- หน้าแรก
- ราชันย์เหนือโลกสมบูรณ์
- บทที่ 22 : เยว่ฉานน้อย
บทที่ 22 : เยว่ฉานน้อย
บทที่ 22 : เยว่ฉานน้อย
บทที่ 22 : เยว่ฉานน้อย
เจ้าหินน้อยวางแม่หนูลงบนพื้น ฝีเท้าดุจเหยียบวายุ เขาฉุดมือนางพาวิ่งตะบึงไปข้างหน้า รวดเร็วจนมองเห็นเป็นเพียงเงาเลือนราง
ความเร็วของเจ้าหินน้อยนั้นสูงเกินไป แม่หนูแทบจะปลิวตามเขาไป ร่างทั้งร่างลอยเคว้งคว้างกลางอากาศ ทำให้นางรู้สึกอับอายและโมโหจนแทบระเบิด "มันก็แค่สัตว์อสูรขอบเขตแปลงวิญญาณขั้นต้นเอง ท่านย่าหลินจัดการได้สบาย! ทำไมเราต้องหนีด้วย?"
เจ้าหินน้อยไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง ยังคงตั้งหน้าตั้งตาวิ่งอย่างบ้าคลั่ง "พวกเราขโมยของรักของหวงมันมานะ ไม่หนีได้รึ?"
แม่หนูชะงักไปเล็กน้อย "ดูเหมือนจะจริงแฮะ..."
ในความเป็นจริงหาได้มีถูกหรือผิดไม่ สัตว์อสูรกินมนุษย์ มนุษย์กินสัตว์อสูร เป็นกฎเกณฑ์ที่มีมาแต่โบราณกาล ในแดนรกร้างอันกว้างใหญ่นี้ ไม่มีคำว่าถูกผิด มีเพียงความแข็งแกร่งเท่านั้นที่เป็นสัจธรรม
"กว๊าก!"
วิหคชิงหลวนกรีดร้องกึกก้องทั่วนภา ทว่าเด็กแสบทั้งสองนั้นลื่นไหลเป็นปลาไหล เพียงชั่วพริบตาก็หายวับไร้ร่องรอย ผนวกกับป่ารกร้างที่หนาทึบ การจะตามหาตัวพวกเขานั้นยากดั่งปีนป่ายขึ้นสวรรค์
ห่างออกไปหลายลี้ เมื่อสัมผัสได้ว่าไอสังหารอันดุร้ายด้านหลังจางหายไปแล้ว เจ้าหินน้อยก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก ถึงยอมปล่อยแม่หนูลง
"ไข่นกอยู่ไหน? เอาออกมาเร็วเข้า ข้าจะย่างชิมก่อนสักฟอง"
แม่หนูกลอกตา "ทำไมเจ้าเอาแต่คิดเรื่องกินฮะ? เอาไปฟักแล้วเรียนรู้วิชาล้ำค่าไม่ดีกว่ารึ?"
"นกกระจอกที่บินตามข้ายังไม่ทัน จะมีวิชาดีเด่นอะไรกัน? อีกอย่าง ไข่นกน่ะอุดมไปด้วยสารอาหาร รสชาติหอมหวานอร่อย พลาดไม่ได้เชียวนะ!" เจ้าหินน้อยเถียงกลับด้วยสีหน้าจริงจัง
แม่หนูกะพริบตา รู้สึกว่าคำพูดเขาก็มีเหตุผล นางมาจากสำนักใหญ่ อักขระที่เรียนรู้ย่อมไม่ธรรมดา จึงไม่สนวิชาระดับนี้
ในที่สุด เมื่อถูกเจ้าหินน้อยเร่งเร้า นางจึงหยิบไข่นกสีฟ้าน้ำทะเลสองฟองออกมา
เจ้าหินน้อยยิ้มตาหยี เขากองฟืนแห้งกองใหญ่ วางไข่นกไว้ด้านบน อักขระกระดูกบนฝ่ามือวูบไหว ก่อเกิดเปลวไฟลุกโชน จากนั้นทั้งสองก็นั่งยองๆ เคียงข้างกันหน้ากองไฟ จ้องมองไข่นกสองฟองด้วยความคาดหวังพลางคุยสัพเพเหระ
"ถึงเจ้าจะเป็นเด็กอวดดีไปหน่อย แต่เห็นแก่ที่ทำตัวว่าง่าย เดี๋ยวข้าจะแบ่งให้กินเยอะหน่อยแล้วกัน"
"เจ้าสิเด็กเหลือขอ! ข้าชื่อเยว่ฉาน ไม่ใช่เด็กเหลือขอ!" เยว่ฉานน้อยตาโต อยากจะสั่งสอนหมอนี่สักยก
"เยว่ฉาน?" เจ้าหินน้อยครุ่นคิดครู่หนึ่ง "ฟังดูไม่เพราะเลย ไม่เห็นน่าเกรงขามตรงไหน!"
