- หน้าแรก
- ชะตาลับใต้ต้นท้อ
- ตอนที่ 6 : ลองดูสักตั้ง
ตอนที่ 6 : ลองดูสักตั้ง
ตอนที่ 6 : ลองดูสักตั้ง
หลี่อันหรานจนปัญญา จึงได้แต่พูดไปตามตรง "ศิษย์พี่ ท่านเป็นวานรวิเศษที่ถือกำเนิดจากฟ้าดิน แต่ข้าเป็นเพียงมนุษย์เดินดินที่มายึดร่างลูกท้อ เง็กเซียนฮ่องเต้คงไม่ปล่อยข้าไปง่ายๆ หรอก"
"เจ้าท้อน้อย ที่แท้เจ้าก็กังวลเรื่องนี้นี่เอง!"
เมื่อเห็นหลี่อันหรานหลงกล ลิงศิลาก็เลิกแกล้งโง่ เข้าประเด็นทันที "วางใจเถอะ มีเล่าซุนอยู่ทั้งคน ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าต้องลำบากใจเด็ดขาด! อย่างมากข้าก็แค่พาเจ้าก่อกบฏต่อสวรรค์อีกรอบ เง็กเซียนฮ่องเต้จะทำอะไรข้าได้?"
แม้จะพยายามทำตัวให้ดูปกติที่สุด แต่ลึกๆ แล้วลิงศิลาก็ยังประหม่าอยู่บ้าง
ไม่ใช่ประหม่าเรื่องก่อกบฏต่อสวรรค์ แต่ประหม่าว่าเขาจะสามารถล้วงความลับที่ต้องการจากความคิดของหลี่อันหรานได้หรือไม่ต่างหาก
โชคดีที่หลี่อันหรานไม่ทำให้เขาผิดหวัง ปากก็เอ่ยห้ามปรามอย่างจริงใจว่า "ศิษย์พี่ เรื่องเล็กน้อยของข้า อย่าทำให้เป็นเรื่องใหญ่โตเลย ท่านแค่พาข้าแอบลงไปโลกมนุษย์เงียบๆ ก็พอ"
แต่ในใจกลับบ่นอุบ
[เขาไปเชิญพระยูไลจากสวรรค์ตะวันตกมากดทับเจ้าใต้ภูเขาห้านิ้วได้ แถมยังจับเจ้ากินลูกเหล็กกินน้ำทองแดงตั้งห้าร้อยปีเชียวนะ]
พระยูไลที่เง็กเซียนฮ่องเต้เชิญมา?!
รูม่านตาของลิงศิลาหดเกร็ง
เมื่อปะติดปะต่อกับสิ่งที่ได้ยินจากความคิดของหลี่อันหรานก่อนหน้านี้ — "เง็กเซียนฮ่องเต้กำลังวางเบ็ด รอให้เขาขโมยท้อสวรรค์" "หลงกลพระยูไล" "เจ็ดสิบสองจอมมารและลูกสมุนลิงล้มตายหรือบาดเจ็บ" "ปลีกตัวจากเผ่าพันธุ์มาร" — เขาก็เข้าใจกระจ่างแจ้งทันที
เล่าซุนเข้าใจแล้ว!
ทั้งหมดนี้เป็นฝีมือของเง็กเซียนฮ่องเต้!
เริ่มจากแต่งตั้งให้ข้าเป็นฉีเทียนต้าเซิ่ง เพื่อตัดขาดข้าจากพี่น้องร่วมสาบาน ทำให้ข้ากลายเป็นหมาป่าโดดเดี่ยว
จากนั้นก็วางกับดักที่สวนท้อ พยายามทุกวิถีทางยั่วยุให้ข้าขโมยท้อและละเมิดกฎสวรรค์
สุดท้ายก็ร่วมมือกับพระยูไล กดทับข้าไว้ใต้ภูเขาห้านิ้วอย่างชอบธรรม บังคับให้ข้ากินลูกเหล็กน้ำทองแดงทรมานถึงห้าร้อยปี!
ด้วยวิธีนี้ ลูกหลานวานรของข้า และเจ็ดสิบสองจอมมารเหล่านั้น ก็จะมีแต่ต้องตาย หนีเตลิด หรือถูกจับกุม!
