เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 3 : เป็นไปไม่ได้!

ตอนที่ 3 : เป็นไปไม่ได้!

ตอนที่ 3 : เป็นไปไม่ได้!


เจ้าลิงสะดุ้งตกใจ แต่พอมาใคร่ครวญดูให้ดีก็พบว่าสมเหตุสมผล

ในสวนท้อสวรรค์แห่งนี้ หากไม่ใช่เจ้าที่หรือทหารสวรรค์ สิ่งที่หลงเหลืออยู่นอกจากต้นท้อมากมายก่ายกอง ก็มีเพียงผลท้อสวรรค์บนต้นเท่านั้น!

แต่ทว่า...

ท้อสวรรค์เพียงผลเดียวจะมีอิทธิฤทธิ์มากมายมหาศาลขนาดนี้เชียวหรือ?

ไม่เพียงแต่สามารถทำนายอดีตและอนาคตของข้าได้ แต่ยังคำนวณเรื่องราวเกี่ยวกับ 'ท่านอาจารย์' ของข้าได้อีกด้วย?

อีกอย่าง ทำไมเล่าซุนถึงได้ยินความคิดของมัน?

หรือว่าระหว่างมันกับเล่าซุนจะมีสายใยกรรมสัมพันธ์บางอย่างต่อกัน?

ในขณะที่ความคิดของเจ้าลิงกำลังแล่นเร็วปรื๋อ หลี่อันหรานที่อยู่อีกด้านหนึ่งกลับกำลังแตกตื่นจนทำอะไรไม่ถูก

เขาเคยได้ยินคำว่า 'ใจร้อนดั่งลิง' มาก่อน แต่นึกไม่ถึงเลยว่าลิงตัวนี้จะใจร้อนได้ขนาดนี้!

เขาเพิ่งจะเข้ามารับตำแหน่งใหม่ได้ไม่ถึงครึ่งชั่วยาม เจ้าลิงบ้านี่ก็เริ่มลงมือกับท้อสวรรค์แล้วหรือเนี่ย!

หลี่อันหรานบิดลำตัวอย่างแรง เบียดเสียดแนบชิดไปกับกิ่งไม้ แล้วใช้อิทธิฤทธิ์ 'เรียกลมเรียกฝน' เสกสายลมพัดใบไม้รอบๆ ให้ไหวติงมาบดบังร่างกายจนมิดชิด

ในสวนท้อสวรรค์มีต้นท้อถึงสามพันหกร้อยต้น และมีผลท้อนับไม่ถ้วน

ตามหลักเหตุผล หลังจากที่หลี่อันหรานซ่อนตัวแล้ว แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่เจ้าลิงจะหาเขาเจอในดงท้ออันกว้างใหญ่ไพศาลเช่นนี้

แต่ทว่า เป้าหมายของเจ้าลิงมีเพียงเขา และตัวเขาเองนั่นแหละที่เป็นผู้นำทางที่ดีที่สุดให้แก่เจ้าลิง

【เชี่ยเอ๊ย! ทำไมเจ้าลิงนั่นเดินมาทางนี้ล่ะ? ไปกินลูกใหญ่ๆ ตรงนู้นสิเว้ย!】

【เฮ้อ... ในที่สุดก็เดินผ่านไปสักที!】

【เฮ้ยๆๆ ทำไมเดินย้อนกลับมาล่ะ! เชี่ยเอ๊ย หยุดนะ! รีบหยุดเดี๋ยวนี้!】

【อย่าหาเจอสิ! อย่าหาเจอเซ่!】

【เชี่ย! ข้าซ่อนเนียนขนาดนี้ มันหาเจอได้ยังไงฟะ?】

【จบกัน จบเห่แล้ว ข้าโดนกินแน่!】

เจ้าลิงมองดูท้อสวรรค์ที่สั่นระริกอยู่ใต้ใบไม้ รู้สึกขบขันและคลายความระแวงลงไปมากโข

ดูจากสภาพนี้แล้ว คงไม่ใช่ยอดฝีมือผู้มีอิทธิฤทธิ์สะท้านฟ้าดินอะไรที่ไหน น่าจะเป็นแค่ผลท้อที่ได้รับวาสนาจนเกิดสติปัญญา และบังเอิญได้อิทธิฤทธิ์ในการหยั่งรู้อดีตอนาคตมาเสียมากกว่า

ที่สำคัญคือ เขาสามารถได้ยินความคิดของท้อผลนี้ แต่อีกฝ่ายดูเหมือนจะไม่รู้ตัวเลยสักนิด

เจ้าท้อน้อยนี่แอบนินทาเล่าซุนในใจฉอดๆ ต้องแกล้งให้ตกใจเล่นสักหน่อย!

