- หน้าแรก
- ความคิดต้องห้ามที่สามพิภพได้ยิน
- บทที่ 10: เซอร์ไพรส์
บทที่ 10: เซอร์ไพรส์
บทที่ 10: เซอร์ไพรส์
หลานเยว่เงยหน้าขึ้นมองด้วยความงุนงง สบสายตากับร่างหลายร่างในความสลัว
เจียงหลีที่เป็นหัวหน้ากลุ่มเห็นว่าคงซ่อนตัวต่อไปไม่ได้แล้ว จึงกระโดดลงมาด้วยตัวเอง
"พวกข้าคือศิษย์ที่ประจำการอยู่หอซ่อนกระบี่ เมื่อครู่พวกข้ากำลังหารือภารกิจที่น่าสนใจกันอยู่เลยเผลอหัวเราะออกมา เชิญพวกเจ้าเลือกกระบี่วิญญาณกันต่อเถอะ"
"พวกข้ารบกวนพวกเจ้าหรือเปล่า?" เจียงหลีถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"ไม่ ไม่ ไม่..."
หลานเยว่ยังคงมึนงง แต่หลี่ไป๋ที่อยู่ข้างๆ รีบโบกไม้โบกมือปฏิเสธเป็นพัลวัน
เด็กสาวทั้งสองเพิ่งเข้าสำนักมาได้ไม่นาน จึงไม่คุ้นเคยกับศิษย์พี่เจียงหลี ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติ
แต่เขารู้ดีว่าศิษย์พี่เจียงหลีคือศิษย์ผู้มีพรสวรรค์ที่สุดในรุ่น ตอนที่เขาเข้ามาฝากตัวเป็นศิษย์ใหม่ๆ บรรดาประมุขยอดเขาต่างๆ ในสำนักหนานหลิงถึงกับแย่งตัวกันแทบเป็นแทบตาย
ได้ยินว่าตอนนี้เขาบรรลุขั้นจินตานแล้ว หากอยู่นอกสำนัก เขาคงเป็นยอดฝีมือระดับเจ้าสำนักได้สบายๆ
ทว่าคนระดับนี้กลับรับภารกิจเฝ้าหอซ่อนกระบี่ในสำนัก
ต้องรู้ไว้ว่าหอซ่อนกระบี่ไม่ใช่ที่ที่ใครจะเข้าออกได้ง่ายๆ มันเป็นเขตห้ามใช้วิญญาณ ที่ว่ากันว่าซ่อนความลับสูงสุดของสำนักหนานหลิงเอาไว้
ศิษย์คนใดที่ได้รับเลือกให้ทำภารกิจหอซ่อนกระบี่ต้องสาบานตนต่อหอซ่อนกระบี่ด้วยใจแห่งเต๋า
เมื่อรับภารกิจแล้ว ต้องเก็บตัวอยู่ในหอซ่อนกระบี่อย่างน้อยสามปี หรืออาจจะห้าปี หรือสิบปี โดยห้ามออกไปไหน
การบำเพ็ญเพียรในเขตห้ามใช้วิญญาณตลอดทั้งปี ความลำบากเช่นนี้ไม่ใช่สิ่งที่ใครๆ จะทนได้
ดังนั้นเมื่อครู่ศิษย์พี่เจียงหลีต้องกำลังหารือเรื่องสำคัญของสำนักอยู่แน่ๆ เขาไม่ได้หัวเราะเพราะได้ยินเสียงในใจของศิษย์น้องหรอก!
หลี่ไป๋มั่นใจมาก!