ยิ่งคิดลิงศิลาก็ยิ่งขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน ไฟโทสะลุกโชนในอก
เจ้าเง็กเซียนเฒ่า!
เห็นหน้าตาดูใจดีมีเมตตา วาจาไพเราะเสนาะหู ที่แท้กลับมีจิตใจต่ำช้าสามานย์ยิ่งนัก!
หลี่อันหรานหารู้ไม่ว่า ลิงศิลาได้อนุมานคำตอบเช่นนี้ออกมาจากความคิดเพียงไม่กี่คำของเขา ซึ่งแม้จะไม่ผิดเสียทีเดียว แต่ก็ไม่ใช่ความจริงทั้งหมดแน่นอน
จู่ๆ เห็นลิงศิลาทำหน้าตาถมึงทึงราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ หลี่อันหรานก็สะดุ้งโหยง
[เจ้าลิงนี่เป็นอะไรไป? ทำไมดูประสาทๆ ชอบกล ข้ายังไม่ได้พูดอะไรเลย ทำไมต้องกัดฟันกรอดขนาดนั้น?]
ทันใดนั้น ลิงศิลาก็หันมาฉีกยิ้มกว้าง แววตาเป็นประกายด้วยความตื่นเต้น "เจ้าท้อน้อย ว่าอย่างไร ถ้าเราจะย้ายสวนท้อสวรรค์ทั้งสวนนี้ไปไว้ที่เขาฮัวกั๋วซานเลยล่ะ?"
"???!!!" หลี่อันหรานจ้องมองลิงศิลาตาค้าง
เขาช็อกไปแล้ว
[ข้าแค่อยากให้เจ้าพาข้าลงไปโลกมนุษย์ แต่เจ้าเล่นจะยกสวนท้อไปทั้งสวนเลยเนี่ยนะ? ทำไมไม่ขึ้นไปบนสวรรค์... ไม่สิ ไปตำหนักจื่อเซียวเลยล่ะ!]
[เขาเห็นสวรรค์เป็นอากาศธาตุ และเห็นเง็กเซียนฮ่องเต้กับพระแม่หวังหมู่เป็นตุ๊กตาดินปั้นจริงๆ สินะ]
ตำหนักจื่อเซียว?
มันคือสถานที่ใดกัน?
เมื่อเห็นว่าตบตาได้สำเร็จ ลิงศิลาก็ลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก
แต่พอคิดดูดีๆ ไอเดียเมื่อกี้ก็เข้าท่าไม่หยอก
ถ้าย้ายสวนท้อสวรรค์ไปไว้ที่เขาฮัวกั๋วซาน เง็กเซียนฮ่องเต้ต้องโกรธจนอกแตกตายแน่ๆ เขาจะได้ระบายความแค้น แถมยังได้จัดงานเลี้ยงลูกท้อกับพวกพี่ร่วมสาบานอย่างปีศาจวัวเพื่อคืนดีกันด้วย ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวชัดๆ!
หลี่อันหรานเห็นท่าทางกระตือรือร้นของลิงศิลาแล้ว ไม่เพียงแค่ตื่นตระหนก แต่เริ่มจะหน้ามืดตาลาย
"ศิษย์พี่ เรื่องนี้ทำไม่ได้เด็ดขาด! สวรรค์แห่งนี้ไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่ตาเห็น หากท่านย้ายสวนท้อไปจริงๆ สามโลกต้องลุกเป็นไฟแน่"
หลี่อันหรานรู้สึกหงุดหงิดใจแทบระเบิด
[เจ้าลิงนี่พึ่งพาไม่ได้จริงๆ! ข้าไม่น่าไปหวังพึ่งมันเลย! คราวนี้ข้าพลอยซวยไปด้วยแน่!]
[ต้องหยุดเขาให้ได้ ขืนรนหาที่ตายแบบนี้ จะลากข้าลงนรกไปด้วย]
[ถ้าออกไปจากสวรรค์ได้เมื่อไหร่ ข้าจะหนีไปให้ไกลสุดหล้าฟ้าเขียว! เจ้าลิงนี่มันตัวซวยชัดๆ!]
รนหาที่ตาย?
