เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 20 ปลดล็อกสกิลใหม่

บทที่ 20 ปลดล็อกสกิลใหม่

บทที่ 20 ปลดล็อกสกิลใหม่


ในวันต่อๆ มาหลังความพ่ายแพ้ต่อลิเวอร์พูลในนัดแรก บรรยากาศในสนามซ้อมฮอฟเฟนไฮม์ยังคงซึมๆ นักเตะยังกู้สภาพจิตใจกลับมาได้ยากลำบาก

ในแสงแดดยามเช้า ทุกคนเดินเข้าสนามซ้อมกันเป็นกลุ่มเล็กๆ เสียงหัวเราะและเสียงคุยเล่นที่เคยมีหายไปเกือบหมด

นอร์ดท์ไวท์ดูไม่ค่อยกระตือรือร้นในช่วงนี้

ตอนซ้อมเขามักจะเงียบผิดปกติ บางครั้งก็เหม่อมองเท้าขวาตัวเอง — เท้าข้างเดียวกับที่สกัดเข้าประตูตัวเองนั่นแหละ

ประตูนี้นั้นเป็นบาดแผลใหญ่สำหรับเขา เขาเอาแต่คิดวนเวียนว่าถ้าเขาไม่ทำเข้าประตูตัวเอง ฮอฟเฟนไฮม์อาจจะยันเสมอได้แล้วแท้ๆ

แต่น่าเสียดายที่โลกนี้ไม่มีคำว่า 'ถ้า' เขาคือ 'คนบาป' จริงๆ และเขาก็รู้สึกผิดมาก

เหยียนหยวนเปลี่ยนรองเท้าสตั๊ดเสร็จ สังเกตเห็นนอร์ดท์ไวท์แยกไปเล่นเวทเทรนนิ่งคนเดียวในห้องยิม

เขาเดินเข้าไป หยิบดัมเบลล์ข้างๆ ขึ้นมาถือเล่น แล้วเอาไหล่กระแทกนอร์ดท์ไวท์เบาๆ

"เฮ้ เควิน เกมหน้าฉันยังต้องการลูกวางยาวของนายนะ"

นอร์ดท์ไวท์ชะงัก แผ่นน้ำหนักในมือเกือบหล่น เขาพูดเสียงแหบพร่า

"นาย... แน่ใจเหรอ? ด้วยสภาพของฉันตอนนี้เนี่ยนะ..."

เหยียนหยวนขยับสนับแข้งให้เข้าที่ แต่สายตายังจ้องมองอีกฝ่ายไม่วางตา

"แน่นอน ชัวร์ป้าบ และไม่ต้องสงสัย ฉันศึกษาเกมรับของแวร์เดอร์ เบรเมนมาแล้ว แบ็กซ้ายพวกนั้นก็ใช้ได้ แต่ฉันเชื่อใจลูกวางยาวของนาย ตราบใดที่ลูกวางยาวของนายหาฉันเจอ..."

เขาทำท่าวิ่งตัดหลัง

"ฉันจะเผาเครื่องหมอนั่นให้หัวหมุนเลย"

เหยียนหยวนยังคงใส่ใจคนรอบข้าง ในฐานะ 'พ่อพระ' ประจำทีม เขาเลือกปลอบใจนอร์ดท์ไวท์ในแบบของเขา

บางครั้งการปลอบใจเพื่อนร่วมทีมที่ดีที่สุด ไม่ใช่การเดินเข้าไปโอ๋หรือบอกว่าอย่าเสียใจ แต่เป็นการบอกว่า "ฉันยังต้องการความช่วยเหลือจากนาย ทีมขาดนายไม่ได้"

กุญแจสำคัญของการปลอบใจ คือการทำให้เขารู้ว่าตัวเองยังมีค่าอยู่

นอร์ดท์ไวท์จ้องเหยียนหยวนอยู่สองสามวิ แล้วจู่ๆ ก็ระเบิดหัวเราะ "ไอ้เด็กแสบ... ไปเรียนจิตวิทยามาจากไหนวะ?"