ดวงตาของเจ้าลิงกลอกกลิ้งไปมา เขายื่นหน้าเข้าไปใกล้หลี่อันหราน สูดดมฟุดฟิดแล้วกลืนน้ำลายเอ่ยว่า "ท้อผลนี้ช่างน่ากินเสียจริง ขาวอมชมพู กลมเกลี้ยงอวบอิ่ม รสชาติต้องยอดเยี่ยมแน่ๆ"

【ไอ้ลิงเวรนี่!】

เสียงก่นด่าด้วยความโกรธเกรี้ยวสะท้อนก้องในหัว เจ้าลิงเห็นท้อน้อยตรงหน้าสั่นไปมาซ้ายขวา

แสงสีทองจางๆ ปรากฏขึ้น เริ่มจากดวงตากลมโตสองข้าง ตามด้วยปาก ผุดขึ้นมาบนผิวของท้อน้อย

การแปลงร่าง นี่เป็นสัญชาตญาณติดตัวของเผ่าพันธุ์ปีศาจ หลี่อันหรานเองก็ได้รับความสามารถนี้หลังจากระดับการบำเพ็ญเพียรเพิ่มขึ้น

แต่เนื่องจากต้นกำเนิดของเขาลึกล้ำเกินไปและตบะยังตื้นเขิน จึงยังไม่สามารถแปลงร่างเป็นมนุษย์ได้ ทำได้เพียงเสกอวัยวะบนใบหน้าออกมาเท่านั้น

"ท่านมหาเทพ โปรดอย่าล้อเล่นเลย! ท่านหาข้าเจอได้อย่างไร?" หลี่อันหรานกล่าวพร้อมรอยยิ้มเจื่อนๆ

เขาไม่เชื่อเรื่องความบังเอิญ

ในสวนท้อสวรรค์แห่งนี้มีลูกท้ออยู่อย่างน้อยเป็นหมื่นเป็นแสน เขาซ่อนตัวมิดชิดขนาดนี้ เจ้าลิงก็ยังอุตส่าห์เดินตรงมาหา แสดงว่าเจ้าลิงต้องมีวิธีการบางอย่างที่ตรวจจับเขาได้ และจงใจตามหาเขาแน่นอน

เจ้าลิงไม่ได้แสดงท่าทีแปลกใจ และไม่ได้เอ่ยปาก เพียงแต่จ้องมองเขาเขม็ง

'เคล็ดวิชาต้าปิ่นเทียนเซียน!'

ท้อน้อยผลนี้ฝึกเคล็ดวิชาต้าปิ่นเทียนเซียนด้วยหรือนี่!

ทันทีที่หลี่อันหรานแปลงร่าง เจ้าลิงก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันคุ้นเคยของเคล็ดวิชาต้าปิ่นเทียนเซียนจากตัวหลี่อันหราน

หรือว่าเจ้านี่จะเป็นศิษย์ของอาจารย์ด้วย?

มิน่าเล่า มันถึงได้รู้เรื่องราวของท่านอาจารย์!

แต่ทำไมข้าถึงได้ยินความคิดของมันล่ะ? เป็นเพราะเคล็ดวิชาต้าปิ่นเทียนเซียนเหมือนกันงั้นรึ?

แล้วทำไมมันถึงไม่ได้ยินความคิดข้า? หรือเป็นเพราะตบะมันยังอ่อนด้อย? หรือจะมีเหตุผลอื่น?