เยว่ฉานน้อยกัดฟันกรอด อยากจะกัดเขาให้ตาย "ฮึ เจ้าคิดว่าตัวเองน่าเกรงขามตายล่ะ? กล้าเรียกตัวเองว่าจักรพรรดิหินน้อย ไม่กลัวโดนคนแคว้นสือรุมตีตายรึไง?"
"ไม่หรอก ตราบใดที่ข้าวิ่งเร็วพอ ศัตรูก็ตามไม่ทัน ทำอะไรข้าไม่ได้อยู่แล้ว" เจ้าหินน้อยหัวเราะร่า
"อวดดี! พวกชอบโชว์!" เยว่ฉานน้อยเถียงไม่ออก จึงขุดเรื่องเก่ามาพูดด้วยสีหน้าดูแคลน
ใบหน้าเจ้าหินน้อยมืดลงวูบหนึ่ง จู่ๆ เขาก็โอบไหล่นางแล้วกล่าวว่า "พวกเราขุดไข่นกด้วยกัน หนีมาด้วยกัน ถือเป็นพี่น้องร่วมสาบานกันแล้ว อย่าพูดเรื่องเก่าๆ เลยน่า ไม่งั้นเจ้าอดกินไข่นกนะ!"
"ถุย เจ้าหัวขโมยน้อย ออกไปห่างๆ เลยนะ!" เยว่ฉานน้อยเดือดดาล ผลักเขาออกแล้วเงื้อหมัดน้อยๆ ต่อยเข้าที่เบ้าตาเจ้าหินน้อย
"ปึก"
เสียงดังทึบ เจ้าหินน้อยไม่ระคายผิว แต่เยว่ฉานน้อยกลับกุมมือน้อยๆ ของตัวเอง น้ำตาแทบเล็ดด้วยความเจ็บ
"ฟังนะ ยัยหนูเยว่ฉานจอมทึ่ม ในภายภาคหน้าข้าจะต้องเป็นจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ เฝ้ามองความรุ่งโรจน์และดับสูญของทุกสรรพสิ่ง มีเพียงข้าที่คงอยู่ชั่วนิรันดร์! ถ้าเจ้าประจบเอาใจข้าเสียแต่ตอนนี้ วันหน้าข้าอาจจะช่วยดูแลเจ้าก็ได้นะ" เจ้าหินน้อยทำแววตาลึกล้ำ จริงจังสุดขีด ดัดเสียงพูดเรื่องไร้สาระด้วยสีหน้าตายด้าน
เยว่ฉานน้อยเบิกตากว้าง มองเด็กชายมาดขรึมตรงหน้าแล้วอ้าปากพะงาบๆ เอ่ยออกมาไม่กี่คำ "ข้าเองก็เคยบอกว่าจะบรรลุเซียนในอนาคตเหมือนกัน!"
"ฮ่าๆ..." เจ้าหินน้อยมองเด็กหญิงที่น่าสนใจคนนี้แล้วเลิกแกล้งนาง ลุกเดินไปดูไข่นก
ผ่านไปครู่เดียว กองฟืนแห้งก็มอดลง ไข่นกสุกได้ที่พร้อมทาน
"ซู้ด~ หอมฉุย!"
