- หน้าแรก
- ระบบศัลยแพทย์ ผมจะเป็นเทพที่ห้องฉุกเฉิน
- บทที่ 37 - พิชิตวิธีถังประยุกต์!
บทที่ 37 - พิชิตวิธีถังประยุกต์!
บทที่ 37 - พิชิตวิธีถังประยุกต์!
บทที่ 37 - พิชิตวิธีถังประยุกต์!
การผ่าตัดเคสนี้กินเวลาเกือบสี่ชั่วโมง ตอนหลู่เฉิงออกจากห้องผ่าตัดก็ปาเข้าไปแปดโมงยี่สิบนาทีแล้ว
เวลานี้ถือว่าปกติ ถ้าการผ่าตัดรักษาตับมันง่าย มันคงไม่กลายเป็นวิชาต้องห้ามของโรงพยาบาลอำเภอหรอก
หลู่เฉิงรีบโทรหาหลินเฉียนหลงทันที "หัวหน้าหลินครับ วันนี้ผมกับอาจารย์เฉินขอลาพักหนึ่งวันนะครับ"
"ถ้ามีเคสฉุกเฉินเข้ามา ถ้าจำเป็นต้องส่งตัวก็ส่งไปเถอะครับ"
เสียงของหลินเฉียนหลงพุ่งปรี๊ดขึ้นมาทันที "หลู่เฉิง อย่าบอกนะว่าที่ผ่านมานายไม่เคยพาอาจารย์เฉินไปพักเลย?"
"ลากยาวมาจนถึงวันนี้เนี่ยนะ?"
หลู่เฉิงตอบตามตรง "หัวหน้าหลินครับ เป็นผมเองที่ทำงานไม่รอบคอบ มัวแต่คิดเรื่องเรียนผ่าตัด"
"ไอ้..." หลินเฉียนหลงรูม่านตาหดเกร็ง นึกภาพเฉินซงโดนหลู่เฉิงลากถูจนเกือบตาย เกือบจะหลุดคำหยาบออกมาแต่ก็ยั้งทัน
"นายเป็นลูกนอกสมรสของอาจารย์เฉินหรือไง? แกถึงยอมให้นายปู้ยี่ปู้ยำขนาดนี้?"
หลู่เฉิงใช้งานเฉินซงเยี่ยงทาสญี่ปุ่นจริงๆ ไม่เห็นคนเป็นคนเลย
"หัวหน้าหลินครับ ส่วนใหญ่เป็นเคสเล็กๆ อย่างเย็บเส้นเอ็นกับไส้ติ่งอักเสบ ผมทำเองหมดครับ เลยจำเวลาพักของอาจารย์เฉินไม่ได้..."
"เป็นความผิดผมเองครับ คราวหน้าผมจะระวังให้มากกว่านี้" หลู่เฉิงไม่แก้ตัว
"นายเองก็ต้องรักษาสุขภาพด้วย!?" หลินเฉียนหลงดุ
"ยิ่งต้องระวังเวลาพักผ่อนของอาจารย์เฉินให้มาก ขืนปล่อยให้แกอดหลับอดนอนแบบนี้ เดี๋ยวก็แย่กันพอดี"
"ช่างเถอะ... เดี๋ยวผมติดต่ออาจารย์เฉินเองดีกว่า ขืนปล่อยสิทธิ์จัดตารางผ่าตัดให้นาย นายคงมั่วซั่วจนเกิดเรื่องอีก" หลินเฉียนหลงตัดบทวางสายไปดื้อๆ
ไม่ได้ด่าหลู่เฉิงต่อ แต่ยึดคืน "อำนาจจัดตารางผ่าตัด" ของหลู่เฉิงไปแล้ว!
จริงๆ หลินเฉียนหลงก็เข้าใจหลู่เฉิง หลู่เฉิงทำงานหนักกว่าเฉินซงอีก ไม่เหนื่อยเหรอ? เหนื่อยแน่นอน
แต่หลู่เฉิงรู้ว่าโอกาสเรียนรู้มันหายาก
เวลาเขา 'เหนื่อย' เขาอาจจะไม่มีแก่ใจไปสนใจรายละเอียดการพักผ่อนของเฉินซง
หลินเฉียนหลงนึกว่าหลู่เฉิงจะรู้ความ รู้ว่าเวลาไหนควรพัก เวลาไหนไม่ควรพัก แต่ที่ไหนได้ หลู่เฉิงดันบ้าพลังซะงั้น...