จิตใจของเจ้าลิงปั่นป่วนว้าวุ่น สมมติฐานต่างๆ ผุดขึ้นในหัวไม่หยุดหย่อน

ในขณะเดียวกัน ความคิดของหลี่อันหรานก็ยังคงดังสะท้อนเข้ามาในหัวของเขาอย่างต่อเนื่อง

【ข้าซ่อนตัวดีขนาดนี้ เจ้าลิงหาเจอได้ไงเนี่ย? ตอนนี้มันยังไม่มีเนตรอัคคีทองคำเสียหน่อย!】

【ถึงหาเจอแล้วก็ยังแกล้งทำท่าขู่ขวัญอีก? ถุย ไอ้ลิงเวร คิดว่าปู่ของเจ้าโง่หรือไง?】

【ทำไมไอ้ลิงบ้านี่ไม่พูดอะไรเลยวะ? จ้องหน้าข้าอยู่ได้ ไม่เคยเห็นท้อหล่อๆ หรือไง?】

【มอง มองอยู่นั่นแหละ ขืนมองอีกทีพ่อจะจับกินตับเสียเลย!】

"ท่านมหาเทพ? ท่านมหาเทพ?" เมื่อเห็นเจ้าลิงเงียบกริบ หลี่อันหรานจึงลองเรียกเบาๆ สองครั้ง "ท่านกำลังคิดอะไรอยู่หรือ?"

เจ้าลิงมองท้อน้อยที่ภายนอกดูนอบน้อมแต่ในใจด่าเขาว่า 'ไอ้ลิงเวร' ไม่หยุด แล้วตัดสินใจว่าจะไม่เปิดเผยเรื่องที่ตนได้ยินความคิดของอีกฝ่าย

ข้อแรกคือมันตลกดี ข้อสองคือเจ้าท้อน้อยนี่ไม่ธรรมดาจริงๆ

ก่อนที่จะถูกพบตัว มันดูตื่นตระหนกและหวาดกลัว แต่พอถูกเจอตัวเข้าจริงๆ กลับสงบสติอารมณ์ได้อย่างรวดเร็ว ไม่คิดจะเสี่ยงดวงหนีต่อ แต่กลับกล้าเผชิญหน้า

ลำพังแค่ความเด็ดเดี่ยวนี้ก็เหนือกว่าผู้คนมากมายนัก!

ติดอยู่แค่ปาก... ไม่สิ ความคิดในใจนี่แหละที่ปากเสียไปหน่อย!

"ข้ากำลังคิดว่า..."

เจ้าลิงจงใจเว้นจังหวะ ก่อนจะเอ่ยเน้นทีละคำ "เจ้าไปเรียนรู้วิชาต้าปิ่นเทียนเซียนมาจากที่ใด!"

!!! หลี่อันหรานสะดุ้งโหยง แล้วก็เข้าใจในทันที

【มิน่าล่ะเจ้าลิงถึงหาข้าเจอ! ที่แท้ก็เป็นเพราะเคล็ดวิชาต้าปิ่นเทียนเซียนนี่เองที่เปิดเผยตำแหน่งของข้า!】

【ใช่สิ วิชาต้าปิ่นเทียนเซียนนี้รวบรวมแก่นแท้ของทั้งเต๋า พุทธ และขงจื๊อ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในโลกหล้า เจ้าลิงฝึกวิชานี้มานานปี จะจับสัมผัสได้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก】

เมื่อได้ยินความคิดของหลี่อันหราน เจ้าลิงก็แอบหัวเราะในใจ

เขาจำวิชาต้าปิ่นเทียนเซียนได้ก็จริง แต่จำได้หลังจากที่เจอตัวหลี่อันหรานแล้วต่างหาก พอสลับลำดับเหตุการณ์ ผลสรุปก็เปลี่ยนไปเป็นคนละเรื่องเลย

ฮิฮิ ต่อให้เจ้าฉลาดแกมโกงแค่ไหน เจ้าท้อน้อย ก็ยังต้องดื่มน้ำล้างเท้าเล่าซุนอยู่ดี!

