เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 39 - แกว่งเท้าหาเสี้ยน

บทที่ 39 - แกว่งเท้าหาเสี้ยน

บทที่ 39 - แกว่งเท้าหาเสี้ยน


บทที่ 39 - แกว่งเท้าหาเสี้ยน

"คุณน้า แผลไม่ค่อยปวดแล้วใช่ไหมครับ? ผายลมหรือยัง?" แปดโมงยี่สิบนาทีเช้าวันพุธที่ 29 กรกฎาคม หลู่เฉิงยืนอยู่ข้างเตียง 3 เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

คนไข้เตียง 3 คือเคสผ่าตัดไส้ติ่งที่หลู่เฉิงลงมือผ่าเองเมื่อวันที่ 27 นี่เป็นเคสไส้ติ่งเคสที่สามของเขา

ความชำนาญในการผ่าตัดไส้ติ่งของหลู่เฉิงไม่ได้อัปเกรดด้วยแต้มทักษะ อาศัยแค่พื้นฐานที่แน่นปึ้กคอยประคองไว้ จึงถือว่าไม่ได้มั่นใจเต็มร้อย

"ไม่ปวดตั้งแต่เมื่อวานแล้วครับ ผายลมแล้วด้วย หมอเจิงบอกว่าหมอหลู่หยุดพักผ่อน"

"แต่พอหมอเจิงมาดูแกก็ให้ผมเริ่มจิบน้ำข้าวต้มได้แล้วครับ" คนไข้เป็นชายวัยกลางคนสี่สิบกว่าปี อธิบายด้วยรอยยิ้ม

เขาพักฟื้นมาหลายวัน ได้ยินจากเพื่อนร่วมห้องว่าหลู่เฉิงเป็นหมอที่ใส่ใจและรับผิดชอบมาก เดิมทีนึกว่าวันแรกหลังผ่าตัดหลู่เฉิงจะมาดูอาการ ไม่นึกว่าจะตรงกับวันหยุดพอดี

"ไม่เป็นไรครับ ขอแค่ผายลมแล้วก็เริ่มทานอาหารเหลวได้ วันนี้เริ่มทานอาหารกึ่งเหลวพวกซุปไข่น้ำได้เลยครับ"

"แต่เลี่ยงอาหารย่อยยาก โดยเฉพาะของทอดของมัน ของดิบของเย็นอย่าเพิ่งทาน ตอนนี้ลุกเดินได้แล้วนะครับ ไม่ต้องเดินไกล เดินเล่นแถวระเบียงทางเดินแผนกฉุกเฉินนี่แหละ แต่ต้องระวังรถเข็นฉุกเฉินด้วยนะครับ เดี๋ยวจะชนเอา..."

"แล้วญาติเฝ้าไข้ล่ะครับ?" หลู่เฉิงสั่งความจบก็ถามต่อ

"เมียผมซื้อข้าวเช้าให้เสร็จก็ไปทำงานแล้ว เดี๋ยวแม่ผมจะมาเฝ้าต่อ แกไปส่งหลานเข้าโรงเรียนอยู่ครับ" คุณน้ายิ้มแหยๆ แล้วถามต่อ "งั้นเที่ยงนี้ผมกินไข่ตุ๋นได้ไหมหมอ?"

คนวัยสี่สิบกว่า แบกภาระทั้งคนแก่และลูกเล็ก แถมยังต้องทำงานหาเงิน เป็นช่วงวัยที่แบกความกดดันหนักที่สุด

"ไข่ตุ๋นได้ครับ แต่แนะนำให้ทานโจ๊กข้นๆ หน่อยดีกว่า อย่างพวกโจ๊กหมู"

"อย่างอื่นก็ไม่มีอะไรพิเศษ แผลคุณน้าไม่มีอะไรน่าห่วง สองสามวันล้างแผลทีก็พอ แล้วก็หมั่นพลิกตัว ลุกเดินบ่อยๆ ไม่ต้องฝึกบริหารเส้นเอ็นเหมือนเตียงอื่นเขา"

"ถ้าฟื้นตัวดี พรุ่งนี้ก็กลับบ้านได้ครับ คุณน้าโอเคไหม?" หลู่เฉิงถาม

คนไข้ผ่าตัดไส้ติ่งที่แขนขาปกติ หลังผ่าตัดแป๊บเดียวก็เดินปร๋อแล้ว

"แล้วหลังจากนี้ผมจะล้างแผลยังไงล่ะหมอ?"

