- หน้าแรก
- ความคิดต้องห้ามที่สามพิภพได้ยิน
- บทที่ 8: ปล่อยศิษย์น้องของข้านะ!
บทที่ 8: ปล่อยศิษย์น้องของข้านะ!
บทที่ 8: ปล่อยศิษย์น้องของข้านะ!
"ได้ยินข่าวลือหรือยัง? ท่านเจ้าสำนักเจอลูกสาวแท้ๆ แล้วนะ เห็นว่าอายุเพิ่งสิบขวบกว่าๆ เอง!"
"ได้ยินสิ! เรื่องใหญ่ขนาดนี้จะไม่รู้ได้ยังไง? ไม่ใช่แค่รู้นะ ขยายังรู้อีกว่าผู้อาวุโสหกรับหลานสาวบุญธรรมมาเป็นศิษย์ด้วย!"
"ผู้อาวุโสหกมีหลานสาวด้วยเหรอ? ซู๊ด... นี่พวกคนใหญ่คนโตในสำนักเรานัดกันเปิดตัวญาติพี่น้องรึไง? รีบเล่ามาซิว่าหน้าตาเป็นยังไง? เหมือนกันไหม? แล้วเรื่องราวในอดีตมันเป็นมายังไงกันแน่ ทำไมจู่ๆ ท่านเจ้าสำนักกับผู้อาวุโสหกถึงมีลูกสาวกับหลานสาวโผล่มาได้?"
"ฮี่ๆ นางหน้าตาไม่เหมือนเจ้าสำนักเท่าไหร่หรอก แต่ดันไปเหมือนบุตรศักดิ์สิทธิ์แดนเหนือเปี๊ยบเลย!"
"หา? แล้วบุตรศักดิ์สิทธิ์แดนเหนือมาเกี่ยวอะไรด้วย? เขามีความสัมพันธ์ยังไงกับเจ้าสำนักของเรากันแน่?"
"หึๆ เรื่องนี้ต้องเท้าความไปถึงตำนานรักความแค้นระหว่างเจ้าสำนักกับบุตรศักดิ์สิทธิ์แดนเหนือ เสียดายจริงๆ ที่ตอนนั้นพวกเจ้าไม่ได้อยู่ที่ลานประลอง..."
บนยอดเขากระบี่วิญญาณ กลุ่มลูกศิษย์กำลังจับกลุ่มกระซิบกระซาบกันเสียงเบา
หลายคนสุมหัวกัน นัยน์ตาเป็นประกายด้วยความอยากรู้อยากเห็นในเรื่องชาวบ้าน
ทว่าหลานเยว่ที่อยู่ในเหตุการณ์กลับนั่งเท้าคางมองท้องฟ้า นางครุ่นคิดมาสักพักแล้ว รู้สึกตะหงิดใจว่าตัวเองอาจจะทะลุมิติเข้ามาในนิยายแฟนฟิคของเรื่อง 'เส้นทางสู่เซียน' ก็เป็นได้
บางทีสำนักและระบบการบำเพ็ญเพียรที่บันทึกในหนังสืออาจจะเหมือนเดิม แต่เนื้อหาเจาะจงข้างในกลับเปลี่ยนไป ดำเนินเรื่องตามพล็อตหลักของนิยายแฟนฟิคแทน
ไม่อย่างนั้นจะมีเรื่องประหลาดแบบนี้เกิดขึ้นได้ยังไง? นางเอกเพิ่งเข้าสำนักมาได้ไม่นาน นอกจากจะถูกเจ้าสำนักจับได้แล้ว แม้แต่ผู้อาวุโสหกยังรับศิษย์อีก!
การดำเนินเรื่องแบบนี้มันฉีกห่างจากต้นฉบับไปไกลโข!
หรือว่านี่จะเป็นแฟนฟิคที่เน้นเรื่องราวของลูกศิษย์ที่ผู้อาวุโสหกรับมา?