เหยียนหยวนตอบหน้าตาย

"เพิ่งไปสอบใบประกอบโรคศิลปะจิตเวชมาเมื่ออาทิตย์ที่แล้วนี่เอง แพงมากนะ แต่ครั้งนี้รักษาฟรีให้ก่อน"

อารมณ์ของนอร์ดท์ไวท์ดีขึ้นทันตา ขณะที่ทั้งคู่คุยเล่นกัน อามิรี่ก็เดินผิวปากเข้ามา

"อ้าว มิสเตอร์ 4 ประตูของเรากำลังรับบทหมอรักษาใจคนไข้อยู่เหรอ?" เขาชนหมัดกับเหยียนหยวน "เป็นไงเจ้าหนู? พร้อมรับลูกจ่ายระดับเทพของพี่ในเกมเดบิวต์บุนเดสลีกาหรือยัง?"

ทันทีที่หมัดชนกัน การแจ้งเตือนระบบก็เด้งขึ้นมาตรงหน้าเหยียนหยวน: 【ค่าความสัมพันธ์กับอามิรี่ถึง 100% ปลดล็อกสกิล: ผู้บัญชาการเกมรุกแดนกลาง  อัตราความเข้ากันได้ปัจจุบัน 91%】

เขาแทบสำลักความเซอร์ไพรส์นี้ อามิรี่คือห้องเครื่องชื่อดังในบุนเดสลีกา สกิลนี้ช่วยเพิ่มโอกาสที่ผู้ครองบอลจะมองเห็นเส้นทางการโจมตีในแดนกลาง และยกระดับวิสัยทัศน์โดยรวมขึ้นไปอีกขั้น

แม้เหยียนหยวนจะเล่นปีกขวาเป็นหลัก แต่สกิลแดนกลางนี้ก็มีประโยชน์กับเขามาก

การอ่านเกมของเหยียนหยวนดีอยู่แล้ว ที่ยังขาดคือความเฉียบคมในการตัดสินใจและจังหวะเวลา

ด้วยสกิลแดนกลางนี้ เขาจะมองเห็นโอกาสในการเจาะและโจมตีจากตำแหน่งของเขาได้ดีขึ้น และเข้าใจความคิดของเพื่อนร่วมทีมได้ดีขึ้นด้วย

นี่คือเหตุผลที่อัตราความเข้ากันได้เริ่มต้นสูงถึง 91% เพราะพื้นฐานการอ่านเกมของเหยียนหยวนกับอามิรี่ไม่ได้ต่างกันมากนัก

"เป็นไรไป? มือฉันมีหนามงอกหรือไง?" อามิรี่ถามเมื่อเห็นเหยียนหยวนนิ่งค้างไป

"เปล่า... แค่คิดไอเดียแท็กติกออกน่ะ" เหยียนหยวนรีบปรับสีหน้า "เดี๋ยวลงทีมซ้อมเราลองใช้กันดูไหม?"

ขณะคุยกัน เสียงนกหวีดของนาเกลส์มันน์ก็ขัดจังหวะบทสนทนา

เขารู้ดีว่าสภาพจิตใจลูกทีมย่ำแย่หลังเกม ในฐานะโค้ช เขาต้องปลุกใจ

เขาตะโกนเสียงดังต่อหน้าทุกคน

"ฉันรู้ว่าเกมนี้มันเจ็บปวด แต่พวกนายทุกคนต้องเชิดหน้าขึ้น!"

"แพ้ลิเวอร์พูลไม่ใช่จุดจบของโลก แต่มันน่าเจ็บใจแน่นอน! ฤดูกาลเพิ่งเริ่ม รอบคัดเลือกแชมเปียนส์ลีกยังไม่จบ! เราตามหลังแค่ลูกเดียว ยังมีความหวัง!"

นักเตะทุกคนยืดหลังตรงขึ้นโดยอัตโนมัติ

"เควิน" จู่ๆ นาเกลส์มันน์ก็เรียกชื่อ นอร์ดท์ไวท์สะดุ้งเฮือก "สถิติการตัดบอลของนายในบุนเดสลีกาฤดูกาลที่แล้วติดท็อปเทนนะเว้ย พลาดครั้งเดียวลืมไปแล้วเหรอว่าตัวเองเป็นใคร?"

