เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 30 - การพักพิง

บทที่ 30 - การพักพิง

บทที่ 30 - การพักพิง


บทที่ 30 - การพักพิง

ในที่สุดคณะเดินทางของโนเชียร์ก็มาถึงค่ายมรกต หลังจากที่ท่านอาจารย์ฮัลสินได้รับฟังเรื่องราวการผจญภัยคร่าวๆ เขาก็รีบพาเหล่าผู้ลี้ภัยเข้ามาพักผ่อนในทันที

เขาต้อนรับเหล่าผู้ประสบภัยด้วยความยินดี พร้อมจัดหาที่พัก อาหาร และการรักษาพยาบาลให้ ตอนนี้ผู้ลี้ภัยทุกคนกำลังได้รับการดูแลจากเหล่าแพทย์ดรูอิด รวมถึงเจ้ากระรอกน้อยเพื่อนยากของเราด้วย

ความเมตตาแห่งธรรมชาติฉายชัดอยู่ในทุกการกระทำของเขา

ส่วนเจ้ารถศึกอเวจีคันนั้น ฮัลสินใช้พลังแห่งธรรมชาติอำพรางมันเอาไว้ แม้เขาจะไม่ชอบใจเจ้าสิ่งประดิษฐ์ชั่วร้ายนี่สักเท่าไหร่ แต่โนเชียร์ก็เกลี้ยกล่อมจนเขายอมจำนน

การจะเอาชนะศัตรู อย่างน้อยเราต้องรู้จักอาวุธของศัตรูเสียก่อน

ถึงแม้ว่าฮัลสินจะได้ยินที่โนเชียร์บ่นงุ้งงิ้งว่าจะเอาไปขายกินก็เถอะ แต่จะทำไงได้ ก็เด็กมันเป็นคนหามานี่นา

และก็เป็นอย่างที่โนเชียร์ว่า หากส่งต่อให้ช่างเทคนิคผู้เชี่ยวชาญ ถึงจะไม่ได้รับประกันว่าจะช่วยก้าวกระโดดทางเทคโนโลยีของมนุษย์ได้ แต่อย่างน้อยเราก็จะได้รู้จุดแข็งจุดอ่อนของพาหนะนรก เพื่อหาทางรับมือมันในอนาคต

เวลานี้ โนเชียร์กับฮัลสินกำลังนั่งคุยกันตามลำพังในวิหารชั้นในของวงแหวนดรูอิด

"เป็นอย่างนี้นี่เอง นึกไม่ถึงเลยว่าจะเป็นเรื่องจริง เอลทูเรล... ล่มสลายไปแล้วจริงๆ สินะ"

"สายข่าวของกลุ่มฮาร์ปเปอร์ที่แฝงตัวอยู่ที่นั่นส่งข่าวมาบอกข้าเมื่อหลายวันก่อน แต่ข้าไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเมืองหลวงทั้งเมืองจะหายวับไปอย่างไร้ร่องรอยแบบนี้"

"โนเชียร์ เจ้าปลอดภัยจากหายนะครั้งนี้ได้ก็นับว่าโชคดีมากแล้ว"

โนเชียร์ส่ายหน้าแล้วยิ้มแห้งๆ

"จะเรียกว่าโชคดีก็ได้ หรือจะเรียกว่าซวยก็ไม่ผิดครับ ปกติผมจะหากินอยู่แถวเขตเมืองชั้นนอก แต่วันที่เกิดเรื่องผมดันเข้าไปในเขตชั้นในพอดี"

"ตอนนั้นผมเกือบจะโดนกระชากลงนรกไปแล้ว โชคดีที่มีปีกคู่นี้ช่วยไว้ ผมถึงบินหนีออกมาได้ในวินาทีสุดท้าย"

พอนึกย้อนกลับไป เขาก็ยังรู้สึกขนลุกไม่หาย แต่ตอนนี้ผ่านมาห้าวันแล้วนับตั้งแต่เอลทูเรลล่มสลาย ประสบการณ์ในช่วงที่ผ่านมานี้ก็นับว่าระทึกใจไม่น้อย

"แต่อย่างที่ท่านอาจารย์เคยบอก การผ่านพายุจะทำให้เราเติบโต ภัยพิบัติครั้งนี้ไม่ได้ทำให้ผมล้มลง แต่กลับทำให้ผมแข็งแกร่งขึ้น ในช่วงเวลาเหล่านั้นผมได้ค้นพบเส้นทางของตัวเองแล้วครับ"

โนเชียร์หยิบสร้อยคอเขี้ยวสัตว์ออกมา จิตวิญญาณแห่งสัตว์ป่าสองตนกำลังแหวกว่ายอยู่ภายในนั้น

"วิถีแห่งโทเท็ม แถมยังมีจิตวิญญาณแห่งพงไพรถึงสองตน ข้าภูมิใจในตัวเจ้ามากนะ โนเชียร์ นี่คือเส้นทางที่เหมาะสมกับเจ้าที่สุดแล้ว"