หลานเยว่ลูบหน้าตัวเอง ช่างเถอะ เลิกคิดเรื่องลึกซึ้งพวกนี้ดีกว่า
วันนี้เป้าหมายหลักของนางคือการมารับกระบี่วิญญาณ
ใช่แล้ว หลังจากพยายามมาตลอดสามเดือนกว่า กระบี่วิญญาณไม่กี่เล่มที่นางมี ในที่สุดก็กลายเป็นเศษเหล็กไปจนหมด ไม่เหลือรอดสักเล่มเดียว!
แถมทั้งยอดเขาหลิงเยว่ นอกจากสัตว์อสูรไม่กี่ตัวที่ดูน่าสงสาร ก็มีแค่นางที่เป็นศิษย์สายตรงเพียงคนเดียว
คนเดียวที่พอจะเรียกว่าอาจารย์ได้ก็คือเจ้าของยอดเขาหลิงเยว่ ซึ่งหลานเยว่เคยเจอหน้าคนแก่คนนั้นแค่ครั้งเดียวตอนมอบตัวเป็นศิษย์ นอกเหนือจากนั้นนางไม่เคยเห็นแม้แต่เงา!
อาจารย์คนนี้ต้องเก็บตัวฝึกวิชาอยู่ในซอกหลืบไหนสักแห่งแน่ๆ ดีไม่ดีอาจจะไม่ออกมาอีกหลายสิบปี
และที่น่าตลกกว่านั้นคือ หลานเยว่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอาจารย์ชื่ออะไร
หลานเยว่สงสัยตะหงิดๆ ว่าเหตุผลที่อาจารย์จอมมักง่ายคนนี้รับนางเป็นศิษย์ ก็เพราะชื่อของนางมีคำว่า 'เยว่' เหมือนกับชื่อยอดเขาหลิงเยว่แน่ๆ
เฮ้อ ชีวิตช่างเดียวดายดั่งหิมะโปรย!
อาจารย์ของนางคงเป็นยอดคนประเภทเดียวกับต๊กโกวคิ้วป้ายกระมัง?
"การจะรับกระบี่วิญญาณเล่มใหม่ ต้องวางมัดจำหนึ่งร้อยหินวิญญาณระดับกลาง"
ทันทีที่เสียงของผู้อาวุโสผู้ดูแลยอดเขากระบี่วิญญาณดังขึ้น ความรู้สึกเศร้าสร้อยในใจหลานเยว่ก็ร่วงตุ้บลงพื้นทันที
"อะไรนะเจ้าคะ? หนึ่งร้อยหินวิญญาณระดับกลาง? แถมยังเป็นแค่ค่ามัดจำ? กระบี่วิญญาณบ้าอะไรทำไมแพงขนาดนี้?"
หลานเยว่เบิกตากว้างด้วยความตกใจ แทบไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง
ผู้อาวุโสผู้ดูแลตรงหน้ากำลังจะอ้าปากอธิบาย แต่กลับได้ยินเสียงความคิดของเด็กสาวตรงหน้าดังขึ้นเสียก่อน
【กระบี่วิญญาณที่แพงระยับขนาดนี้ มันคู่ควรกับข้าเรอะ?】
ผู้อาวุโสตรงหน้าถึงกับสะอึก พูดไม่ออกไปครู่ใหญ่
บนยอดเขากระบี่วิญญาณของพวกเขา มีผู้คนมากมายเฝ้าฝันอยากได้กระบี่ล้ำค่าแต่ก็หามาครอบครองไม่ได้ แต่เด็กคนนี้พูดอะไรออกมา? นี่ใช่เรื่องความคู่ควรหรือไม่คู่ควรหรือ?
สำหรับผู้บำเพ็ญเพียรสายกระบี่ กระบี่คือชีวิตที่สอง คือคู่บำเพ็ญเพียร! จะเอาหินวิญญาณมาตีค่าวัดราคาได้อย่างไร?
