- หน้าแรก
- พระกวาดลานผู้เร้นกายหวนคืนสู่ยุทธภพด้วยระบบเช็คอิน
- บทที่ 25: เงาทมิฬหวนคืน ความจริงปรากฏ!
บทที่ 25: เงาทมิฬหวนคืน ความจริงปรากฏ!
บทที่ 25: เงาทมิฬหวนคืน ความจริงปรากฏ!
บทที่ 25: เงาทมิฬหวนคืน ความจริงปรากฏ!
เย่ชิงอวิ๋นจ้องเขม็งไปที่บานหน้าต่าง ประสาทสัมผัสทุกส่วนตื่นตัวถึงขีดสุด ทันใดนั้น...
เพล้ง!
เสียงหน้าต่างกระดาษถูกฉีกกระชากดังสนั่น เงาดำสายหนึ่งพุ่งทะยานเข้ามาดุจอัสนีบาตสีนิล! เย่ชิงอวิ๋นไม่มีเวลาให้ไตร่ตรอง เขาชักไม้พลองสั้นที่พกติดตัวออกมาทันควัน ฟาดขวางหน้าเงาดำนั้นสุดแรงเกิด
วูบ!
เงาทมิฬพลิ้วไหวหลบหลีกการโจมตีของเย่ชิงอวิ๋นได้อย่างง่ายดาย ชั่วพริบตาต่อมา ฝ่ามืออันดุดันก็ซัดตูมเข้าใส่! เย่ชิงอวิ๋นสัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่โถมทับลงมาจนหายใจแทบไม่ออก เขาขบกรามแน่น สบถในใจว่าความแข็งแกร่งของอีกฝ่ายเหนือจินตนาการยิ่งนัก
ทว่า... ในจังหวะที่เงาดำนั้นเคลื่อนกายหลบ อาศัยแสงสลัวภายในหอคัมภีร์ เย่ชิงอวิ๋นก็มองเห็นใบหน้าของมันได้อย่างชัดเจน
เป็นภิกษุที่มีพฤติกรรมน่าสงสัยผู้นั้นเอง!
เย่ชิงอวิ๋นตื่นตะลึง คาดไม่ถึงว่า “ไส้ศึก” ที่แฝงตัวอยู่ในวัดเส้าหลินจะเป็นมัน! ยังไม่ทันที่เขาจะได้ขบคิดสิ่งใดต่อ พระชั่วรูปนั้นก็ชักมีดสั้นคมกริบออกมา ปลายมีดสะท้อนแสงแวววาวดุจน้ำแข็ง พุ่งเข้าใส่เย่ชิงอวิ๋นอีกคำรบ
เย่ชิงอวิ๋นรีบใช้วิชา “อรหันต์ปราบมาร” ที่ร่ำเรียนมา ผสานกับวิชาตัวเบาที่เพิ่งรุดหน้า ร่างกายเคลื่อนไหวดุจภูตพราย ลัดเลาะหลบหลีกคมมีดอยู่ท่ามกลางชั้นหนังสือ
โครม! เคร้ง!
การต่อสู้ดุเดือดจนโต๊ะเก้าอี้ล้มระเนระนาด คัมภีร์บนชั้นร่วงกราวลงมา กระดาษปลิวว่อนกลางอากาศ
“เจ้าพระชั่ว! ไยเจ้าจึงสมคบกับพรรคมารทรยศวัดเส้าหลิน?” เย่ชิงอวิ๋นตวาดก้องขณะปัดป้องการโจมตี
พระชั่วแสยะยิ้มเหี้ยม “หึ! เส้าหลินมีกฎเกณฑ์น่ารำคาญมากความ... ข้าอยู่ที่นี่มานานปีไร้หนทางรุ่งโรจน์ พรรคมารสัญญากับข้า... หากงานสำเร็จ ข้าจะได้เสพสุขกับลาภยศสรรเสริญชั่วกัลปาวสาน!”
“เจ้าเห็นแก่ลาภยศจนขายวิญญาณ!” เย่ชิงอวิ๋นจ้องตาขวาง ไม้พลองในมือแหวกอากาศเกิดเสียงหวีดหวิว เข้าปะทะกับอีกฝ่ายอย่างเอาเป็นเอาตาย
ท่ามกลางการต่อสู้พัลวัน พระชั่วเกิดพลาดท่าเล็กน้อย เกือบถูกไม้พลองของเย่ชิงอวิ๋นหวดใส่ มันตั้งหลักได้แล้วสบถลั่น
“เจ้าเด็กบัดซบ! บังอาจมาขัดขวางแผนการของข้า... ยามใดที่กองทัพมารบุกมาถึง ข้าจะทำให้เจ้าตายไร้ที่กลบฝัง!”
เย่ชิงอวิ๋นหูผึ่ง รีบเค้นถาม “แผนการของพรรคมารคือสิ่งใด? บอกมา!”
พระชั่วรู้ตัวว่าพลั้งปากไป มันกัดฟันแน่นไม่ยอมปริปาก มีดสั้นในมือตวัดรวดเร็วยิ่งขึ้น มุ่งโจมตีจุดตายของเย่ชิงอวิ๋นไม่ยั้ง เย่ชิงอวิ๋นอาศัยความคล่องแคล่วหลบหลีกได้อย่างหวุดหวิดครั้งแล้วครั้งเล่า แต่การรุกรานของอีกฝ่ายดุดันเกินไป พละกำลังของเขาเริ่มถดถอยลงทุกที
“พวกพรรคมารต้องการทำสิ่งใดกันแน่?” เย่ชิงอวิ๋นยังคงรุกถามพร้อมถอยร่น
ความตื๊อของเย่ชิงอวิ๋นทำให้พระชั่วบันดาลโทสะ มันตะคอกกลับมาอย่างลืมตัว
“บอกไปก็ไม่เสียหาย! ยามใดที่วัดเส้าหลินจัด ‘งานชุมนุมธรรมครั้งใหญ่’ ...นั่นคือวันตายของพวกเจ้า! พรรคมารจะประสานงานทั้งนอกและใน ช่วงชิงคัมภีร์ลับ และทำให้เส้าหลินไม่อาจฟื้นคืนได้อีกชั่วกาล!”
