- หน้าแรก
- พระกวาดลานผู้เร้นกายหวนคืนสู่ยุทธภพด้วยระบบเช็คอิน
- บทที่ 26: งานชุมนุมธรรมใกล้เข้ามา วิกฤตการณ์ตึงเครียดถึงขีดสุด
บทที่ 26: งานชุมนุมธรรมใกล้เข้ามา วิกฤตการณ์ตึงเครียดถึงขีดสุด
บทที่ 26: งานชุมนุมธรรมใกล้เข้ามา วิกฤตการณ์ตึงเครียดถึงขีดสุด
บทที่ 26: งานชุมนุมธรรมใกล้เข้ามา วิกฤตการณ์ตึงเครียดถึงขีดสุด
สายตาของเย่ชิงอวิ๋นลุกโชนดุจคบเพลิง จ้องเขม็งไปที่ภิกษุทรยศ อาศัยจังหวะที่มันกำลังจิตใจวอกแวกไปกับเสียงระฆัง เขาพุ่งทะยานเข้าประชิดตัวทันที!
พระชั่วสัมผัสได้ถึงอันตรายหมายจะหลบหลีก ทว่าอาการบาดเจ็บสาหัสก่อนหน้านี้ทำให้การเคลื่อนไหวของมันเชื่องช้าลงไปหนึ่งจังหวะ
เย่ชิงอวิ๋นคว้าหมับเข้าที่คอเสื้อของมัน เหวี่ยงร่างนั้นกระแทกลงกับพื้นอย่างแรง!
ตึง!
“สารภาพมา! พรรคมารยังมีเล่ห์กลอันใดซ่อนอยู่อีก?” เขาคำรามก้อง
พระชั่วดิ้นรนขัดขืน ริมฝีปากเม้มแน่นไม่ยอมปริปาก ในขณะนั้นเอง... เสียงระฆังด้านนอกกลับดังกระชั้นถี่ขึ้นเรื่อยๆ ราวกับเป็นลางบอกเหตุแห่งหายนะที่กำลังจะอุบัติ
ความร้อนรนแผดเผาจิตใจ เย่ชิงอวิ๋นเผลอบีบคอเสื้ออีกฝ่ายแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว เขาโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้กระซิบข้างหูมันทีละคำ
“หากไม่พูดความจริง... เจ้าคิดหรือว่าเมื่อพรรคมารทำการสำเร็จ พวกมันจะปล่อยให้เจ้ามีชีวิตรอด? เจ้าคงเป็นศพแรกที่พวกมันสังเวยเพื่อปิดปาก!”
แววตาของพระชั่วฉายแววหวาดกลัววูบหนึ่ง แต่ยังคงยึดมั่นในความหวังลมๆ แล้งๆ กัดฟันกรอดตอบกลับมา
“ข้า... ข้าไม่บอก!”
เห็นความดื้อด้านของมัน เย่ชิงอวิ๋นตระหนักว่าเวลาเหลือน้อยเต็มที ไม่อาจเสียเวลาต่อล้อต่อเถียงได้อีก
เขากวาดตามองไปรอบๆ พบเชือกเส้นหนึ่งวางอยู่ที่มุมหอคัมภีร์
เย่ชิงอวิ๋นลากตัวพระชั่วไปที่มุมห้องอย่างรวดเร็ว มัดร่างของมันไว้อย่างแน่นหนา ก่อนจะทิ้งท้ายด้วยคำเตือนเสียงเหี้ยม
“นอนรอความตายอยู่ตรงนี้อย่างสงบเถอะ ข้ากลับมาเมื่อไหร่จะมาคิดบัญชีกับเจ้า!”
หลังจากจัดการกับเสี้ยนหนามแล้ว เย่ชิงอวิ๋นรู้ดีว่าเรื่องนี้เร่งด่วนดั่งไฟลามทุ่ง ต้องรีบแจ้งข่าวให้ระดับสูงของวัดทราบโดยเร็วที่สุด
หลังครุ่นคิดชั่วครู่ เขาตัดสินใจเสี่ยงไปรายงานต่อ “ท่านผู้อาวุโสสูงสุด” ผู้เป็นที่เคารพนับถือยิ่ง
เย่ชิงอวิ๋นวิ่งลัดเลาะผ่านระเบียงคดเคี้ยว อ้อมผ่านวิหารน้อยใหญ่ เสียงระฆังยังคงดังก้องในโสตประสาท สวนทางกับเหล่าภิกษุที่เดินขวักไขว่อย่างเร่งรีบ
ในที่สุด... เขาก็มาถึงพำนักของท่านผู้อาวุโส
ที่นี่คือเรือนพักอันเงียบสงบ ภายในลานปลูกต้นสนโบราณไว้หลายต้น แผ่กิ่งก้านสาขาร่มรื่น บรรยากาศเปี่ยมด้วยความสงบงาม
เย่ชิงอวิ๋นสูดหายใจลึก ปรับลมหายใจที่หอบถี่ให้เป็นปกติ แล้วเคาะห่วงประตูเบาๆ
ก๊อก... ก๊อก...