"ท่านผู้อาวุโส เรามาต่อรองกันหน่อยได้ไหมเจ้าคะ ลดราคาสักเก้าส่วนได้หรือไม่?" หลานเยว่กุมถุงเอกภพของตัวเองแน่น กระเป๋าของนางว่างเปล่าไร้สิ่งใด
ทั้งสองจ้องตากันอยู่พักหนึ่ง
ไม่นานหลังจากนั้น เด็กสาวในชุดกระโปรงสีฟ้าอ่อนก็ถูกหิ้วออกมาวางแหมะไว้บนก้อนหินหน้าหอภารกิจยอดเขากระบี่วิญญาณ
หลานเยว่นั่งถอนหายใจอยู่บนก้อนหินก้อนเดิมเป็นเวลานาน
นางอดรู้สึกเสียใจไม่ได้ คิดว่าตอนนั้นไม่น่าหลงกลรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูเป็นผู้ทรงศีลของอาจารย์จอมมักง่ายคนนั้นเลย จนต้องหลวมตัวเดินเข้าสู่เส้นทางที่หวนกลับไม่ได้แบบนี้
เวลาคนอื่นกราบอาจารย์ นอกจากอาจารย์จะมอบของขวัญรับศิษย์ให้อย่างงามแล้ว ศิษย์เหล่านั้นยังได้รับเบี้ยเลี้ยงรายเดือนจากหอภารกิจอีก
แต่ที่ยอดเขาหลิงเยว่ของนาง กลับไม่มีอะไรเลย! กระเป๋านางสะอาดกว่าใบหน้าเสียอีก และสัตว์อสูรที่เหลืออยู่ไม่กี่ตัวก็เป็นเต่าวิญญาณพันธุ์อะไรก็ไม่รู้ วันๆ เอาแต่นอนจำศีลได้เป็นครึ่งค่อนปี!
เต่าวิญญาณไม่กินไม่ดื่มอยู่ได้ครึ่งปี แต่นางทำไม่ได้นี่นา!
หลานเยว่เต็มไปด้วยความคับแค้นใจ นางรู้สึกว่าจะปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้!
นางต้องเปลี่ยนแปลง!
ผ่านไปสักพัก เด็กสาวในชุดสีฟ้าอ่อนก็ย่องกลับมาอีกครั้ง ในมือถือท่อนไม้ทิพย์ พลางมองผู้อาวุโสผู้ดูแลด้วยดวงตาเป็นประกายวิบวับ
"ที่นี่รับสั่งทำกระบี่วิญญาณไหมเจ้าคะ?"
"รับ แต่เจ้า..." ผู้อาวุโสผู้ดูแลมองท่อนไม้ทิพย์ที่คุ้นตาในมือเด็กน้อยแล้วหนังตากระตุกยิกๆ
ที่นี่รับสั่งทำกระบี่วิญญาณก็จริง แต่นางจะเอาตอไม้ที่พวกเขาใช้ฝึกซ้อมบนยอดเขากระบี่วิญญาณมาทำเป็นกระบี่ไม้ไม่ได้นะ!
ไม้ทิพย์ชนิดนี้ไม่เหมาะจะนำมาสร้างกระบี่วิญญาณ มันมักจะถูกศิษย์ในยอดเขากระบี่วิญญาณฟันเล่นเพื่อฝึกเพลงกระบี่เท่านั้นเอง
ในขณะที่เขากำลังจะปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย จู่ๆ เสียงถ่ายทอดทางจิตก็ดังขึ้นที่ข้างหู
เขาตะลึงงันไปครู่ใหญ่ ก่อนจะมองเด็กสาวตาแป๋วตรงหน้า แล้วเอ่ยอย่างจนใจว่า "อาจารย์ของเจ้าเคยสั่งทำกระบี่วิญญาณไว้ที่นี่เล่มหนึ่ง ตามข้ามาไปเอามันเถอะ"
ผู้อาวุโสผู้ดูแลเดินนำไปได้สักพัก พอหันกลับมาก็พบว่าเจ้าตัวเล็กไม่ได้เดินตามมา
เด็กสาวเอ่ยอย่างเกรงใจว่า "จู่ๆ จะไปเอากระบี่วิญญาณของอาจารย์มา มันจะไม่ดีมั้งเจ้าคะ? อาจารย์ยังเก็บตัวฝึกวิชาอยู่ ข้า..."
