เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 21: พาแม่หนูไปก่อเรื่อง

บทที่ 21: พาแม่หนูไปก่อเรื่อง

บทที่ 21: พาแม่หนูไปก่อเรื่อง


บทที่ 21: พาแม่หนูไปก่อเรื่อง

"ขโมยไข่นก? มันจะไปสนุกตรงไหน?" เด็กหญิงเอ่ยถามด้วยความสงสัย

"สนุกที่สุดเลยล่ะ แถมยังทำให้แข็งแกร่งขึ้นด้วยนะ มีประโยชน์ตั้งเยอะแยะ" เสี่ยวสือกล่าว ใบหน้าเล็กๆ ฉายแววมีความสุขยามนึกถึงวีรกรรมในอดีต

เด็กหญิงหันมองเจ้าตัวเล็กที่งดงามพอๆ กับนางด้วยความรู้สึกซาบซึ้งใจ นางรู้สึกว่าสิ่งที่ทำให้เจ้าตัวเล็กนึกถึงด้วยความชื่นชอบขนาดนี้ต้องสนุกแน่ๆ

ตลอดทาง หญิงชราเดินนำหน้า ฝีเท้าไม่เร็วนัก นางเพียงส่งยิ้มบางๆ ให้กับคำพูดของเจ้าตัวเล็กทั้งสอง

เด็กหญิงคือเทพธิดาในอนาคตของสำนักปู่เทียน บวกกับความสูงส่งที่มีมาแต่กำเนิด ทำให้เด็กๆ รอบกายต่างหวาดเกรง ไม่มีใครกล้าเล่นกับนาง การมีเจ้าตัวเล็กที่ไม่กลัวนางมาเป็นเพื่อนเล่นในวัยเด็กก็ดูไม่เลวเหมือนกัน

"ข้ารู้จักที่ที่มีรังนกอยู่แห่งหนึ่ง ตอนผ่านทางมาข้าบังเอิญไปเจอเข้า เดี๋ยวข้าพาเจ้าไปดูไหมล่ะ?" เสี่ยวสือเอ่ยชวนอีกครั้งเมื่อเห็นเด็กหญิงเริ่มสนใจ

"ท่านยายหลิน ไปได้ไหมเจ้าคะ?" แม้จะอยากไปใจจะขาด แต่นางก็ยังเอ่ยถามหญิงชราด้านหน้า

หญิงชราชะงักฝีเท้า หันมามองเด็กหญิงแล้วพยักหน้าด้วยความเอ็นดู "ย่อมได้สิ ตราบใดที่เจ้าชอบ"

"งั้นไปกันเถอะ!" เสี่ยวสือดีใจยกใหญ่ เขาคว้ามือเด็กหญิงแล้วออกวิ่งทันที

เขาแตกต่างจากคนทั่วไปตั้งแต่ยังเล็ก เวลาส่วนใหญ่มักจะออกไปข้างนอกหรือไม่ก็อยู่บนลำต้นของเทพหลิว แม้เด็กในหมู่บ้านจะเป็นมิตรแต่ก็น้อยครั้งที่จะเล่นกับเขา

เด็กสองขวบที่กล้าแอบเข้าไปในแดนร้างอันยิ่งใหญ่เพียงลำพัง แล้วลากช้างเขามังกรกลับมา... อย่าว่าแต่เด็กเลย แม้แต่ผู้ใหญ่เห็นแล้วยังขวัญผวา

หญิงชรามมองตามแผ่นหลังของเจ้าตัวเล็กทั้งสอง รอยยิ้มประดับบนใบหน้า นางไม่ห่วงความปลอดภัยของเด็กหญิง บางคนเกิดมาก็ไม่ธรรมดา อีกทั้งนางยังมีสมบัติวิเศษติดกายมาด้วย

ไม่นานนัก เสี่ยวสือก็พาเด็กหญิงวิ่งตะบึงมาได้ราว 2 ลี้ จนมาหยุดอยู่หน้าหน้าผาหินแห่งหนึ่ง

ที่นี่ต้นไม้ใหญ่มีน้อย แต่ก้อนหินยักษ์กลับมีมาก ก่อตัวเป็นป่าหินอันกว้างใหญ่ เงียบสงัดไร้สรรพเสียง แม้แต่เสียงแมลงก็ไม่มี

เสี่ยวสือดึงเด็กหญิงไปหลบหลังหินก้อนมหึมาอย่างระมัดระวัง มองดูกองกระดูกสีขาวโพลนของสัตว์อสูรที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้นด้วยความหวาดระแวง

เด็กหญิงมองไปรอบๆ แล้วกระซิบถาม "ที่นี่หรือ?"