เจียงหลีปรายตามองไปทางหลานเยว่แวบหนึ่งก่อนจะเหาะกลับขึ้นไป
【ไม่ถูกสิ ทำไมศิษย์พี่คนนี้ถึงต่างจากคนอื่น? ทำไมเขาเหาะได้? หอซ่อนกระบี่ไม่ใช่เขตห้ามใช้วิญญาณหรอกเหรอ?】
ในหัวน้อยๆ ของหลานเยว่เต็มไปด้วยคำถาม
"ศิษย์น้อง เลิกจ้องได้แล้ว เราต้องหากระบี่วิญญาณกันนะ ตอนศิษย์พี่เจียงหลีอยู่โลกมนุษย์ เขาเคยเป็นลูกชายของปรมาจารย์ยุทธ์ จึงเป็นเรื่องปกติที่เขาจะมีวิชาตัวเบาติดตัวมาบ้าง"
หลี่ไป๋เชิดหน้าขึ้นอย่างภูมิใจ ราวกับคนที่ถูกชมคือตัวเขาเองเสียอย่างนั้น
"เป็นอย่างนี้นี่เอง" หลานเยว่มองตามด้วยความอิจฉา
【ที่แท้วิชาตัวเบาก็มีอยู่จริงในโลกมนุษย์! ถ้าข้าฝึกเหาะกระบี่ไม่ได้ เดี๋ยวข้าค่อยมาขอเรียนวิชาตัวเบากับศิษย์พี่คนนี้ก็ได้!】
หลานเยว่คิดในใจอย่างมีความสุข
เจียงหลีที่อยู่บนเพดานถ้ำ: "..."
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นคนดีใจที่ตัวเองฝึกเหาะกระบี่ไม่ได้
【ช่างเถอะ กินแตงต่อดีกว่า! แตงหวานฉ่ำของผู้อาวุโสลู่ยังกินไม่หมดเลย! วู้วฮู! ข้าเจออะไรเข้าเนี่ย? ฮ่าๆๆ ขำจะตายอยู่แล้ว ความจริงเป็นแบบนี้เองเหรอ! คนพวกนั้นช่างคิดวิธีฮาๆ แบบนี้ออกมาได้ยังไงนะ!】
หลานเยว่แทบสำลักความขำในใจ แต่คนรอบข้างกลับไม่ได้สนุกด้วยเลย
พวกเขารอแล้วรอเล่า แต่ก็ไม่ได้รู้รายละเอียดสักที ต่างพากันเกาหัวเกาหูด้วยความอยากรู้อยากเห็น แต่ละคนกระสับกระส่ายยิ่งกว่ากัน
แม้แต่เจียงหลีบนหลังคาก็ยังสงสัยว่าแม่หนูน้อยคนนี้ไปรู้อะไรมาถึงได้หัวเราะชอบใจขนาดนั้น
จะหัวเราะก็ไม่ว่าหรอกนะ แต่ช่วยพูดออกมาดังๆ หน่อยเถอะ!
นอกจากเจียงหลีแล้ว ศิษย์คนอื่นๆ บนหลังคาถ้ำก็คิดเหมือนกัน พวกเขาประจำการที่หอซ่อนกระบี่มาเกินสองปีแล้ว นอกจากการนั่งสมาธิเก็บตัว วันๆ ก็เอาแต่นับกระบี่วิญญาณบนเพดานถ้ำ
เขาว่ากันว่าในการบำเพ็ญเพียร เวลาผ่านไปไวเหมือนติดปีก หากอยู่ข้างนอก ต่อให้นั่งสมาธิสิบปีก็คงไม่รู้สึกอะไร
แต่ในหอซ่อนกระบี่ทำแบบนั้นไม่ได้ ที่นี่คือเขตห้ามใช้วิญญาณ แค่นั่งเฉยๆ ไม่กี่วันขาก็ชาจนขยับไม่ได้แล้ว อย่าว่าแต่จะนั่งสมาธิบำเพ็ญเพียรเลย
ดังนั้นความบันเทิงเดียวในชีวิตประจำวันของพวกเขาคือนับกระบี่วิญญาณ
อย่าว่าแต่กระบี่วิญญาณนับหมื่นเล่มในหอซ่อนกระบี่เลย แม้แต่ก้อนดินบนยอดเขาพวกเขาก็นับจนครบแล้ว
พอมีศิษย์น้องใหม่และศิษย์น้องชายเข้ามา พวกเขาจะไม่สงสัยใคร่รู้ได้ยังไง?