“เข้ามา” เสียงทุ้มลึกที่เปี่ยมด้วยอำนาจบารมีดังมาจากด้านใน
เย่ชิงอวิ๋นผลักประตูเปิดออก ก้าวเท้าเข้าไปในห้อง
ภายในตกแต่งอย่างเรียบง่าย มีเพียงโต๊ะไม้เก่าแก่ เก้าอี้ไม่กี่ตัว และภาพวาดพู่กันจีนสื่อสัจธรรมแห่งเซนแขวนประดับผนัง
ท่านผู้อาวุโสนั่งสงบนิ่งอยู่ที่โต๊ะ กำลังอ่านคัมภีร์เล่มหนึ่ง
เมื่อเห็นเย่ชิงอวิ๋นเข้ามา ท่านเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย สายตาคมกริบกวาดมองพิจารณาแฝงแววตรวจสอบ
เย่ชิงอวิ๋นรีบก้าวเข้าไป ประสานมือคารวะนอบน้อม “คารวะท่านผู้อาวุโส... ผู้น้อยมีเรื่องคอขาดบาดตายมารายงานขอรับ”
ท่านผู้อาวุโสวางคัมภีร์ในมือลง ผายมือเชื้อเชิญให้เขานั่ง แล้วเอ่ยถามเนิบช้า
“เจ้าเป็นใคร? มีเรื่องอันใดจะบอกข้า?”
เย่ชิงอวิ๋นไม่กล้าปิดบังแม้แต่น้อย เขาถ่ายทอดเรื่องราวทั้งหมดอย่างละเอียด... ตั้งแต่การค้นพบไส้ศึกที่สมคบกับพรรคมาร การถูกไล่ล่า การหลบหนี จนถึงการถูกลอบโจมตี และข้อมูลสำคัญล่าสุดที่เพิ่งรีดเค้นได้... แผนการลอบโจมตีงานชุมนุมธรรม โดยประสานงานทั้งนอกและในเพื่อชิงคัมภีร์ลับ!
เมื่อได้รับฟัง คิ้วขาวโพลนของท่านผู้อาวุโสขมวดเข้าหากัน สีหน้าเคร่งขรึมลงถนัดตา
ท่านจ้องมองเย่ชิงอวิ๋น แววตาฉายความกังขา “เจ้ามีหลักฐานยืนยันคำพูดหรือไม่? และเหตุใดพระกวาดลานเช่นเจ้า จึงล่วงรู้ความลับสะเทือนฟ้านี้ได้?”
