- หน้าแรก
- ยอดชายสายตุน เหล่าหลิวกับคลังหมูมหาประลัยในมิติพิศวง
- บทที่ 10: ไม่จำเป็น
บทที่ 10: ไม่จำเป็น
บทที่ 10: ไม่จำเป็น
บทที่ 10: ไม่จำเป็น
ระดับของผู้ใช้พลังพิเศษนั้นถูกแบ่งออกเป็นระดับหนึ่งถึงระดับสิบ และเหนือกว่าระดับสิบขึ้นไปก็คือ ระดับราชัน
ในชาติก่อน ทั้งฟาหวั่งและองค์หญิงเพลิงวิญญาณต่างก็ก้าวขึ้นไปถึงจุดสูงสุดนั่นคือระดับราชัน ส่วนเฉินลั่วผู้ซึ่งดูดซับคริสตัลของฟาหวั่งเข้าไปในภายหลังนั้น ได้ก้าวข้ามระดับราชันไปสู่อีกขั้นที่เหนือกว่า
ทว่ามันจะมีประโยชน์อะไรเล่า? ในเมื่อไม่มีทั้งอาหาร ไม่มีน้ำ ไม่มีสิ่งบันเทิงใจ และไม่มีแม้แต่ใครสักคนที่อยู่เคียงข้าง การมีชีวิตที่ไร้ซึ่งความหมายเช่นนั้น สู้ตายไปเสียยังดีกว่า
เฉินลั่วนั้นเชี่ยวชาญการใช้พลังพิเศษอย่างทะลุปรุโปร่ง แต่สำหรับฟาหวั่งที่เพิ่งจะได้รับพลังมา มันยังไม่คุ้นชินกับพลังที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกายและยังไม่อาจควบคุมได้ดั่งใจ
เฉินลั่วเริ่มแนะแนวทาง “ลองรวบรวมพลังในร่างกายไปไว้ที่ลำคอ สะสมพลังเอาไว้แล้วพ่นมันออกมาในทิศทางที่แกต้องการจะยิง”
เดิมทีเฉินลั่วคิดว่าฟาหวั่งคงต้องใช้เวลาพักใหญ่กว่าจะคุ้นเคยกับพลังพิเศษ แต่ผิดคาด เพียงแค่วินาทีต่อมาหลังจากได้ยินคำแนะนำ ฟาหวั่งก็ลองทำตามและพ่นสายฟ้าสีม่วงออกมาทันที
เป้าหมายของมันคือโทรทัศน์จอแบนบนผนังฝั่งตรงข้าม หน้าจอโทรทัศน์แตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ ในพริบตา
เฉินลั่วรู้สึกประหลาดใจและยินดีเป็นอย่างยิ่ง “เป็นหมาที่ดีมาก”
“ไปกันเถอะ เราต้องไปที่คลังแช่เย็นเพื่อเก็บเสบียงแล้ว”
คลังสินค้าแช่เย็นที่เฉินลั่วใช้กักตุนเนื้อสัตว์นั้นเป็นหนึ่งในคลังสินค้าที่ใหญ่ที่สุดสองแห่งของเสินตู มีความจุถึงหนึ่งแสนตัน และภายในนั้นไม่ได้มีเพียงเสบียงของเฉินลั่วเท่านั้น
เมื่อประตูเหล็กเปิดออก เฉินลั่วนั่งประจำที่คนขับ ล้อรถบดขยับผ่านร่างของซอมบี้สาวตนหนึ่งไปอย่างไม่ใยดี ก่อนจะขับพาสาหวั่งมุ่งหน้าออกไป
พื้นที่แถบนี้เป็นเขตวิลล่าหรูซึ่งมีบ้านทั้งหมดหนึ่งร้อยหลัง และมีผู้อยู่อาศัยเพียงไม่กี่ร้อยคน ในเวลานี้เจ้าของบ้านส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ ซอมบี้ส่วนมากจึงถูกขังอยู่ในบ้านและออกมาไม่ได้ ทำให้เห็นพวกมันเดินเพ่นพ่านอยู่เพียงประปรายเท่านั้น