ลิงศิลาพอจะเดาความหมายได้ และเมื่อรวมกับประโยค "หนีไปให้ไกล" เขาก็เริ่มรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาบ้าง
เจ้าท้อน้อยนี่ดูถูกกันเกินไปแล้ว!
ในสายตามัน เล่าซุนไร้น้ำยาขนาดนั้นเชียวหรือ?
ลิงศิลาแสร้งทำเป็นโกรธกึ่งจริงกึ่งเล่น "ไม่เรียบง่าย? เหอะ มันจะไม่เรียบง่ายตรงไหน? เล่าซุนใช่ว่าจะไม่เคยประมือกับพวกมันมาก่อน หลี่จิ้งกับนาจานั่นก็ไม่ได้มีอะไรวิเศษวิโส"
"ศิษย์พี่ หลี่จิ้งกับนาจามีชื่อเสียงโด่งดังในสามโลกก็จริง แต่ถ้าพูดถึงฝีมือ พวกเขาไม่ติดอันดับยอดฝีมือในสวรรค์หรอก"
หลี่อันหรานรู้สึกเหนื่อยใจ มีเรื่องอยากจะบ่นมากมายจนไม่รู้จะเริ่มตรงไหนดี
[หลี่จิ้งน่ะไร้ประโยชน์สิ้นดี ได้เป็นแม่ทัพสวรรค์ก็เพราะมีลูกชายเก่งๆ เท่านั้นแหละ]
[นาจาน่ะมีฝีมือจริง แต่ในฐานะกบฏหมายเลขหนึ่งของสวรรค์ ใครก่อกบฏเขาก็ช่วยคนนั้น ตอนสู้น่ะเขาออกแรงแค่ไหนหรือออมมือไว้แค่ไหน มีแต่เจ้าตัวที่รู้]
[พวกเทพเซียนบนสวรรค์พวกนั้น วันๆ ก็เอาแต่อู้งาน รอสมน้ำหน้าชาวบ้าน]
[ที่เจ้าลิงต้องลงเอยแบบนี้ ก็เป็นเพราะฝีมือพวกเทพหน้าไหว้หลังหลอกพวกนี้ทั้งนั้นแหละ]
นาจาออมมือ? เทพเซียนบนสวรรค์คอยสมน้ำหน้า?
ลิงศิลาชะงักงัน ยากจะทำใจยอมรับและยากจะเข้าใจ
แต่พอย้อนนึกถึงการต่อสู้กับนาจา เขาก็สังเกตเห็นรายละเอียดบางอย่าง
นั่นคือตอนที่เขาใช้วิชาร่างนอกกายลอบโจมตีนาจา
หอกอัคคีในมือนาจาลดระดับลงครึ่งนิ้ว และจังหวะที่เขาเบี่ยงตัวหลบนั่นเอง แขนขวาของนาจาถึงถูกเขาทำร้ายได้
ตอนนั้นเขาคิดว่านาจาตื่นตระหนกจนพลาดท่า แต่พอมาคิดดูตอนนี้ เห็นได้ชัดว่านาจาพยายามจะใช้ด้ามหอกรับการโจมตีต่างหาก
แต่การเคลื่อนไหวนั้นกลับหยุดชะงักกลางคัน
ลิงศิลากำหมัดแน่น ไฟโทสะลุกโชนในใจไม่แพ้ความแค้นที่มีต่อเง็กเซียนฮ่องเต้และพระยูไล
ดี ดี ดีมาก! เจ้าองค์ชายสามนาจา! กล้าดูถูกเล่าซุนถึงเพียงนี้ เล่าซุนจะไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่!
แม้จะโกรธจัด แต่คราวนี้ลิงศิลาควบคุมอารมณ์ได้ดี ไม่แสดงพิรุธใดๆ ออกมาทางสีหน้าอีก
เขายังคงไม่ลืมที่จะหลอกถามข้อมูลต่อไป
"เจ้าท้อน้อย อย่ามาหลอกข้าเสียให้ยาก! ขนาดแม่ทัพสวรรค์หลี่จิ้งกับองค์ชายสามนาชายังไม่ติดอันดับ แล้วจะมีใครเก่งกว่านี้อีก?"
