เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 8 : เมื่อไหร่จะได้ลงไปโลกมนุษย์?

ตอนที่ 8 : เมื่อไหร่จะได้ลงไปโลกมนุษย์?

ตอนที่ 8 : เมื่อไหร่จะได้ลงไปโลกมนุษย์?


หลายวันต่อมา—

คำว่า 'หลายวัน' ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงเวลาแบบ 'หนึ่งวันบนสวรรค์เท่ากับหนึ่งปีบนโลกมนุษย์' แต่หมายถึงระยะเวลาตามวันจริงของโลกมนุษย์

แม้ในโลกไซอิ๋วจะมีคำกล่าวว่า 'หนึ่งวันบนสวรรค์เท่ากับหนึ่งปีบนโลกมนุษย์' ทว่าในความเป็นจริงแล้ว การไหลของเวลาบนสวรรค์และโลกมนุษย์นั้นเท่าเทียมกัน เพียงแต่ชีวิตอันแสนสุขสบายบนสวรรค์ทำให้ผู้คนเผลอลืมเลือนเวลาไปโดยไม่รู้ตัว

เปรียบเสมือนตอนที่เรานอนหลับหรืออ่านนิยายเพลินๆ เวลาหลายชั่วโมงก็ผ่านไปในพริบตา แต่ช่วงห้านาทีก่อนเลิกงานหรือเลิกเรียนกลับยาวนานราวกับครึ่งค่อนชั่วโมงอย่างไรอย่างนั้น

ตลอดหลายวันที่ผ่านมา หลี่อันหรานพยายามสื่อสารกับ 'รากวิญญาณท้อสวรรค์' อยู่ตลอด แต่ผลลัพธ์กลับแทบเป็นศูนย์

แม้บางครั้งจะสัมผัสถึงตัวตนของรากวิญญาณได้บ้าง แต่มันก็เลือนรางยิ่งนัก ความรู้สึกวูบไหวเพียงชั่วครู่ชั่วยามนั้นราวกับภาพลวงตา

เห็นได้ชัดว่าวันนั้น เง็กเซียนฮ่องเต้และพระแม่หวังหมู่คงล่วงรู้ถึงพฤติกรรมคิดระเบิดตัวเองของรากวิญญาณท้อสวรรค์แล้ว จึงได้เพิ่มการผนึกให้แน่นหนายิ่งขึ้น

แม้จะกังวลใจ แต่หลี่อันหรานก็แอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก

เพราะมองในอีกมุมหนึ่ง อย่างน้อยรากวิญญาณท้อสวรรค์ก็จะปลอดภัยไปอีกระยะหนึ่ง

[ใจเย็นไว้ ข้าต้องใจเย็นเข้าไว้]

[เรื่องแบบนี้จะรีบร้อนไม่ได้]

[เง็กเซียนฮ่องเต้และพระแม่หวังหมู่ปกครองสามโลกมาเนิ่นนาน บำเพ็ญเพียรมานับไม่ถ้วน แถมยังเคยเป็นศิษย์รับใช้ข้างกายของปรมาจารย์หงจวิน ตบะบารมีและความแข็งแกร่งของทั้งสองพระองค์นั้นลึกล้ำสุดหยั่งถึง หากข้าบุ่มบ่ามทำอะไรลงไป รังแต่จะพาตัวเองไปตายเปล่า ถึงตอนนั้นทุกอย่างก็จบเห่]

[สิ่งที่ข้าต้องทำในตอนนี้คือเร่งพัฒนาฝีมือ และรอคอยโอกาสอย่างอดทน]

หลี่อันหรานสูดลมหายใจเข้าลึกๆ หลายครั้งกว่าจะสงบสติอารมณ์ลงได้

เขาหลับตาและตรวจสอบสภาพภายในร่างกายของตนเอง

ด้วย 'ปราณไม้กำเนิดฟ้า' มหาศาลที่หลั่งไหลเข้ามา ผลประโยชน์ที่ได้รับนั้นมหาศาลนัก

เพียงแค่พื้นฐานดั้งเดิม หากนับย้อนไปตั้งแต่กำเนิดโลก เขาคงเป็นท้อสวรรค์ลูกแรกของโลกอย่างไม่ต้องสงสัย

และในแง่ของการบำเพ็ญเพียร การได้รับส่วนแบ่งผลการบำเพ็ญจากรากวิญญาณท้อสวรรค์มาเต็ม 100% ทำให้ระดับของเขาพุ่งทะยานจาก 'ขั้นหลอมรวมความว่างเปล่าระยะกลาง' ข้ามไปถึง 'ขั้นเทียนเซียนระดับสูงสุด' ในรวดเดียว