หากบังเอิญเจอซอมบี้ขวางทาง เฉินลั่วก็ไม่คิดจะหยุดรถ แต่จะขับพุ่งชนผ่านไปโดยตรง เขาไม่รีบร้อนที่จะเลื่อนระดับเป็นผู้ใช้พลังระดับสอง เพราะพลังที่เพิ่มขึ้นมาเพียงเล็กน้อยนั้นยังไม่คุ้มค่า และในตอนนี้กระบองไฟฟ้าก็มีประสิทธิภาพมากกว่าหลายเท่า
ในวันสิ้นโลกนั้นขาดแคลนทุกสิ่ง... ยกเว้นซอมบี้
เมื่อขับมาถึงทางออก เฉินลั่วเหลือบไปเห็นซูเปอร์มาร์เก็ตระดับพรีเมียมขนาดกว่าสองร้อยตารางเมตรตั้งอยู่ใกล้ทางเข้า เขาลังเลเพียงครู่ก่อนจะหยุดรถ
เมื่อผ่านทางมาแล้วย่อมไม่ยอมให้เสียเที่ยว ซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งนี้ค่อนข้างใหญ่และมีทรัพยากรอยู่มาก นับว่าคุ้มค่าที่จะเสียเวลาสักไม่กี่นาทีเพื่อเข้าไปกวาดล้าง
เฉินลั่วมองผ่านหน้าต่างรถเข้าไป เห็นซอมบี้หลายตนอยู่ภายในร้าน เนื่องจากเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ จึงเป็นเรื่องปกติที่จะมีพนักงานและลูกค้าอยู่หลายคน ซอมบี้ข้างในนั้นจึงไม่ได้มีเพียงแค่ตนสองตน
เขามีกระบองไฟฟ้าและไม่ได้มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย แต่ก็ยังมีความเสี่ยงเล็กน้อยที่จะได้รับบาดเจ็บ และด้วยนิสัยที่ระมัดระวังตัวอย่างถึงที่สุด มีหรือที่เฉินลั่วจะยอมเสี่ยงโดยไม่จำเป็น?
ชุดเกราะราคาแพงที่ซื้อมามีไว้เพื่อการนี้แหละ
เฉินลั่วสวมชุดเกราะทันที แม้จะดูยุ่งยากไปบ้างแต่ความปลอดภัยต้องมาก่อนเป็นอันดับแรก เขามองสำรวจตัวเองอย่างพอใจ เมื่อมั่นใจว่าปลอดภัยไร้ช่องโหว่แล้ว จึงพาฟาหวั่งเดินตรงเข้าไปอย่างผ่าเผย
เฉินลั่วสั่งการฟาหวั่ง “ถ้าโจมตีได้ก็ทำ แต่อย่าประมาท อย่าปะทะตรงๆ ให้ใช้ฝีเท้าที่รวดเร็วล่อพวกมันวนไปรอบๆ”
แม้เขาจะไม่ต้องการความช่วยเหลือจากฟาหวั่ง แต่เฉินลั่วต้องการฝึกฝนมัน และที่น่าอัศจรรย์คือฟาหวั่งพยักหน้ารับคำเหมือนกับมนุษย์ไม่มีผิด
เฉินลั่วก้าวเข้าไปในซูเปอร์มาร์เก็ตและเห็นซอมบี้สี่ตนกำลังรุมกัดกินซากศพสองร่าง คนเหล่านั้นตายสนิทไปแล้ว ร่างกายเหลือเพียงเศษเสี้ยวและมีเลือดนองเต็มพื้น เมื่อซอมบี้พวกนั้นกินจนอิ่ม พวกมันย่อมไม่ปล่อยให้ผู้รอดชีวิตที่อยู่ใกล้ๆ หลุดมือไป
ซอมบี้ทั้งสี่พุ่งเข้าใส่เฉินลั่วพร้อมกันจากทั้งด้านหน้าและด้านหลัง
เฉินลั่วหยิบกระบองไฟฟ้าออกมาสองอันถือไว้ในมือคนละข้าง ซอมบี้สองตนแรกที่เข้าถึงตัวถูกช็อตจนล้มลงไปชักดิ้นชักงอทันที ส่วนซอมบี้อีกสองตนที่อ้อมมาด้านหลัง ฟาหวั่งก็แผดเสียงเห่าก้องก่อนจะพ่นสายฟ้าออกมา