"ไม่มีอะไรไม่ดีหรอก กระบี่วิญญาณเล่มนี้เขาสั่งทำไว้ให้ศิษย์ของเขานั่นแหละ ในเมื่อตอนนี้เขาเก็บตัวอยู่ เจ้าก็รับไปแทนเถอะ" ผู้อาวุโสผู้ดูแลกล่าวตามหน้าที่
"แล้วข้ายังต้องจ่ายหินวิญญาณเพิ่มอีกไหมเจ้าคะ?" หลานเยว่เงยหน้าเล็กๆ ขึ้นถามคำถามที่สำคัญที่สุด
"ไม่..." ผู้อาวุโสผู้ดูแลมุมปากกระตุก ไม่รู้จะวางตัวอย่างไรดี คิดในใจว่าเด็กคนนี้ตัวเล็กนิดเดียวแต่คิดเยอะจริงเชียว
"ไม่ต้องกังวล จ่ายมาแค่หนึ่งหินวิญญาณก็พอ"
"หนึ่งหินวิญญาณระดับสูงหรือเจ้าคะ?" หลานเยว่ตกใจสะดุ้งโหยง
【ต่อให้ขายตัวข้าก็ไม่มีปัญญาจ่ายหรอกนะ!】
"หนึ่งหินวิญญาณระดับต่ำ" ผู้อาวุโสผู้ดูแลเงียบไปนาน สุดท้ายจึงเอ่ยเสริมประโยคนั้นออกมา
เขาพาเด็กน้อยเดินลึกเข้าไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเดินลงจากยอดเขากระบี่วิญญาณ
หลานเยว่เดินตามหลังเขา ดวงตากลมโตฉายแววหวาดระแวงมากขึ้นเรื่อยๆ
【เชี่ย หรือว่าผู้อาวุโสจะลวงข้าไปฆ่าหมกป่า เพราะข้าจ่ายแค่หนึ่งหินวิญญาณเนี่ยนะ?】
ผู้อาวุโสผู้ดูแลที่เดินนำอยู่ชะงักฝีเท้า เขาเริ่มทนไม่ไหวจึงคว้าตัวเด็กหญิงโยนเข้าไปในค่ายกลเคลื่อนย้ายทันที
เมื่อแสงสีขาวสว่างวาบขึ้น เด็กสาวที่เมื่อครู่ยังกระโดดโลดเต้นก็หายวับไปอย่างไร้ร่องรอยในพริบตา
เดิมทีผู้อาวุโสตั้งใจจะจากไปเลย แต่ฉุกคิดอะไรบางอย่างได้ จึงหยิบเบาะรองนั่งออกมา นั่งขัดสมาธิหลับตาเฝ้ายามอยู่แถวนั้น...
หลานเยว่รู้สึกถึงแรงกดดันที่บีบอัดเข้ามาจากรอบทิศทาง ชั่ววูบหนึ่งนางคิดจริงๆ ว่าผู้อาวุโสผู้ดูแลจะฆ่าปิดปากนางแล้ว
โชคดีที่ในวินาทีสุดท้าย แสงจากค่ายกลเคลื่อนย้ายก็ดับวูบลง นางเปลี่ยนจากสถานที่ที่มีนกเกาะกิ่งไม้ดอกไม้ส่งกลิ่นหอม มาโผล่ในถ้ำที่มืดสลัวและว่างเปล่า
"นี่คือหอซ่อนกระบี่ในตำนานที่หรูหราอลังการ แถมยังซ่อนกระบี่วิญญาณระดับเก้าเอาไว้น่ะเหรอ?"
หลานเยว่เบิกตามองไปรอบๆ สีหน้าบนใบหน้าเล็กๆ ของนางดูซับซ้อนยิ่งนัก
【ใครเป็นคนปล่อยข่าวลือเนี่ย? ที่นี่มันถ้ำโทรมๆ ทึมๆ ชัดๆ จะมีกระบี่วิญญาณระดับเก้าซ่อนอยู่จริงดิ?】
นางลองก้าวเท้าเดินไปสองก้าว ปรากฏว่ามีเศษดินร่วงกราวลงมาจากเพดานจริงๆ
หลานเยว่: "..."