แน่นอนว่าศิษย์น้องคนใหม่นี้น่าสนใจยิ่งกว่าใคร เสียงในใจของนางดังชัดเจนให้ทุกคนได้ยิน แต่นางกลับไม่รู้อะไรเลย
ความสามารถนี้น่าสนใจไม่เบา ไม่รู้ว่าเป็นศาสตราวุธวิญญาณระดับไหน? รับรองว่าไม่ธรรมดาแน่ อย่างน้อยต้องเหนือกว่าระดับเก้า
【ขำไม่ไหวแล้ว! ผู้อาวุโสคิ้วขาวแอบเลี้ยงดูคู่บำเพ็ญไว้นอกสำนักตั้งสิบแปดคน เขาอุตส่าห์คิดว่าตัวเองสับรางเก่ง หลบซ่อนไม่ให้พวกนางรู้เรื่องกันเองมาได้ตั้งยี่สิบกว่าปี ทุกครั้งที่ไปหาก็เปลี่ยนชุดเปลี่ยนลุคสารพัด หวังจะปลอมตัวไม่ให้คนอื่นจับได้ ที่ไหนได้... พวกนางร่วมมือกันต้มตุ๋นเขาชัดๆ!】
เจียงหลีกำลังตั้งใจฟังอยู่ จู่ๆ ก็รู้สึกถึงความเคลื่อนไหวทางขวามือ พอหันไปมองก็แทบสะดุ้งโหยง
ที่มุมขวานั่น มีกองทัพผู้อาวุโสนั่งยองๆ รวมกลุ่มกันอยู่
เจ้าสำนักที่เป็นหัวโจกไม่ต้องพูดถึง ผู้อาวุโสสอง สาม ห้า หก หรือแม้แต่ผู้อาวุโสคิ้วขาวที่เพิ่งเดินออกไปเมื่อกี้ ก็กลับมารวมตัวกันครบองค์ประชุม!
ทำบ้าอะไรกันเนี่ย? มาจัดประชุมสมัชชาใหญ่กันตรงนี้เหรอ?
เมื่อเห็นสายตางุนงงของเจียงหลี เจ้าสำนักก็ค่อยๆ ยกนิ้วชี้แตะริมฝีปากเป็นสัญญาณให้เงียบ
ทางขวาของเจ้าสำนัก ผู้อาวุโสคิ้วขาวถูกมัดด้วยเชือกมัดเซียน นั่งคอตก หมดอาลัยตายอยาก
คาดว่าถ้าเจ้าสำนักไม่มัดเขาไว้ ป่านนี้เขาคงหนีเตลิดออกจากโลกบำเพ็ญเพียรไปนานแล้ว
ทว่าพอได้ยินเสียงในใจของแม่หนูน้อย เขาก็ชะงักด้วยความงุนงง คู่บำเพ็ญแสนสวยทั้งสิบแปดคนของเขาจะมาร่วมมือกันได้ยังไง?
