- หน้าแรก
- สายเลือดนรก คนเถื่อนท้าชะตา
- บทที่ 29 - เสียงนรกบาดหู
บทที่ 29 - เสียงนรกบาดหู
บทที่ 29 - เสียงนรกบาดหู
บทที่ 29 - เสียงนรกบาดหู
หลังจากสตาร์ทเครื่องยนต์ โนเชียร์ก็เจอตู้เก็บของลับข้างๆ เครื่องยนต์
ค้นดูข้างในเจอเหรียญวิญญาณ 23 เหรียญ กระดาษหนังสัตว์นรกเปล่า 3 แผ่น หินเลือด 2 ก้อน และคาร์เนเลียนอีก 1 เม็ด อัญมณีสามเม็ดนี้น่าจะขายได้สักร้อยกว่าเหรียญทอง
"รวยเละเลยแฮะ ฉันแสดงโชว์มาเกือบปียังได้เงินไม่ถึงครึ่งของรอบนี้เลย"
"น่าฉลองจริงๆ แต่เอาไว้ก่อน ตอนนี้ต้องโกยแน่บ"
กวาดของทั้งหมดลงกระเป๋า หันหลังเดินออกจากห้องเครื่องยนต์
ปิดประตูห้องกัปตัน เดินผ่านกลุ่มชาวบ้านตรงทางเดินขึ้นไปบนดาดฟ้า เห็นสกาเทกำลังศึกษากลไกของป้อมปืนนรกอยู่อย่างขะมักเขม้น
พวกเขาทุกคนเคยโดนไอ้เครื่องนี้จับตัวมา ก็เลยคุ้นเคยกับมันดี แล้วตอนนี้พวกเขาก็ยิ่งเข้าใจการทำงานของมันมากขึ้นไปอีก
ป้อมปืนทั้งสี่กระบอกนี้ผ่านการดัดแปลงมาเป็นพิเศษ สองกระบอกหน้าตรงหัวรถใส่ได้แต่ตาข่าย ส่วนสองกระบอกหลังใส่ได้แต่หอก
พอยิงตาข่ายออกไป รอกกว้านใต้ป้อมปืนจะทำงานร่วมกับร่องโซ่ที่เตรียมไว้ ลากเหยื่อที่ถูกจับเข้าไปเก็บในห้องขังโดยตรง การออกแบบถือว่าประณีตมาก ส่วนป้อมหลังเป็นหอกจับกุมธรรมดา ดูเหมือนจะถูกลดความรุนแรงลงด้วย
สกาเห็นจุดนี้ เขากำลังใช้ประแจที่หาได้บนดาดฟ้าขันตัวล็อกสำคัญ ปรับความรุนแรงให้กลับมาโหดเหมือนป้อมปืนปกติ
"น่าสนใจจริงๆ ออกแบบมาเพื่อล่าทาสโดยเฉพาะ หึหึหึ ผมแทบรอไม่ไหวที่จะใช้อาวุธชั่วร้ายนี้ต้อนรับไอ้พวกสัตว์นรกนั่นแล้ว"
มุมปากของเขายกยิ้ม ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเป็นรอยยิ้มที่บริสุทธิ์ที่สุด ที่เต็มไปด้วยความอาฆาตมาดร้ายจนแทบจะทะลักออกมา
เขาเคยเป็นพาลาดินที่ยึดมั่นในวิถีแห่งการอุทิศตน แต่ตอนนี้การล้างแค้นให้ทั้งเมืองคือแหล่งพลังเดียวที่ค้ำจุนเขา
เกียรติยศและหลักการที่เคยยึดถือ ได้เลือนหายไปพร้อมกับเมืองที่ล่มสลาย เพื่อต่อกรกับศัตรูคู่อาฆาต เพื่อต่อสู้กับปีศาจร้าย เขายอมทำทุกวิถีทาง ใช้ทุกวิธีการ!
