- หน้าแรก
- ความคิดต้องห้ามที่สามพิภพได้ยิน
- บทที่ 17: หลานสาวตัวเป็นๆ ของข้าหายไปไหน
บทที่ 17: หลานสาวตัวเป็นๆ ของข้าหายไปไหน
บทที่ 17: หลานสาวตัวเป็นๆ ของข้าหายไปไหน
สายตานั้นแทบจะทำให้ใจนางละลาย นางรีบกอดกระบี่วิญญาณตัวน้อยสีขาวนุ่มนิ่มเอาไว้
【อิ๋นเสวี่ย: กระบี่เซียนเล่มนี้ก็อยากดูด้วย!】
"ได้ๆๆ ดูๆๆ เดี๋ยวข้าเปิดให้ดู!"
หลานเยว่รับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะ นึกขึ้นได้ว่าเครื่องเล่นวิดีโอเหมือนจะมีฟังก์ชันแชร์อยู่ด้วย
เนื่องจากระบบมีความลับซ่อนอยู่ในหัวนางมากมาย นางเลยไม่เคยใช้ฟังก์ชันนี้มาก่อน แต่ตอนนี้มีอิ๋นเสวี่ยแล้ว นางรู้สึกว่าแบ่งปันกันดูได้สบายมาก!
เรื่องกินแตงเผือกชาวบ้านเนี่ย ต้องแบ่งปันความสุขให้คนอื่นสิ! สนุกอยู่คนเดียวจะมีประเด็นอะไร? ต้องสนุกไปด้วยกันสิถึงจะถูก!
ดังนั้นนางจึงกดปุ่ม 'แชร์' ทันที ทันใดนั้นวิดีโอสาวงามท่ามกลางสายฝนก็ปรากฏขึ้นในหัวของทุกคนในละแวกนั้น
หลานเยว่ผู้ไม่รู้ถึงผลที่จะตามมายังคงกอดอิ๋นเสวี่ยไว้อย่างมีความสุข
【หลานเยว่: มิน่าล่ะผู้อาวุโสลู่ถึงได้หลงหัวปักหัวปำ สาวงามอ้อนแอ้นอรชรเยอะขนาดนี้ ใครจะไปอดใจไหว!】
【หลานเยว่: ต่อให้ในนี้จะมีหนุ่มสวยแต่งหญิงปนอยู่ด้วย แต่มันก็เย้ายวนใจอยู่ดี! ปรมาจารย์ด้านการแต่งหญิงนี่สุดยอดจริงๆ!】
ผู้อาวุโสลู่ที่ยืนอยู่หน้าหอฝึกตนขั้นต้นไม่อยากจะพูดอะไรอีกแล้ว พอเห็นผู้คนมากมายมองมาด้วยสายตาสงสัยใคร่รู้ เขาก็แทบจะเป็นลม
ขนาดหนีมาถึงหอฝึกตนขั้นต้นแล้ว ทำไมยังหนีไม่พ้นหลานเยว่อีกนะ!
【หลานเยว่: คราวนี้ผู้อาวุโสลู่ไล่ตะเพิดคนแรงมาก แถมวาจายังเชือดเฉือนสุดๆ ทำเอาเหล่าคู่บำเพ็ญตัดใจได้สำเร็จ สาวงามบอบบางเหล่านั้นตัดสินใจแล้วว่าจะไม่สนใจผู้อาวุโสลู่อีก และกลับไปเก็บตัวที่สำนักของตนเอง】
หลายคนเห็นด้วยกับจุดจบนี้ คนอย่างผู้อาวุโสลู่ที่มีคิ้วขาวโพลนไปหมดมีดีตรงไหนกัน? ก็แค่เพราะผู้บำเพ็ญเพียรแก่ช้า หน้าตาเลยยังพอดูดีอยู่บ้างเท่านั้น
ต่อให้หล่อแค่ไหน แต่คนคนเดียวจะมีคู่บำเพ็ญตั้งสิบแปดคนได้เชียวรึ? ถุย!
แม้แต่ผู้อาวุโสบนเวทียังแอบดูแคลนเพื่อนร่วมสำนักคนนี้ในใจ
【หลานเยว่: แต่ว่านะ ในบรรดาคู่บำเพ็ญที่เขาไล่ไป ดันมี 'แสงจันทร์ขาว' หรือรักแรกที่เขาเฝ้าคนึงหามาตลอดหลายปีรวมอยู่ด้วยนี่สิ!
พล็อตเรื่องนี้ก็น้ำเน่าซะเหลือเกิน แสงจันทร์ขาวคนนั้นโดนศัตรูไล่ฆ่าจนเกือบตาย แต่โชคดีที่เหล่าคู่บำเพ็ญช่วยกันรักษาและพากลับมาที่สำนัก
เขาอุตส่าห์หาตัวแทนมาตั้งสิบแปดคนเพื่อเป็นเงาของรักแรก แต่กลายเป็นว่าตัวจริงดันมาปะปนอยู่ในกลุ่มตัวแทนซะงั้น! พล็อตแบบนี้เอาไปทำละครน้ำเน่าสมัยก่อนเรตติ้งคงกระฉูด!