บนกองถ่านแดงวาบ เปลือกไข่ใสกระจ่างดุจเพชรสีน้ำเงินมีจุดแสงระยิบระยับงดงามราวกับดวงดาว
ทว่าเมื่อแกะเปลือกออก กลิ่นหอมหวนก็ตลบอบอวลทันที พร้อมกับไอวิญญาณเข้มข้นที่พวยพุ่งออกมา ส่องแสงเจิดจ้าบาดตา
"อื้ม~ อร่อยเหาะ"
เจ้าหินน้อยใช้เปลือกไข่ตักเนื้อไข่ย่างคำโตเข้าปาก เผยรอยยิ้มเปี่ยมสุข ดวงตาหยีลงอย่างห้ามไม่อยู่
เมื่อเห็นสีหน้าเคลิบเคลิ้มสุดขีดของเขา เยว่ฉานน้อยก็ขยับเท้าเข้าไป กอดไข่อีกฟองไว้ แกะเปลือกออกแล้วเลียนแบบเจ้าหินน้อย กินทีละคำ
"ดูเหมือนจะอร่อยจริงๆ ด้วย..." แม้เสียงจะยังดูเด็ก แต่ดวงตาคู่งามที่เปี่ยมด้วยไอวิญญาณกลับหรี่ลงด้วยความพึงพอใจ
แม้นางจะอายุยังน้อย แต่มีสถานะสูงส่งในสำนักปู้เทียน อาหารเลิศรส สมุนไพรหายาก และผลไม้วิญญาณไม่เคยขาดแคลน ทว่านางไม่เคยสัมผัสความพึงพอใจเช่นนี้มาก่อน
"พวกเจ้าสองคนนี่ช่างกล้าจริงๆ กล้าก่อกองไฟในแดนรกร้างตามอำเภอใจเชียวรึ" หญิงชราปรากฏตัวขึ้นเงียบๆ เบื้องหน้าเจ้าตัวเล็กทั้งสอง มองดูพวกเขาเขย่าเปลือกไข่เปล่าท่ามกลางไอวิญญาณที่ห่อหุ้มกาย
ความจริงนางยังมีอีกเรื่องที่ไม่ได้พูด นั่นคือหลังจากไข่นกสองฟองนั้นเผยกลิ่นอายออกมา วิหคชิงหลวนก็ตามกลิ่นมาทันที แต่นางไล่มันไปแล้ว
"ท่านย่า มาช้าไปแล้วล่ะ ข้าลืมเหลือไข่นกไว้ให้ท่านเลย" เจ้าหินน้อยกะพริบตาโตใสซื่อ พูดอย่างขัดเขินนิดๆ
"ของข้าก็หมดแล้ว!" เยว่ฉานน้อยกระซิบ
หญิงชรา: "..."
นางรู้สึกเจ็บปวดใจขึ้นมาทันที คลื่นความถี่ของทั้งสามคนดูจะไม่ตรงกันเลย ความคิดของเด็กแสบนี่คาดเดาไม่ได้เสมอ และดูเหมือนเยว่ฉานน้อยจะเริ่มเสียคนตามไปด้วยแล้ว
"เอาเป็นว่า... พวกเราไปหาเพิ่มอีกสักหน่อยไหม?" แก้มของเยว่ฉานน้อยแดงระเรื่อ ดวงตากรอกไปมา เหมือนจะอายกับคำแนะนำของตัวเอง
ในฐานะผู้สืบทอดอันดับหนึ่งของสำนักใหญ่ การพูดจาและกิริยาของนางได้รับการอบรมมาอย่างดี แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่นางจะแสดงออกเช่นนี้
"ไปกัน ไปกัน!" ตาของเจ้าหินน้อยเป็นประกาย เขาร่ำลาหญิงชราแล้วลากเยว่ฉานน้อยวิ่งออกไป
ความจริงแล้ว แม้เจ้าหินน้อยจะชอบขุดไข่นก แต่ส่วนใหญ่ก็เพื่อดูดซับแก่นแท้ ไม่ใช่ว่าจำเป็นต้องกินขนาดนั้น สาเหตุหลักคือการมีเพื่อนเล่น
เด็กๆ นั้นไร้ความเกรงกลัว แต่สิ่งที่กลัวที่สุดคือความโดดเดี่ยว
"ช่างเป็นเด็กแสบที่พลังเหลือล้นจริงๆ นึกไม่ถึงว่าเยว่ฉานน้อยจะเข้ากับเขาได้ดีขนาดนี้" หญิงชรามมองตามหลังเด็กทั้งสองที่วิ่งไปไกลร้อยเมตรแล้วด้วยสายตาเหม่อลอย พลางกล่าวด้วยความรู้สึกท่วมท้น
"ข้าอยากพาเจ้ากลับไปสำนักปู้เทียนจริงๆ" แม้เวลาที่อยู่ด้วยกันจะไม่นาน แต่นางสัมผัสได้ว่ากายเนื้อของเด็กคนนี้แข็งแกร่งอย่างยิ่ง และไม่ธรรมดาเลยสำหรับอายุเท่านี้
...