โนเชียร์ดูออกว่าเขาเป็นยังไง พูดตรงๆ เขาไม่แน่ใจว่ามันดีหรือเปล่า
บางคนบอกว่าความแค้นเป็นสิ่งดี ทำให้คนมีแรงฮึด
แต่บางคนก็บอกว่าไฟแค้นจะเผาผลาญจนคนเสียสติ
แต่... ไม่ว่าจะแก้แค้นหรือไม่ นั่นก็เป็นทางเลือกของเจ้าตัว โนเชียร์จะมีสิทธิ์อะไรไปสอนสั่งเขา ในเมื่อพูดกันตามตรง พวกเขาเพิ่งจะรู้จักกันได้แป๊บเดียวเอง
เว้นแต่ว่าในอนาคต พวกเขาจะมีวาสนาได้ร่วมผจญภัยด้วยกัน แต่บอกตามตรง โนเชียร์ยังมองไม่เห็นทางข้างหน้าชัดเจนนัก
ก่อนหน้านี้เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะเข้าไปยุ่งกับภารกิจกู้ชีพเอลทูเรลดีไหม
ถึงแม้ชัยชนะสองครั้งล่าสุดจะทำให้โนเชียร์มั่นใจขึ้นบ้าง แต่ลึกๆ ในใจเขารู้ดี...
ถ้าต้องไล่ตามดวงอาทิตย์ดวงนั้นลงไปในนรกจริงๆ ถึงตอนนั้นความเป็นความตายคงไม่ได้อยู่ในกำมือเขาอีกต่อไป
ส่ายหัวไล่ความคิดฟุ้งซ่าน โนเชียร์ตะโกนเรียกสกา
"สกา เราต้องไปแล้ว ผมรู้วิธีขับรถคันนี้แล้ว บนดาดฟ้ามันโล่ง เกาะให้แน่นๆ นะ"
สกาทำมือเป็นสัญญาณบอกว่าได้ยินแล้ว
จากนั้นเขาก็ตะโกนเรียกเข้าไปในป่า ไม่นานกระรอกน้อยสองตัวก็ปีนขึ้นมาจากใต้รถ
"เจออะไรผิดปกติไหม มูมู่"
"จี๊ด ไม่เลย ไม่ได้ยินเสียง ไม่เห็นสัตว์ประหลาด ไม่มีอะไรเลย"
ไม่มีคนตามมา...
"เราโชคดีจริงๆ เจ้าบาร์ฟอร์นั่นมันโง่เง่าจองหองจริงๆ มันไม่ได้ใช้หมวกแจ้งข่าวให้ปีศาจตัวอื่นรู้ก่อนที่ผมจะลงไปเลย ตอนนี้หมดห่วงไปเปราะหนึ่ง"
เขาไม่รู้แรงจูงใจของบาร์ฟอร์ แต่เดาว่าในสายตาปีศาจ การที่ผู้ล่าโดนเหยื่อฆ่าตายอาจจะเป็นเรื่องน่าอับอายขายขี้หน้าก็ได้
ขืนบอกปีศาจตัวอื่น แล้วความอัปยศนี้ถูกปีศาจที่ไม่ถูกกันเอาไปฟ้องเจ้านาย ความผิดฐานทำงานพลาดคงตกมาที่หัวมันเต็มๆ
ในทางกลับกัน ถ้ามันจัดการผู้บุกรุกได้เอง การตายของลูกน้องสามตัวก็จะถูกมองว่าเป็นความไร้น้ำยาของพวกนั้นเอง ไม่เกี่ยวกับบาร์ฟอร์
"...ระบบนรกเฮงซวยเอ๊ย ถ้าตายยกแก๊ง มันก็จบเห่เหมือนตอนนี้นี่แหละ"
เขาบ่นพึมพำขณะสตาร์ทรถศึกอเวจี
รถศึกคำรามลั่นตามจังหวะการควบคุมของโนเชียร์ สายพานเริ่มสั่นระริกแล้วค่อยๆ ไต่ไปข้างหน้า เพียงไม่กี่วินาทีความเร็วก็เพิ่มขึ้น
