- หน้าแรก
- ราชันย์เทนนิส เกิดใหม่พร้อมพรสวรรค์ระดับพระเจ้า
- บทที่ 13: สองปีครึ่งผ่านไป
บทที่ 13: สองปีครึ่งผ่านไป
บทที่ 13: สองปีครึ่งผ่านไป
หลังจากส่งเจิ้งกั๋วเฉียงกลับไปแล้ว เกาจงก็เรียกเกาโม่เข้าไปในห้องที่หลี่เฟิงและลูกน้อยกำลังพักผ่อนอยู่ ปู่กับย่าเองก็มารวมตัวกันพร้อมหน้า ทุกคนในครอบครัวเตรียมหารือเรื่องอนาคตของเกาโม่ร่วมกัน
แม้จะอยู่กันครบองค์ประชุม แต่บรรยากาศกลับผ่อนคลายกว่าที่คิด เมื่อทุกคนนั่งลงเรียบร้อย เกาจงก็เป็นฝ่ายเปิดประเด็น
"เอาล่ะ เล่ามาให้ละเอียด สถานการณ์ตอนนี้เป็นยังไงบ้าง?"
"อืม..." เกาโม่นิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นตอบ "จะพูดยังไงดี... เอาเป็นว่าพรสวรรค์ของผมมันสูงจนน่ากลัวเลยล่ะครับ"
เกาโม่รู้อยู่เต็มอกว่าพรสวรรค์ตัวเองอยู่ในระดับไหน แต่จะให้บอกครอบครัวเรื่อง 'ระบบ' ตรง ๆ ก็คงไม่ได้ จึงต้องใช้วิธีอ้างอิงคำวิจารณ์ของคนอื่นแทน
"รายการนี้ผมชนะเด็กปั้นของทีมมณฑลทั้งในรอบแรกและรอบชิง แถมยังชนะมาได้แบบไม่ยากเย็น เมื่อเทียบกับเวลาฝึกซ้อมที่สั้นมาก ทั้งครูหลิวและคุณเจิ้งเลยเชื่อว่า อนาคตผมมีโอกาสสูงที่จะติดทีมชาติชุดใหญ่ และอาจเป็นนักเทนนิสชายจีนคนแรกที่ติดท็อป 100 ของโลกครับ"
สีหน้าของเกาจงไม่เปลี่ยนไปมากนัก แม้เพิ่งจะได้ยินเรื่องนี้เป็นครั้งแรก แต่การที่มีคนระดับเจ้าของสโมสรบากหน้ามาหาถึงบ้านพร้อมข้อเสนอก้อนโต ย่อมแปลว่าลูกชายเขาต้องมีดีจริง ๆ
"แล้วเอ็งรู้สึกยังไง? เวลาซ้อมยังพัฒนาได้อีกไหม?"
เกาโม่เข้าใจความหมายที่พ่อสื่อ พ่อกำลังถามว่าเขาประเมินขีดจำกัดตัวเองไว้ตรงไหน จะตันเร็ว ๆ นี้หรือเปล่า เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
"ผมยังไม่เจอกำแพงเลยครับ ยังพัฒนาไปได้อีกเร็วมาก และรู้สึกว่าเพดานความสามารถยังอยู่อีกไกล"
ได้ยินคำตอบของลูกชาย เกาจงก็ลุกเดินออกไปสูบบุหรี่ที่ระเบียง พลางใช้ความคิดอย่างหนัก เรื่องนี้เดิมพันสูงมาก ไม่ใช่แค่อนาคตของเกาโม่ แต่หมายถึงอนาคตของทั้งตระกูล... สิบนาทีต่อมา เกาจงเดินกลับเข้ามาในห้อง จ้องหน้าเกาโม่แล้วยื่นคำขาด
"พ่อให้เวลาเอ็งไปฝึกได้ แต่แค่สองปี ภายในสองปีนี้อย่างน้อยต้องโชว์ให้เห็นว่าเอ็งสามารถใช้โควตานักกีฬาเข้ามหาวิทยาลัยได้ ไม่งั้นต้องกลับมาเรียนต่อ ด้วยหัวอย่างเอ็ง ยอมซ้ำชั้นสักปีเดียวก็สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้สบายอยู่แล้ว"
"ตกลงครับ!" เกาโม่รับคำโดยไม่มีข้อโต้แย้ง!