【ฮ่าๆๆ ไหนดูซิ ไหนดูซิ อ๋อ เรื่องมันเป็นแบบนี้นี่เอง เรื่องราวเริ่มต้นจาก 'แสงจันทร์ขาว' หรือรักแรกในดวงใจของผู้อาวุโสคิ้วขาว ผู้อาวุโสคิ้วขาวมีรักแรกที่ไม่อาจเอื้อมถึงฝังใจอยู่
ในเมื่อครอบครองรักแรกไม่ได้ เขาเลยจับคู่บำเพ็ญคนแรกมาเปลี่ยนชื่อให้เหมือนรักแรก แถมยังบังคับให้แต่งตัวเหมือนกันเป๊ะอีก
คุณพระช่วย นี่มันพล็อตนิยายท่านประธานจ้างนางเอกมาเป็นตัวแทนชัดๆ! ไม่นึกว่าจะมาเจอในนิยายบำเพ็ญเพียร! ต้องยอมรับเลยว่าผู้อาวุโสคิ้วขาวนี่เล่นใหญ่รัชดาลัยจริงๆ
ฮ่าๆๆ ทีเด็ดอยู่ตรงนี้ มาแล้ว!】
พอได้ยินหลานเยว่บอกในใจว่าทีเด็ดกำลังจะมา ไม่ว่าจะหลี่ไป๋ อวิ๋นซี หรือเหล่าศิษย์และผู้อาวุโสบนหลังคา ต่างก็หูผึ่งกันโดยอัตโนมัติ
【โอ๊ย ขำท้องแข็ง! แน่นอนว่าคู่บำเพ็ญคนแรกนั้นก็ฉลาดเป็นกรด นางดูไม่ออกได้ไงว่าผู้อาวุโสคิ้วขาวคิดอะไรอยู่? นางเองก็หยิ่งในศักดิ์ศรีและเกือบจะเลิกราไปแล้ว
แต่ใครจะไปคิดว่าถึงนิสัยผู้อาวุโสคิ้วขาวจะแย่ แต่เขาดันป๋าและรวยล้นฟ้าแต่โง่ซะงั้น! เขาเปย์ไม่อั้น ทั้งหินวิญญาณระดับสูง ทั้งเหมืองแร่ระดับสูง ใครมันจะไปทนไหว?
เอาเถอะ แค่อยู่กับผู้อาวุโสลู่ เปลี่ยนชุดให้เขาดูต่างหน้าคนรักเก่า แค่นั้นเอง
ไม่ต้องทำอะไรมากก็ได้รายได้เป็นกอบเป็นกำทุกเดือน งานสบายรายได้ดีขนาดนี้จะเก็บไว้คนเดียวได้เหรอ? ไม่มีทาง!
ดังนั้นคู่บำเพ็ญคนนี้เลยมองเห็นช่องทางรวย ฮ่าๆๆ ขำจะขิต จริงๆ นะ ทุกอาชีพย่อมมีดาวเด่น ขอแค่ตั้งใจทำ ไม่ว่าอาชีพไหนก็รุ่งได้ทั้งนั้น】
ผู้อาวุโสคิ้วขาวผู้ร่ำรวยแต่เขลา: "..."
หน้าของเขาแดงก่ำด้วยความอับอายและร้อนรน
พอได้ยินเสียงความคิดและเสียงหัวเราะของเด็กสาว เขาก็อดแค่นเสียงเย็นในใจไม่ได้
นังหนูนี่จะไปรู้อะไร? คู่บำเพ็ญของเขาแต่ละคนเอาใจเก่งจะตาย ทุกครั้งที่เขากลับไป พวกนางก็รุมเอาอกเอาใจ นี่แหละคือจุดสูงสุดของชีวิต เด็กอย่างนางจะเข้าใจอะไร?
【คู่บำเพ็ญคนนี้เลยพาเพื่อนสาวของนางที่ใส่ชุดสไตล์เดียวกับที่รักแรกชอบมา 'บังเอิญ' เจอกับผู้อาวุโสลู่
และก็ตามคาด เพื่อนสาวของนางต่างก็ตกเป็นคู่บำเพ็ญของผู้อาวุโสลู่ทีละคน ภายนอกพวกนางอาจจะดูหึงหวงที่ผู้อาวุโสลู่มีหญิงอื่น แต่ความจริงแล้ว พอลับหลังผู้อาวุโสลู่ พวกนางก็นัดกันกินหม้อไฟกินเนื้อย่างกันอย่างครื้นเครง!
ซู๊ดดด ไม่นึกเลยว่าโลกบำเพ็ญเพียรจะมีหม้อไฟด้วย! วันหลังต้องไปลองบ้างแล้ว ขอน้ำซุปหม่าล่าเผ็ดๆ! แล้วก็หัวกระต่ายรสจัดๆ ด้วย!】
พรืด! เสียงหัวเราะดังลั่นออกมาจากเพดานถ้ำอีกครั้ง คราวนี้ชัดเจนยิ่งกว่าเดิม
หลี่ไป๋ที่เพิ่งจะชื่นชมว่าศิษย์พี่กำลังหารือเรื่องสำคัญของสำนัก: "..."