หลู่เฉิงเก็บมือถือลงเงียบๆ น้อมรับความเมตตาที่เฉินซงมีให้ เก็บไว้ในใจอย่างซาบซึ้ง
หลังส่งเวรเสร็จ หลู่เฉิงกลับถึงบ้าน อาบน้ำแล้วก็ล้มตัวลงนอนหลับเป็นตายทันที
ตื่นมาอีกทีก็ทุ่มสี่สิบ
ตอนหลู่เฉิงเดินออกจากห้องนอน พ่อหลู่นานเจียกับแม่เถียนฮุ่ยกำลังดูทีวีอยู่ พอได้ยินเสียงเปิดประตู ทั้งคู่ก็รีบลุกขึ้น "หายไปหลายวันคงเหนื่อยแย่... รอลูกมากินข้าวพอดีเลย"
เถียนฮุ่ยรีบเดินไปตักข้าวในครัวด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง ส่วนหลู่นานเจียก็เปิดฝาชีบนโต๊ะอาหาร
หลู่เฉิงพูดว่า "พ่อครับ กระเพาะแม่ไม่ค่อยดี อย่าให้แม่หิวสิครับ พ่อกับแม่กินก่อนเลยก็ได้"
"นิสัยแม่แก แกก็รู้ ถ้าลูกอยู่บ้าน... แล้วยังไม่ตื่น เขาจะยอมตักข้าวกินก่อนเหรอ?"
"ลูกพักผ่อนพอก็ดีแล้ว หลายวันนี้คงเหนื่อยน่าดู รีบไปล้างมือมากินข้าวเถอะ" หลู่นานเจียเรียกหลู่เฉิงมานั่งอย่างเรียบง่าย
หลู่เฉิงไม่เกรงใจพ่อแม่ นั่งรอรับการ "ขุน" อย่างว่าง่าย หลู่นานเจียนั่งลงอีกครั้งแล้วพูดว่า "วันนี้อาแกโทรมาอีกแล้วนะ"
"แกชมลูกด้วยนะ บอกว่าลูกไปอยู่แผนกฉุกเฉินแล้วทำได้ดีทีเดียว สามารถเปิดทางสร้างผลงานด้วยตัวเองได้..."
หลู่เฉิงไม่แปลกใจที่อาหลู่นานยงจะคอยจับตาดูเขา "จริงๆ ก็ไม่ได้เปิดทางอะไรหรอกครับ แค่ได้โอกาสมาบ้างเฉยๆ"
"การเรียนผ่าตัดไม่ใช่วันสองวัน เป็นก็คือเป็น ถ้าทำไม่ได้เดี๋ยวก็ความแตก"
"พ่อครับ พ่อก็รู้ว่าผมเป็นคนยังไง พ่อกับแม่อาจจะตามใจผมเกินไป ผมไม่ใช่คนประเภทรายงานแต่เรื่องดีปิดบังเรื่องร้ายหรอกครับ"
"แต่ไม่ว่าจะยังไง มันก็ดีกว่าเมื่อก่อนแน่นอน" หลู่เฉิงมองดูแต้มทักษะที่สะสมไว้ คิดในใจว่าในที่สุดก็จะได้ใช้จ่ายแบบป๋าๆ สักที
รูดปรื๊ดๆ ให้สะใจไปเลย
หลู่นานเจียเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วพูดว่า "รายงานทั้งเรื่องดีและเรื่องร้ายน่ะดีแล้ว พ่อกับแม่จะได้ไม่ต้องเป็นห่วงมาก"
"เสียแต่พ่อช่วยอะไรลูกไม่ได้เลย" หลู่นานเจียถอนหายใจ
"กินข้าว กินข้าว..." เถียนฮุ่ยถือชามข้าวออกมา วางตะเกียบกับข้าวให้หลู่เฉิงก่อน
หลู่เฉิงพูดว่า "กับข้าวอร่อยขนาดนี้ อร่อยกว่าร้านอาหารข้างนอกอีก ผมว่าพ่อกับแม่ไปเปิดร้านอาหารเล็กๆ ได้เลยนะเนี่ย รับรองขายดี"
เถียนฮุ่ยส่ายหน้า "ไม่ไหวหรอก แม่ทำเป็นแค่กับข้าวบ้านๆ ไม่กี่อย่าง ไปเปิดร้านคงเจ๊งไม่เป็นท่า ทุนหายกำไรหดหมด..."
