เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 8: ปล่อยศิษย์น้องของข้านะ!

บทที่ 8: ปล่อยศิษย์น้องของข้านะ!

บทที่ 8: ปล่อยศิษย์น้องของข้านะ!


"ได้ยินข่าวลือหรือยัง? ท่านเจ้าสำนักเจอลูกสาวแท้ๆ แล้วนะ เห็นว่าอายุเพิ่งสิบขวบกว่าๆ เอง!"

"ได้ยินสิ! เรื่องใหญ่ขนาดนี้จะไม่รู้ได้ยังไง? ไม่ใช่แค่รู้นะ ขยายังรู้อีกว่าผู้อาวุโสหกรับหลานสาวบุญธรรมมาเป็นศิษย์ด้วย!"

"ผู้อาวุโสหกมีหลานสาวด้วยเหรอ? ซู๊ด... นี่พวกคนใหญ่คนโตในสำนักเรานัดกันเปิดตัวญาติพี่น้องรึไง? รีบเล่ามาซิว่าหน้าตาเป็นยังไง? เหมือนกันไหม? แล้วเรื่องราวในอดีตมันเป็นมายังไงกันแน่ ทำไมจู่ๆ ท่านเจ้าสำนักกับผู้อาวุโสหกถึงมีลูกสาวกับหลานสาวโผล่มาได้?"

"ฮี่ๆ นางหน้าตาไม่เหมือนเจ้าสำนักเท่าไหร่หรอก แต่ดันไปเหมือนบุตรศักดิ์สิทธิ์แดนเหนือเปี๊ยบเลย!"

"หา? แล้วบุตรศักดิ์สิทธิ์แดนเหนือมาเกี่ยวอะไรด้วย? เขามีความสัมพันธ์ยังไงกับเจ้าสำนักของเรากันแน่?"

"หึๆ เรื่องนี้ต้องเท้าความไปถึงตำนานรักความแค้นระหว่างเจ้าสำนักกับบุตรศักดิ์สิทธิ์แดนเหนือ เสียดายจริงๆ ที่ตอนนั้นพวกเจ้าไม่ได้อยู่ที่ลานประลอง..."

บนยอดเขากระบี่วิญญาณ กลุ่มลูกศิษย์กำลังจับกลุ่มกระซิบกระซาบกันเสียงเบา

หลายคนสุมหัวกัน นัยน์ตาเป็นประกายด้วยความอยากรู้อยากเห็นในเรื่องชาวบ้าน

ทว่าหลานเยว่ที่อยู่ในเหตุการณ์กลับนั่งเท้าคางมองท้องฟ้า นางครุ่นคิดมาสักพักแล้ว รู้สึกตะหงิดใจว่าตัวเองอาจจะทะลุมิติเข้ามาในนิยายแฟนฟิคของเรื่อง 'เส้นทางสู่เซียน' ก็เป็นได้

บางทีสำนักและระบบการบำเพ็ญเพียรที่บันทึกในหนังสืออาจจะเหมือนเดิม แต่เนื้อหาเจาะจงข้างในกลับเปลี่ยนไป ดำเนินเรื่องตามพล็อตหลักของนิยายแฟนฟิคแทน

ไม่อย่างนั้นจะมีเรื่องประหลาดแบบนี้เกิดขึ้นได้ยังไง? นางเอกเพิ่งเข้าสำนักมาได้ไม่นาน นอกจากจะถูกเจ้าสำนักจับได้แล้ว แม้แต่ผู้อาวุโสหกยังรับศิษย์อีก!

การดำเนินเรื่องแบบนี้มันฉีกห่างจากต้นฉบับไปไกลโข!

หรือว่านี่จะเป็นแฟนฟิคที่เน้นเรื่องราวของลูกศิษย์ที่ผู้อาวุโสหกรับมา?

หลานเยว่ลูบหน้าตัวเอง ช่างเถอะ เลิกคิดเรื่องลึกซึ้งพวกนี้ดีกว่า

วันนี้เป้าหมายหลักของนางคือการมารับกระบี่วิญญาณ

ใช่แล้ว หลังจากพยายามมาตลอดสามเดือนกว่า กระบี่วิญญาณไม่กี่เล่มที่นางมี ในที่สุดก็กลายเป็นเศษเหล็กไปจนหมด ไม่เหลือรอดสักเล่มเดียว!

แถมทั้งยอดเขาหลิงเยว่ นอกจากสัตว์อสูรไม่กี่ตัวที่ดูน่าสงสาร ก็มีแค่นางที่เป็นศิษย์สายตรงเพียงคนเดียว

คนเดียวที่พอจะเรียกว่าอาจารย์ได้ก็คือเจ้าของยอดเขาหลิงเยว่ ซึ่งหลานเยว่เคยเจอหน้าคนแก่คนนั้นแค่ครั้งเดียวตอนมอบตัวเป็นศิษย์ นอกเหนือจากนั้นนางไม่เคยเห็นแม้แต่เงา!