เสี่ยวสือชี้ไปที่หน้าผาหินในป่าหินอย่างแนบเนียน

เด็กหญิงแหงนหน้ามอง ก็เห็นรังนกขนาดมหึมาอยู่บนยอดสุดของหน้าผา ขนาดราว 8-9 เมตร สร้างด้วยไม้สีดำทมึน ราวกับมีสัตว์ร้ายอาศัยอยู่ แผ่กลิ่นอายกดดันออกมาอย่างรุนแรง

"เราจะไปกันเลยไหม?" เด็กหญิงจ้องมองรังนกยักษ์ด้วยความกระตือรือร้น

เสี่ยวสือแปลกใจเล็กน้อย ไม่นึกว่าเด็กหญิงจะใจกล้าขนาดนี้ แต่เขาก็ไม่ได้เกรงกลัวแต่อย่างใด "ไปสิ เราแอบปีนขึ้นไปดูกันเงียบๆ"

ดังนั้น เจ้าตัวเล็กแก่แดดทั้งสองจึงย่อตัวลงแล้วค่อยๆ เคลื่อนเข้าไปใกล้หน้าผา ท่าทางลับๆ ล่อๆ มองปราดเดียวก็รู้ว่าไม่ได้มาดีแน่!

ไกลออกไป หญิงชรามมองเงาร่างเล็กๆ สองร่างที่กำลังปีนป่ายหน้าผา พลางหัวเราะเบาๆ "บางที ความสุขที่แท้จริงอาจมีอยู่แค่ในวัยเด็กกระมัง"

แม้ทั้งคู่จะตัวเล็ก แต่กายาแข็งแกร่งดั่งสัตว์ประหลาดน้อย ใช้เวลาไม่นานก็ปีนขึ้นไปถึงฐานรังนกอย่างเงียบเชียบ

"ดูเหมือนนกยักษ์จะไม่อยู่นะ!" เสี่ยวสือขยิบตาให้เด็กหญิงพลางทำเสียงทะเล้น

"ข้าก็รู้สึกแบบนั้น" เด็กหญิงหลับตาสัมผัสครู่หนึ่ง แล้วขยิบตากลับบ้าง

เสี่ยวสือหัวเราะร่า "ลุยเลย!"

ทั้งสองใช้ทั้งมือและเท้าปีนป่ายอย่างรวดเร็วราวกับลูกลิง ไม่นานก็เข้าไปในรังนกได้โดยไม่เปลืองแรง

ต้องบอกว่ารังนกนี้ใหญ่โตมโหฬาร ใหญ่กว่าหลังคาบ้านทั่วไปเสียอีก ทันทีที่เข้าไป สัมผัสได้ถึงไอเย็นยะเยือกและกลิ่นคาวเลือด

ขอบรังมีสีแดงคล้ำ มีกระดูกขาวเปื้อนเลือดยาวสองเมตรวางอยู่ เห็นชัดว่านกยักษ์มักจะกินเหยื่อที่ขอบรัง เลือดสัตว์นานาชนิดที่ซึมซับมานานทำให้ที่นี่มีไอดุร้ายเข้มข้น น่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก!