ตามหลักแล้ว เขาควรจะสุกงอมเต็มที่และสามารถแปลงร่างเป็นมนุษย์ได้แล้ว

ทว่าเนื่องจากพื้นฐานดั้งเดิมที่ถูกยกระดับขึ้นอย่างมหาศาลจนเกินเหตุ ทำให้ไม่เพียงแต่เขายังไม่สุกงอม แต่กลับยิ่งห่างไกลจากความสุกงอมออกไปอีก

หลี่อันหรานประเมินว่า เขาคงต้องทะลวงผ่านไปให้ถึง 'ขั้นเสวียนเซียนระยะต้น' หรืออาจจะต้องใช้เวลานานกว่านั้น ถึงจะสามารถแปลงร่างได้

ส่วนเรื่องความแข็งแกร่งที่แท้จริงนั้น ก็เหมือนที่เจ้าลิงเคยพูดไว้ เขาไม่เคยสู้กับใคร เลยไม่รู้แน่ชัดว่าตัวเองเก่งแค่ไหน

ครึ่งเดือนผ่านไปไวเหมือนโกหก

วันหนึ่ง ขณะที่หลี่อันหรานกำลังซ่อนตัวบำเพ็ญเพียรอยู่ใต้ใบไม้ จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงลมพัดวูบดังขึ้น

[หือ? เจ้าลิงกลับมาแล้ว?]

ผู้ที่สามารถเข้าออกสวนท้อสวรรค์ได้อย่างอิสระและกล้าขี่เมฆเหาะเหินเข้ามาอย่างโจ่งแจ้งเช่นนี้ นอกจากเจ้าลิงแล้วคงไม่มีผู้อื่น

หลี่อันหรานชะโงกหน้าออกไปมองแล้วก็ต้องตะลึงงัน

ลิงที่อยู่ตรงหน้านั้นสภาพดูไม่ได้ เนื้อตัวมอมแมมเต็มไปด้วยฝุ่น ขนร่วงเป็นหย่อมๆ เกราะทองหม่นหมองและฉีกขาด มงกุฎปีกหงส์ม่วงทองหักไปข้างหนึ่ง เขาทรุดตัวนั่งลงกลางสวนท้อ ไร้ซึ่งความผ่าเผยและหยิ่งทะนงเหมือนตอนก่อนจากไปโดยสิ้นเชิง

ทว่า แววตาของลิงศิลายังไม่ยอมแพ้ เขากัดฟันกรอด พึมพำอะไรบางอย่างกับตัวเองไม่หยุด

[เจ้าลิงสภาพดูไม่ได้เลย!]

[โดนเผาจนเกรียมขนาดนี้ ฝีมือเกราะครอบเก้ามังกรอัคคีของไท่อี่เจินเหริน? หรือพัดห้าไฟเจ็ดวิหคของเต้าเต๋อเจินจวินกันนะ?]

หลี่อันหรานยอมรับว่าแอบสมน้ำหน้าอยู่ลึกๆ หลังจากอดกลั้นอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดเขาก็ทนความอยากรู้อยากเห็นไม่ไหว ค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้แล้วเอ่ยถาม "ศิษย์พี่ ท่านไปประมือกับใครมาหรือ?"

ลิงศิลาตวัดสายตามองหลี่อันหรานอย่างดุดัน ก่อนจะคำรามในลำคอ "ท่านผู่ฮว่าเทียนจุน..."

[ไม่ได้ยินที่ข้าพูดรึไง? เล่นวิ่งไปท้าตัวตึงระดับบอสเลยเหรอเนี่ย?]

[ถ้ามองในแง่นี้ ก็ไม่น่า...]

ขณะที่หลี่อันหรานกำลังคิด ลิงศิลาก็พูดต่อ "...ข้าไม่ได้ประมือด้วย"

หลี่อันหรานชะงักกึก

ทั่วทั้งสวนท้อสวรรค์ราวกับถูกกดปุ่มหยุดเวลาชั่วขณะ

เสียงลมและเสียงใบไม้ไหวดูเหมือนจะเงียบหายไป

เขาเงยหน้ามองลิงศิลาอย่างพินิจพิเคราะห์ อยากจะแน่ใจว่าหูฝาดไปหรือไม่ แต่กลับพบว่าใบหน้าของลิงศิลาเรียบเฉย

มองอีกครั้ง ก็ยังเรียบเฉย

พอมองซ้ำอีกที

ลิงศิลาก็เริ่มโมโหแก้เขิน "มองอะไรของเจ้า! ห๊ะ? อยากจะลองดีกับข้าบ้างหรือไง?"

