”
ริมฝีปากของไอเซ็นยกยิ้มอ่อนโยน...รอยยิ้มที่แผ่ความอบอุ่น ทำให้ผู้คนวางใจได้อย่างเป็นธรรมชาติ
“ถูกต้อง พรสวรรค์ของเขาไม่ควรถูกทิ้งขว้างอยู่ที่นี่ เซย์เรย์เทย์คือที่ที่เขาควรอยู่”
...
มาซาสึกิบีบคอวิญญาณตนหนึ่งจนแน่น ยกร่างนั้นลอยขึ้นกลางอากาศ สายตาเหลือบไปทางต้นไม้ใหญ่ในระยะไกล เขาไม่เห็นอะไร แต่เขารู้ว่ามีใครบางคนกำลังจับตาดูอยู่
ความตื่นเต้นระลอกหนึ่งพลุ่งพล่านในอก
ไม่ใช่เพราะเขากำลังจะได้เข้าเรียนที่สถาบันชินโอ...นั่นเป็นเพียงบันไดก้าวผ่าน
แต่เป็นเพราะเขาขยับเข้าใกล้โฮเงียวคุไปอีกก้าว
นับตั้งแต่พบไอเซ็นที่เขต 62 และไปสะดุดตาอีกฝ่ายเข้า มาซาสึกิก็ปักหลักอยู่ที่นี่ คอยไล่ล่าวิญญาณที่มีศักยภาพยมทูต เขาช่วงชิงพลังวิญญาณของพวกมัน ไม่เพียงเพื่อแลกเปลี่ยนเป็นทรัพยากร แต่เพื่อเข้าใกล้ไอเซ็น...เสาะหาหนทางที่จะยึดครองโฮเงียวคุมาเป็นของตน
เพราะตอนนี้คือปี ค.ศ. 1878
การทดลองโฮเงียวคุยังไม่เริ่มต้นด้วยซ้ำ วัตถุปาฏิหาริย์ชิ้นนั้น...สิ่งที่สามารถบันดาลความปรารถนาลึกสุดในใจให้เป็นจริงและชี้นำวิวัฒนาการ...ยังอยู่ในช่วงตั้งไข่
ไอเซ็นยังคงรวบรวมวัตถุดิบในการสร้าง กว่าเขาจะหลอมรวมกับมันสำเร็จก็อีกเป็นศตวรรษ
ยามาโมโตะ เก็นริวไซ ชิเงคุนิ ยังคงเป็นยมทูตที่แข็งแกร่งที่สุดและน่าเกรงขามไม่เสื่อมคลาย
อารันคาร์ที่แข็งแกร่งที่สุดในยุคนี้มีเพียง สตาร์ค, ลิลิเน็ต และ อุลคิโอร่า
จูฮาบัชยังไม่เริ่มรุกรานโซลโซไซตี้
และ คุโรซากิ อิจิโกะ?
เขายังไม่เกิดด้วยซ้ำ
ในยุคสมัยนี้ สงครามระหว่างยมทูตในโลกคนเป็นและควินซี่ยังคงดำเนินไปอย่างดุเดือด ตระกูลขุนนางแห่งโซลโซไซตี้ยังคงแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นไม่จบสิ้น เต็มไปด้วยการลอบสังหารและเกมการเมือง ขณะเดียวกัน ฮอลโลว์ในฮูเอโคมุนโดก็ไม่เคยหยุดแสวงหาสิ่งเติมเต็มความว่างเปล่าในวิญญาณ ความโกลาหลและเลือดนองแผ่นดินปกคลุมทั่วทั้งสามภพ
อาโอซากิ มาซาสึกิ ไม่ได้มีความทะเยอทะยานอะไรมากมาย เขาแค่ต้องการโฮเงียวคุมาเสริมความแข็งแกร่งให้ตัวเอง...แค่นั้นมันมากเกินไปรึไง?
เขาเมินเฉยต่อกองเลือดที่นองพื้น ไม่สะทกสะท้านใด ๆ
มัตสึโมโตะ รันงิคุ เดินเข้ามาหาเขาด้วยสีหน้าเรียบเฉย เธอชินชากับภาพเลือดนองแบบนี้มานานแล้ว
การอยู่ในเขต 62 ย่อมหลีกหนีเรื่องพรรค์นี้ไม่พ้น
“มาซาสึกิ ไปกันเถอะ การคัดเลือกเข้าสถาบันชินโอจะเริ่มแล้วนะ!”
เธอกระโดดเข้ามาใกล้ด้วยความร่าเริง น้ำเสียงสดใสกังวาน
มาซาสึกิโยนคู่ต่อสู้คนสุดท้ายทิ้งไปแล้วรับร่างรันงิคุที่กระโจนใส่ มุมปากยกยิ้มเจ้าเล่ห์
“จะลืมได้ไง? ฉันแค่จะหาค่าขนมเพิ่มนิดหน่อยก่อนไป” เขาหัวเราะพลางขยี้ผมเธอ
เธอยังโตไม่เต็มที่ แต่ก็น่ารักน่าชังไม่เบา
“พูดเหมือนแค่ไปโผล่หน้าก็สอบผ่านชัวร์ ๆ งั้นแหละ...” รันงิคุทำแก้มป่องประท้วง เอาหัวโขกคางเขาเบา ๆ “แล้วก็อย่าจับผมนะ! วันนี้อุตส่าห์จัดทรงตั้งนาน”
มาซาสึกิหัวเราะร่า ก่อนจะจับเธอแบกขึ้นบ่า
“เอาล่ะพวกเรา! ลอกคราบพวกมันให้เกลี้ยง! อย่าให้เหลือติดตัวแม้แต่ชิ้นเดียว!”