ทว่ามันกลับพลาดเป้า... ฟาหวั่งทำหน้ามึนงง
เฉินลั่วหัวเราะเบาๆ “ฟาหวั่ง ล่อพวกมันไป”
ที่จริงเขาจัดการเองได้ไม่ยาก แต่เขาใช้โอกาสนี้เพื่อฝึกฝนฟาหวั่ง เมื่อได้ยินคำสั่ง ฟาหวั่งก็วิ่งเหยาะๆ ออกไปเพื่อล่อซอมบี้ พวกซอมบี้นั้นเคลื่อนที่ช้ามาก ช้ากว่าคนปกติเสียอีก จึงไม่ต้องพูดถึงว่าจะตามความเร็วระดับฟาหวั่งได้ทัน แม้ฟาหวั่งจะสลัดพวกมันหลุดได้ง่ายๆ แต่มันก็จงใจรักษาระยะเพื่อดึงความสนใจไว้ เพื่อเปิดทางให้เฉินลั่วจัดการซอมบี้ตัวอื่น ในขณะเดียวกันมันก็ไม่ลืมที่จะรวบรวมสายฟ้าเพื่อโจมตีใส่ซอมบี้เหล่านั้นเป็นระยะ
เฉินลั่วเดินตรงเข้าไปในซูเปอร์มาร์เก็ตโดยไม่สนใจซากศพที่น่าสยดสยองบนพื้น สายตาของเขาจับจ้องไปที่ชั้นวางบุหรี่และเหล้านอกระดับหรูบริเวณเคาน์เตอร์ชำระเงินเป็นอันดับแรก บุหรี่ที่ถูกที่สุดที่นี่ซองละสามสิบหยวน ไม่มีแบรนด์ราคาถูกปนอยู่เลยแม้แต่น้อย
เฉินลั่วกวาดมือเพียงครั้งเดียว สินค้าเหล่านั้นก็หายเข้าไปในมิติพลังพิเศษจนหมดสิ้น
จากนั้นเขาเดินไปยังโซนผลไม้ กวาดล้างแอปเปิล ส้ม กล้วย องุ่น เมลอน และผลไม้นำเข้าชั้นดีจนเกลี้ยง ตามด้วยโซนขนมขบเคี้ยว โซนเครื่องดื่ม และโซนข้าวสารอาหารแห้ง ภายในเวลาไม่กี่นาที ชั้นวางของที่เคยเต็มแน่นก็เหลือเพียงความว่างเปล่า
เสียงคำรามดังขึ้น เฉินลั่วเดินตามเสียงนั้นไปจนพบกับห้องเก็บของของซูเปอร์มาร์เก็ต มีซอมบี้ที่ดูเหมือนจะเป็นผู้จัดการร้านถูกขังอยู่ในนั้น ภายในห้องมีโต๊ะทำงานซึ่งน่าจะเป็นของเขาเอง
เฉินลั่วจัดการช็อตมันอย่างง่ายดาย เขาไม่เสียเวลาตรวจสอบว่าในกล่องพัสดุเหล่านั้นมีอะไรอยู่บ้าง แต่กวาดทุกอย่างเข้ามิติไปทั้งหมด ในเมื่อเขามีพื้นที่มหาศาล เขาจึงสามารถทำตัวฟุ่มเฟือยเช่นนี้ได้
เฉินลั่วควักเอาคริสตัลออกมาจากร่างของผู้จัดการซอมบี้ จากนั้นจึงเดินออกไปเก็บคริสตัลจากซอมบี้สองตนที่เขาช็อตไว้ก่อนหน้า ส่วนซอมบี้สองตนที่ฟาหวั่งล่อไว้นั้น ตนหนึ่งถูกฟาหวั่งช็อตจนตาย เหลือเพียงตนเดียวเท่านั้น
ไม่ใช่ว่าฟาหวั่งไม่อยากฆ่ามัน แต่เนื่องจากมันเพิ่งตื่นรู้ พลังในร่างกายจึงเหือดแห้งไปจนหมดและไม่อาจปล่อยสายฟ้าได้อีก ฟาหวั่งรู้สึกห่อเหี่ยวใจเล็กน้อย มันสงสัยว่าทำไมเจ้านายถึงจัดการซอมบี้ได้ง่ายดายนัก ในขณะที่มันกลับทำได้ยากลำบาก
เฉินลั่วหัวเราะพลางลูบหัวสุนัขคู่ใจ “ทำได้ดีมากแล้ว ให้เวลาอีกหน่อย แกจะเป็นหมาที่เท่ที่สุดในปฐพีเลยล่ะ”
ดวงตาของฟาหวั่งเป็นประกายวาววับ จริงเหรอ?