แต่พอหลู่เฉิงชมว่าชอบกินกับข้าวฝีมือแม่ เถียนฮุ่ยก็ยิ้มจนแก้มปริ
กินข้าวเสร็จ หลู่เฉิงอาสาเก็บล้างจานชาม แล้วนั่งดูทีวีเป็นเพื่อนพ่อแม่อีกพักหนึ่ง ประมาณสามทุ่ม หลู่เฉิงก็ขังตัวเองไว้ในห้องฝึกวิชา
หลู่เฉิงมองดูยอดคงเหลือแต้มทักษะ--
[แต้มทักษะคงเหลือปัจจุบัน: 42.3 แต้ม]
แล้วดูหน้าต่างทักษะของตัวเอง
[ทักษะสายเย็บ: เทคนิคการเย็บแผล (เชี่ยวชาญ 4/20), เทคนิคเย็บเส้นเอ็น (ชำนาญ 7/10), วิธีเคสเลอร์ประยุกต์ (ชำนาญ 6/10) (+1), วิธีสึเกะ (รวมถึงแบบเลื่อนไหล) (ชำนาญ 4/10) (+1), วิธีถังประยุกต์ (ชำนาญ 10/10)]
[ศัลยกรรมเฉพาะทาง: การผ่าตัดถุงน้ำดี (เริ่มต้น 4/5) (+2), การผ่าตัดไส้ติ่ง (เริ่มต้น 5/5) (+2), การผ่าตัดม้าม (เริ่มต้น 3/5) (+2)]
สาเหตุที่หลู่เฉิงไม่รีบอัปเกรดทันที เพราะเขาค้นพบว่า ยิ่งช่องว่างทักษะระหว่างเขากับเฉินซงมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งได้รับคำชี้แนะและพัฒนาได้ง่ายขึ้น ประหยัดแต้มทักษะได้มากกว่า
มีเฉินซงคอยระวังหลัง หลู่เฉิงไม่ต้องกลัวว่าคุณภาพการผ่าตัดจะไม่ผ่านเกณฑ์
แถมพอพื้นฐานแน่นแล้ว การผ่าตัดพื้นฐานอย่างตัดถุงน้ำดี ตัดไส้ติ่ง ตัดม้าม ความชำนาญก็พุ่งกระฉูด
ในสถานการณ์แบบนี้ ถ้าเอะอะก็ใช้แต้มอัปเกรด กลับจะเป็นการสิ้นเปลืองแต้มทักษะโดยใช่เหตุ ไม่คุ้มค่าสูงสุด
[พื้นฐานทักษะการเย็บไม่เพียงพอ การทะลวงระดับวิธีถังประยุกต์ล้มเหลว คืนแต้มทักษะทั้งหมด!]
หลู่เฉิงมองข้อความแจ้งเตือนนี้
เทคนิคเย็บเส้นเอ็น เป็นสิ่งที่เฉินซงสอนและชี้แนะหลู่เฉิงไม่ได้แล้ว ดังนั้นพอหลู่เฉิงสะสมแต้มได้ ก็รีบพยายามจะทะลวงระดับทันที เพื่อจะคว้าวิธีถังประยุกต์มาครองให้เร็วที่สุด
แต่ข้อความนี้ ทำเอาหลู่เฉิงเหมือนโดนไม้หน้าสามฟาดแสกหน้า
เข้าใจได้ แต่ไม่สนับสนุนให้ระบบทำแบบนี้นะ...
หลู่เฉิงเคยถามเฉินซง อาจารย์เฉินเคยบอกว่า พลังวัตรของพื้นฐาน เป็นตัวกำหนดขีดจำกัดความชำนาญของกระบวนท่าศัลยกรรม!