“ครับ! ลูกพี่อาโอซากิ!”
เหล่าลูกน้องลงมืออย่างรวดเร็วและคล่องแคล่ว
ไม่ถึงสิบห้านาที วิญญาณกว่ายี่สิบตนจากเขต 63...ที่หวังจะมายึดถิ่น...ก็ถูกปลดเปลื้องจนเปลือยล่อนจ้อน
มาซาสึกิหยิบไปเพียงของมีค่า ก่อนจะออกเดินทางพร้อมกับรันงิคุและอิชิมารุ งิน มุ่งหน้าสู่เซย์เรย์เทย์
...
ระหว่างทาง ทิวทัศน์ค่อย ๆ แปรเปลี่ยนไป ถนนหนทางสะอาดขึ้น อาคารบ้านเรือนสูงใหญ่ขึ้น ดีไซน์ซับซ้อนและประณีตวิจิตร เมื่อเทียบกับรุคอนไก ความอลังการของเขตนี้เหมือนอยู่กันคนละโลก
ทันใดนั้น...
ตูม!
เสียงระเบิดกึกก้องสะเทือนเลื่อนลั่น ควันและฝุ่นตลบอบอวลไปทั่วทางข้างหน้า กำแพงหินมหึมาถล่มลงมาจากเบื้องบน
จากในม่านควัน ร่างสูงใหญ่ผมดำสั้น รูปร่างบึกบึนก้าวออกมาพร้อมรอยยิ้มกว้างขวาง
“พวกแกมาสอบเข้าสถาบันชินโอสินะ?”
“ข้าคือ ไควัน นายทวารแห่งประตูทิศตะวันออกของเซย์เรย์เทย์ ถ้าอยากเข้าไปก็รอตรงนี้ สอบผ่านเมื่อไหร่ค่อยบอกลาที่นี่”
ไควันกระชับดาบยักษ์ในมือ ปรายตามองเหล่าผู้สมัครที่อออยู่หน้าประตู ด้วยรอยยิ้มสบาย ๆ เขาผลักประตูหินมหึมาให้เปิดออก เผยให้เห็นกลุ่มยมทูตในชุดเครื่องแบบสีดำ...น่าจะเป็นอาจารย์จากสถาบันชินโอ
ฉวยจังหวะนั้น มาซาสึกิลอบแทรกตัวผ่านฝูงชนเข้าไปประกบข้างไควันเงียบ ๆ แล้วกระตุกแขนเสื้ออีกฝ่ายเบา ๆ
ไควันเหลือบมองเหรียญเงินในฝ่ามือมาซาสึกิ รีบเก็บใส่กระเป๋าอย่างไว ก่อนจะมองซ้ายขวาอย่างระแวดระวังแล้วถอยฉากออกมา
“มาซาสึกิ ลมอะไรหอบมาถึงเขต 1? คราวนี้มาทำธุรกิจอะไรอีกล่ะ?”
“คราวนี้ไม่ได้มาทำธุรกิจ” มาซาสึกิตอบพร้อมรอยยิ้ม “ข้ามาสอบเข้าสถาบันชินโอ”
“ในที่สุดก็ตัดสินใจจะเป็นยมทูตแล้วเรอะ? ระดับแรงดันวิญญาณขนาดเจ้า น่าจะมาสอบตั้งนานแล้ว ข้าไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าจะรออะไรนักหนา” ไควันถอนหายใจ ส่ายหน้าอย่างผิดหวัง
“แต่นั่นก็แปลว่าเจ้าจะไม่มีรายได้เสริมแล้วสิ”
“โธ่เอ๊ย หนึ่งในสี่นายทวารผู้ยิ่งใหญ่แห่งประตูเซย์เรย์มร บ่นเรื่องเงินเนี่ยนะ? ร้อนเงินขนาดนั้นเลยรึไง?”
“อย่าพูดถึงไอ้ชื่อ ‘สี่นายทวารผู้ยิ่งใหญ่’ นั่นเลย ข้าก็แค่ยามเฝ้าประตูหรู ๆ เงินเดือนก็น้อยนิด แถมเมียข้ายังชอบเอาตัวเองไปเปรียบกับพวกคุณนายขุนนางอีก...” ไควันถอนหายใจ เขย่าเหรียญในมือเล่น
“คนอย่างเจ้าไม่เคยมามือเปล่า เงินนี่คงมีจุดประสงค์อื่นสินะ?”
“พูดจาห่างเหินจังนะ เรามันพี่น้องกันไม่ใช่รึไง?” มาซาสึกิฉีกยิ้ม กอดคอไควันอย่างสนิทสนม
“เอาจริง ๆ ข้าแค่จะถามให้แน่ใจ...การสอบปีนี้คงไม่ต่างจากปีก่อน ๆ ใช่ไหม?”
…
เกณฑ์ระดับแรงดันวิญญาณในเรื่องนี้:
ในบลีชต้นฉบับ ระดับแรงดันวิญญาณถูกแบ่งจากระดับ 1 ถึง 20
สำหรับเรื่องนี้:
โปรดติดตามตอนต่อไป
จบตอน
By. charcoal gray silver gold
═❀═❀═❀═❀═❀═❀═