- หน้าแรก
- พระกวาดลานผู้เร้นกายหวนคืนสู่ยุทธภพด้วยระบบเช็คอิน
- บทที่ 27: เตรียมการลับ รอคอยเวลา
บทที่ 27: เตรียมการลับ รอคอยเวลา
บทที่ 27: เตรียมการลับ รอคอยเวลา
บทที่ 27: เตรียมการลับ รอคอยเวลา
ขณะที่เย่ชิงอวิ๋นกำลังดำดิ่งสู่ห้วงสมาธิ สามเณรน้อยรูปหนึ่งก็รีบรุดเข้ามา กระซิบแผ่วเบาที่หน้าประตูหอคัมภีร์
“ศิษย์พี่เย่... ท่านผู้อาวุโสมีคำสั่งให้ท่านไปพบที่เรือนพักขอรับ”
หัวใจของเย่ชิงอวิ๋นกระตุกวูบ ‘หรือว่าท่านผู้อาวุโสจะค้นพบเบาะแสสำคัญแล้ว?’ เขาไม่มีเวลาให้ไตร่ตรองมากนัก รีบลุกขึ้นเดินตามเณรน้อยไป ในใจเต็มไปด้วยความวิตกกังวลต่อผลลัพธ์ที่ยังไม่อาจคาดเดา
เมื่อมาถึงเรือนพัก เย่ชิงอวิ๋นเห็นท่านผู้อาวุโสยืนเอามือไพล่หลังอยู่กลางลาน สีหน้าเคร่งขรึมดุจขุนเขา เมื่อเห็นเขามาถึง ท่านโบกมือให้เณรน้อยถอยออกไป แล้วเอ่ยขึ้นเนิบช้า
“เย่ชิงอวิ๋น... ข้าได้ตรวจสอบเรื่องที่เจ้ารายงานอย่างลับๆ แล้ว ทว่า... ยังไร้หลักฐานมัดตัวที่ชัดเจน ช่วงนี้เจ้าจงกลับไปเฝ้าระวังสังเกตการณ์ที่หอคัมภีร์ต่อไป ห้ามผลีผลามลงมือโดยเด็ดขาด”
แม้จะร้อนใจเพียงใด แต่เย่ชิงอวิ๋นเข้าใจดีถึงความรอบคอบของท่านผู้อาวุโส เขาทำได้เพียงพยักหน้ารับคำ
“ขอรับท่านผู้อาวุโส ผู้น้อยทราบแล้ว”
เมื่อกลับถึงหอคัมภีร์ เย่ชิงอวิ๋นตระหนักดีว่าไม่อาจนิ่งดูดาย พรรคมารอาจบุกโจมตีได้ทุกเมื่อ เวลาของวัดเส้าหลินเหลือน้อยเต็มที เขาต้องใช้ช่วงเวลาแห่งการรอคอยนี้ เพิ่มพูนความแข็งแกร่งให้ถึงขีดสุด
ภายในหอคัมภีร์เงียบสงัด มีเพียงเสียงลมหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอของเย่ชิงอวิ๋น แสงนวลตาจากภายนอกลอดผ่านช่องหน้าต่าง ทอดเงาเป็นดวงๆ ลงบนพื้น
เขานั่งขัดสมาธิบนเบาะรองนั่ง กาง “คัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็นขัดเกลากระดูก” ที่ได้จากการลงชื่อครั้งก่อนออกมาวางตรงหน้า... บัดนี้ถึงเวลาที่สมบัติล้ำค่าชิ้นนี้จะได้สำแดงเดชแล้ว!
เย่ชิงอวิ๋นโคจรลมปราณตามเส้นทางเดินชีพจรที่ระบุในคัมภีร์ ชักนำพลังภายในให้ไหลเวียนไปอย่างช้าๆ เขาสัมผัสได้ถึงไอปราณอุ่นร้อนที่ไหลผ่านไปทั่วร่าง ทุกจุดชีพจรที่พลังเคลื่อนผ่าน ราวกับได้รับการหล่อเลี้ยงจากพลังชีวิตอันมหาศาล
ระหว่างการบ่มเพาะ สีหน้าของเย่ชิงอวิ๋นเดี๋ยวเคร่งเครียด เดี๋ยวผ่อนคลาย ยามเมื่อพลังปราณไหลเวียนไปถึงจุดชีพจรที่ตีบตัน เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มหน้าผาก เขาขบกรามแน่น ใช้ความมุมานะอดทนกระแทกทะลวงจุดตันนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ตึง!
เสียงดังทึบก้องในกาย ราวกับเขื่อนกั้นน้ำพังทลาย พลังปราณไหลทะลักผ่านจุดชีพจรนั้นไปได้อย่างราบรื่น เย่ชิงอวิ๋นรู้สึกเบาสบายไปทั้งร่าง ขุมพลังที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิมปะทุขึ้นภายใน!
นอกจากคัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็นแล้ว เย่ชิงอวิ๋นยังไม่ละทิ้งการฝึกฝนวิชายุทธ์อื่นๆ ที่เคยร่ำเรียนมา
เขาผุดลุกขึ้นยืนกลางลานกว้างในหอคัมภีร์ ร่ายรำกระบวนท่า “ฝ่ามือยูไล” ฝ่ามือวาดออกไปแต่ละครั้งเกิดเสียงลมหวีดหวิว ฟึ่บ! ฟึ่บ! ทุกท่วงท่าเปี่ยมด้วยพลังทำลายล้าง ฝุ่นผงในหอคัมภีร์ฟุ้งกระจายตามแรงลมฝ่ามือ ร่างของเย่ชิงอวิ๋นผลุบโผล่ในม่านฝุ่น ดุจยอดปรมาจารย์ผู้ร่ายรำท่ามกลางพายุทราย
วันคืนผ่านพ้นไปกับการฝึกฝนอย่างหนักหน่วง พลังวัตรและวิชายุทธ์ของเย่ชิงอวิ๋นรุดหน้าแบบก้าวกระโดด เขาสัมผัสได้ชัดเจนว่าพลังภายในกล้าแข็งขึ้น ความเร็วในการออกกระบวนท่าก็เพิ่มทวีคูณ แต่ก่อนต้องใช้เวลาในการรวบรวมพลังฝ่ามือยูไล แต่บัดนี้... เพียงสะบัดมือ พลังฝ่ามืออันทรงอานุภาพก็ระเบิดออกได้ทันที! การผสานใช้วิชาต่างๆ ก็ลื่นไหลคล่องแคล่ว ไม่ติดขัดอยู่ที่กระบวนท่าใดกระบวนท่าหนึ่งอีกต่อไป
นอกจากการบ่มเพาะ เย่ชิงอวิ๋นยังคอยจับตาดูความเคลื่อนไหวภายในวัดเส้าหลินอย่างไม่ลดละ
เขาสังเกตเห็นว่า ตามมุมอับลับตาคนมักมีใบหน้าแปลกปลอมปรากฏขึ้นเป็นครั้งคราว คนเหล่านี้สวมจีวรพระธรรมดา แต่ท่วงท่าและแววตากลับมิใช่สมณะเพศ ดวงตาลอกแลกหลุกหลิก คอยหลบสายตาผู้อื่นอย่างมีพิรุธ เย่ชิงอวิ๋นมั่นใจ... พวกมันคือไส้ศึกของพรรคมาร!
ครั้งหนึ่ง เย่ชิงอวิ๋นแสร้งทำเป็นเดินกวาดพื้นผ่านระเบียงทางเดิน เห็นพระน่าสงสัยสองรูปกำลังกระซิบกระซาบกัน เขาพยายามขยับเข้าไปใกล้หวังจะได้ยินบทสนทนา ทว่าพอเข้าใกล้ ทั้งสองก็หยุดพูดกะทันหัน จ้องมองเขาด้วยสายตาระแวดระวัง แล้วรีบแยกย้ายกันไปอย่างรวดเร็ว เหตุการณ์นี้ยิ่งตอกย้ำความมั่นใจของเย่ชิงอวิ๋น
อีกครั้งหนึ่ง เขาพบรอยเท้าประหลาดในป่าหลังวัด รอยเท้านั้นมิใช่รองเท้าผ้าของพระสงฆ์ แต่เป็นรองเท้าบูทหนังที่สั่งทำพิเศษ! เย่ชิงอวิ๋นสะกดรอยตามไปจนพบถ้ำลึกลับ เขาได้ยินเสียงสนทนาแว่วมาจากด้านใน แม้จะจับใจความไม่ได้ แต่เขามั่นใจว่าถ้ำแห่งนี้ต้องเกี่ยวข้องกับรังของไส้ศึกอย่างแน่นอน
วันเวลาล่วงเลย เย่ชิงอวิ๋นทุ่มเทฝึกวิชาควบคู่ไปกับการสืบหาเบาะแส ทว่า... ผิวน้ำของวัดเส้าหลินยังคงดูสงบนิ่ง ไร้ซึ่งความเคลื่อนไหวผิดปกติใดๆ ความสงบเงียบนี้กลับทำให้เย่ชิงอวิ๋นยิ่งกระวนกระวายใจ ราวกับเป็นความสงบก่อนพายุใหญ่จะโหมกระหน่ำ
วันหนึ่ง ขณะที่เย่ชิงอวิ๋นกำลังบ่มเพาะอยู่ในหอคัมภีร์ เณรน้อยรูปเดิมก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา ยื่นกระดาษแผ่นเล็กให้เขา
“ศิษย์พี่เย่... ท่านผู้อาวุโสฝากสิ่งนี้มาให้ท่านขอรับ”
เย่ชิงอวิ๋นรับกระดาษมาคลี่ออกดู ข้อความสั้นๆ ปรากฏแก่สายตา
“พบเบาะแสบางอย่าง แต่สถานการณ์ซับซ้อน ห้ามผลีผลาม”
เย่ชิงอวิ๋นจ้องมองข้อความนั้นด้วยความรู้สึกหลากหลาย ไม่รู้ว่านี่คือข่าวดีหรือข่าวร้าย ท่านผู้อาวุโสพบสิ่งใดกันแน่? และท่ามกลางสถานการณ์เช่นนี้... เขาจะยังข่มใจไม่ให้ลงมือได้อีกนานเท่าใด?
ความรู้สึกเหมือนเดินอยู่ในม่านหมอกปกคลุมจิตใจ เห็นแสงสว่างรำไรอยู่เบื้องหน้า แต่ไม่รู้ว่าแสงนั้นจะนำพาเขาออกจากวิกฤต หรือลวงหลอกให้ตกลงสู่หุบเหวลึก...
หอคัมภีร์ยังคงเงียบสงบ แต่ภายในใจของเย่ชิงอวิ๋น... มหาสมุทรแห่งความกังวลกำลังปั่นป่วนอย่างบ้าคลั่ง!
..... โปรดติดตามตอนต่อไป ..... จบตอน