ศิษย์พี่ทั้งหลาย ช่วยหัวเราะเบาๆ หน่อยเถอะขอรับ! ถ้าศิษย์น้องรู้ตัวเข้าจริงๆ โทสะของศาสตราวุธวิญญาณไม่ใช่สิ่งที่สำนักหนานหลิงของเราจะรับไหวหรอกนะ!
ไม่เห็นเหรอว่าศาสตราวุธวิญญาณพยายามปิดกั้นเสียงหัวเราะพวกท่านแทบตาย เพื่อไม่ให้ศิษย์น้องรู้ตัว?
ทว่าคราวนี้หลี่ไป๋เข้าใจผิดถนัด คนที่ซ่อนตัวอยู่บนเพดานถ้ำและแอบหัวเราะไม่ใช่เจียงหลี แต่เป็นเจ้าสำนักที่ถือกรรมสิทธิ์เชือกมัดเซียน กับผู้อาวุโสหกที่แอบตามมาต่างหาก
อันที่จริงเจ้าสำนักก็จนปัญญา เพราะหอซ่อนกระบี่เป็นเขตห้ามใช้วิญญาณ ต่อให้มีตบะสูงส่งแค่ไหนก็ใช้ออกไม่ได้ดั่งใจ เลยทำได้แค่ปล่อยให้เสียงหัวเราะเล็ดลอดออกมา
แต่เจ้าสำนักยังจำความเจ็บปวดจากการโดนศาสตราวุธวิญญาณเล่นงานคราวก่อนจนต้องพักฟื้นไปสามเดือนได้ดี เขาจึงรีบส่งสายตาดุๆ ปรามคนรอบข้าง
เจ้าสำนัก: พวกเจ้าตั้งสติหน่อย ห้ามหัวเราะ! ไม่งั้นข้าจะโยนพวกเจ้าออกไปให้หมด! แล้วพวกเจ้าก็จะอดกินแตงด้วย!
เหล่าผู้อาวุโสพยักหน้าหงึกๆ ส่วนศิษย์อย่างเจียงหลีชูสองนิ้วเป็นสัญลักษณ์สาบาน
เจียงหลี: ท่านเจ้าสำนักวางใจได้ พวกข้าจะไม่หัวเราะเด็ดขาด... เว้นแต่จะกลั้นไม่อยู่จริงๆ!
ในกลุ่มนั้น ผู้อาวุโสคิ้วขาวนั่งเหม่อลอยเหมือนวิญญาณหลุดออกจากร่าง ช็อกสุดขีด
ในขณะที่ทุกคนคิดว่าเรื่องจบแล้ว เสียงในใจที่น่าตกใจยิ่งกว่าก็ดังขึ้นอีกระลอก
【ขำจนปวดท้องแล้ว! ต่อมาคู่บำเพ็ญคนแรกของผู้อาวุโสลู่รู้สึกว่าธุรกิจยังขยายไม่พอ นางเล่นพาเพื่อนสาวมาทั้งแก๊ง คนยังน้อยไปเหรอ? นางเลยเรียกศิษย์น้องชายหญิงทั้งสำนักของนางมาด้วยเลย! ช่างยิ่งใหญ่อลังการงานสร้างจริงๆ!
พูดง่ายๆ ก็คือ ในบรรดาคู่บำเพ็ญแสนสวยทั้งสิบแปดคนของผู้อาวุโสลู่... ครึ่งหนึ่งเป็นผู้ชาย! นี่มันสวรรค์บนดินชัดๆ! เขานี่ช่างมีวาสนาเรื่องฮาเร็มจริงๆ!
ต่อให้ฮ่องเต้ในโลกมนุษย์จะเล่นพิเรนทร์แค่ไหน อย่างมากก็แค่ฝาแฝด แต่ผู้อาวุโสคิ้วขาวเล่นเหมาฮาเร็มมายกสำนัก!
เซอร์ไพรส์ไหมล่ะ! อยากได้แบบไหน พวกเขาจัดให้ได้หมด!】