ไม่ฝึกพื้นฐาน ก็เหมือนฝึกวรยุทธ์แต่ไม่ฝึกกำลังภายใน ได้แค่ท่าทางสวยแต่รูปจูบไม่หอม
ตอนนี้ แต้มทักษะถึงจะมีเยอะ แต่ก็ไม่ได้เยอะขนาดนั้น หลู่เฉิงเลยต้องค่อยๆ ลองผิดลองถูกไป
[พื้นฐานทักษะเย็บเส้นเอ็นไม่เพียงพอ การทะลวงระดับวิธีถังประยุกต์ล้มเหลว คืนแต้มทักษะทั้งหมด!]
[ทักษะสายเย็บ: เทคนิคการเย็บแผล (เชี่ยวชาญ 10/20) (แต้มทักษะ -6), เทคนิคเย็บเส้นเอ็น (เชี่ยวชาญ 0/20) (แต้มทักษะ -23), วิธีถังประยุกต์ (ชำนาญ 10/10)]
[แต้มทักษะคงเหลือปัจจุบัน: 16.3!]
[แต้มทักษะไม่เพียงพอ ไม่สามารถทะลวงระดับได้]
"เชี่ยเอ๊ย..." หลู่เฉิงนั่งอยู่หน้าโต๊ะปฏิบัติการ ทนไม่ไหวจนต้องสบถออกมาด่าลมด่าแล้ง
ทำไมศัลยกรรมถึงยาก ทำไมวิธีถังประยุกต์ถึงเรียนยาก ทำไมการเย็บเส้นเอ็นถึงมีหลุมพรางเยอะ?
วินาทีนี้ 'ตัวหนังสือ' บนหน้าต่างระบบได้ทำให้ทุกอย่างชัดเจนเป็นรูปธรรมแล้ว
ทำไมศาสตราจารย์เฉินซงถึงเรียนรู้วิธีถังประยุกต์ไม่ได้ ทำไม 'เซี่ยงไต้หง' จากโรงพยาบาลจังหวัดถึงไม่ถนัดวิธีถังประยุกต์?
ทำไมเส้นเอ็นงอนิ้วโซน 2 ถึงถูกเรียกว่าดินแดนไร้คนมาตั้งหลายปี?
มันมีเหตุผลของมัน
หลู่เฉิงด่าจบ ก็หยิบมือถือขึ้นมา เห็นข้อความจากพี่เจิงหวนฉีส่งมาว่า "เสี่ยวหลู่ มีเคสเส้นเอ็นขาดเข้ามา น่าจะเป็นเส้นเอ็นเหยียดนิ้วโซน 4 อย่างที่นายเคยบอก"
"นายจะทำ หรือจะให้ส่งตัว?"
"ดูเหมือนเผิงคุนจะไม่เอานะ..." เจิงหวนฉีบอกใบ้
เผิงคุนคุณชายแห่งแผนกกระดูก ยังคงไม่ 'สงบเสงี่ยม' เท่าไหร่ บางครั้งที่หลู่เฉิงพัก ก็จะให้พ่อเขาช่วยสอนเย็บเส้นเอ็นบ้าง
แต่วันนี้ที่หลู่เฉิงพัก เขากลับทำตัวเรียบร้อยซะงั้น ไม่รู้เพราะอะไร
"ทำครับ! พี่เจิง ผมจะรีบไปเดี๋ยวนี้" ยังขาดแต้มทักษะอีกไม่กี่แต้ม หลู่เฉิงไม่ลังเลเลยที่จะพุ่งออกจากบ้าน ขี่มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าฝ่าความมืดออกไป
ตีห้าครึ่ง
หลู่เฉิงมองดูวิธีถังประยุกต์ที่อัปเกรดเป็นระดับ 'เชี่ยวชาญ' ได้สำเร็จ ถึงได้พอใจล้มตัวลงนอนบนเตียงในห้องพักแพทย์ฉุกเฉิน หลับสนิทไปทันที...
วิธีถังประยุกต์แม่งโคตรยาก เงื่อนไขเยอะชิบเป๋ง แต่สุดท้ายหลู่เฉิงก็ฝ่าด่านมาได้
[จบแล้ว]