"ไม่ๆๆ ข้าหรือจะเป็นคู่มือของศิษย์พี่ได้!"

หลี่อันหรานรีบปฏิเสธเป็นพัลวัน กลัวเรื่องจะลุกลามจนเจ็บตัว แต่ในใจกลับร้องลั่น

[คุณพระช่วย!]

[เจ้าลิงนี่ห้าวเป้งจริงๆ!]

[นี่เขาไปท้าดวลศิษย์รุ่นสองระดับบิ๊กๆ ของทั้งสำนักฉานเจี้ยวและเจี๋ยเจี้ยวบนสวรรค์มาคนเดียวหมดเลยเรอะ!]

[แถมยังบินกลับมาได้อีก สุดยอด! สุดยอดจริงๆ! ข้าหลี่อันหรานนับถือจากใจ!]

หลี่อันหราน?

ไม่ใช่หลี่ฉางโซ่วหรอกรึ?

ลิงศิลากัดฟันกรอดในใจ เจ้าท้อน้อยนี่ไม่มีความจริงใจเลยสักคำ!

เมื่อนึกถึงประสบการณ์ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ลิงศิลาก็มีสีหน้าห่อเหี่ยวลงเล็กน้อย

วันนั้นเดิมทีเขาตั้งใจจะบุกไปจวนสายฟ้าเพื่อท้าดวลกับสามยอดฝีมือ แต่พอนึกถึงคำเตือนทิ้งท้ายของหลี่อันหราน เขาก็ลังเลและเปลี่ยนเป้าหมายไปที่ตำหนักเทพแห่งโชคลาภที่อยู่ใกล้ๆ แทน

เทพแห่งโชคลาภ ผู้ดูแลเรื่องเงินๆ ทองๆ ตามหลักแล้วฝีมือน่าจะงั้นๆ แต่ความจริงกลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง

เขาต้องอ้อนวอนแกมบังคับอยู่นานกว่าจ้าวกงหมิงจะยอมประมือด้วย

ผลปรากฏว่า ไม่ถึงสิบกระบวนท่า เขาถูกแส้ของจ้าวกงหมิงฟาดร่วงลงไปกองกับพื้น

เขาไม่ยอมแพ้!

ลุกขึ้นสู้ใหม่ แล้วก็ร่วงในสิบกระบวนท่าอีกครั้ง

พอจะลองครั้งที่สาม จ้าวกงหมิงเริ่มรำคาญ เลยใช้เชือกมัดมังกรจับเขามัดติดกับเสาหินในตำหนักเทพแห่งโชคลาภเสียเลย

โชคดีที่เขารู้วิชาสะเดาะกลอน อาศัยจังหวะที่จ้าวกงหมิงไม่อยู่แอบหนีออกมาได้ ไม่งั้นไม่รู้จะต้องโดนขังลืมไปอีกนานแค่ไหน

หลังจากนั้น เขาคิดว่าศิษย์สำนักเจี๋ยเจี้ยวตอแยไม่ได้ งั้นไปหาพวกสำนักฉานเจี้ยวแทนดีกว่า

ผลลัพธ์คือ...

ตูม! ผัวะ! เปรี้ยง! ปึก! บึ้ม!

มันไม่ใช่การประลองเลยสักนิด!

มันคือการโดนยำอยู่ฝ่ายเดียวชัดๆ!

สารพัดของวิเศษถูกงัดออกมาใช้อย่างไร้เหตุผลสิ้นดี!

บางคนเขายังพอรู้ตัวว่าโดนอะไรซัดร่วง แต่บางคนยังไม่ทันตั้งตัวก็โดนซัดกระเด็นไปแล้ว

พอกลับมาตั้งสติได้ อีกฝ่ายก็หายตัวไปแล้ว

ช่วงท้ายๆ เขาแทบจะเกาะขอบเหว อยากจะกู้หน้าคืนบ้าง

ไม่หวังชนะ ไม่หวังเสมอ ขอแค่ยืนระยะได้สักสิบยี่สิบเพลงยุทธ์ก็ยังดีไม่ใช่หรือ?

แต่ทว่า...