หลี่อันหรานเริ่มร่ายรายชื่อทันที "ผู้เฒ่าขั้วโลกใต้ (หนานจี๋เซียน), ไท่อี่จิ้วขู่เทียนจุน (ไท่อี่เจินเหริน), หลินเป่าต้าฝ่าซือ (ปรมาจารย์หลิงเป่า), เต้าเต๋อเทียนจุน, ชิงสวีเต้าเต๋อเจินจวิน, อวิ๋นจงจื่อ, กวงเฉิงจื่อ..."
[ศิษย์รุ่นสองแห่งสำนักชาน เจ้าลิงสู้ไม่ได้สักคน]
ลิงศิลา: "???"
"เจ้าแม่สามสมุทร (ซานเซียว), เต้าหมู่หยวนจวิน (จินหลิงเซิ่งหมู่), อู๋ตังเหล่าหมู่, เทพแห่งโชคลาภ จ้าวกงหมิง..."
[ศิษย์รุ่นสองแห่งสำนักเจี๋ย เจ้าลิงก็สู้ไม่ได้สักคนเหมือนกัน]
ลิงศิลา: "!!!"
สำนักชาน? สำนักเจี๋ย?
มันคือสิ่งใดกัน? เหตุใดเล่าซุนไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน?
แล้วทำไมเจ้าท้อน้อยถึงบอกว่าเล่าซุนสู้ไม่ได้สักคน?
เห็นหลี่อันหรานร่ายยาวไม่หยุด ลิงศิลาทนไม่ไหวต้องเอ่ยขัด "เดี๋ยว! รายชื่อเทพเซียนที่เจ้าว่ามา ส่วนใหญ่เล่าซุนก็เคยเห็นหน้าค่าตามาบ้าง ฐานะของพวกเขาอาจจะสูงกว่าหลี่จิ้งและนาจาจริง แต่เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าฝีมือพวกเขาเหนือกว่าหลี่จิ้งและนาจา?"
หลี่อันหรานตอบว่า "พวกท่านล้วนเป็นศิษย์ลุงศิษย์อาของนาจา ระดับการบำเพ็ญเพียรและอิทธิฤทธิ์ย่อม..."
ถึงตรงนี้ ลิงศิลาพูดแทรกขึ้นทันที "ต่อให้เป็นศิษย์ลุงศิษย์อา ตบะก็ใช่ว่าจะสูงกว่านาจาเสมอไปไม่ใช่รึ? และต่อให้ตบะสูงกว่า ฝีมือการต่อสู้ก็อาจจะไม่แกร่งกว่านาจาก็ได้นี่? เจ้าท้อน้อย พูดแค่นี้เจ้าโน้มน้าวเล่าซุนไม่ได้หรอก!"
หลี่อันหรานถึงกับพูดไม่ออก
[จะอธิบายยังไงดีล่ะเนี่ย? จะให้เล่าเรื่องตำนานห้องสิน (สถาปนาเทวดา) งั้นรึ?]
[ขืนเล่าเรื่องนั้น มันจะพาลโยงไปถึงเรื่องราวอีกมากมายก่ายกอง]
[ไม่ได้การ ไม่ได้การ แบบนั้นไม่ได้]
ตำนานห้องสิน?
แสดงว่าเทพเซียนพวกนี้ก็ไม่ได้เกิดมาเป็นเทพเลยสินะ!
ลิงศิลายิ่งไม่เชื่อถือเข้าไปใหญ่ แค่นเสียงฮึในลำคอแล้วกล่าวว่า "ในเมื่อเจ้าอธิบายไม่ได้ งั้นเล่าซุนจะไปลองของกับพวกมันดูเอง! ใครเก่งใครอ่อนเดี๋ยวก็ได้รู้กัน!" พูดจบเขาก็เรียกเมฆตีลังกาเหาะพุ่งออกจากสวนท้อไปทันที
"???!!!"
หลี่อันหรานตกใจแทบสิ้นสติ อยากจะห้ามก็ไม่ทันการ ได้แต่ตะโกนไล่หลังอย่างร้อนรนว่า "อย่าไปหาเรื่องเจ้าแม่สามสมุทรเชียวนะ..."
ยังพูดไม่ทันจบ ลิงศิลาก็หายวับไปจากสายตาแล้ว ไม่รู้ว่าได้ยินที่เขาเตือนหรือเปล่า