เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 26 พันธมิตรคนโฉด

บทที่ 26 พันธมิตรคนโฉด

บทที่ 26 พันธมิตรคนโฉด


บทที่ 26 พันธมิตรคนโฉด

"ว่าไง? สนใจมาจับคู่กันไหม?"

ซูไป๋หันไปถามเฉินรั่วเสวี่ย ลำพังแค่เขากับเธอ ถ้าร่วมมือกัน ก็น่าจะพอมีโอกาสคว้าแชมป์อยู่บ้าง

"ก็ได้ ฉันตกลง ถือว่าเป็นการฝึกซ้อมให้เจ้าเสี่ยวไป๋ด้วยแล้วกัน" เฉินรั่วเสวี่ยครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบตกลง ยังไงค่าสมัครก็แค่ไม่กี่ร้อยหยวน ถือว่ามาหาประสบการณ์ก็ไม่เลว

"เยี่ยมเลย งั้นช่วงสองสามวันนี้เรามาฝึกซ้อมการประสานงานกัน ฉันว่าเรามีลุ้นแชมป์แน่" ซูไป๋กล่าวอย่างมุ่งมั่น "ถ้าชนะ ฉันเลี้ยงข้าวเอง มื้อใหญ่เลย"

ถึงแม้เขากับเฉินรั่วเสวี่ยจะเป็นเพื่อนสนิทกัน แต่ปกติแล้วเขาไม่ชอบรบกวนคนอื่นเท่าไหร่ ทว่าเพื่อเงินรางวัล และเพื่อปั้นจื่ออวี้ให้แข็งแกร่ง เขาจำต้องหน้าด้านหน่อยแล้วงานนี้

"เรื่องนั้นเอาไว้ก่อน ตอนนี้ฉันหิวแล้ว ไปหาอะไรกินกันเถอะ" เฉินรั่วเสวี่ยเร่ง

"โอเค"

ซูไป๋อุ้มจื่ออวี้ขึ้นมา ลูบหัวเล็กๆ ของมันแล้วพูดว่า "คราวหน้าถ้าอยากลงแข่งอะไร ต้องมาปรึกษาฉันก่อน เข้าใจไหม?"

"อืมม์-หื้มม ~ ~ (@ ̄ー ̄@)"

จื่ออวี้สะบัดหน้าหนี อาไป๋ไม่ยอมชมภูตผู้อดออมและขยันขันแข็งอย่างมัน แถมยังคิดจะฮุบผลงานของมันอีก ฮึ่ม ฮึ่ม

"เอาน่าๆ ถ้าได้แชมป์ ฉันจะซื้อแท็บเล็ตเครื่องใหญ่ให้เลย เป็นไง?" ซูไป๋ลูบหัวปลอบใจจื่ออวี้ มีหรือที่เขาจะอ่านใจเจ้าตัวเล็กไม่ออก?

"วู่ว วู่ว!"

จื่ออวี้โบกอุ้งเท้ามังคุดป้อมๆ ไปมา สื่อว่ามันยังอยากกินของอร่อยๆ ด้วย

"ได้ ได้ ไม่มีปัญหา ขอแค่เราชนะการแข่งขันนะ เพราะงั้นจื่ออวี้ต้องตั้งใจฝึกซ้อมล่ะ" ซูไป๋พยักหน้ารับปาก

"วู่ว!! <(ˉ^ˉ)>" เพื่อเงินตรา จื่ออวี้ตัดสินใจอย่างแน่วแน่ว่าจะทุ่มสุดตัว พอหาเงินได้เมื่อไหร่ มันจะประท้วงหยุดงานแล้วนอนพักผ่อนให้หนำใจ ต่อให้อาไป๋มาอ้อนวอน มันก็จะไม่ยอมออกไปฝึกเด็ดขาด

จื่ออวี้แอบวางแผนชั่วร้ายอยู่ในใจเงียบๆ

ซูไป๋หารู้ไม่ว่าจื่ออวี้กำลังคิดอะไรอยู่ เขาวางมันไว้บนไหล่แล้วเดินไปหาของกินกับเฉินรั่วเสวี่ย