ฮัลสินมองปราดเดียวก็รู้ถึงพลังและที่มาของมัน เขาปลื้มใจมากที่เห็นโนเชียร์เติบโตขึ้น

เด็กน้อยที่เขาเก็บมาเลี้ยงในวันนั้นเติบโตขึ้นแล้ว ลูกสัตว์ป่าเริ่มมีเขี้ยวเล็บ พญาอินทรีเริ่มสยายปีก สำหรับบุตรแห่งธรรมชาติแล้ว นี่คือของขวัญที่วิเศษที่สุด

เขายิ้มด้วยความปิติ ก่อนจะเอ่ยสอนด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลตามแบบฉบับผู้หลักผู้ใหญ่

"ความก้าวหน้าของเจ้าทำให้ข้าภูมิใจ โนเชียร์ แต่เจ้าต้องจำให้ขึ้นใจ ประสบการณ์ครั้งนี้สอนให้รู้ว่า พลังนั้นไม่ได้มาง่ายๆ ดังนั้นจงรู้คุณค่าของมัน"

"ไม่ว่าผู้นำทางคนไหนจะเป็นคนมอบเส้นทางนี้ให้เจ้า แม้เพียงเพื่อตอบรับความคาดหวังของเขา ในวันข้างหน้าเจ้าต้องยึดมั่นในวิถีของตน อย่าทำให้เขาผิดหวัง"

"จงทำให้เขาเชื่อมั่นว่าเขาไม่ได้มองคนผิด ทำให้วันหนึ่งเมื่อเขาได้ยินชื่อเจ้า เขาจะสามารถพูดถึงการสืบทอดนี้ได้อย่างภาคภูมิใจ"

อา... ความรู้สึกนี้ช่างคุ้นเคย บทเทศนาสไตล์ฮัลสิน สมัยอยู่ในค่ายเขาโดนบ่นแบบนี้แทบทุกวัน พอได้กลับมาฟังอีกครั้งกลับรู้สึกอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก

แต่ว่า... เรื่องการสืบทอดวิชา ข้อมูลอาชีพพวกนี้มันมาจากไหน ผมก็อธิบายไม่ได้เหมือนกัน จะทำไงดีล่ะ! ต้องโกหกสินะ!

"ผมเข้าใจครับท่านอาจารย์ ผมจะยึดมั่นในวิถีของตน จะไม่ทำให้ชื่อเสียงของผู้ถ่ายทอดวิชาต้องด่างพร้อย อ้อ อาจารย์ครับ ไม่ใช่แค่สอง แต่เป็นสามครับ อาจารย์ผู้ชี้แนะสอนผมไว้เยอะมาก เพียงแต่จิตวิญญาณแห่งอินทรีผมยังไม่มีโอกาสได้ทำพิธีรับมา"

โนเชียร์คิดอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ตัดสินใจบอกความสามารถทั้งหมดออกไป ฮัลสินคือคนเดียวในโลกนี้ที่เขาไว้ใจได้อย่างสนิทใจ อยู่ต่อหน้าฮัลสินเขาไม่ต้องปิดบังตัวตนอะไรเลย

ถ้าไม่ใช่เพราะไอ้หน้าต่างระบบมันดูเวอร์วังเกินไป เขาคงบอกความจริงไปหมดแล้ว

แต่เรื่องแบบนี้ไม่บอกยังดีกว่า ขืนอธิบายไปแล้วตัวเองยังงง เดี๋ยวฮัลสินจะนึกว่าเขาโดนวิญญาณร้ายเข้าสิงจะยุ่งไปกันใหญ่

"นี่... นี่มันเป็นของขวัญที่ล้ำค่าจริงๆ โนเชียร์ บางทีเจ้าอาจจะได้พบกับยอดคนระดับตำนานเข้าให้แล้ว มีเพียงระดับตำนานเท่านั้นถึงจะมีความใจกว้างและสามารถมอบความรู้ล้ำค่าขนาดนี้ให้ได้อย่างง่ายดาย"

"ที่เจ้าไม่เอ่ยชื่อเขา เป็นเพราะเจ้าเองก็ไม่รู้ใช่ไหม"

นั่นแหละ... ข้ออ้างชั้นดี! ขอบคุณครับอาจารย์!

