เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 47 - เสาหลักแห่งศรัทธา

บทที่ 47 - เสาหลักแห่งศรัทธา

บทที่ 47 - เสาหลักแห่งศรัทธา


บทที่ 47 - เสาหลักแห่งศรัทธา

การสวามิภักดิ์ของพาลาดิน เป็นสิ่งที่โนเชียร์ไม่เคยคาดคิดมาก่อน เขาไม่เคยคิดว่าความสามารถหางอึ่งอย่างตนในตอนนี้จะแบกรับ... ความรับผิดชอบ... แบบนี้ไหวเหรอ? แต่ความจริงก็คือความจริง แม้เจตนาเดิมของโนเชียร์เพียงแค่อยากให้สกาละทิ้งความฟุ้งซ่าน แต่คำพูดเหล่านั้นกลับพุ่งชนหัวใจที่เต็มไปด้วยบาดแผลของสกาอย่างจัง จนเกิดผลลัพธ์ที่น่าทึ่งเกินคาด

ผลลัพธ์สุดท้ายถือว่ายอดเยี่ยม คำพูดเหล่านั้นไม่เพียงทำให้สกายึดมั่นในคำสาบานได้อีกครั้ง แต่ยังทำให้เขาได้รับพลังที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม แถมยังทำให้สกาประกาศสวามิภักดิ์ต่อโนเชียร์โดยตรงอีกด้วย

แต่โนเชียร์ไม่เข้าใจว่าทำไม? อิสรภาพเป็นสิ่งล้ำค่า ทำไมสกาถึงยอมทิ้งมันไปง่ายๆ? แถมเป้าหมายยังเป็นเขา เด็กหนุ่มคนเถื่อนที่เพิ่งรู้จักกันไม่ถึงวัน เขาจะมีปัญญาแบกรับความจงรักภักดีของพาลาดิน แถมยังเป็นพาลาดินระดับสูงที่เก่งกาจขนาดนี้ได้จริงๆ หรือ? โนเชียร์ขมวดคิ้ว เขาไม่ใช่สกา เขาจึงหาคำตอบให้คำถามนี้ไม่ได้ แต่สำหรับพาลาดินแล้ว ไม่ว่าจะในสถานการณ์ใด ตราบใดที่เขาได้ประกาศคำสาบานอย่างเคร่งขรึม เขาก็จะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อรักษามัน จะไม่มีวันกลับคำง่ายๆ เด็ดขาด

ความคิดในหัวของโนเชียร์ตีกันยุ่งเหยิงเหมือนประกายไฟที่แตกกระจาย แต่คนตรงหน้าได้มอบความภักดีให้เขาอย่างหมดเปลือกแล้ว ดังนั้นต่อให้ในใจจะสับสนแค่ไหน เขาก็ต้องกดความฟุ้งซ่านเหล่านั้นไว้ และรีบตอบรับโดยเร็ว

"...ฉันไม่รู้หรอกนะว่าฉันจะทำได้ไหม ฉันไม่รู้ว่าฉันดีพอที่จะแบกรับความเชื่อใจของนายหรือเปล่า แต่ฉันสัญญากับนายได้เรื่องหนึ่ง"

โนเชียร์โน้มตัวลงไปจับไหล่กว้างของสกา จ้องมองนักรบผู้สูงศักดิ์ที่ปัดเป่าความมืดมนในอดีตทิ้งไปจนหมดสิ้น ดวงตาคู่นั้นกลับมาเปี่ยมด้วยพลังชีวิตอีกครั้ง ยึดมั่นในเส้นทางและทรงพลังยิ่งกว่าเดิม โนเชียร์ให้คำมั่นด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

"ฉันจะทุ่มสุดตัวเพื่อทำลายแผนชั่วของพวกปีศาจ ฉันจะเดินบนเส้นทางที่ถูกต้องอย่างมั่นคง ฉันจะทำตัวให้สมกับที่ได้รับความจงรักภักดีจากพาลาดิน แต่ขอร้องล่ะ อย่าคาดหวังว่าฉันจะเป็นพ่อพระนักบุญผู้ทรงศีลอะไรเทือกนั้นนะ"

สกาได้ยินแบบนั้นก็ดูแปลกใจเล็กน้อย แต่ไม่ได้แปลกใจที่โดนพูดดักคอ แต่เขาทึ่งในความซื่อตรงของโนเชียร์ต่างหาก

"นั่นเป็นเรื่องสมควรแล้ว ผู้ติดตามไม่มีสิทธิ์เรียกร้องให้นายเหนือหัวปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของผู้ติดตาม"

ยิ่งไปกว่านั้น ตัวเขาเองก็ยอมรับคำสาบานแห่งการแก้แค้นไปอย่างสมบูรณ์แล้ว นับตั้งแต่วินาทีนั้น เขาก็ไม่ใช่แบบอย่างแห่งความสมบูรณ์แบบอีกต่อไป แล้วเขาจะมีสิทธิ์อะไรไปเรียกร้องจากนายเหนือหัวของตัวเองกันเล่า

