- หน้าแรก
- สัตว์เลี้ยงของผมระดับพระเจ้า
- บทที่ 5: ทักษะปรสิต หยก และการหกสูงดื่มน้ำ
บทที่ 5: ทักษะปรสิต หยก และการหกสูงดื่มน้ำ
บทที่ 5: ทักษะปรสิต หยก และการหกสูงดื่มน้ำ
บทที่ 5: ทักษะปรสิต หยก และการหกสูงดื่มน้ำ
"รบกวนขอดูบัตรประจำตัวด้วยค่ะ"
พนักงานสาวแคชเชียร์ส่งยิ้มหวานพลางมองมาที่ทั้งสองคน
เหตุผลที่ต้องขอดูบัตรประจำตัวก็เพื่อยืนยันว่าเป็นครั้งแรกที่พวกเขามาซื้อวัสดุตั้งต้นหรือไม่ หากไม่ใช่ การซื้อขายทั้งหมดจะถูกคิดในราคาตลาด ซึ่งถ้าเป็นราคานั้น ทั้งซูไป๋และหยางโจวคงไม่มีปัญญาจ่ายค่าของในมือแน่นอน
หลังจากตรวจสอบเรียบร้อย พนักงานก็เก็บเงินและห่อสินค้าให้ทั้งคู่ พร้อมยื่นใบปลิวรับสมัครศิษย์ของ 'สำนักเขาหลี่อวี๋' ให้ด้วย
"ช่วงนี้เข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิแล้ว ทางเรามีส่วนลดค่าสมัครถึงยี่สิบเปอร์เซ็นต์เลยนะคะ! อัตราการสอบผ่านใบอนุญาตนักฝึกสัตว์อสูรมืออาชีพสูงถึงเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ แถมเมื่อผ่านการประเมินเป็นนักฝึกสัตว์อสูรแล้ว ยังได้สิทธิ์เป็นศิษย์สายตรงของสำนัก และมีโอกาสได้รับการเสนอชื่อเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยสัตว์อสูรอีกด้วย"
"ไม่ล่ะครับ ขอบคุณ"
ต่อให้เขาอยากเรียนแค่ไหน เขาก็ไม่มีปัญญาจ่ายอยู่ดี ค่าเล่าเรียนสำหรับศิษย์ที่สำนักพวกนี้รับสมัครสูงถึงห้าล้านเหรียญ ซึ่งเกินกำลังของคนถังแตกอย่างเขาไปมาก
อีกอย่าง ซูไป๋เองก็ไม่ได้สนใจสำนักระดับนี้ สำนักเขาหลี่อวี๋เป็นเพียงสำนักเล็กๆ สิ่งที่เขาปรารถนาคือสำนักระดับโลกที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานอย่าง 'สำนักเหินนภา' หรือ 'สำนักอินหยาง' มากกว่า
ตอนนี้เขามีนิ้วทองคำหรือสูตรโกงติดตัวแล้ว ความช่วยเหลือจากสำนักทั่วไปจึงมีประโยชน์จำกัดมาก
แต่ถ้าเป็นสำนักอย่างเหินนภาที่มีอิทธิพลสูงในพันธมิตรภูต นั่นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
หลังจากออกจากซูเปอร์มาร์เก็ตขายวัสดุ ซูไป๋เตรียมตัวจะกลับบ้าน แต่หยางโจวกลับคว้าคอเขาไว้แล้วฉีกยิ้มกว้าง "วันนี้พี่โจวอารมณ์ดี เดี๋ยวจะเลี้ยงเปิดหินแร่อสูรพวกนายเอง สนใจมาแข่งกันไหมว่าใครจะดวงดีกว่ากัน? ใครแพ้เลี้ยงข้าวเย็น ตกลงไหม?"