"ใช่ครับท่านอาจารย์ ท่านผู้ชี้แนะไม่ได้บอกชื่อของท่านให้ผมรู้"

ฮัลสินพยักหน้าอย่างเข้าใจ ยอดคนมักมีนิสัยแปลกๆ ในเมื่อเขาไม่อยากบอก ก็ไม่จำเป็นต้องไปซักไซ้ ฮัลสินพูดต่อ

"ถ้าเจ้ายังขาดสื่อกลางในการอัญเชิญ ในป่ามรกตมีร่างของสัตว์ที่สิ้นอายุขัยอยู่มากมาย เจ้าสามารถนำมาใช้ได้เลย"

การนำร่างสัตว์ที่ตายตามธรรมชาติมาใช้ถือเป็นวิถีแห่งป่า ไม่มีใครมองว่าผิด โนเชียร์จึงตอบรับด้วยความยินดี

ความอบอุ่นแผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจ ตั้งแต่ออกจากป่าไป ความช่วยเหลือแบบนี้เป็นสิ่งที่เขาไม่ได้สัมผัสมานานมากแล้ว

"ขอบคุณครับอาจารย์ เดี๋ยวผมจะจัดการทีหลัง"

หลังจากได้รับโทเท็มอินทรี รูปแบบการต่อสู้ของเขาจะสมบูรณ์แบบ ความสามารถเฉพาะตัวของโทเท็มทั้งสามจะช่วยให้เขารับมือได้ทุกสถานการณ์ และไม่ใช่แค่นั้น

ความจริงแล้ว โนเชียร์กำลังจะก้าวข้ามเลเวล 3 ขึ้นสู่เลเวล 4 แล้ว

ตอนที่ได้โทเท็มแรก เขาก็เลื่อนเป็นเลเวล 3 อย่างสมบูรณ์ การหาโทเท็มเพิ่มหลังจากนั้นก็เพื่อเสริมความแข็งแกร่งและลบจุดอ่อน

และความชำนาญพิเศษ [ผู้เชี่ยวชาญอาวุธใกล้ตัว] ที่เขาเพิ่งแลกมาวันนี้ ก็เป็นเงื่อนไขในการเลื่อนระดับเป็นเลเวล 4 พอดี ขอแค่ฝึกฝนเทคนิคอีกไม่กี่วัน เขาก็จะเลื่อนระดับได้ทันที

และถ้าเขารวบรวมโทเท็มอินทรีได้ครบในช่วงนี้ ไม่เพียงแต่จะได้ค่าพลังชีวิตเพิ่มขึ้นจากการเลื่อนเวล แต่เขายังจะได้รับทักษะพิเศษเพิ่มเติมจากแต่ละโทเท็มอีกด้วย เรียกได้ว่าเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย

แม้การเลื่อนระดับแบบนี้จะดูเหมือนทางลัด แต่มันก็เป็นไปตามกฎของระบบ และการเลื่อนระดับแบบทางลัดนี้ นอกจากเลเวล 4 แล้ว ยังมีเลเวล 8 12 และ 16 อีกด้วย

ส่วนระดับอื่นๆ นอกจากนี้ ต้องอาศัยการฝึกฝนอย่างหนักของเขาเอง

ถึงแม้จะมีหน้าต่างระบบช่วยให้เรียนรู้ทักษะอาชีพได้เร็วก็เถอะ

แต่ถึงจะมีทักษะเยอะแค่ไหน ค่าสถานะพื้นฐานของเขาก็แทบไม่เปลี่ยน

การเพิ่มค่าสถานะต้องใช้เวลาขัดเกลา ซึ่ง 14 ปีที่ผ่านมา เขาใช้เวลาทั้งหมดไปกับการสร้างค่าสถานะเริ่มต้นให้สมบูรณ์แบบ

ถ้าอยากจะเพิ่มค่าสถานะให้ทะลุขีดจำกัดอีก เว้นแต่จะใช้แต้มแรงบันดาลใจ ก็คงต้องใช้เวลาสะสมกันเป็นปีๆ ถึงจะเห็นผล

"ท่านอาจารย์ เรื่องโทเท็มเอาไว้ก่อน ตอนนี้ผมมีแผนสำคัญมากที่ต้องขอความเห็นชอบจากท่าน"

โนเชียร์เล่าแผนการของเขาให้ฮัลสินฟังด้วยสีหน้าจริงจัง ฮัลสินฟังจบแล้วลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะแสดงความสนับสนุน

"การที่มีปีศาจมาเพ่นพ่านอยู่หลังป้อมปราการรุ่งอรุณเป็นเรื่องใหญ่จริงๆ"

"ถึงแม้ข้าจะส่งสัตว์ส่งสารไปแจ้งข่าวแก่กองทหารทันทีที่รู้เรื่อง แต่ตัวประกันคนอื่นๆ ก็ยังต้องพึ่งพวกเราในการช่วยเหลือ"

"ข้าเห็นด้วยกับแผนนี้ แต่โนเชียร์ เจ้าแน่ใจนะว่าหมวกเกราะนั่นไม่มีอันตรายแอบแฝง เท่าที่ข้ารู้ สิ่งประดิษฐ์ของพวกปีศาจมักจะไม่เรียบง่ายอย่างที่ตาเห็นเสมอ"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 30 - การพักพิง

คัดลอกลิงก์แล้ว