โนเชียร์ถอนหายใจโล่งอก ถ้าสกาคาดหวังให้เขามีศีลธรรมจรรยาสูงส่งเหมือนพาลาดิน คงเป็นเรื่องยุ่งยากน่าดู เพราะในยุคโกลาหลแบบนี้ ศีลธรรมมีแต่จะเป็นภาระถ่วงแข้งถ่วงขาเปล่าๆ

และสกาเองก็สมกับเป็นพาลาดินแห่งการแก้แค้น ขีดความอดทนต่อพฤติกรรมของพวกพ้องนั้นสูงกว่าพาลาดินทั่วไปแบบเทียบกันไม่ติด โนเชียร์จึงให้สัญญาต่อ

"ฉันจะฟันร่างพวกปีศาจให้ขาดสะบั้นโดยไม่ลังเล จะทุบหัวพวกมัน ระเบิดสมอง ขโมยสมบัติของพวกมัน ให้พวกมันต้องชดใช้อย่างสาสมกับสิ่งที่ทำลงไป ถ้านายยอมรับการกระทำพวกนี้ของฉันได้ บนพื้นฐานนี้ ฉันก็จะขอยอมรับการสวามิภักดิ์ของนาย"

สกาได้ยินดังนั้นก็ไม่พูดพล่ามทำเพลงอีกต่อไป เขาแสดงความเคารพตามแบบฉบับอัศวินอย่างสมบูรณ์แบบด้วยท่าทีที่เคร่งขรึมและนอบน้อมที่สุด

กำปั้นขวาวาดเป็นเส้นโค้งสวยงามก่อนจะกระแทกเข้าที่เกราะอกด้านซ้ายอย่างแรง เสียงดังสนั่นจนเจ้าอาวล์แบร์ที่อยู่ข้างๆ เริ่มกระสับกระส่าย แต่สกาไม่สนใจ เขาประกาศก้องด้วยน้ำเสียงที่ทรงพลังยิ่งกว่าเดิม

"ถ้าเช่นนั้น นับแต่นี้ไป ข้า สกา · ชิโตรูกุ ขอปวารณาตนเป็นผู้ติดตามเคียงข้างนายเหนือหัวด้วยความสมัครใจ"

"และภายใต้เงื่อนไขที่ไม่ขัดต่อคำสาบานแห่งการแก้แค้น ทุกสิ่งจักขึ้นอยู่กับประสงค์ของนายเหนือหัว โนเชียร์ · เทมาริติ แต่เพียงผู้เดียว"

กล่าวจบ สกาก็คุกเข่าข้างหนึ่งลง ก้มศีรษะต่ำ แล้วยื่นมือขวาออกไปหาโนเชียร์ เพียงแค่โนเชียร์ยื่นมือมาจับมือเขา การสาบานตนนี้ก็จะถือว่าเสร็จสิ้นสมบูรณ์

โนเชียร์ไม่ลังเลเลยสักนิด เขายื่นมือขวาออกไปกุมมือสกาไว้แน่นแล้วดึงตัวเขาขึ้นมา

และแล้ว พิธีสวามิภักดิ์อันเรียบง่ายที่ไร้ซึ่งอุปกรณ์พิธีการ ไร้ซึ่งห้องโถงอันโอ่อ่า มีเพียงสัตว์ร้ายที่ยังไม่เชื่องเป็นสักขีพยานเพียงหนึ่งเดียว ก็ได้เสร็จสิ้นลง

โนเชียร์เก็บความรู้สึกสับสนซับซ้อนไว้ในใจ กระแอมไอเล็กน้อยเพื่อปรับเสียงให้โล่งคอ ก่อนจะพูดต่อ

"เอาล่ะ เลิกคุยเรื่องพิธีการกันได้แล้ว ไว้ค่อยคุยกันทีหลัง วันหน้ายังมีเวลาให้คุยอีกเยอะ"

"ตอนนี้ฟ้ายังสว่าง เราต้องรีบออกเดินทางกันแล้ว"

โนเชียร์ไม่รอให้สกาตอบรับ ก็ร่ายยาวต่อทันที

"เมื่อกี้ฉันคุยกับเจ้าตัวยักษ์นี่แล้ว มันตกลงจะช่วยไปส่งพวกเรา แต่ช่วยได้แค่วันเดียวนะ"

"ระหว่างทางเราช่วยล่าเหยื่อให้มันกินหน่อย มันจะได้ยอมพาเราไปไกลขึ้นอีกนิด แต่ยังไงซะก่อนตะวันตกดินมันต้องกลับรัง"

โนเชียร์กวักมือเรียกอาวล์แบร์ เจ้าสัตว์ร้ายเอียงคอไปมามองเขาอย่างพินิจพิเคราะห์ราวกับนกฮูกขี้สงสัย แต่สุดท้ายมันก็ค่อยๆ เดินเข้ามาหาโนเชียร์ แล้วหมอบลงอย่างระมัดระวัง