อาจารย์คนนี้ต้องเก็บตัวฝึกวิชาอยู่ในซอกหลืบไหนสักแห่งแน่ๆ ดีไม่ดีอาจจะไม่ออกมาอีกหลายสิบปี

และที่น่าตลกกว่านั้นคือ หลานเยว่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอาจารย์ชื่ออะไร

หลานเยว่สงสัยตะหงิดๆ ว่าเหตุผลที่อาจารย์จอมมักง่ายคนนี้รับนางเป็นศิษย์ ก็เพราะชื่อของนางมีคำว่า 'เยว่' เหมือนกับชื่อยอดเขาหลิงเยว่แน่ๆ

เฮ้อ ชีวิตช่างเดียวดายดั่งหิมะโปรย!

อาจารย์ของนางคงเป็นยอดคนประเภทเดียวกับต๊กโกวคิ้วป้ายกระมัง?

"การจะรับกระบี่วิญญาณเล่มใหม่ ต้องวางมัดจำหนึ่งร้อยหินวิญญาณระดับกลาง"

ทันทีที่เสียงของผู้อาวุโสผู้ดูแลยอดเขากระบี่วิญญาณดังขึ้น ความรู้สึกเศร้าสร้อยในใจหลานเยว่ก็ร่วงตุ้บลงพื้นทันที

"อะไรนะเจ้าคะ? หนึ่งร้อยหินวิญญาณระดับกลาง? แถมยังเป็นแค่ค่ามัดจำ? กระบี่วิญญาณบ้าอะไรทำไมแพงขนาดนี้?"

หลานเยว่เบิกตากว้างด้วยความตกใจ แทบไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง

ผู้อาวุโสผู้ดูแลตรงหน้ากำลังจะอ้าปากอธิบาย แต่กลับได้ยินเสียงความคิดของเด็กสาวตรงหน้าดังขึ้นเสียก่อน

【กระบี่วิญญาณที่แพงระยับขนาดนี้ มันคู่ควรกับข้าเรอะ?】

ผู้อาวุโสตรงหน้าถึงกับสะอึก พูดไม่ออกไปครู่ใหญ่

บนยอดเขากระบี่วิญญาณของพวกเขา มีผู้คนมากมายเฝ้าฝันอยากได้กระบี่ล้ำค่าแต่ก็หามาครอบครองไม่ได้ แต่เด็กคนนี้พูดอะไรออกมา? นี่ใช่เรื่องความคู่ควรหรือไม่คู่ควรหรือ?

สำหรับผู้บำเพ็ญเพียรสายกระบี่ กระบี่คือชีวิตที่สอง คือคู่บำเพ็ญเพียร! จะเอาหินวิญญาณมาตีค่าวัดราคาได้อย่างไร?

"ท่านผู้อาวุโส เรามาต่อรองกันหน่อยได้ไหมเจ้าคะ ลดราคาสักเก้าส่วนได้หรือไม่?" หลานเยว่กุมถุงเอกภพของตัวเองแน่น กระเป๋าของนางว่างเปล่าไร้สิ่งใด

ทั้งสองจ้องตากันอยู่พักหนึ่ง

ไม่นานหลังจากนั้น เด็กสาวในชุดกระโปรงสีฟ้าอ่อนก็ถูกหิ้วออกมาวางแหมะไว้บนก้อนหินหน้าหอภารกิจยอดเขากระบี่วิญญาณ

หลานเยว่นั่งถอนหายใจอยู่บนก้อนหินก้อนเดิมเป็นเวลานาน

นางอดรู้สึกเสียใจไม่ได้ คิดว่าตอนนั้นไม่น่าหลงกลรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูเป็นผู้ทรงศีลของอาจารย์จอมมักง่ายคนนั้นเลย จนต้องหลวมตัวเดินเข้าสู่เส้นทางที่หวนกลับไม่ได้แบบนี้

เวลาคนอื่นกราบอาจารย์ นอกจากอาจารย์จะมอบของขวัญรับศิษย์ให้อย่างงามแล้ว ศิษย์เหล่านั้นยังได้รับเบี้ยเลี้ยงรายเดือนจากหอภารกิจอีก

แต่ที่ยอดเขาหลิงเยว่ของนาง กลับไม่มีอะไรเลย! กระเป๋านางสะอาดกว่าใบหน้าเสียอีก และสัตว์อสูรที่เหลืออยู่ไม่กี่ตัวก็เป็นเต่าวิญญาณพันธุ์อะไรก็ไม่รู้ วันๆ เอาแต่นอนจำศีลได้เป็นครึ่งค่อนปี!