"มาที่นี่ก็ได้ หรือจะไปอนามัยใกล้บ้านก็ได้ครับ ประมาณสิบสองวันหลังผ่าตัดก็ดูแผลเตรียมตัดไหมได้ ถ้าต้องรีบกลับไปทำงาน พักสักครึ่งเดือนก็น่าจะไหว"

"อ้อ จริงสิ ผมจำได้ว่าน้าทำงานก่อสร้าง ถ้างานแบกหามครึ่งเดือนไม่ได้ครับ อย่างน้อยต้องพักสักเดือนนึง" หลู่เฉิงรีบแก้คำแนะนำ

"เฮ้อ... ก็คงต้องอย่างนั้นแหละครับ" คนไข้ถอนหายใจ

เขาไม่ได้บาดเจ็บจากการทำงาน แต่ดันดื่มเหล้าตอนคุยงานจนไส้ติ่งอักเสบ เรื่องแบบนี้ใครจะไปรู้ล่วงหน้า

หลู่เฉิงตรวจเตียงนี้เสร็จ ตู้ไต้หัวที่อยู่เวรเช้าโซนผู้ป่วยในก็เดินเข้ามา พอเห็นหลู่เฉิงก็ชะงักไปนิดหนึ่งแล้วยิ้มทัก "พี่หลู่ มาอีกแล้วเหรอ?"

"พี่อยู่เวรผ่าตัดไม่ใช่เหรอ? ไม่ต้องเข้ามาดูก็ได้นี่นา"

หลังจากวีรกรรมบ้าพลังคราวนั้น สิทธิ์ในการจัดตารางผ่าตัดของหลู่เฉิงก็โดนยึด ตอนนี้ห้องตรวจรับคนไข้เสร็จต้องโทรแจ้งหลินเฉียนหลงก่อน แล้วหลินเฉียนหลงค่อยพิจารณาแจ้งอาจารย์เฉินซง ให้เฉินซงเป็นคนเรียกหลู่เฉิง

ยังไงเฉินซงก็เป็นลูกพี่ใหญ่ ต้องให้เกียรติแกคุมคิวผ่าตัดทั้งหมด

หลู่เฉิงยิ้มตอบ "หมอตู้ ผมมาดูคนไข้หลังผ่าตัดหน่อย ถือซะว่ามาช่วยพาหมอตู้ราวน์วอร์ดละกัน"

แต้มทักษะจากการผ่าตัดมันเยอะก็จริง แต่หลู่เฉิงก็ยังไม่วางใจคนไข้หลังผ่าตัด เลยต้องแวะมาดูให้เห็นกับตา

"ระดับพี่หลู่ผ่าเอง พี่ต้องเป็นคนพาผมราวน์อยู่แล้วครับ" ตู้ไต้หัวยิ้มประจบ ตาโตจมูกเล็กของเขาเวลายิ้มดูมีเอกลักษณ์

ตู้ไต้หัวปีนี้อายุยี่สิบเก้า อ่อนเดือนกว่าหลู่เฉิงด้วยซ้ำ เรื่องฝีมือและบารมี เขารู้ตัวเองดี

หลู่เฉิงเปิดทางในแผนกฉุกเฉินได้ขนาดนี้ ตู้ไต้หัวก็อยากจะขอฝากตัวเรียนรู้วิชาด้วยเหมือนกัน

"เตียง 3 นี่เย็บเส้นเอ็นเหยียดนิ้ว วันนี้วันที่สองหลังผ่าตัด สิ่งที่ต้องระวังเรื่องการฟื้นฟูวันนี้มีประมาณนี้... หมอตู้ถ้าว่างก็รบกวนช่วยมากำชับคนไข้บ่อยๆ หน่อยนะ..."

"ส่วนเตียง 4..." หลู่เฉิงจำแผนการฟื้นฟูของคนไข้ที่ตัวเองผ่าได้แม่นยำ เตรียมการบ้านมาดี เลยร่ายยาวได้ไม่ติดขัด

ท่าทีคล่องแคล่วของหลู่เฉิง ยิ่งทำให้คนไข้รู้สึกเชื่อถือมากขึ้น

คนไข้ศัลยกรรมมีแค่ห้าคน ยี่สิบนาทีก็ตรวจครบ

คนไข้เตียง 5 รีบขอบคุณ "ขอบคุณหมอหลู่มากเลยนะครับ ถ้าไม่ได้หมอ พวกผมคงต้องถ่อไปถึงในเมือง"

"แถม... อาจจะเจอเรื่องยุ่งยากด้วย"

หลู่เฉิงได้ยินก็แซวกลับ "มารักษาตัวจะไปเจอเรื่องยุ่งยากอะไรครับ?"

"ก็จะไม่ยุ่งได้ไงล่ะครับ"

"ได้ยินเขาเล่ากันว่า คนป่วยที่อาการเหมือนพวกเราเป๊ะ แต่มาก่อนหน้านี้ก้าวเดียว โดนแผนกกระดูกรับตัวไป"

"เห็นว่าฟื้นฟูได้ไม่ค่อยดี... น่าสงสารแย่..." คนไข้ไม่ได้พูดว่าหมอกระดูกฝีมือห่วย เพื่อเหยียบคนอื่นให้ตัวเองดูสูงขึ้น

แค่ตัวเองไม่ซวย ก็ถือว่าโชคดีแล้ว

ตู้ไต้หัวกระซิบเสียงเบา "พี่หลู่ ก่อนหน้านี้เคสเส้นเอ็นขาดที่คุณชายเผิงกับหัวหน้าเผิงรับไป ผ่าตัดเสร็จแล้วก็จริง แต่การฟื้นฟูหลังผ่าตัดไม่ค่อยดีเท่าไหร่"

"ดูจากบนเตียงผ่าตัดก็เห็นความต่างแล้ว พยาบาลเสวี่ยเสวี่ยเอามาเมาท์ให้ฟัง..."