ทั้งสองไม่ได้เลือกร้านหรูหราอะไร พวกเขาแวะร้านราเม็ง สั่งราเม็งเนื้อคนละชาม พอกินเสร็จก็เดินเล่นย่อยอาหารกันสักพัก

"ซูไป๋ ฉันรู้สึกว่านายดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นกว่าเมื่อก่อนเยอะเลยนะ"

เฉินรั่วเสวี่ยจ้องมองซูไป๋ ดวงตาสุกสกาวจับจ้องที่ใบหน้าของเขา เธอสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของซูไป๋

และความเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นในช่วงที่เขาลากลับไปฟักไข่สัตว์ภูตที่บ้าน ก่อนหน้านี้ ซูไป๋ดูเหมือนคนหลงทาง ดูเกเรนิดๆ และมักจะมีท่าทีแบบ 'ธุระไม่ใช่' อยู่เสมอ

แต่ตอนนี้ แววตาที่เคยสับสนของซูไป๋หายไปแล้ว ดวงตาสีเข้มฉายแววสดใส มีเป้าหมายและความคิดเป็นของตัวเอง การกระทำต่างๆ ก็ดูมั่นคงหนักแน่นขึ้น

"ฮ่าๆ จริงเหรอ? ฉันว่าฉันก็เหมือนเดิมนะ สงสัยคงเพราะฉันอยากเป็นซัมมอนเนอร์ที่เก่งกาจ แล้วออกไปท่องโลกกว้างล่ะมั้ง"

ซูไป๋หัวเราะเบาๆ "หรือเธอจะบอกว่าฉันหล่อขึ้น?"

"หลงตัวเองชะมัด" เฉินรั่วเสวี่ยเบะปาก

"ป่ะ เดี๋ยวฉันพาไปเล่นพนันหิน เอาป่าว? มื้อนี้ฉันเลี้ยงเอง" ซูไป๋เสนอ อันที่จริงเพราะเขาถังแตก แล้วก็อยากจะไปเปิดหินหาเงินสักหน่อย

แม้จะไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาระยะยาว แต่มันช่วยบรรเทาปัญหาการเงินเฉพาะหน้าได้ดี ไม่อย่างนั้นจื่ออวี้คงอดตายแน่

"ไม่เอาอะ ฉันดวงซวย ไม่เคยถูกหวยกับเขาหรอก" เฉินรั่วเสวี่ยส่ายหน้า "เอาเงินไปซื้อขนมกินดีกว่า"

"งั้นไปดูฉันเปิดก็ได้ ช่วงนี้ฉันรู้สึกว่าดวงกำลังขึ้นสุดๆ"

ซูไป๋หันไปมองเธอ "ตกลงจะไปไม่ไป?"

"ก็ได้ๆ เดี๋ยวดูนายเปิดเสร็จแล้วฉันค่อยกลับบ้าน ไม่งั้นเดี๋ยวคุณย่าโทรตามอีก"

เฉินรั่วเสวี่ยคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบตกลง

ทั้งสองพร้อมสัตว์ภูตคู่ใจมาถึงตลาดภูตปลาคาร์ฟทองคำอย่างรวดเร็ว และเดินตรงเข้าไปยังอาคารวัสดุ ส่วนที่เป็นโถงพนันหิน

"พ่อหนุ่ม มาพนันหินอีกแล้วเหรอ ลุงแนะนำให้รีบเลิกดีกว่า ครั้งที่แล้วแค่ฟลุ๊ค ถ้าไม่มีฝีมือแบบลุง มีแต่จะเสียเงินเปล่า"

ทันทีที่ก้าวเข้าสู่โถงพนันหิน ซูไป๋ก็เจอกับลุงจางสวมแว่น คนที่โชว์กายกรรมดื่มน้ำกลับหัวเมื่อคราวก่อน

"ไม่เป็นไรครับลุง ผมแค่มาเล่นขำๆ"

