- หน้าแรก
- ความคิดต้องห้ามที่สามพิภพได้ยิน
- บทที่ 16: ฮ่าๆๆ หอบลูกหนีตามผู้ชาย
บทที่ 16: ฮ่าๆๆ หอบลูกหนีตามผู้ชาย
บทที่ 16: ฮ่าๆๆ หอบลูกหนีตามผู้ชาย
ทว่าต่อให้กระอักเลือดในใจมากแค่ไหน ผู้อาวุโสท่านนี้ก็ยังแอบแผ่สัมผัสวิญญาณออกไปอย่างเงียบเชียบ
เพราะเขาอยากรู้เรื่องราวเมื่อหมื่นปีก่อนใจจะขาด!
ประวัติศาสตร์ที่เขาสอนพวกเด็กเหลือขอพวกนี้ ก็แค่เรื่องที่เล่าต่อๆ กันมาจากรุ่นสู่รุ่น จะไปเทียบกับสิ่งที่ศาสตราวุธวิญญาณรู้ได้ยังไงกัน!
【หลานเยว่: จริงๆ แล้วข้าก็สงสัยเหมือนกันนะ ว่าคนพวกนี้แบกทวีปสี่ทวีปวิ่งพล่านไปคนละทิศละทางได้ยังไง ต้นแบบพวกเขาเป็นเต่าวิญญาณใต้ทะเลลึกรึเปล่าเนี่ย?】
หลานเยว่จำได้ลางๆ ว่าชาติก่อนเคยดูการ์ตูนเรื่องหนึ่งที่มีเต่ายักษ์แบกทวีปไว้ แต่ก็ลืมชื่อเรื่องกับเนื้อหาไปหมดแล้ว
นางจึงเปิดระบบขึ้นมาดูด้วยความอยากรู้
【หลานเยว่: ที่แท้พวกเขาก็ค่อยๆ ดันมันไปนี่เอง! ดันกันอยู่เป็นพันปีเลยเหรอ! ความพยายามเป็นเลิศเกินไปแล้ว! มันต้องมีความแค้นระดับไหนกันนะถึงได้มุ่งมั่นขนาดนี้? อยากรู้จริงๆ ขอส่องดูหน่อยซิว่ามีข่าวซุบซิบวงในไหม】
หลานเยว่ก้มหน้าก้มตาอย่างตั้งใจ ไม่ทันสังเกตว่ากระบี่วิญญาณสีเงินข้างกายขยับเข้ามาใกล้ แถมคนรอบข้างยังเอียงตัวเข้ามาหานางกันเป็นแถว
【หลานเยว่: เกิดอะไรขึ้นเนี่ย? ทำไมหัวข้อนี้ถึงกดไม่ได้ล่ะ? มันกลายเป็นสีเทาเฉยเลย เจ้าหนูๆ (ระบบ) ออกมาเร็ว เกิดอะไรขึ้น?】
หลานเยว่กำลังอยากรู้อยากเห็นสุดขีด แต่หัวข้อตรงหน้ากลับกลายเป็นสีดำ ทำเอานางเกาหัวแกรกๆ ด้วยความหงุดหงิด
【ระบบ: พลังจิตของคุณไม่เพียงพอ เพื่อป้องกันไม่ให้คุณเป็นลมทันทีที่อ่านจบ ระบบจึงทำการล็อกเนื้อหาไว้】
หลานเยว่ได้ยินดังนั้นก็นึกเสียดาย รู้งี้ไม่น่าค้นหาสาเหตุการแยกตัวของสี่ดินแดนเลย มีเรื่องเผือกเด็ดๆ อยู่ตรงหน้าแท้ๆ แต่ดูไม่ได้เพราะพลังจิตไม่พอ มันช่างปวดใจเหลือเกิน!
ปวดใจจริงๆ ปวดใจสุดๆ!