โนเชียร์มือใหม่หัดขับไม่กล้าใช้เกียร์สูง คันเร่งของรถคันนี้มีห้าระดับ แต่แค่ระดับต่ำสุดความเร็วก็ปาเข้าไป 30 ไมล์แล้ว ข้างทางก็เต็มไปด้วยต้นไม้ เสียงโหยหวนจากเตาหลอมวิญญาณก็กวนประสาท ยิ่งทำให้โรคกลัวการขับรถของเขากำเริบหนัก
มูมู่กับเจ้าผลไม้ กระรอกน้อยสองตัวถึงกับลงไปนอนกุมหัวดิ้นทุรนทุรายอยู่ข้างๆ โนเชียร์ทนดูไม่ไหวเลยจับยัดใส่กระเป๋าตัวเองไปซะ
ส่วนโนเชียร์ต้องฝืนบังคับพังงา หลบหลีกต้นไม้อย่างระมัดระวัง พร้อมกับทนฟังเสียงนรกบาดหูขับไปข้างหน้าอย่างยากลำบาก
สรุปสั้นๆ หลังจากโดนรถเฮงซวยนี่ทรมานอยู่เกือบหนึ่งชั่วโมง ท่ามกลางเสียงโหยหวนบาดจิต ในที่สุดพวกเขาก็พุ่งออกจากป่า มองเห็นแม่น้ำจอนซาร์อยู่ไกลๆ โนเชียร์ตะโกนใส่รถที่นั่งอยู่ด้วยความเหลืออด
"ฉันขอถอนคำพูด! ไอ้รถเวรนี่! ต่อให้จ้างหมื่นเหรียญทอง ฉันก็จะไล่มันไปให้พ้นๆ!"
รถ: "อ้ากกก!!!!"
เครื่องยนต์รถยังคงส่งเสียงโหยหวนไม่หยุด โนเชียร์ไม่รู้ว่าวิญญาณมีความรู้สึกเจ็บปวดไหม แต่แก้วหูเขาเจ็บแน่! เจ็บจะระเบิดอยู่แล้ว!!
สกาก็เดินเอามืออุดหูเข้ามา เขาเองก็โดนเสียงนี้ทรมานจนอ่วม คนธรรมดาอื่นๆ ยิ่งอาการหนัก รถศึกที่สร้างมาเพื่อปีศาจในนรก ไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาจะขับขี่หรือโดยสารได้นานๆ
"โนเชียร์! น่าจะใกล้ถึงป่ามรกตแล้วใช่ไหม! ระยะทางช่วงนี้พวกเราลงเดินเองได้ไหม!"
สกาตะโกนแข่งกับเสียงรถ โนเชียร์ก็ตะโกนตอบกลับไป
"ได้! เดี๋ยวผมหาที่จอดไอ้รถเวรนี่ก่อน!"
ไม่จอดก็ไม่ได้แล้ว ขืนขับต่อคนบนรถได้เป็นโรคประสาทอ่อนๆ หรืออาการหนักกว่านั้นแน่
มูมู่กับเจ้าผลไม้สลบไปแล้ว เป็นพวกมันเองที่คุกเข่าขอร้องให้โนเชียร์ช่วยทุบให้สลบที โนเชียร์เลยจัดให้ หลับสบายไปเลย
พอรถจอดสนิท คนบนรถแทบจะกลิ้งลงมา หลังจากทุกคนลงหมดแล้ว โนเชียร์ก็ขับไอ้ตัวมลภาวะทางเสียงนั่นไปหาที่ซ่อนในป่าทึบคนเดียว
เก็บเข็มไฟนรกใส่กระเป๋า โนเชียร์หันหลังเดินหนีทันที เขาไม่อยากเห็นหน้าไอ้รถเฮงซวยนี่อีกแล้ว!