หลี่อันหรานไม่รู้ความคิดของเจ้าลิง จึงได้แต่กังวลใจ

【เอาไงดีทีนี้? จะอธิบายให้เจ้าลิงฟังยังไงดี?】

【จะบอกว่าเป็นศิษย์สำนักเดียวกัน? บอกว่าเรียนวิชานี้มาจากพระอาจารย์ผู่ถีงั้นรึ?】

ทว่าในตอนนั้นเอง จู่ๆ เจ้าลิงก็เอ่ยแทรกขึ้นมาว่า "ช่างเถอะ ช่างเถอะ หากเจ้าไม่อยากบอก ก็ไม่ต้องบอก"

??? หลี่อันหรานงุนงงเป็นไก่ตาแตก

【เกิดอะไรขึ้น? ทำไมจู่ๆ ถึงเลิกถามล่ะ?】

เขาหารู้ไม่ว่า ที่เป็นเช่นนี้เพราะเจ้าลิงนึกถึงคำสั่งเสียของพระอาจารย์ผู่ถีตอนที่เขาจะจากมา

"ไม่ว่าเจ้าจะไปก่อเรื่องราวเดือดร้อน หรือทำชั่วช้าประการใด ห้ามเจ้าเอ่ยอ้างว่าเป็นศิษย์ของข้าเด็ดขาด หากหลุดออกมาแม้แต่ครึ่งคำ ข้าก็จะล่วงรู้ และจะถลกหนังเลาะกระดูกเจ้า นำดวงจิตเจ้าไปขังไว้ที่ก้นบึ้งนรกโลกันตร์ ให้เจ้าไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดอีกหมื่นกัลป์!"

เขาคิดเอาเองว่าพระอาจารย์ผู่ถีคงจะสั่งกำชับหลี่อันหรานไว้เช่นเดียวกัน

หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เจ้าลิงก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามอีกครั้ง "เจ้าต้องบอกข้ามา อาจารย์... ผู้ที่ถ่ายทอดวิชาให้เจ้าน่ะ ตอนนี้ท่านสบายดีหรือไม่? ในขุนเขาทุกอย่างเรียบร้อยดีใช่ไหม?"

【ถามถึงเขาหลิงไถฟางชุ่นกับพระอาจารย์ผู่ถีสินะ...】

หลี่อันหรานเข้าใจความนัย จึงตอบตามน้ำไปว่า "ย่อมต้องสบายดีอยู่แล้ว ท่านอาจารย์มีอิทธิฤทธิ์เกรียงไกร ในโลกนี้จะมีสักกี่คนที่ทำให้ท่านไม่สบายใจได้?"

แต่ในใจกลับแอบบ่นพึมพำ

【เจ้าลิงนี่ช่างฝังใจนัก ยังคิดถึงเขาหลิงไถฟางชุ่นอยู่อีก】

【น่าเสียดาย เขาหลิงไถฟางชุ่นนั่นถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเจ้าโดยเฉพาะ ตอนนี้เจ้าจากมาแล้ว จะยังเหลือเขาหลิงไถฟางชุ่นที่ไหนอีกเล่า!】

???

เจ้าลิงตะลึงงัน

เขาคาดเดาคำตอบและความเป็นไปได้ไว้มากมาย แต่นึกไม่ถึงเลยว่าจะได้ยินสิ่งนี้

เมื่อได้สติ เขาก็รู้สึกว่าความคิดของหลี่อันหรานช่างเหลวไหลและไร้เหตุผลสิ้นดี

นี่มันเรื่องบ้าบออะไรที่ท้อน้อยนี่คิดในใจ!

ท่านอาจารย์มีอิทธิฤทธิ์ไร้ขอบเขต ศิษย์พี่ในสำนักก็มีมากมาย เขาหลิงไถฟางชุ่นจะถูกสร้างขึ้นมาเพื่อข้าได้อย่างไร!

แล้วถ้าข้าจากมา เขาหลิงไถฟางชุ่นจะหายไปงั้นรึ? ตลกสิ้นดี!

คำปฏิเสธผุดขึ้นในหัวเป็นชุด แต่ความกังวลลึกๆ ในใจของเจ้าลิงกลับทวีความรุนแรงขึ้น

เพราะพฤติกรรมก่อนหน้านี้ของหลี่อันหรานไม่ได้ดูเหมือนคนสติฟั่นเฟือนเลยสักนิด

และเพราะสิ่งที่เขาได้ยินคือ 'ความคิด' ของหลี่อันหราน ความคิดที่ไม่มีเหตุผลจะต้องโกหก

ที่สำคัญที่สุด เคล็ดวิชาต้าปิ่นเทียนเซียนในตัวหลี่อันหรานนั้นเหมือนกับของเขาไม่มีผิดเพี้ยน เป็นวิชาที่มีเพียงพระอาจารย์ผู่ถีเท่านั้นที่รู้แจ้ง

หรือว่า...