ถึงแม้จะไม่ดูดซับคริสตัล พลังพิเศษก็จะค่อยๆ เติบโตขึ้นเองตามธรรมชาติ เพียงแต่ความเร็วนั้นไม่อาจเทียบได้กับการดูดซับคริสตัลเลยแม้แต่น้อย
ในขณะที่ฟาหวั่งล่อซอมบี้วนไปมานั้น มันได้ดึงดูดซอมบี้รปภ. อีกสองตนให้เดินเข้ามาหา ซึ่งเฉินลั่วก็จัดการพวกมันได้อย่างรวดเร็ว
หลังจากเก็บคริสตัลมาได้ทั้งหมดหกชิ้น เฉินลั่วก็ขับรถออกจากเขตวิลล่า เมื่อพ้นเขตออกมาแล้ว เขาไม่ได้ใช้ถนนสายหลัก แต่เลือกเส้นทางที่ลับตาคนเพื่อมุ่งหน้าไปยังคลังสินค้าแช่เย็น
มีซอมบี้บางตนสังเกตเห็นรถของเฉินลั่ว แต่ด้วยความเร็วขนาดนี้ พวกมันทำได้เพียงแค่วิ่งดมฝุ่นตามหลังเท่านั้น เขายังเห็นภาพเจ้าของรถหลายคันกลายเป็นซอมบี้อย่างกะทันหัน ทำให้รถเสียหลักพุ่งชนกันระนาว
ด้วยการปะทุของวันสิ้นโลก ประชากรโลกหายไปถึงร้อยละแปดสิบภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที ระเบียบทางสังคมและระบบการผลิตทั้งหมดพังทลายลงโดยสิ้นเชิง สัญญาณไฟจราจรที่ยังมีไฟเลี้ยงอยู่ยังคงทำงานตามปกติ แต่คงมีเพียงคนบ้าเท่านั้นที่จะมานั่งรอไฟแดงในเวลานี้
เฉินลั่วขับรถฝ่าไฟแดงไปอย่างไม่ลังเล
ด้านหลังของเขา มีรถเก๋งสีขาวคันหนึ่งขับตามมาอย่างรวดเร็วและมาตีคู่กับรถของเฉินลั่ว ชายหนุ่มคนหนึ่งชะโงกหน้าออกมาจากหน้าต่างรถแล้วถามด้วยความร้อนรน
“พี่ชาย! พี่รู้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น? ผมโทรหาตำรวจไม่ติดเลย!”
เฉินลั่วจ้องมองไปข้างหน้าโดยไม่หันไปมอง และตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “มันก็ชัดเจนอยู่แล้ว วันสิ้นโลกมาถึงแล้วไงล่ะ”
เฉินลั่วเหยียบคันเร่งทิ้งห่างชายหนุ่มคนนั้นออกมา
ชายหนุ่มตะโกนตามหลังมาอย่างไม่ยอมแพ้ “พี่ชาย! เรามารวมกลุ่มกันเถอะ จะได้ช่วยกันดูแล!”
น้ำเสียงเย็นชาของเฉินลั่วลอยตามลมกลับไป “ไม่จำเป็น”