นอร์ดท์ไวท์อ้าปากจะพูด แต่สุดท้ายก็ส่ายหน้าแรงๆ

จากนั้นโค้ชก็หันมามองทุกคน

"ฟังนะทุกคน สุดสัปดาห์นี้เจอแวร์เดอร์ เบรเมน ฉันอยากเห็นฮอฟเฟนไฮม์ที่กระหายเลือดและเต็มไปด้วยจิตวิญญาณนักสู้ สรุปบทเรียนที่ควรสรุป ลืมสิ่งที่ควรลืม แล้วก้าวข้ามเกมนั้นไปให้เร็วที่สุด และเหยียน นัดเปิดสนามบุนเดสลีกา นายสตาร์ทตัวจริงปีกขวา"

"ครับโค้ช!"

เมื่อการซ้อมเริ่มขึ้น วันนี้เหยียนหยวนริเริ่มขอซ้อมคู่กับอามิรี่

เขาต้องปรับจูนความเข้ากันได้ของสกิลใหม่ให้สมบูรณ์แบบก่อนเจอกับเบรเมอร์

เขาจงใจเลียนแบบจังหวะการครองบอลของอีกฝ่าย จังหวะหยุดดูเพื่อสังเกตการณ์ที่เป็นเอกลักษณ์ และการเลือกจ่ายบอลแบบเร่งจังหวะกะทันหัน

เหยียนหยวนจ้องเขม็งจนอามิรี่เริ่มรู้สึกแปลกๆ

"ทำไมนายจ้องหน้าฉันบ่อยจังช่วงนี้? หรือว่า..." อามิรี่เริ่มระแวงสายตา

"ไม่ใช่! คิดอะไรของพี่เนี่ย??? แค่วิสัยทัศน์การจ่ายบอลของพี่มันเทพเกินไปต่างหาก" เหยียนหยวนรีบขัดจังหวะความคิดพิสดารของอามิรี่

เกือบจะกลายเป็นคู่จิ้นไปซะแล้ว

"ผมแค่สงสัยว่าพี่ทำได้ไง? แบบว่า... จ่ายบอลเหมือนมีตาหลังแบบนั้นน่ะ"

อามิรี่เชิดคางขึ้นอย่างภูมิใจ "อ้อ สงสัยเรื่องนี้นี่เอง พรสวรรค์ล้วนๆ น้องชาย"

จากนั้นเขาก็อธิบายอย่างใจเย็น

"มันไม่ได้ยากขนาดนั้น กุญแจสำคัญคือการสแกนรอบแรกก่อนรับบอล โยนบอลมาสิ เดี๋ยวทำให้ดู"

เขารับบอลที่เหยียนหยวนโยนให้ แล้วใช้ปลายเท้าแตะเบาๆ สาธิตให้ดู

"เห็นไหม? ถ้าเป็นในเกม ป่านนี้ฉันเห็นกนาบรี้ออกตัววิ่งทางซ้ายไปแล้ว"

"ว้าว อามิรี่สุดยอด!" เหยียนหยวนอดปรบมือให้ไม่ได้

สามวันต่อมา เหยียนหยวนเริ่มโปรแกรมซ้อมพิเศษของตัวเอง

ยังคงเป็นเวลา 6:30 น. อย่างเคร่งครัด จะเห็นเขาซ้อมท่าไม้ตายของอามิรี่อยู่คนเดียวในสนาม จังหวะรับบอลหันหลังให้ประตู เขาจะใช้ข้างเท้าด้านนอกสะกิดเปลี่ยนทิศทางพร้อมเงยหน้าสแกนพื้นที่แดนหน้า

พอไม่มีคนซ้อมด้วย เขาก็ตั้งกรวยซ้อมเอง ซ้อมเองคนเดียว

บางครั้ง เพราะความคุ้นเคยกับสนาม เหยียนหยวนถึงขั้นเอาผ้ามาปิดตา เพื่อฝึกกะระยะการเลี้ยงและการจ่ายบอล

ช่วงพักเที่ยง เขาเปิดดูคลิปการเล่นของอามิรี่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า สังเกตแม้กระทั่งองศาการเอียงไหล่ของคู่แข่งเวลาวิ่งหาช่องว่าง บางครั้งเจอจุดที่ไม่เข้าใจ ก็จะไปถามอามิรี่ด้วยตัวเอง