เย่ชิงอวิ๋นตระหนกตกใจยิ่งนัก ไม่คาดคิดว่าพรรคมารจะวางแผนชั่วร้ายถึงเพียงนี้ งานชุมนุมธรรมถือเป็นพิธีสำคัญ พระสงฆ์ส่วนใหญ่ต้องเข้าร่วมพิธี การป้องกันย่อมหย่อนยาน การเลือกโจมตีในเวลานี้ช่างเป็นจังหวะที่อำมหิตนัก
ฉับพลันนั้น... เย่ชิงอวิ๋นมองเห็นช่องโหว่ในการเคลื่อนไหวของศัตรู เขาฟาดไม้พลองเข้าใส่แขนของพระชั่วเต็มแรง
ผัวะ!
“อ๊าก!” พระชั่วร้องลั่น มีดสั้นในมือร่วงหล่นลงพื้นเสียงดัง เคร้ง!
แต่มันไม่ยอมถอย กลับตวัดเท้าเตะสวนกลับมา เย่ชิงอวิ๋นหลบไม่ทัน ถูกเตะเข้าที่หน้าอกเต็มแรง
อั่ก!
เขากระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว ชนโครมเข้ากับชั้นหนังสือจนเจ็บร้าวไปทั้งอก พระชั่วเห็นโอกาสงามจึงพุ่งเข้ามาหมายจะปลิดชีพ
เย่ชิงอวิ๋นกัดฟันข่มความเจ็บปวด รวบรวมพลังเฮือกสุดท้าย ในจังหวะที่อีกฝ่ายประชิดตัว เขาระเบิดท่าไม้ตายของ “หมัดยาวเส้าหลิน” กระแทกเข้าที่หน้าท้องของมันอย่างจัง!
ตูม!
พระชั่วส่งเสียงครางฮือ ร่างกระเด็นลอยคว้างตกลงกระแทกพื้น
ในขณะที่เย่ชิงอวิ๋นกำลังจะก้าวเข้าไปจับกุมตัว ทันใดนั้น...
เหง่งหง่างงงง! เหง่งหง่างงงง!
เสียงระฆังด่วนดังกังวานก้องมาจากภายนอก! สัญญาณระฆังนี้บ่งบอกถึงภาวะฉุกเฉินขั้นสูงสุดของวัดเส้าหลิน หัวใจของเย่ชิงอวิ๋นดิ่งวูบ หรือว่า... นี่จะเกี่ยวข้องกับแผนการของพรรคมาร? หรือพวกมันเริ่มลงมือเร็วกว่ากำหนด?
เมื่อได้ยินเสียงระฆัง พระชั่วที่นอนกองอยู่กับพื้นก็เผยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม
“ฮ่าฮ่าฮ่า! ระฆังนี้คือสัญญาณลงมือของพวกเรา! วันนี้... เจ้าหนีไม่พ้นเงื้อมมือมัจจุราชแน่!”
เย่ชิงอวิ๋นรู้ดีว่าสถานการณ์เข้าขั้นวิกฤต เขาต้องรีบสลัดหลุดไปจากตรงนี้เพื่อหยุดยั้งแผนร้าย แต่ทว่าพระชั่วตรงหน้า แม้จะบาดเจ็บแต่แววตายังคงดุร้าย พร้อมจะลุกขึ้นมาฉีกกระชากเขาได้ทุกเมื่อ ส่วนสถานการณ์ภายนอกก็ยังไม่กระจ่างแจ้ง เขากำลังตกอยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก
เย่ชิงอวิ๋นสูดหายใจลึก กระชับไม้พลองในมือแน่น จ้องมองศัตรูด้วยแววตาเด็ดเดี่ยว สมองแล่นเร็วรี่ขบคิดหาทางหนีทีไล่ เขารู้ว่าเวลาเหลือเพียงน้อยนิด ทุกวินาทีที่เสียไปหมายถึงอันตรายที่เพิ่มขึ้นของวัดเส้าหลิน
ท่ามกลางความโกลาหลนี้... เขาจะฝ่าวงล้อมออกไปทำลายแผนการของพรรคมารได้หรือไม่? ทุกอย่างล้วนเป็นปริศนา แต่เย่ชิงอวิ๋นยึดมั่นในศรัทธาเดียว...
ไม่ว่าจะแลกด้วยสิ่งใด เขาต้องปกป้องวัดเส้าหลินให้จงได้!
หอคัมภีร์ตกอยู่ในความเงียบสงัดอีกครั้ง มีเพียงเสียงหอบหายใจหนักหน่วงของทั้งสองฝ่าย ท้องฟ้าภายนอกดูเหมือนจะรับรู้ถึงแรงกดดัน บรรยากาศมืดครึ้มลงถนัดตา คนทั้งสองจดจ้องกันนิ่งงัน รอคอยให้อีกฝ่ายขยับตัว... ขณะที่เสียงระฆังมรณะยังคงดังก้องกังวาน ราวกับเป็นบทเพลงโหมโรงสู่หายนะที่ยิ่งใหญ่กว่า!
..... โปรดติดตามตอนต่อไป ..... จบตอน