แต่พอเดินอย่างมุ่งมั่นไปได้ไม่กี่ก้าว เขาก็ค่อยๆ หยุด หันกลับไปมองซากรถบุโรทั่ง แล้วตะโกนออกมาอย่างสิ้นหวัง
"แม่งเอ๊ย ทิ้งไม่ลงว่ะ ไอ้เจ้านี่ถ้าเอาไปขายที่บาลเดอร์สเกตอย่างต่ำก็ได้ตั้งหมื่นเหรียญทอง! แต่ก้อนเหล็กเบ้อเริ่มเท่อขนาดนี้จะเอาไปซ่อนที่ไหนวะเนี่ย"
เขามองดูรอยล้อตะขาบขนาดมหึมาที่บดขยี้พื้นเป็นทางยาว การจะลบร่องรอยเจ้านี่ให้เนียนสนิทมันยากระดับเข็นครกขึ้นภูเขา เขาไม่ใช่ดรูอิดระดับสูงนะโว้ย!
แต่จะให้ทนฟังเสียงนรกแตกนั่นต่อก็ไม่ไหว ระหว่างที่โนเชียร์กำลังกลืนไม่เข้าคายไม่ออก และกำลังจะเลือกเงินหมื่นเหรียญทองมากกว่าหูตัวเอง
เสียงที่คุ้นเคยและหนักแน่นก็ดังขึ้นมาจากข้างหลัง
"บางทีข้าอาจช่วยเจ้าได้ เจ้ากำลังกลุ้มใจเรื่องอะไรอยู่รึ โนเชียร์น้อย"
เสียงนี้มัน!
"ท่านอาจารย์ฮัลสิน! ท่านมาได้ยังไงครับ"
ผู้มาเยือนคือผู้นำแห่งค่ายมรกต ดรูอิดชั้นสูงแห่งภาคีจันทรา และเปรียบเสมือนพ่อบุญธรรมของโนเชียร์ อาจารย์ฮัลสินนั่นเอง
ฮัลสินเป็นวู้ดเอลฟ์ แต่กลับมีร่างกายกำยำล่ำสันจนวู้ดเอลฟ์ทั่วไปต้องเกรงขาม ถึงจะมีอาชีพเป็นดรูอิด แต่โนเชียร์สงสัยมาตลอดว่าต่อให้ไม่แปลงร่างเป็นสัตว์ พลังกายและความอึดของฮัลสินก็คงไม่ด้อยไปกว่าเขาเลย
เขาสวมชุดคลุมหรูหราที่ธรรมชาติถักทอให้ บนหน้าทาสีน้ำมันสัญลักษณ์ของดรูอิด ใบหน้ากว้างเต็มไปด้วยความเมตตา รอยแผลเป็นจากกรงเล็บพาดผ่านหน้าไม่ได้ทำให้ราศีจับน้อยลงเลย ดูเป็นชายวัยฉกรรจ์ที่เปี่ยมด้วยปัญญาของผู้เฒ่า
"ตั้งแต่ชั่วโมงก่อน ป่าก็ส่งสัญญาณเตือนข้าไม่หยุด ว่ามีสิ่งประดิษฐ์ชั่วร้ายวิ่งพล่านอยู่ในป่า รบกวนความสงบของธรรมชาติ"
"ข้าเลยใช้เวทดรูอิดระดับ 5 [ถามไถ่ธรรมชาติ] ตรวจสอบดู แล้วก็เจอเจ้านี่แหละ"
"ไอ้หนู นี่มันเรื่องอะไรกัน เจ้าพาตัวอะไรมาเนี่ย"
โนเชียร์ถอนหายใจ แล้วค่อยๆ พูดว่า
"ข่าวร้ายครับอาจารย์ ข่าวร้ายมากๆ ด้วย"
[จบแล้ว]