เมื่อเกาจงตัดสินใจแล้ว การลงมือทำของเขานั้นรวดเร็วและเด็ดขาด วันรุ่งขึ้นเขาพาเกาโม่ไปโรงเรียน พูดคุยกับครูประจำชั้นและฝ่ายวิชาการของโรงเรียนมัธยม 6 ประจำอำเภอฉางอัน จนในที่สุดก็ทำเรื่องขอลาพักการเรียนยาวได้สำเร็จ โดยมีข้อแม้ว่าเกาโม่ต้องกลับมาสอบเข้า ม.ปลาย ในปีหน้า
อันที่จริง เจิ้งกั๋วเฉียงตั้งใจจะย้ายเกาโม่ไปเข้าโรงเรียนที่เมืองเอก (ฉางซา) เลย แต่เนื่องจากโรงเรียนเปิดเทอมไปแล้วและเกาโม่ก็อยู่ชั้น ม.3 ซึ่งเป็นปีสำคัญ พวกเขาเลยตัดสินใจคงสถานะนักเรียนไว้ที่โรงเรียนเดิม แล้วใช้เส้นสายของคุณเจิ้งฝากเกาโม่เข้าเรียนและฝึกซ้อมที่โรงเรียนดี ๆ ในเมืองเอกไปก่อน แล้วค่อยกลับมาสอบที่อำเภอฉางอันช่วงมิถุนายนปีหน้า...
ปัง!
ปัง!
ปัง!
ณ สโมสรเทนนิสฉางซาฟิวเจอร์ ท่ามกลางอากาศหนาวเหน็บของฤดูหนาว ชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังหวดลูกโต้กลับอย่างรวดเร็วอยู่ในสนาม เบื้องหน้าเขาคือเครื่องยิงลูกเทนนิส และรายล้อมไปด้วยทีมงานสามคนที่กำลังใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ บันทึกค่าร่างกายของเขา
"เสี่ยวโม่ หยุดก่อน!"
เสียงของเจิ้งกั๋วเฉียงดังมาจากข้างสนาม ชายหนุ่มที่กำลังหวดลูกค่อย ๆ หยุดมือ โค้ชรีบเข้าไปปิดเครื่องยิงลูกบอลแล้วเดินพาเขาออกมา เมื่อมองใบหน้าชัด ๆ ชายหนุ่มคนนี้คือเกาโม่จริง ๆ เพียงแต่โครงหน้าและรูปร่างดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาก
ย้อนกลับไปเมื่อสองปีครึ่งที่แล้ว หลังจากสุดสัปดาห์ที่เกาจงทำเรื่องลาพักการเรียนให้ลูกชายเรียบร้อย พ่อลูกตระกูลเกาก็ติดตามเจิ้งกั๋วเฉียงบินไปตรวจร่างกายที่เซี่ยงไฮ้ ผลตรวจออกมาน่าพอใจอย่างยิ่ง สาเหตุที่เกาโม่ตัวเตี้ยเป็นเพราะภาวะเจริญเติบโตช้า (Late Bloomer) แพทย์ระบุว่าหากได้รับโภชนาการที่ดีและฝึกซ้อมถูกหลักวิทยาศาสตร์ ส่วนสูงของเขาน่าจะพุ่งไปแตะที่ 188 ถึง 190 เซนติเมตรได้
ผลลัพธ์นี้ทำเอาเจิ้งกั๋วเฉียงเนื้อเต้น ในฐานะแฟนเทนนิสตัวยงเขารู้ดีว่า พรสวรรค์ระดับเดียวกัน แต่อยู่ในร่างคนสูง 170 กับคนสูง 190 มันคนละเรื่องกันเลย!
เมื่อโรงพยาบาลการันตีว่าอนาคตเกาโม่จะสูงถึง 190 เซนติเมตร บวกกับฝีมือที่แสดงออกมา เจิ้งกั๋วเฉียงมั่นใจแล้วว่าเขาขุดเจอ 'สมบัติล้ำค่า' เข้าให้แล้ว!