"ถึงจะไม่มีอานม้า แต่ตัวมันกว้าง วิ่งก็นิ่ม ไม่กระเทือนเท่าไหร่หรอก ตราบใดที่นายไม่ไปกดโดนหูที่ไวต่อความรู้สึกของมัน มันก็จะไม่คลั่ง นายขึ้นไปนั่งตรงช่วงเอวด้านหลังได้เลย ตรงนั้นไม่เกะกะการเคลื่อนไหวของมัน แถมยังนั่งสบายที่สุดด้วย"

"ไปกันเถอะ ฉันจะบินอยู่ข้างบน ถ้านายร่วงหรือมีอะไรผิดพลาด ฉันจะรีบลงมาช่วยทันที"

"ยิ่งถึงบาลเดอร์สเกตเร็วเท่าไหร่ ก็ยิ่งรู้สถานการณ์ทางนั้นเร็วขึ้น เราจะได้รีบลงมือทำเรื่องสำคัญกันสักที"

สกาไม่พูดอะไรมาก เขาพยักหน้าให้โนเชียร์อย่างนอบน้อม แล้วเบนความสนใจทั้งหมดไปที่สัตว์ยักษ์ตรงหน้า

หลังจากผ่านพิธีการที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยความขลัง สกาเหมือนได้ปัดเป่าเมฆหมอกในใจออกไปจนหมดสิ้น เขาดูสดใสขึ้นผิดหูผิดตา ต่อให้วินาทีถัดไปต้องขึ้นขี่สัตว์ร้ายตรงหน้า อารมณ์ของเขาก็ไม่ได้มัวหมองลงเลยแม้แต่น้อย

การเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์นี้แม้แต่ตัวสกาเองอาจจะไม่ทันสังเกต แต่ผลตอบแทนทางจิตใจนั้นมีอยู่จริง

เมื่อสกาได้ยึดเหนี่ยวเป้าหมายแห่งความภักดีใหม่ผ่านคำสาบาน คำสาบานและพลังที่เคยล่องลอยไร้ทิศทางของเขาก็กลับมามีรากฐานที่มั่นคงอีกครั้ง

นี่คือลักษณะเฉพาะของอาชีพพาลาดิน พวกเขาคือผู้ภักดีโดยกำเนิด อุทิศทั้งชีวิตเพื่อเป้าหมายอันสูงส่ง แต่เป้าหมายเหล่านั้นในโลกแห่งความจริงมักจะต้องมีสิ่งยึดเหนี่ยวที่จับต้องได้ เพื่อคอยเตือนใจให้พวกเขารักษาสัจจะ

โดยทั่วไปสิ่งยึดเหนี่ยวเหล่านั้นมักจะเป็นเทพเจ้าฝ่ายดีที่มีระเบียบวินัย หรือกษัตริย์ผู้ทรงธรรมที่มีอุดมการณ์อันสูงส่งและมุ่งมั่นทำเพื่อประชาชน

ตัวอย่างของแบบแรกคือ เทพไทร์ เทพแห่งความยุติธรรม หรือ เทพเฮล์ม เทพแห่งการปกป้อง ส่วนแบบหลัง ตัวแทนที่ชัดเจนที่สุดคือ แกรนด์ดยุกแห่งบาลเดอร์สเกต อุลดอร์ · เรเวนการ์ด ซึ่งมีพาลาดินจำนวนมากยอมถวายตัวรับใช้เพราะเลื่อมใสในคุณธรรมอันสูงส่งของท่าน และใช้ท่านเป็นเครื่องเตือนใจในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อให้ศรัทธามั่นคงและคำสาบานบริสุทธิ์ยิ่งขึ้น

เสาหลักแห่งศรัทธาของสกาเมื่อก่อนคือนครศักดิ์สิทธิ์เอลทูเรล แต่ตอนนี้เสาหลักนั้นได้เปลี่ยนเป็น โนเชียร์ · เทมาริติ ตราบใดที่โนเชียร์ยังคงทำความดี และมุ่งมั่นที่จะกอบกู้เอลทูเรล เขาก็เพียงพอที่จะเป็นดั่งเสาตะเกียงที่ส่องสว่าง คอยกระตุ้นเตือนสกาถึงหน้าที่ของพาลาดิน

"ฟังดูเหมือนง่าย งั้นขอข้าลองหน่อยแล้วกัน หวังว่าจะไม่พยศยากกว่าเจ้ากริฟฟินที่ข้าเคยขี่ที่วอเตอร์ดีปนะ"

สกาเก็บอุปกรณ์ ค่อยๆ เดินเข้าไปข้างลำตัวของอาวล์แบร์ วางมือทาบลงบนเอวหนาของมันช้าๆ พอเห็นว่ามันไม่ขัดขืน เขาจึงกระโดดขึ้นไปนั่งคร่อมบนหลังมันในจังหวะเดียว

"อืม อย่างน้อยก็นั่งสบายดี รู้สึกมั่นคงใช้ได้เลย"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 47 - เสาหลักแห่งศรัทธา

คัดลอกลิงก์แล้ว