หินแร่อสูร ว่ากันว่าเป็นแร่ธาตุที่ขุดได้จากต่างโลก คล้ายกับการพนันหยก แต่สิ่งที่อยู่ข้างในนั้นพิสดารและหลากหลายกว่ามาก ไม่ว่าจะเป็นวัสดุต่างๆ พืชวิญญาณ สัตว์อสูร หรือแม้แต่ทักษะวิชา ก็มีโอกาสพบได้ทั้งนั้น ซูไป๋เหลือบมองร้านค้าฝั่งตรงข้ามที่กำลังคึกคัก
"ในเมื่อนายเลี้ยง งั้นฉันยอมไปดูก็ได้" ซูไป๋ผายมือ ของพวกนี้มีไว้เพื่อความบันเทิงเท่านั้น โอกาสที่จะเจอสมบัติล้ำค่าจากหินพวกนี้แทบจะเป็นศูนย์
ต่อให้เขามองเห็นข้อมูลของมัน เขาก็อาจจะไม่ได้ของดีอยู่ดี เพราะอัตราการออกของมันต่ำเตี้ยเรี่ยดิน
"งั้นจัดไป! คนดวงเฮงระดับจักรพรรดิอย่างฉันชอบเกมวัดดวงแบบนี้ที่สุด"
หยางโจวหัวเราะร่าและเดินนำไป
ซูไป๋ได้แต่ถูจมูก หมอนี่คงมีความเข้าใจคำว่า 'ดวงระดับจักรพรรดิ' ผิดไปไกลโข
"หินในโถงนี้ราคาก้อนละแปดร้อยหยวน เลือกได้ตามใจชอบเลยครับ ทางเรามีบริการผ่าหินให้ฟรี" หยางโจวจ่ายเงินเสร็จ พนักงานก็เข้ามาแนะนำทันที
"ต่างคนต่างเลือกนะ" หยางโจวบอกก่อนจะมุดเข้าไปในดงหิน
ซูไป๋ไม่ได้สนใจเขาและกวาดสายตามองไปรอบๆ ดูเหมือนว่าคนที่มาเล่นที่นี่ส่วนใหญ่จะพาสัตว์อสูรมาด้วย เห็นได้ชัดว่าเป็นพวกมือเก๋าที่เล่นบ่อย แม้จะมีการบอกว่าหินแร่อสูรเหล่านี้ปิดกั้นการรับรู้ทางวิญญาณและตรวจสอบไม่ได้ แต่ก็คงมีแพทเทิร์นหรือร่องรอยบางอย่างให้สังเกต ไม่มีอะไรที่สมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์
เมื่อเห็นสายตาของซูไป๋ คนสองสามคนก็เงยหน้าขึ้นมองเขา แววตาแฝงความรู้สึกบางอย่างที่อ่านไม่ออก ก่อนจะหันกลับไปสนใจเรื่องของตัวเองต่อ
ซูไป๋รู้ดีว่าคนพวกนี้สังเกตเห็นว่าเขาเป็นนักเรียน จึงมองด้วยสายตาดูแคลน คิดว่าเขาเอาเงินมาผลาญเล่น และรู้สึกเหนือกว่าอย่างประหลาด
นี่เป็นเรื่องปกติ เหมือนผู้เล่นเก่าในเกมที่มักจะรู้สึกเหนือกว่าผู้เล่นหน้าใหม่ และชอบที่จะอวดภูมิรู้ของตัวเอง
ท้ายที่สุดแล้ว การได้ขิงคนอื่นก็เป็นหนึ่งในแหล่งกำเนิดความสุขของมนุษย์
ซูไป๋ไม่ได้พูดอะไรและเดินไปเลือกหินของตัวเอง
หลังจากเดินดูรอบหนึ่ง ซูไป๋ก็พบว่าที่นี่ไม่มีของดีจริงๆ ส่วนใหญ่เป็นหินเปล่า
สิบนาทีผ่านไป ซูไป๋เห็นว่าหยางโจวและซูเย่วน้องชายของเขาเลือกเสร็จแล้ว เขาจึงหยิบหินก้อนหนึ่งที่เล็งไว้ก่อนหน้านี้ขึ้นมา
หินก้อนนี้มีขนาดประมาณกะละมัง แปดเหลี่ยม ผิวขรุขระเต็มไปด้วยรูพรุนสีดำเล็กๆ ดูคล้ายหินภูเขาไฟ