หัวใจของเย่ชิงอวิ๋นกระตุกวูบ
เขาเข้าใจดีว่าท่านผู้อาวุโสย่อมระแวงสงสัยในตัวตนและที่มาของเขา แต่ในยามวิกฤตเช่นนี้ เขาไม่อาจอธิบายที่มาของพลังหรือระบบได้มากความ
เย่ชิงอวิ๋นกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นจริงใจ “ท่านผู้อาวุโส... ทุกถ้อยคำของผู้น้อยล้วนเป็นความจริง เวลาของวัดเส้าหลินเหลือไม่มากแล้ว ขอท่านโปรดตรวจสอบด้วยเถิด... แม้ผู้น้อยจะเป็นเพียงพระกวาดลานในหอคัมภีร์ แต่ความภักดีต่อวัดเส้าหลินนั้นเปี่ยมล้น หาได้มีคำเท็จเจือปนแม้แต่น้อย”
ท่านผู้อาวุโสนิ่งคิด ครู่ต่อมาจึงค่อยๆ ลุกขึ้นเดินไพล่หลังวนเวียนไปมาในห้อง
ผ่านไปชั่วอึดใจ ท่านจึงหยุดเดินและหันมามองเย่ชิงอวิ๋น “เรื่องนี้ใหญ่หลวงนัก ข้าจะดำเนินการตรวจสอบทางลับ... เจ้าจงกลับไปก่อน และห้ามแพร่งพรายเรื่องนี้ให้ผู้ใดล่วงรู้เด็ดขาด”
เย่ชิงอวิ๋นรู้สึกร้อนใจ เกรงว่าเวลาจะไม่คอยท่า แต่เขาก็รู้ว่าท่านผู้อาวุโสเป็นคนรอบคอบ จึงทำได้เพียงรับคำ
“ขอรับท่านผู้อาวุโส... ขอท่านโปรดเร่งตรวจสอบความจริง เพื่อกอบกู้วัดเส้าหลินให้พ้นภัยด้วยเถิด”
หลังจากออกจากเรือนพักของท่านผู้อาวุโส เย่ชิงอวิ๋นกลับไปยังหอคัมภีร์
ภายนอกเขาแสร้งทำทีเป็นกวาดพื้นตามปกติ แต่แท้จริงแล้วสายตาคอยจับจ้องความเคลื่อนไหวภายในวัดตลอดเวลา
ทว่า... เขากลับพบว่าบรรยากาศในวัดเริ่มแปรเปลี่ยนไปจนน่าขนลุก
สายตาของเหล่าศิษย์พี่ศิษย์น้องที่เคยคุ้นเคย บัดนี้กลับดูมีเลศนัยแปลกประหลาด
บ้างก็จงใจหลบสายตาเมื่อเห็นเขา... บ้างก็จับกลุ่มกระซิบกระซาบ แต่พลันเงียบเสียงลงทันทีเมื่อเขาเดินเฉียดใกล้
ความกังวลเริ่มกัดกินจิตใจของเย่ชิงอวิ๋น
เขาสัมผัสได้ว่าแผนการของพรรคมารซับซ้อนกว่าที่คาดการณ์ไว้มากนัก... บางที อาจมีคนในวัดจำนวนไม่น้อยที่ถลำลึกเข้าร่วมขบวนการชั่วร้ายนี้
เขาแกว่งไม้กวาดไปพลาง ขบคิดหาทางหนีทีไล่ไปพลาง
ยามนี้... หอคัมภีร์อบอวลไปด้วยบรรยากาศอึดอัดแทบขาดใจ แม้สายลมเย็นที่พัดผ่านหน้าต่างเข้ามา ก็ไม่อาจปัดเป่าความรู้สึกกดดันนี้ออกไปได้
เย่ชิงอวิ๋นเฝ้ารอผลการตรวจสอบของท่านผู้อาวุโส ทุกนาทีที่ผ่านไปช่างยาวนานดุจชั่วกัลป์
เขาไม่อาจรู้ได้เลยว่าท่านผู้อาวุโสดำเนินการไปถึงขั้นใด และไม่รู้ว่าพรรคมารยังมีลูกไม้สกปรกอันใดซ่อนอยู่อีก
เขารู้เพียงอย่างเดียว... วัดเส้าหลินกำลังเผชิญหน้ากับมหาวิกฤต และเขาต้องทุ่มเททุกวิถีทางเพื่อปกป้องดินแดนพุทธภูมิอันศักดิ์สิทธิ์ แหล่งรวมศรัทธาและมรดกล้ำค่าแห่งนี้ไว้ให้ได้
ท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียดที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ เย่ชิงอวิ๋นยังคงทำหน้าที่ของตนต่อไป สายตาลอบมองออกไปนอกหน้าต่างเป็นระยะ สังเกตทุกความไหวติง
หัวใจของเขาเต็มไปด้วยความห่วงใย... เมฆหมอกแห่งพรรคมารปกคลุมเหนือน่านฟ้าวัดเส้าหลิน เตรียมพร้อมจะปลดปล่อยพายุฝนกระหน่ำลงมา
และตัวเขา... เปรียบดั่งเรือลำน้อยท่ามกลางมรสุมคลั่ง แม้จะเล็กจ้อย แต่ก็เปี่ยมด้วยศรัทธาอันแรงกล้า ที่จะค้นหาแสงแห่งความหวังเพื่อนำพาวัดเส้าหลินฝ่าข้ามคลื่นลมลูกนี้ไปให้จงได้
..... โปรดติดตามตอนต่อไป ..... จบตอน