ไม่! เป็นไปไม่ได้!

เขาหลิงไถฟางชุ่นเป็นแดนสุขาวดีที่ข้าดั้นด้นตามหาด้วยความยากลำบากแสนเข็ญ!

ท่านอาจารย์ถ่ายทอดสุดยอดวิชาให้ เพราะเห็นถึงความจริงใจและสติปัญญาอันฉลาดหลักแหลมของข้า!

เรื่องราวทั้งหมดนี้จะเป็นสิ่งที่ถูกจัดฉากเตรียมไว้ล่วงหน้าได้อย่างไร!

"ท่านมหาเทพ? ท่านเป็นอะไรไป?" หลี่อันหรานเห็นสีหน้าของเจ้าลิงเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ก็รู้สึกแปลกใจ

【เจ้าลิงนี่เป็นอะไรของมัน? ยืนเหม่อทำหน้าประหลาดๆ อยู่ได้】

เจ้าลิงดึงสติกลับมาทันควัน

ใจเย็น! ข้าต้องใจเย็น!

ไม่ว่าเรื่องจริงจะเป็นเช่นไร ข้าจะให้เจ้าท้อน้อยนี่จับพิรุธไม่ได้เด็ดขาด!

เจ้าท้อน้อยนี่เจ้าเล่ห์เพทุบายนัก หากมันรู้ว่าข้าได้ยินความคิดของมัน มันจะต้องหาทางรับมือแน่!

แล้วข้าก็จะไม่ได้ข้อมูลอะไรจากปากมันอีกเลย!

เจ้าลิงฝืนทำใจดีสู้เสือ ถอนหายใจยาวแล้วกล่าวด้วยถ้อยคำกึ่งจริงกึ่งเท็จว่า "นับตั้งแต่ถูกขับออกจากสำนัก ก็ล่วงเลยมาร่วมหกสิบปีแล้ว ทุกครั้งที่นึกถึงเรื่องราวในตอนนั้น ข้าก็เต็มไปด้วยความเสียใจ เฮ้อ เรื่องมันแล้วไปแล้ว แก้ไขอะไรไม่ได้ ตอนนี้ได้ยินข่าวคราวของสำนักจากปากเจ้า ก็ถือว่าได้ปลดเปลื้องความในใจไปเปราะหนึ่ง"

"ท่านมหาเทพ! ท่านมหาเทพ!"

ทันใดนั้น เสียงตะโกนก็ดังมาจากด้านนอกสวนท้อ พร้อมกับขุนนางสวรรค์สองนายที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา คนซ้ายบนเสื้อเขียนว่า 'กองงานเงียบสงบ' คนขวาเขียนว่า 'กองงานสงบจิต'

เจ้าลิงลิงโลดใจ เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าตัวน่ารำคาญสองตัวนี้ก็มีประโยชน์เหมือนกัน

เขาฉวยโอกาสจับหลี่อันหรานวางกลับที่เดิม เอาใบไม้คลุมไว้ แล้วกล่าวว่า "ท้อน้อย รออยู่ตรงนี้สักประเดี๋ยว ข้าไปไล่เจ้าตัวน่ารำคาญสองตัวนั้นไปก่อน แล้วจะกลับมาสนทนาความหลังกับเจ้าต่อ"

ก่อนจะเดินจากไป เขาได้ยินเสียงความคิดของหลี่อันหรานดังไล่หลังมาอีกประโยค

【กองงานเงียบสงบกับกองงานสงบจิต? นั่นมันขุนนางสวรรค์สองคนที่เง็กเซียนฮ่องเต้ส่งมาจับตาดูเจ้าลิงไม่ใช่เรอะ?】

จบบทที่ ตอนที่ 3 : เป็นไปไม่ได้!

คัดลอกลิงก์แล้ว