ข้างในไม่มีของล้ำค่าอะไร มีเพียงหยกทักษะธาตุไม้ระดับต้นที่ชื่อว่า 'ปรสิต'
มูลค่าของมันแค่หมื่นสองหมื่นเหรียญ แต่เหมาะเจาะพอดีกับภูตที่เขากำลังจะฟักออกมา
ความจริงแล้วในโถงนี้ไม่มีของดีอะไรเลย มูลค่าของที่ได้ก็ไล่เลี่ยกัน สู้หาของที่ตัวเองได้ใช้ประโยชน์จะดีกว่า
"พ่อหนุ่ม นี่คือหินที่เธอเลือกเหรอ? เพิ่งเคยมาครั้งแรกล่ะสิ หินที่เธอเลือกน่ะใช้ไม่ได้หรอก พวกเหลี่ยมมุมเยอะๆ แบบนี้มันเป็นแค่เศษหินชัดๆ ไม่มีทางได้ของดีหรอก"
คุณลุงสวมแว่นวัยสามสิบกว่าที่เลือกของตัวเองเสร็จแล้ว อดรนทนไม่ไหวที่จะปล่อยของ เขาปรี่เข้ามาหาซูไป๋ด้วยความกระตือรือร้น หวังจะได้รับสายตาชื่นชมจากมือใหม่ด้วยการอวดวิชาการดูหินของตน
"ไม่เป็นไรครับ ผมแค่เล่นขำๆ"
ซูไป๋ตอบกลับอย่างเฉยเมย
เขาไม่ได้อยากจะอวดอะไรแท้ๆ แต่ลุงคนนี้กลับอยากจะมาขิงใส่เขาเสียเหลือเกิน ปัญหาคือลุงถูกกำหนดไว้แล้วว่าต้องหน้าแตก เพราะซูไป๋คือลูกรักของพระเจ้า ลุงไม่มีทางชนะหรอก ต่อให้เป็นผู้เล่นสายเติมหนักแค่ไหน ก็สู้พวกใช้โปรแกรมโกงไม่ได้
หืม?
ปฏิกิริยาของซูไป๋ทำให้ลุงแว่นประหลาดใจ ทำไมไอ้หนูนี่ไม่เล่นตามบท?
ปกติแล้วพวกมือใหม่แบบนี้ พอโดนทักก็ต้องรีบเข้ามาขอคำชี้แนะและยืนฟังเขาโม้ด้วยความนอบน้อมสิ ท่าทีไม่แยแสแบบนี้มันคืออะไร?
"ฉันแนะนำให้เธอเปลี่ยนก้อนใหม่ดีกว่า เมื่อกี้ฉันเห็นสองก้อนที่ดูดีมาก..."
"ไม่ล่ะครับ ผมแค่รู้สึกว่าก้อนนี้มีของดี"
ซูไป๋ปฏิเสธและรีบเดินตรงไปยังโซนผ่าหิน
"เหอะ ไม่เชื่อคำเตือนผู้ใหญ่..."
...
"ซูไป๋ นายว่าฉันจะได้อะไร? ฉันรู้สึกสังหรณ์ใจว่าจะได้สมบัติระดับขุนพลขั้นสองแน่ๆ"
เมื่อซูไป๋เดินมาถึง หินของหยางโจวกำลังถูกผ่าอยู่บนเครื่องพอดี
"ไม่รู้สิ" ซูไป๋ส่ายหน้า ทั้งที่เขารู้เต็มอกว่าข้างในไม่มีอะไรเลย
"เหล่าจาง คุณว่าหินก้อนนั้นมีลุ้นไหม?"
คนอื่นๆ ที่รออยู่แถวนั้นเริ่มซุบซิบกัน
"หินก้อนนั้นไม่ต้องผ่าก็รู้ว่าว่างเปล่า ถ้ามีของนะ ฉันยอมหกสูงดื่มน้ำโชว์เลยเอ้า" เหล่าจางเหลือบมองแล้วพูดขึ้น
ซูไป๋หันไปมอง ก็พบว่าเหล่าจางคนนี้คือลุงแว่นคนเดิมที่เพิ่งมาอวดรู้ใส่เขาเมื่อกี้นั่นเอง
ไม่นานนัก หินของหยางโจวก็ถูกผ่าออก และแน่นอนว่าข้างในว่างเปล่า
"ไม่มีอะไรเลยจริงดิ? ดวงระดับจักรพรรดิของฉันหายไปไหนหมด? กระซิกๆ..."