ตอนมื้อเที่ยงวันที่สาม กนาบรี้มองดูเหยียนหยวนใช้ส้อมวาดเส้นทางจ่ายบอลในอากาศ

"เหยียน นายคิดจะย้ายไปเล่นมิดฟิลด์เหรอ? ช่วงนี้เห็นขลุกอยู่กับอามิรี่จังเลย"

เหยียนหยวนกลืนอกไก่ลงคอ พึมพำว่า "ต้องให้ถึง 100% ให้ได้"

"อะไร 100%?" กนาบรี้ถามอย่างสงสัย

"อ้อ... ไม่มีอะไรครับ เอาล่ะ..." เหยียนหยวนเช็ดปากแล้วลุกขึ้น "เจอกันตอนลงทีมซ้อมบ่ายนี้นะครับ"

นอกจากการฝึกซ้อมจริง ส่วนที่เข้มข้นที่สุดคือการซ้อมพิเศษในระบบ

เขาแยกย่อยทักษะของอามิรี่ออกเป็น 3 โมดูล: การสแกนล่วงหน้า, จังหวะการจ่ายบอล และการเลือกเส้นทาง

ในสนามซ้อมเสมือนจริง ภาพโฮโลแกรมของกองหลังเปลี่ยนรูปแบบไปเรื่อยๆ ขณะที่เหยียนหยวนบังคับตัวเองให้ตัดสินใจแบบอามิรี่ภายใน 0.3 วินาที

【ความแม่นยำในการซิงค์ 93%... 95%... 97%...】

คืนก่อนวันแข่ง ในการซ้อมมื้อสุดท้าย เมื่อเหยียนหยวนแทงบอลทะลุช่องแบบ 'ศัลยแพทย์' ให้ อูธ หลุดเข้าไปยิง แม้แต่นาเกลส์มันน์ยังอดผิวปากชมไม่ได้

อามิรี่ขยี้ตา

"ฉันตาฝาดแน่ๆ เหยียน มิน่าช่วงนี้นายเอามือถือมาเปิดคลิปฉันถามตลอด ที่แท้แอบขโมยวิชาฉันอยู่นี่เอง"

"ลูกจ่ายเมื่อกี้ เหมือนฉันเป็นคนจ่ายเองเลย! นี่กะจะมาแย่งชามข้าวฉันกินใช่ไหมเนี่ย?"

"ฮ่าฮ่าฮ่า ผมกินไม่เยอะขนาดนั้นหรอกครับ ผมยังโฟกัสที่กราบขวาเหมือนเดิม แค่เรียนรู้จากพี่ เรียนรู้วิสัยทัศน์กว้างไกลของพี่ไง" เหยียนหยวนตอบติดตลก

ค่ำคืนนั้น กลับถึงหอพัก เหยียนหยวนอาบน้ำแล้วทิ้งตัวลงบนเตียง

ข้อความระบบเด้งขึ้นมาตรงหน้า: 【อัตราความเข้ากันได้ของสกิล "ผู้บัญชาการเกมรุกแดนกลาง" 100%】

เขาดูค่าสถานะส่วนตัว พบว่าความสามารถในการอ่านเกมตอนนี้อยู่ในระดับ A+ อย่างแข็งแกร่ง

สามวันก่อน เขายังเป็นแค่ปีกที่จ้องแต่จะเลี้ยงกินตัว แต่ตอนนี้เขามีวิสัยทัศน์แบบกองกลางชั้นดีติดตัวแล้ว

พรุ่งนี้ เขาจะได้ลงตัวจริงนัดแรกในบุนเดสลีกาในบ้าน และในการซ้อมเมื่อเช้า ความแม่นยำในการวางบอลยาวของนอร์ดท์ไวท์กลับมาอยู่ที่ 80% แล้ว แสดงว่าความมั่นใจของเขากำลังกลับมา

ฮอฟเฟนไฮม์ที่เพิ่งพ่ายแพ้มา กำลังจะตื่นขึ้นอีกครั้ง

จบบทที่ บทที่ 20 ปลดล็อกสกิลใหม่

คัดลอกลิงก์แล้ว