หลู่เฉิงเดินออกจากห้องพักผู้ป่วย เอียงคอกระซิบเตือน "ในเมื่อหัวหน้าเผิงเขาผ่าตัดเสร็จไปแล้ว ก็อย่าไปนินทาเขา หัวหน้าเผิงกับทีมงานเขาก็แค่อยากเรียนรู้เทคนิคเพื่อบริการคนไข้ เจตนาและเป้าหมายเขาไม่ได้ผิดอะไร"

พูดยังไม่ทันขาดคำ หลู่เฉิงก็เห็นเผิงคุนเดินตามมาอย่างเชื่องช้า

เผิงคุนเพิ่งเดินออกมาจากห้องพักแพทย์ในชุดกาวน์ พอเจอกับหลู่เฉิงและตู้ไต้หัว ก็ทำหน้าแปลกใจ "พี่เฉิง ตรวจคนไข้เสร็จแล้วเหรอ?"

"เมื่อคืนพี่ผ่าตัดถึงตีสามไม่ใช่เหรอ? ทำไมมาเช้าขนาดนี้?"

"อื้ม เมื่อคืนนอนที่ห้องพักแพทย์น่ะ" หลู่เฉิงตอบ

ตู้ไต้หัวเห็นเผิงคุนก็รีบฉีกยิ้ม "พี่หลู่ พี่คุน เดี๋ยวผมไปเคลียร์ออเดอร์ เปลี่ยนแผล เขียนประวัติก่อนนะครับ เชิญพี่ๆ คุยกันตามสบาย"

ตอนนี้เผิงคุนอาศัยบารมีพ่อมาฝากตัวอยู่แผนกฉุกเฉิน แต่เดือนหน้าก็ไม่อยู่แล้ว

พวกจางเถียเซิงที่เป็นแพทย์อาวุโสคงไม่ยอมมาเป็นลูกมือให้หลู่เฉิง โอกาสทองจึงตกเป็นของตู้ไต้หัว

หานเสี่ยวผิงสายนอนราบ พี่จ้วงสายฮาที่ใครๆ ก็ส่ายหน้า โอกาสเรียนรู้ตกมาถึงมือเขาแล้ว

หลู่เฉิงปฏิบัติต่อเฉินซงยังไง ตู้ไต้หัวก็เห็นมากับตา ความว่านอนสอนง่ายคือใบเบิกทาง...

"คุณชายเผิง อกหักหรือไง? ทำไมดูห่อเหี่ยวจัง?" หลู่เฉิงทักเผิงคุนแบบสบายๆ

"เฮ้อ..." เผิงคุนถอนหายใจ

"ที่แผนกเจอปัญหาใหญ่เข้าน่ะสิ"

"เดิมทีโรงพยาบาลเราดีลกับหัวหน้าเซี่ยงไต้หงจากโรงพยาบาลจังหวัดไว้แล้วว่าจะให้ลงมาช่วยราชการ แต่ไม่รู้ศาสตราจารย์ถงจากแผนกศัลยกรรมมือโรงพยาบาลเซียงหย่าแกเกิดนึกครึ้มอะไรขึ้นมา โทรมาติดต่อโรงพยาบาลเราเฉยเลย"

"แต่เราตกลงกับหัวหน้าเซี่ยงไปแล้ว... พอปฏิเสธไป ศาสตราจารย์ถงแกก็เหมือนจะของขึ้น"

"พ่อผมบอกว่าถ้าศาสตราจารย์ถงเกิดบ้าจี้หนีไปโรงพยาบาลแพทย์แผนจีน งานนี้บรรลัยแน่..." เผิงคุนเกาหัวแกรกๆ

โรงพยาบาลแพทย์แผนจีนก็มีแผนกกระดูก เป็น 'คู่แข่ง' กับแผนกกระดูกโรงพยาบาลประชาชน

แต่ยุคนี้หน่วยงานพี่น้องก็คือคู่แข่ง ตัวเองวางแผนมาดิบดีดันกลายเป็นการส่งเทพเจ้าไปประเคนให้คู่แข่งซะงั้น...

ถ้ามีศาสตราจารย์ถงอยู่ที่นั่น การจะดึงคนไข้ไว้คงเป็นเรื่องยาก

"ศาสตราจารย์ถง? ถงไหน?" น้ำเสียงหลู่เฉิงตึงเครียดขึ้นมาทันที

"ศาสตราจารย์ถงจากเซียงหย่า ชื่อเต็มผมก็ไม่รู้ เดี๋ยวขอเช็คแป๊บ..."

ไม่กี่นาทีต่อมา... หลู่เฉิงกับเผิงคุนก็ได้แต่นั่งงงเป็นไก่ตาแตกไปพร้อมกัน

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 39 - แกว่งเท้าหาเสี้ยน

คัดลอกลิงก์แล้ว