ถ้าผู้อาวุโสลู่รู้ว่าคนที่ตัวเองเฝ้าคิดถึงมานานหลายปีปะปนอยู่ในกลุ่มตัวแทนที่ตัวเองเตรียมไว้ แถมยังไล่ตะเพิดไปเองกับมือ เขาคงอกแตกตายแน่ๆ】
【อิ๋นเสวี่ย: เจ้านี่มันคนมักมากในกามจริงๆ ถึงกับมีคู่บำเพ็ญตั้งมากมายขนาดนี้!】
【หลานเยว่: ใช่ๆๆ คนเราต้องรักเดียวใจเดียว ห้ามไปเรียนแบบพวกผู้อาวุโสเจ้าชู้พรรค์นั้นเด็ดขาด อิ๋นเสวี่ย ถึงเจ้าจะเป็นกระบี่วิญญาณก็ต้องระวังตัวไว้นะ!】
【อิ๋นเสวี่ย: หึ ╭(╯^╰)╮ ท่านเทพผู้นี้คือกระบี่เซียนนะ ไม่ใช่กระบี่วิญญาณกระจอกๆ!】
【หลานเยว่: จ้าๆๆ ท่านเทพอิ๋นเสวี่ยผู้เปี่ยมด้วยปราณเซียน ท่านเก่งที่สุดเลย!】
หลังจากหลานเยว่โอ๋อิ๋นเสวี่ยในใจเสร็จ นางก็สังเกตเห็นว่าคนรอบข้างต่างพากันชะเง้อคอมองไปข้างหลัง
"เกิดอะไรขึ้นข้างหลังเหรอเสี่ยวหมิง?" นางแอบกระตุกแขนเด็กหนุ่มข้างกายเบาๆ
เด็กหนุ่มคนนี้ชื่อฟางหมิง เป็นคนที่นางเจอตั้งแต่วันแรกที่เข้าสำนัก และนางก็ได้ข่าวซุบซิบมากมายมาจากเขานี่แหละ
ตอนนี้ฟางหมิงสวมชุดศิษย์สายนอกสีน้ำตาลเทา ทำหน้าทำตาลึกลับสุดขีด
"หลานเยว่ เจ้ารู้ไหมว่าเมื่อกี้ใครมา?" ฟางหมิงลดเสียงลงต่ำ
"ใครมาเหรอ?" หลานเยว่เริ่มอยากรู้บ้าง หรือว่าจะมีคนใหญ่คนโตมาที่สำนักอีก หรือไม่ก็เป็นตระกูลใหญ่มาเยือน?
"ผู้อาวุโสลู่เพิ่งผ่านมาเมื่อกี้นี้เอง เขาว่ากันว่าท่านไล่คู่บำเพ็ญทั้งสิบแปดคนที่เลี้ยงไว้ที่บ้านไปหมดแล้ว" ฟางหมิงกระซิบกระซาบเสียงเบากว่าเดิมตอนพูดประโยคนี้
"เจ้ารู้แล้วเหรอ?" หลานเยว่ตกตะลึงจนตาค้าง หรือว่านางจะเป็นคนสุดท้ายในสำนักที่รู้เรื่องนี้?
"ไม่ใช่แค่นั้นนะ เขาเล่ากันว่าผู้หญิงที่ผู้อาวุโสลู่รักที่สุดในตอนนั้นก็ปะปนอยู่ในกลุ่มคนพวกนั้นด้วย ท่านคงรู้ความจริงเข้าเลยรีบวิ่งหนีไปทันที โดยไม่แม้แต่จะเข้ามาในหอฝึกตนขั้นต้น" เด็กสาวที่อยู่ใกล้ๆ ก็ชะโงกหน้าเข้ามาร่วมวงสนทนาด้วย
พอได้ยินสิ่งที่คนพวกนี้คุยกัน หลานเยว่ก็รู้สึกปวดใจเหลือเกิน ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเรื่องเผือกที่นางอุตส่าห์เสียพลังจิตแลกมา จะกลายเป็นเรื่องที่ใครๆ เขาก็รู้กันหมดแล้ว
ถ้ารู้อย่างนี้แต่แรก นางก็แค่รอฟังจากพวกเขา เก็บพลังจิตไว้กินแตงเรื่องใหม่ดีกว่า!