ในเมื่อขนาดหลานเยว่ยังดูไม่ได้ คนอื่นๆ ที่นั่งอยู่ในโถงฝึกตนเบื้องต้นก็รู้สึกเสียดายไปตามๆ กัน
ในทางกลับกัน ผู้อาวุโสที่อยู่หน้าชั้นกลับถอนหายใจด้วยความโล่งอก อารมณ์ของเขาตอนนี้ช่างซับซ้อนยิ่งนัก ใจหนึ่งก็อยากรู้เรื่องราวเมื่อหมื่นปีก่อนจากหลานเยว่ แต่อีกใจก็ไม่อยากให้บรรพบุรุษต้องเสียหน้า
"อะแฮ่ม ต่อไปข้าจะอธิบายเรื่องสี่ดินแดนแห่งการบำเพ็ญเพียรให้พวกเจ้าฟังอย่างละเอียด" ใบหน้าของผู้อาวุโสกลับมาเปื้อนยิ้มอีกครั้ง
"แม้เราจะเรียกว่าสี่ดินแดนแห่งการบำเพ็ญเพียร แต่มีเพียงแดนเหนือเท่านั้นที่อยู่ใกล้แดนใต้ของเราที่สุด ส่วนอีกสองดินแดนนั้นแทบไม่มีการติดต่อกันเลย เมื่อพันปีก่อน ความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดที่สุดของเราคือกับดินแดนศักดิ์สิทธิ์เป่ยหลิง (สันเขาเหนือ) ในแดนเหนือ"
"น่าเสียดายที่ช่วงนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างสำนักเรากับเป่ยหลิงไม่ค่อยจะ..." ผู้อาวุโสยังพูดไม่ทันจบก็ได้ยินเสียงศิษย์ด้านล่างซุบซิบกัน
"ดินแดนศักดิ์สิทธิ์เป่ยหลิง? หรือจะเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่บุตรศักดิ์สิทธิ์เป่ยหลิงสังกัดอยู่?"
"บุตรศักดิ์สิทธิ์เป่ยหลิง? หรือจะเป็น 'นักบุญ' คนที่มีความรักความแค้นกับเจ้าสำนักของเรา?"
"ใช่ๆๆ คนนั้นแหละ! เขาว่ากันว่านักบุญผู้นี้ถึงกับมีลูกสาวให้เจ้าสำนัก แล้วตอนนี้ก็บุกมาถึงหน้าประตูแล้วด้วย!"
"เดี๋ยวนะ ไม่ใช่มั้ง ข้าได้ยินมาว่าเจ้าสำนักของเราต่างหากที่ฟันแล้วทิ้ง พยายามจะเทนักบุญ ผลคือนักบุญโกรธจัดเลยโยนลูกสาวทิ้งให้แล้วหนีไปเอง"
"เป็นงั้นหรอกเหรอ? งั้นข้าคงฟังมาผิด ข้ารู้สึกว่าเวอร์ชันของเจ้าดูน่าเชื่อถือกว่าแฮะ"
ผู้อาวุโสบนเวทีมองดูเหล่าศิษย์จับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ ฟังชื่อเสียงของเจ้าสำนักค่อยๆ ดิ่งลงเหว จนสุดท้ายตกกระแทกพื้นแตกละเอียดไม่มีชิ้นดี
ใครกันนะที่เป็นคนปล่อยข่าวลือนี้? แต่เขาก็อยู่ในเหตุการณ์ที่ลานประลองและได้ยินมาเหมือนกันไม่ใช่เหรอ? ทำไมรายละเอียดเรื่องราวความรักความแค้นถึงได้กลายพันธุ์เป็นเวอร์ชันเจ้าสำนักฟันแล้วทิ้งไปซะได้?
เจ้าสำนักรู้เรื่องนี้หรือเปล่าเนี่ย? ถ้ารู้เข้าคงโกรธจนอกแตกตายแน่ๆ
ที่นั่งแถวหลังสุดของโถงฝึกตนเบื้องต้น หลานเยว่เอนหลังพิงพนัก ฟังอย่างออกรสออกชาติ รู้สึกตลกขบขันเป็นที่สุด นางไม่รู้ตัวเลยว่าต้นตอของบางเรื่องมาจากตัวนางเอง เพียงแต่เนื้อหามันเพี้ยนไปนิดหน่อยหลังจากถูกเล่าต่อๆ กัน
ก็นะ เป็นเรื่องปกติ ใครจะไปคิดว่าเรื่องซุบซิบที่นางเสพอย่างเมามันที่ลานประลอง จะกลายมาเป็นเวอร์ชันเจ้าสำนักฟันแล้วทิ้ง ส่วนบุตรศักดิ์สิทธิ์เป่ยหลิงก็หอบลูกหนีตามผู้ชายไปซะงั้น!