【ชัดเลย ผู้อาวุโสหลินแห่งยอดเขากระบี่วิญญาณคิดจะฆ่าข้าหมกป่าจริงๆ ด้วย!】
"แค่กๆ!"
"แค่กๆๆๆ, แค่กๆๆๆๆๆ!"
เสียงไอโขลกอย่างรุนแรงดังมาจากด้านหน้า ราวกับมีคนเป็นโรคหอบหืดกำเริบกะทันหันจนหายใจไม่ทัน
หลานเยว่มองไปอย่างระแวดระวัง ก็พบชายชราหน้าตาใจดีคนหนึ่ง ชายชราไอไม่หยุดจนหน้าแดงก่ำ
【นี่คือผู้สมรู้ร่วมคิดของผู้อาวุโสหลินเหรอ? งั้นข้าจบสิ้นแล้วสิ? จบเห่ จบกัน แขนขาเล็กๆ แค่นี้จะไปสู้อะไรไหว!】
"แค่กๆๆๆๆ!!!"
เสียงไอในถ้ำดังหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ
"สหายตัวน้อย เจ้าคือคนที่ตาเฒ่าหลินส่งมารับกระบี่วิญญาณใช่ไหม? ตามข้ามาสิ ข้าจะพาไปเอา"
ผู้อาวุโสท่านนี้ทนฟังต่อไปไม่ไหวแล้ว เขากลัวว่าพรุ่งนี้ข่าวลือที่ว่าเขากับตาเฒ่าหลินร่วมมือกันทำร้ายศิษย์ในสำนักแล้วฆ่าอำพรางศพจะแพร่สะพัดไปทั่วสำนักหนานหลิง
เจ้าหนูคนนี้อายุยังน้อย ทำไมถึงคิดเลอะเทอะไปได้ขนาดนั้น?
อย่าว่าแต่เจ้าตัวเล็กนี่มีของวิเศษระดับเซียนติดตัวที่แม้แต่เจ้าสำนักยังตรวจจับไม่ได้เลย ต่อให้อีกฝ่ายไม่มีของวิเศษ อายุรุ่นราวคราวพ่ออย่างพวกเขาก็ไม่มีทางรังแกเด็กแบบนี้หรอก!
ถ้าตาทวดสองคนรวมหัวกันรังแกเด็กหญิงสิบขวบ แล้วข่าวลือแพร่ไป หน้าแก่ๆ ของพวกเขาจะเอาไปไว้ที่ไหน?
"ขอบคุณเจ้าค่ะท่านผู้อาวุโส" หลานเยว่ถอนหายใจด้วยความโล่งอกเมื่อได้ยินว่าคนผู้นี้มีกระบี่วิญญาณจริงๆ ดูเหมือนนางจะคิดมากไปเอง
ผู้อาวุโสข้างกายมองนางพินิจพิเคราะห์ พลางคิดในใจว่าแม่หนูคนนี้ภายนอกดูเรียบร้อยว่าง่าย แต่ทำไมความคิดในใจถึงได้เตลิดเปิดเปิงขนาดนั้น?
หรือว่าเด็กหญิงที่ดูเรียบร้อยภายนอก สมัยนี้ข้างในจะเหลวไหลเชื่อถือไม่ได้กันหมด?
โชคดีที่มีของวิเศษระดับเซียนช่วยเตือนสติ ทำให้เขารู้ว่าไม่อาจตัดสินคนจากภายนอกได้
ต่อให้เป็นเด็กน้อยที่ดูเรียบร้อยที่สุด ข้างในอาจจะเป็นตัวแสบก็ได้!
ผู้อาวุโสเดินถอนหายใจนำหน้าไป ส่วนหลานเยว่ก็เดินตามหลังอย่างว่าง่าย
ทว่ายังไม่ทันจะถึงจุดหมาย จู่ๆ ก็มีเสียงตะโกนดังลั่นมาจากไม่ไกล!
"ปล่อยศิษย์น้องของข้านะ!"