ตอนนี้สีหน้าของหลานเยว่ดูราวกับเพิ่งทำเงินหายไปหมื่นล้านหินวิญญาณ
คนสองคนที่อยู่ตรงข้ามย่อมไม่กล้าบอกความจริงว่าพวกเขาได้ยินมาจากเสียงในใจของหลานเยว่นั่นแหละ จึงได้แต่พยักหน้าหงึกๆ อยู่ตรงนั้น
"ไม่น่าเชื่อเลยว่าผู้อาวุโสลู่จะมีอดีตแบบนี้ ตอนข้าเจอท่านที่หอซ่อนกระบี่เมื่อก่อน ข้านึกว่าท่านเป็นคนใจดีมีเมตตา เป็นผู้อาวุโสที่ดีคนหนึ่งเสียอีก" ฟางหมิงถอนหายใจราวกับผู้ใหญ่ตัวน้อย
"ใครจะไปรู้ล่ะ? อีกอย่าง ใครจะไปเดาได้ว่าคนคนเดียวจะมีคู่บำเพ็ญพร้อมกันถึง 18 คน" เด็กสาวตรงข้ามก็ไม่อยากจะเชื่อเช่นกัน
"ข้าเดาว่าอีกไม่นานคงเข้าสู่โหมด 'เมรุเผาศพตอนง้อเมีย' แน่ๆ" หลานเยว่แทรกขึ้นพร้อมรอยยิ้มขณะฟังเรื่องชาวบ้าน
"เมรุเผาศพตอนง้อเมียคืออะไรหรือ?" ฟางหมิงหันมามองด้วยความสงสัย
"จะอธิบายยังไงดีนะ... ถ้าให้เปรียบเทียบก็คือ ตอนแรกทำหมางเมินใส่ข้า ทำร้ายจิตใจและร่างกายข้าสารพัด แต่พอทีหลังกลับตัวกลับใจได้ จะกลับมาตามจีบข้าใหม่ก็สายไปแล้ว มันยากลำบากแสนสาหัสเหมือนเดินเข้าเมรุเผาศพนั่นแหละ" หลานเยว่นึกถึงคำศัพท์ยอดฮิตในชาติก่อนแล้วสรุปให้ฟังในประโยคเดียว
"เยี่ยมไปเลย! ผู้อาวุโสลู่สมควรโดนแบบนั้นแหละ ทำตัวแย่ขนาดนั้น!" เด็กสาวหน้ากลมที่อยู่ตรงข้ามตบมือเห็นด้วยอย่างยิ่ง
"แต่ต่อให้ผู้อาวุโสลู่ตามง้อ ก็อย่าให้สมหวังเชียว! จับฝังลงเมรุไปเลย!"
ผู้หญิงที่มีความคิดก้าวหน้าแบบนี้มีไม่มากนัก พอได้ยินดังนั้น หลานเยว่จึงพิจารณาเด็กสาวคนนั้นอย่างละเอียด แล้วก็รู้สึกคุ้นหน้าขึ้นมา
"เราเคยเจอกันที่ไหนหรือเปล่า?" นางเกาหัวด้วยความงุนงง "เจ้าชื่ออะไรนะ?"
"ข้าชื่อลวนหนิง! ต้องขอบคุณเจ้าที่ทำให้ท่านลุงหาข้าเจอในตอนนั้น!" ลวนหนิงยื่นมือน้อยๆ อวบอูมออกมาจับมือหลานเยว่ด้วยความซาบซึ้งใจ
"ไม่ต้องห่วงนะ ต่อจากนี้ตราบใดที่ข้ายังอยู่ในสำนัก ข้าจะปกป้องเจ้าเอง!" ลวนหนิงเงยหน้าอวบอิ่มขึ้นมา น้ำเสียงจริงใจเป็นที่สุด
"ที่แท้ก็เจ้านี่เอง!" หลานเยว่ถึงบางอ้อ นางก็สงสัยอยู่ว่าทำไมเหมือนเพิ่งเจอกันเมื่อเร็วๆ นี้ ที่แท้ก็เจอกันที่เขาลวี่ฉีนี่เอง
หรือว่าคนคนนี้จะเป็นตัวเอกในนิยายแฟนฟิค?
ลวนหนิงที่กำลังคุยจ้ออยู่ที่นี่ หารู้ไม่ว่าไกลออกไปบนยอดเขาเมฆาหมอก ท่านลุงตัวจริงของนางนั่งรอมาสามวันสามคืนแล้วแต่ไม่เจอแม้แต่เงาคน ตอนนี้กำลังสติแตกสุดขีด
"น้องชายข้าบอกว่าหลานสาวข้ามาสำนักหนานหลิงช่วงนี้ แถมยังขึ้นเขามาหาประสบการณ์ด้วย!"
"ที่นี่ก็เป็นภูเขาที่ศิษย์สายนอกมักจะมาฝึกหาประสบการณ์กัน แต่ทำไมไม่เห็นมีใครเลย?"
"หลานสาวตัวเป็นๆ ของข้าหายไปไหนกันเนี่ย?"