ซูไป๋ผายมือ แล้วเดินไปจ่ายเงินหนึ่งพันหกร้อยหยวน

"เฮ้อ ไม่เชื่อคนแก่ เดี๋ยวก็ต้องเจ็บตัว" ลุงสวมแว่นปรายตามองเฉินรั่วเสวี่ย ส่ายหน้าแล้วถอนหายใจ

ซูไป๋ทำหูทวนลม พาเฉินรั่วเสวี่ยเดินเข้าไปเลือกหินด้านใน

"อะไรยังไง? พวกเธอสองคนรู้จักกันเหรอ?" เฉินรั่วเสวี่ยถามด้วยความสงสัย

"ก็ประมาณนั้น เดี๋ยวเล่าให้ฟัง..." ซูไป๋กระซิบเล่าวีรกรรมเมื่อคราวก่อนให้ฟัง

"โห นายเนี่ยร้ายนะ ทำให้คนแก่อับอายขายขี้หน้ากลางคนเยอะแยะ" เฉินรั่วเสวี่ยเหลือบมองลุงที่กำลังเดินเตร่อยู่ในโถง แล้วหันกลับมาพูด

"ฉันไม่ได้ตั้งใจสักหน่อย! แกหาเรื่องใส่ตัวเองต่างหาก ฉันออกจะเป็นคนดี" ซูไป๋แบมือทำท่าไม่รู้ไม่ชี้

"ไม่เชื่ออะ คนดีๆ ที่ไหนจะใช้แทคติกน่ารังเกียจแบบนั้นกัน"

ทั้งสองเดินคุยกันไปพลางเลือกหินไปพลาง ซูไป๋เลือกหินมาได้สองก้อน

"ฉันสังหรณ์ใจว่าสองก้อนนี้ต้องมีของดีแน่" ซูไป๋พูดพลางมองหินสองก้อนบนโต๊ะตัด

ความจริงแล้ว ข้างในมีของอยู่จริงๆ ซูไป๋ไม่กลัวว่าจะโดนตรวจสอบเรื่องที่เปิดเจอของดีติดๆ กัน เพราะคนดวงดีมีถมไป

อีกอย่าง ของราคาแค่หลักหมื่นหยวน คงไม่มีใครเสียเวลามาตรวจสอบหรอก

"มั่นใจขนาดนั้นเลย?" เฉินรั่วเสวี่ยถาม

"แน่นอน ช่วงนี้ฉันดวงเฮงสุดๆ!"

ซูไป๋เชิดหน้าขึ้น

"พ่อหนุ่ม อย่าเพิ่งมั่นหน้าไป โอกาสที่หินของเธอจะมีของน่ะมันน้อยนิด อย่าไปหวังอะไรมากเลย"

ลุงจางสวมแว่นเดินเข้ามาพูดขัด จากประสบการณ์ของแก หินพวกนี้ไม่มีอะไรน่าสนใจ ครั้งที่แล้วไอ้หนูนี่มันแค่โชคดีเฉยๆ

ไม่นานนัก หินก้อนแรกก็ถูกผ่าออก พนักงานอุทานด้วยความตกใจ "คุณพระช่วย! แร่เกรดต่ำระดับหนึ่ง! ราคารับซื้อคืนสองหมื่น!"

ลุงจาง: Σ(っ°Д°;)っ

"พ่อหนุ่ม ดวงดีใช้ได้นี่ เปิดเจออีกแล้ว" ลุงพูดแก้เก้อ "แต่ลุงไม่เชื่อหรอกว่าก้อนต่อไปจะเจออีก"

"ว้าว ซูไป๋ นายนี่มันตัวนำโชคจริงๆ สุดยอดไปเลย!" เฉินรั่วเสวี่ยจ้องมองแร่สีเงินขาว แล้วผลักไหล่ซูไป๋ด้วยความตื่นเต้น หมอนี่เปิดเจอจริงๆ ด้วย ดวงดีจนน่าอิจฉา

ยังไม่ทันที่ซูไป๋จะพูดอะไร หินสัตว์ประหลาดก้อนที่สองก็ถูกผ่าออก เผยให้เห็นกระดูกสัตว์อสูรระดับแม่ทัพขั้นสองเกรดต่ำ

"กระดูกสัตว์อสูรระดับแม่ทัพ... ราคารับซื้อคืนสามหมื่น..." พนักงานที่ทำหน้าที่ผ่าหินข้างๆ ถึงกับตะลึงตาค้าง พูดเสียงสั่นด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

"ปรมาจารย์! ท่านคือปรมาจารย์นักผ่าหินยอดฝีมือที่ซ่อนเร้นกายชัดๆ! ท่านอาจารย์ โปรดรับข้าเป็นศิษย์ด้วยเถิด!"