นางกะว่าถ้าทิ้งช่วงไปสักพักแล้วกลับมาฟังใหม่ บางทีบุตรศักดิ์สิทธิ์เป่ยหลิงอาจจะกลายเป็นธิดาศักดิ์สิทธิ์เป่ยหลิง สลับเพศกันไปเลยก็ได้
【หลานเยว่: เฮ้อ ดูเหมือนโลกนี้จะไม่เหมือนกับที่ข้าจำได้จริงๆ สงสัยจะทะลุมิติเข้ามาในนิยายแฟนฟิคแหงๆ】
【หลานเยว่: ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ขอกินแตงย้อมใจหน่อยดีกว่า จะเจาะลึกเรื่องซุบซิบชุดใหญ่ของเจ้าสำนักกับบุตรศักดิ์สิทธิ์เป่ยหลิงดีไหมนะ?】
【หลานเยว่: เอ๊ะ เรื่องซุบซิบของผู้อาวุโสลู่คิ้วขาวมีการอัปเดตแฮะ! งั้นดูอันนี้ก่อนละกัน】
สิ้นเสียงความคิด สายตาของทุกคนก็แอบชำเลืองมองมาที่นางอย่างแนบเนียน แววตาเต็มไปด้วยความคาดหวัง
มีเรื่องเผือกใหม่ด้วย! เรื่องนี้ยังไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย!
ศิษย์บางคนที่พอรู้ข่าวระแคะระคายมาบ้างแล้ว รีบส่งกระแสจิตอธิบายให้คนอื่นฟังว่าเรื่องซุบซิบก่อนหน้านี้ของผู้อาวุโสลู่เกี่ยวกับอะไร
【หลานเยว่: ไหนดูซิว่าเกิดอะไรขึ้นทางฝั่งผู้อาวุโสลู่คิ้วขาว ระบบถึงได้อัปเดตอีกรอบ】
หลานเยว่ก้มหน้าก้มตารีเฟรชหน้าระบบอย่างมีความสุข โดยไม่รู้เลยว่าร่างที่คุ้นเคยร่างหนึ่งได้มายืนอยู่หน้าโถงฝึกตนเบื้องต้นแล้ว
ผู้ที่มาถึงหน้าโถงฝึกตนเบื้องต้นย่อมเป็นผู้อาวุโสลู่ ผู้ที่เคยประจำการอยู่ที่หอซ่อนกระบี่นั่นเอง
แม้หอซ่อนกระบี่จะมีปราณวิญญาณไม่มาก แถมการเฝ้ายามก็น่าเบื่อสุดขีด กินเวลาตั้งแต่สามปี สิบปี หรือห้าสิบปี
แต่ถ้าไม่มีผลประโยชน์ ใครมันจะไปทนเฝ้าอยู่ที่นี่ได้หลายปีขนาดนั้น? ศิษย์สายในที่มีพรสวรรค์ ตบะพอตัว และอนาคตไกล จะยอมมาทำงานที่นี่ได้ยังไง?
แน่นอนว่าเป็นเพราะหอซ่อนกระบี่ให้ผลตอบแทนสูงลิบลิ่ว หินวิญญาณเป็นแค่เรื่องรอง ขอแค่เฝ้าหอซ่อนกระบี่นานพอ พวกเขาก็จะได้สิทธิ์เลือกสมุนไพรวิญญาณตัวใหม่ล่าสุดจากหอสมุนไพรวิญญาณก่อนใคร
แม้แต่ศาสตราวุธวิญญาณที่สร้างโดยยอดเขาศาสตราวุธ พวกเขาก็มีสิทธิ์เลือกก่อน แถมยังได้ส่วนลดมหาศาลอีกต่างหาก
ยิ่งไปกว่านั้น เขตห้ามใช้วิญญาณอย่างหอซ่อนกระบี่ ยังเป็นสถานที่สำหรับขัดเกลาจิตใจ หลายคนอยากมาแทบตายแต่ไม่มีโอกาส
เดิมทีผู้อาวุโสลู่คิดว่าจะทำงานต่อได้อีกสักสองสามร้อยปี แต่ใครจะไปนึกว่าจู่ๆ ก็โดนปลดจากหอซ่อนกระบี่กลางอากาศ แล้วถูกย้ายมาที่โถงฝึกตนเบื้องต้นแทน
โถงฝึกตนเบื้องต้นฟังดูดี แต่ความจริงก็แค่ที่สำหรับอบรมสั่งสอนพวกเด็กเหลือขอ สีหน้าของเขาจึงดูไม่สู้ดีนักเป็นธรรมดา
ทันทีที่เขาเหาะกระบี่มาถึงยอดเขาที่ตั้งของโถงฝึกตนเบื้องต้น ขาก็อ่อนยวบยาบจนแทบจะร่วงลงมา
ใครก็ได้ช่วยบอกทีว่าทำไมหลานเยว่ถึงอยู่ที่นี่ด้วย?