พอนึกถึงตราประทับที่ใหญ่โตราวกับภูเขาที่ฟาดลงมาใส่เขาจนจมดิน

ลิงศิลาก็ตัวสั่นสะท้าน รู้สึกปวดร้าวไปถึงกระดูกและเส้นเอ็น

"ศิษย์พี่ ท่านไม่ต้องคิดมากไปหรอก"

หลี่อันหรานปลอบโยน "พวกที่ข้าเอ่ยชื่อไปล้วนเป็นยอดฝีมือระดับแนวหน้าของสามโลก บำเพ็ญเพียรมาอย่างน้อยก็นับพันนับหมื่นปี หรืออาจจะเป็นล้านปี ท่านเพิ่งบำเพ็ญเพียรมาได้กี่ปีเชียว? แพ้พวกเขาไม่ใช่เรื่องน่าอาย ด้วยฝีมือของท่านก็นับว่าหาตัวจับยากในสามโลกนี้แล้ว"

"แพ้ก็คือแพ้! เล่าซุนไม่ต้องให้เจ้ามาปลอบใจหรอก!" ลิงศิลาแค่นเสียงฮึดฮัด แต่ในใจก็รู้สึกดีขึ้นมาบ้าง

แต่ทันใดนั้น เขาก็ได้ยินเสียงความคิดของหลี่อันหราน

[เจ้าลิงนี่เหมือนสุนัขกัดลวี่ต้งปินจริงๆ แยกแยะเจตนาดีไม่ออก]

[ด้วยฝีมือของเขาตอนนี้ อย่างมากก็เทียบได้แค่ศิษย์รุ่นสามระดับหัวกะทิของเจี๋ยเจี้ยวอย่างเหวินจ้ง, ยู๋หยวน หรือเจ้าแม่วิญญาณอัคคีเท่านั้นแหละ]

[ส่วนหยางเจี่ยนที่เป็นอันดับหนึ่งของรุ่นสาม คงต้องรอให้เจ้าลิงกินลูกท้อสวรรค์เข้าไปก่อนถึงจะพอฟัดพอเหวี่ยงได้]

[แต่หยางเจี่ยนเองก็นิสัยขบถ แถมยังเป็นจอมสร้างภาพ มีแต่เจ้าตัวเท่านั้นที่รู้ว่าตอนนั้นใช้ฝีมือจริงไปเท่าไหร่ และออมมือไว้แค่ไหน]

ไฟโทสะในใจลิงศิลาลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง

โดยเฉพาะคำว่า 'ออมมือ' มันช่างบาดใจเหลือเกิน

เจ้าท้อน้อยนี่จิตใจอำมหิตนัก!

ปากบอกว่าฝีมือข้าหาตัวจับยากในสามโลก แต่ในใจกลับคิดว่าข้าเทียบได้แค่อันดับสามของรุ่นหลานงั้นรึ?

ชื่อเสียงของเล่าซุนที่ผ่านมา ได้มาเพราะคนเขาออมมือให้งั้นหรือ?

หยามกันเกินไปแล้ว!

เมื่อคิดได้ดังนั้น ลิงศิลาก็ทนนั่งอยู่ไม่ไหว ไม่สนใจเสียงเรียกของหลี่อันหรานที่ไล่หลังมา เรียกเมฆตีลังกาเหาะพุ่งออกจากสวนท้อสวรรค์ทันที

เขาไม่รู้ว่าหยางเจี่ยนเป็นใคร แต่ในเมื่อถูกหลี่อันหรานเรียกว่า 'อันดับหนึ่งของรุ่นสาม' ฝีมือย่อมต้องเหนือกว่านาจาแน่ๆ งั้นปล่อยมันไปก่อน!

แต่เขาคุ้นชื่อเหวินจ้ง, ยู๋หยวน และเจ้าแม่วิญญาณอัคคี

โดยเฉพาะเหวินจ้ง เมื่อไม่กี่วันก่อนตอนผ่านกรมอัสนี เขาเคยเห็นหน้ามาแล้วครั้งหนึ่ง

หัวหน้าเทวดากรมอัสนีผู้เคร่งขรึม ทำหน้าบอกบุญไม่รับ ถือไม้กวาดกวาดพื้นอยู่ทั้งวัน ดูไม่ต่างอะไรกับเด็กรับใช้ทั่วไป

เล่าซุนไม่เชื่อหรอกว่าจะเอาชนะเจ้านั่นไม่ได้!

......

ห้าวันต่อมา ณ สวนท้อสวรรค์

ลิงศิลา: "เจ้าท้อน้อย พวกเราจะลงไปโลกมนุษย์กันเมื่อไหร่?"

หลี่อันหราน: "???"

จบบทที่ ตอนที่ 8 : เมื่อไหร่จะได้ลงไปโลกมนุษย์?

คัดลอกลิงก์แล้ว