ลุงที่ยืนอยู่ข้างๆ สูดหายใจเฮือกใหญ่ รีบประสานมือโค้งคำนับสามครั้งเพื่อขอฝากตัวเป็นศิษย์ทันที นี่ต้องเป็นปรมาจารย์นักผ่าหินรุ่นเยาว์ตัวจริงเสียงจริง ถ้าได้เรียนรู้วิชาสักนิด ชาตินี้ก็หากินได้สบายไปทั้งชาติแล้ว

"เห้ย ลุง อย่าทำแบบนี้ ผมไม่ใช่ปรมาจารย์อะไรทั้งนั้นแหละ" ซูไป๋รีบกระโดดหลบ ลุงคนนี้มันจะมากเกินไปแล้ว เมื่อกี้ยังเหน็บแนมอยู่หยกๆ ผ่านไปวิเดียวจะมาฝากตัวเป็นศิษย์เฉยเลย

ไม่เอาน่า ไม่เอาน่า คงไม่มีใครคิดว่าเขาเป็นปรมาจารย์นักผ่าหินจริงๆ หรอกนะ?

"ซูไป๋ นายเป็นปรมาจารย์นักผ่าหินจริงๆ เหรอเนี่ย?" เฉินรั่วเสวี่ยเองก็เริ่มลังเล แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าเป็นไปได้ยาก

"จะบ้าเหรอ ฉันแค่โชคดีเฉยๆ" ซูไป๋ยักไหล่ แล้วหันไปบอกพนักงาน "ขายคืนทั้งหมดเลยครับ ขอเป็นเงินสด"

ห้าหมื่นหยวน ในที่สุดค่าเลี้ยงดูจื่ออวี้สำหรับห้าหกวันนี้ก็เพียงพอเสียที...

"นายไม่มีเคล็ดลับอะไรจริงๆ เหรอ?"

หลังจากเดินออกมาจากโถงพนันหิน เฉินรั่วเสวี่ยก็หันมาถามเขาขณะเดินอยู่บนถนน

"ไม่มี๊! จริงๆ ฉันก็ไม่คิดว่าจะเปิดเจอสองก้อนติดเหมือนกัน สงสัยดวงกำลังพุ่งสุดขีดจริงๆ"

ซูไป๋แบมือ พลางคิดในใจว่าไว้ว่างๆ ค่อยไปสอบใบอนุญาตปรมาจารย์นักพนันหินที่สมาคมฯ มาติดตัวไว้สักใบดีกว่า

"ก็ได้ๆ ฉันล่ะอิจฉาดวงนายจริงๆ นายคงเผาผลาญโชคชะตาล่วงหน้าไปหลายสิบปีแล้วมั้ง คนดวงดีเว่อร์ๆ มักจะอายุสั้นนะ ระวังตัวไว้ด้วยล่ะ"

เฉินรั่วเสวี่ยปรายตามองซูไป๋ เรื่องแบบนี้มันช่วยไม่ได้จริงๆ บางคนก็ดวงดีจนน่าหมั่นไส้

"ไม่คุยด้วยละ ฉันไปก่อนนะ บาย" หลังจากคุยกันอีกสักพัก เฉินรั่วเสวี่ยก็เดินไปที่รถจักรยานไฟฟ้าของเธอและโบกมือลาซูไป๋

"โอเค"

ซูไป๋พยักหน้า แล้วขี่จักรยานไฟฟ้าพาจื่ออวี้มุ่งหน้ากลับบ้าน

จบบทที่ บทที่ 26 พันธมิตรคนโฉด

คัดลอกลิงก์แล้ว