นางบรรลุขั้นรวบรวมลมปราณระดับกลางแล้วไม่ใช่เหรอ? ทำไมยังมาโถงฝึกตนเบื้องต้นที่เป็นที่สำหรับมือใหม่อีก?
【หลานเยว่: อ๋อ เป็นงี้นี่เอง ที่แท้ผู้อาวุโสลู่คิ้วขาวกลับไปเจอคู่บำเพ็ญพวกนั้นอีกรอบ】
【หลานเยว่: ว้าว ผู้อาวุโสลู่ใจดำมาก กล้าไล่คู่บำเพ็ญทุกคนตะเพิดออกจากบ้าน แถมยังประกาศกร้าวว่าจะไม่เจอหน้าพวกนางอีกตลอดไป!】
【หลานเยว่: นี่ใช่ผู้อาวุโสลู่คนเดียวกับที่รับคู่บำเพ็ญทีเดียวสิบแปดคนหรือเปล่าเนี่ย? หรือว่าเขาจะเสียสติไปแล้วหลังจากโดนเจ้าสำนักเตะโด่งออกจากหอซ่อนกระบี่เมื่อวาน?】
เรื่องที่ผู้อาวุโสลู่ถูกบีบให้ออกจากหอซ่อนกระบี่นั้นมีคนรู้ไม่น้อย
โดยเฉพาะที่โถงฝึกตนเบื้องต้น ส่วนใหญ่เป็นศิษย์ใหม่ที่เพิ่งเข้าสำนัก พวกเขาย่อมอยากรู้อยากเห็นเรื่องในสำนักเป็นพิเศษ ปกติมีข่าวลืออะไรก็แพร่สะพัดภายในวันเดียว ไม่ต้องรอถึงพรุ่งนี้มะรืนนี้หรอก
แหล่งข่าวของหลานเยว่นั้นกว้างขวางมาก นางจึงได้รับข่าวนี้มาด้วยเป็นธรรมดา
【หลานเยว่: ดูเหมือนคราวนี้ผู้อาวุโสลู่จะโกรธจัดจริงๆ เขาไม่ให้หินวิญญาณพวกคู่บำเพ็ญสักก้อนก่อนไล่ตะเพิดออกไปเลย】
【หลานเยว่: สาวงามบอบบางตั้งกี่คนต้องยืนสั่นเทาตากลมตากฝน น่าสงสารชะมัด! มีคนงามคนหนึ่งหนาวจนเกือบเป็นลม ผู้อาวุโสลู่ช่างใจร้ายใจดำเหลือเกิน!】
บางครั้งหลานเยว่ก็สามารถดูวิดีโอจากที่นี่ได้ แต่การดูวิดีโอต้องใช้พลังจิตมากกว่าเดิมแน่นอน
ตอนนี้นางรู้สึกว่าพลังจิตในสมองเหมือนแบตเตอรี่หรือแพ็กเกจเน็ตมือถือในชาติก่อน ถ้าหมดไปก็จะอดเผือกต่อ
ทว่าด้วยความอยากรู้อยากเห็นว่าคู่บำเพ็ญทั้งสิบแปดคนของผู้อาวุโสลู่หน้าตาเป็นยังไง นางจึงกดเปิดดูจนได้
ก่อนจะกดเปิด กระบี่หิมะเงินที่แอบเลื้อยมาจากทางขวาก็สะกิดนางเบาๆ
"อย่าเพิ่งกวน ข้าจะกินแตง" หลานเยว่ปัดกระบี่ยาวสีเงินออกไปตามสัญชาตญาณ
แต่ผ่านไปสองวินาที นางถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าสิ่งที่เพิ่งปัดออกไปดูเหมือนจะเป็นกระบี่หิมะเงิน
หลานเยว่รีบหันขวับกลับไปมอง ก็เห็นจิตวิญญาณกระบี่หิมะเงินปรากฏกายออกมาพร้อมขาสั้นป้อมสองข้าง ยืนทำแก้มป่องด้วยความงอนตุ๊บป่อง