ทว่าความสนใจของเจ้าตัวเล็กทั้งสองไม่ได้อยู่ที่กระดูกขาว แต่อยู่ที่ใจกลางรังไข่นก

รังปูด้วยหญ้าไหมทองคำดูนุ่มสบาย ไข่นกสีฟ้าใสดั่งน้ำทะเลสองฟองวางสงบนิ่ง มีลวดลายสีเขียวน้ำทะเลและจุดสีทองประดับดูไม่ธรรมดา

ไข่นกเหล่านี้ขนาดไม่ใหญ่มาก ยาวเพียง 30 เซนติเมตร โปร่งแสงแวววาวดั่งผลึกแก้ว ลวดลายเปล่งประกายล้อแสงตะวัน

"เร็วเข้า แบ่งกันคนละฟอง กันไว้ก่อนเผื่อนกยักษ์กลับมา" เสี่ยวสือระมัดระวังตัวมาก ถึงอย่างไรก็เป็นการขโมยไข่ แม้จะเป็นของสัตว์อสูรแต่ก็คือการขโมย เขาจึงรู้สึกผิดอยู่บ้าง

ใครจะรู้ว่ามือไม้ของเด็กหญิงไวกว่าเขาเสียอีก เขายังไปไม่ถึง นางก็สะบัดแขนเสื้อวูบเดียว ไข่นกทั้งสองฟองก็หายวับไปแล้ว

"กว๊าก!"

ทันใดนั้น นกยักษ์สีฟ้าครามทั้งตัวก็พุ่งทะยานมาจากท้องฟ้าไกลๆ ปีกกว้างกว่า 10 เมตร แม้จะอยู่ห่างถึง 3 ลี้ ทั้งสองในรังก็ยังสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายดุร้ายและโชคร้ายที่พุ่งเข้ามา

"กะแล้วเชียว!" เสี่ยวสือคว้าตัวเด็กหญิงกระโดดลงจากรังนกทันที วิ่งไปอีกทาง

เขามีประสบการณ์โชกโชนในการขโมยไข่ และสรุปได้ว่าต่อให้สัตว์อสูรออกไปหาอาหารก็จะไม่ไปไกลจากรัง และถ้าไข่ถูกขโมย มันต้องรู้ตัวแน่

"นั่นคือชิงหลวน (วิหคคราม) มีสายเลือดของชิงหลวนเลือดบริสุทธิ์ ชิงหลวนตัวเต็มวัยอย่างน้อยต้องเป็นสัตว์ร้ายขอบเขตต้งเทียนขั้นปลาย!" เด็กหญิงอธิบายพลางวิ่ง

นางรู้สึกว่าความรู้ของเจ้าตัวเล็กยังขาดๆ เกินๆ ไม่งั้นคงไม่เรียกมันว่านกยักษ์เฉยๆ แน่

"วิ่งก่อนเถอะ ไม่ว่ามันจะเก่งแค่ไหนก็ต้องหนี!"

เสี่ยวสือมองไปรอบๆ เห็นหน้าผาสูงชัน ไร้ทางเลือกอื่น ท่ามกลางดวงตาเบิกกว้างของเด็กหญิง เขารวบตัวนางขึ้นอุ้มแล้วไต่ลงจากหน้าผาอีกด้านอย่างรวดเร็ว

"กว๊าก~"

เสียงนกร้องก้องฟ้า ชิงหลวนที่อยู่ไกลลิบพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว ยังไม่ทันถึงรังก็รู้ว่าไข่หายไป!

"ครืน!"

ลมกรรโชกแรง หินผาปลิวว่อน ฝุ่นตลบฟุ้งบนหน้าผาหิน มันโผบินขึ้นสู่ท้องฟ้า เห็นการกระทำของหัวขโมยไข่ทั้งสองชัดเจน!

หน้าผาสูงสองร้อยเมตร เขาไต่ลงมาถึงพื้นในเวลาไม่ถึงสิบวินาที ทั้งที่มือข้างหนึ่งยังอุ้มเด็กหญิงอยู่

ทันใดนั้น ทั้งเสี่ยวสือและเด็กหญิงก็แหงนหน้ามอง หินก้อนมหึมากร่วงกราวลงมาเสียงดังสนั่นหวั่นไหว น่าหวาดเสียวพิลึก ยิ่งไปกว่านั้น ไอดุร้ายอำมหิตจากเบื้องบนทำให้พวกเขารู้ได้ทันทีว่า ชิงหลวนกำลังไล่ล่าพวกเขาแล้ว

จบบทที่ บทที่ 21: พาแม่หนูไปก่อเรื่อง

คัดลอกลิงก์แล้ว