พอกลับจากเซี่ยงไฮ้ เจิ้งกั๋วเฉียงก็สั่งการให้สโมสรวางแผนการเติบโตระยะยาวให้เกาโม่ทันที พร้อมกับจัดการเรื่องที่เรียนในเมืองเอก เกาโม่จึงได้เริ่มต้นเส้นทางสายอาชีพอย่างเต็มตัว... เผลอแป๊บเดียว เวลาก็ล่วงเลยมาสองปีกว่าแล้ว
ตลอดสองปีครึ่งภายใต้การฝึกแบบมืออาชีพ พรสวรรค์ของเกาโม่ก็ฉายแสงเจิดจรัส พัฒนาการของเขาก้าวกระโดดจนสังเกตได้ด้วยตาเปล่าทุกเดือน เขาแสดงศักยภาพที่น่ากลัวออกมาในทุกมิติของทักษะ โดยเฉพาะลูกเสิร์ฟ... ที่เคยเป็นจุดอ่อนเพราะข้อจำกัดด้านสรีระ แต่ตอนนี้... สำหรับเกาโม่ที่สูงแตะ 185 เซนติเมตร ส่วนสูงไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป เมื่อผนวกเข้ากับเทคนิคและเซนส์บอลอันยอดเยี่ยม ลูกเสิร์ฟจึงกลายเป็นหนึ่งในอาวุธสังหารที่ร้ายกาจที่สุดของเขา!
แน่นอนว่าตามสัญญา เกาโม่ไม่ได้เก็บตัวฝึกวิชาอยู่แต่ในถ้ำตลอดสองปีครึ่ง เขาลงแข่งปีละครั้ง และทั้งสองครั้งเขาเลือกข้ามรุ่นไปลงรายการชิงแชมป์เยาวชนแห่งชาติรุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี (U18)!
ใช่แล้ว... ในปี 2012 แม้เกาโม่จะอายุแค่ 15 ซึ่งตามเกณฑ์ควรลงรุ่น U16 แต่หลังจากปรึกษาทีมโค้ช เขาเลือกแบกอายุไปลงรุ่น U18 ผลการแข่งไม่พลิกโผ ด้วยเวลาฝึกซ้อมปีกว่า ๆ และร่างกายที่เพิ่งเริ่มยืดตัว เขาจึงยังไม่ได้เป็นม้ามืดที่ทะลุไปถึงแชมป์ แม้จะชนะมาได้สองแมตช์และผ่านรอบแบ่งกลุ่ม แต่ก็ไปจอดป้ายที่รอบแรกของรอบน็อกเอาต์
ทว่าปีที่ผ่านมา (2013) เทคนิคของเกาโม่สุกงอมเต็มที่ ประกอบกับร่างกายที่โตทันเพื่อน ลดช่องว่างทางสรีระกับนักแข่ง U18 คนอื่นลงจนแทบไม่เหลือ เกาโม่ในวัย 16 ปี ผงาดคว้าแชมป์รุ่น U18 ในรายการชิงแชมป์เยาวชนแห่งชาติมาครองได้สำเร็จ! และที่น่าทึ่งยิ่งกว่าคือ... ประวัติของระบุว่าเขาเพิ่งฝึกเทนนิสจริงจังมาได้เพียงสองปีครึ่งเท่านั้น
ข่าวใหญ่สองเรื่องนี้สั่นสะเทือนวงการเทนนิสชายจีนทันที แฟนเทนนิสจำนวนมากเริ่มมองเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ เชื่อว่าเขาคือความหวังใหม่ที่จะมาปลดล็อกวงการ ผลจากแรงกระเพื่อมนี้ทำให้ชื่อของเกาโม่กลายเป็นกระแสไวรัลในหมู่คนรักเทนนิสบนโลกออนไลน์ โดยเฉพาะใน 'เว็บบอร์ดเทียปา' (Tieba) เหล่าสมาชิกหน้าเก่าที่เคยพูดคุยและเชียร์เกาโม่มาตั้งแต่สมัยเริ่มหัดเล่น ต่างพากันยึดพื้นที่บอร์ด เปลี่ยน 'ห้องเทนนิส' ให้กลายเป็นพื้นที่อวยเกาโม่ไปเกือบครึ่งบอร์ดแล้ว