"ไสหัวไปเลย อย่ามาทำเสียงแบ๊ว ขนลุก"
ซูไป๋ถลึงตาใส่หยางโจว เขาคาดเดาผลลัพธ์นี้ไว้นานแล้ว ก่อนจะยื่นหินของตัวเองให้ช่างผ่าต่อ
"เป็นไงเหล่าหวัง? ฉันบอกแล้วว่าไม่มีอะไร ไม่ใช่แค่ก้อนเมื่อกี้ที่ว่างเปล่า ก้อนที่กำลังผ่าอยู่นี่ก็ไม่มีทางมีของเหมือนกัน ถ้ามีนะ คราวนี้ฉันจะหกสูงดื่มน้ำ แล้วเดินด้วยมือกลับบ้านให้ดูเลย"
ลุงแว่นคนนี้ได้ทีขี่แพะไล่ ดูเหมือนแกจะพยายามชดเชยความรู้สึกที่ไม่ได้โชว์พาวเมื่อครู่ ครั้งนี้แกเลยพูดเสียงดังฟังชัดจนคนรอบข้างได้ยินกันทั่ว
"เชี่ย! มีของออกจริงๆ ด้วย?!"
สิ้นเสียงลุงแว่นไม่ทันไร เสียงตะโกนก็ดังขึ้น ที่หน้าตัดของหินแร่ซึ่งถูกเฉือนมุมออก ปรากฏสีเขียวมรกตเปล่งประกาย พร้อมกลิ่นหอมสดชื่นจางๆ ลอยออกมา
"บ้าน่า!" ลุงแว่นเงยหน้ามองด้วยความตะลึง เป็นไปได้ยังไงที่เศษหินแบบนั้นจะมีของ?!
ซูไป๋ผายมือออก "คุณลุงครับ เมื่อกี้บอกว่าจะหกสูงดื่มน้ำใช่ไหม?"
ในเมื่อลุงยืนยันที่จะแสดงกายกรรมหกสูงดื่มน้ำให้ได้ ผมก็คงขัดศรัทธาไม่ได้ นอกจากช่วยสงเคราะห์ให้สมหวัง
ซูไป๋: ╮(╯▽╰)╭
"ใช่ๆๆ หกสูงดื่มน้ำ แถมเดินกลับบ้านด้วยมือนะ ฉันได้ยินเต็มสองหู!"
"พวกเรารอดูอยู่นะลุง ห้ามเบี้ยวเชียว!"
"ใช่แล้วๆ..."
พวกไทยมุงนี่ชอบเรื่องดราม่าจริงๆ ยิ่งเรื่องใหญ่ยิ่งชอบ จนประเด็นหลักถูกลืมไปชั่วขณะ
"หกสูงก็หกสูงสิ ใครจะทำไม่ได้?"
เมื่อตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ลุงแกก็นับว่าเป็นคนจริงคนหนึ่ง แกจัดการหกสูงดื่มน้ำโชว์กลางถนน สร้างความบันเทิงให้ผู้คนถึงขีดสุด แต่สัตว์อสูรของแกถึงกับต้องเอามือปิดหน้าด้วยความอับอาย เจ้านายทำอะไรเนี่ย!
ระหว่างที่ลุงกำลังแสดงกายกรรม หินของซูไป๋ก็ผ่าเสร็จเรียบร้อย ตามคาด มันคือหยกทักษะ ส่วนหินที่ซูเย่วน้องชายเลือกมา ได้กระดูกสัตว์อสูรระดับทาส ซึ่งก็ทำให้เจ้าตัวดีใจมาก เพราะมันมีมูลค่าหนึ่งถึงสองพันหยวน เอาไปทำกริชสวยๆ ได้เล่มหนึ่ง
ตอนที่ทั้งสามคนเดินออกมา ลุงแว่นยังคงหกสูงดื่มน้ำอย่างขะมักเขม้น ดูท่าทางแกจะมีความสุขดี ซูไป๋เริ่มรู้สึกว่าเขาอาจมองแกผิดไป บางทีเจตนาที่แท้จริงของลุงแกอาจจะแค่อยากหาเรื่องหกสูงดื่มน้ำโชว์ก็ได้?
เพราะดูจากท่าทางแล้ว แกดูชำนาญมาก เหมือนไม่ใช่ครั้งแรกที่ทำแบบนี้