เต่าวิญญาณไม่กินไม่ดื่มอยู่ได้ครึ่งปี แต่นางทำไม่ได้นี่นา!

หลานเยว่เต็มไปด้วยความคับแค้นใจ นางรู้สึกว่าจะปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้!

นางต้องเปลี่ยนแปลง!

ผ่านไปสักพัก เด็กสาวในชุดสีฟ้าอ่อนก็ย่องกลับมาอีกครั้ง ในมือถือท่อนไม้ทิพย์ พลางมองผู้อาวุโสผู้ดูแลด้วยดวงตาเป็นประกายวิบวับ

"ที่นี่รับสั่งทำกระบี่วิญญาณไหมเจ้าคะ?"

"รับ แต่เจ้า..." ผู้อาวุโสผู้ดูแลมองท่อนไม้ทิพย์ที่คุ้นตาในมือเด็กน้อยแล้วหนังตากระตุกยิกๆ

ที่นี่รับสั่งทำกระบี่วิญญาณก็จริง แต่นางจะเอาตอไม้ที่พวกเขาใช้ฝึกซ้อมบนยอดเขากระบี่วิญญาณมาทำเป็นกระบี่ไม้ไม่ได้นะ!

ไม้ทิพย์ชนิดนี้ไม่เหมาะจะนำมาสร้างกระบี่วิญญาณ มันมักจะถูกศิษย์ในยอดเขากระบี่วิญญาณฟันเล่นเพื่อฝึกเพลงกระบี่เท่านั้นเอง

ในขณะที่เขากำลังจะปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย จู่ๆ เสียงถ่ายทอดทางจิตก็ดังขึ้นที่ข้างหู

เขาตะลึงงันไปครู่ใหญ่ ก่อนจะมองเด็กสาวตาแป๋วตรงหน้า แล้วเอ่ยอย่างจนใจว่า "อาจารย์ของเจ้าเคยสั่งทำกระบี่วิญญาณไว้ที่นี่เล่มหนึ่ง ตามข้ามาไปเอามันเถอะ"

ผู้อาวุโสผู้ดูแลเดินนำไปได้สักพัก พอหันกลับมาก็พบว่าเจ้าตัวเล็กไม่ได้เดินตามมา

เด็กสาวเอ่ยอย่างเกรงใจว่า "จู่ๆ จะไปเอากระบี่วิญญาณของอาจารย์มา มันจะไม่ดีมั้งเจ้าคะ? อาจารย์ยังเก็บตัวฝึกวิชาอยู่ ข้า..."

"ไม่มีอะไรไม่ดีหรอก กระบี่วิญญาณเล่มนี้เขาสั่งทำไว้ให้ศิษย์ของเขานั่นแหละ ในเมื่อตอนนี้เขาเก็บตัวอยู่ เจ้าก็รับไปแทนเถอะ" ผู้อาวุโสผู้ดูแลกล่าวตามหน้าที่

"แล้วข้ายังต้องจ่ายหินวิญญาณเพิ่มอีกไหมเจ้าคะ?" หลานเยว่เงยหน้าเล็กๆ ขึ้นถามคำถามที่สำคัญที่สุด

"ไม่..." ผู้อาวุโสผู้ดูแลมุมปากกระตุก ไม่รู้จะวางตัวอย่างไรดี คิดในใจว่าเด็กคนนี้ตัวเล็กนิดเดียวแต่คิดเยอะจริงเชียว

"ไม่ต้องกังวล จ่ายมาแค่หนึ่งหินวิญญาณก็พอ"

"หนึ่งหินวิญญาณระดับสูงหรือเจ้าคะ?" หลานเยว่ตกใจสะดุ้งโหยง

【ต่อให้ขายตัวข้าก็ไม่มีปัญญาจ่ายหรอกนะ!】

"หนึ่งหินวิญญาณระดับต่ำ" ผู้อาวุโสผู้ดูแลเงียบไปนาน สุดท้ายจึงเอ่ยเสริมประโยคนั้นออกมา

เขาพาเด็กน้อยเดินลึกเข้าไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเดินลงจากยอดเขากระบี่วิญญาณ

หลานเยว่เดินตามหลังเขา ดวงตากลมโตฉายแววหวาดระแวงมากขึ้นเรื่อยๆ

【เชี่ย หรือว่าผู้อาวุโสจะลวงข้าไปฆ่าหมกป่า เพราะข้าจ่ายแค่หนึ่งหินวิญญาณเนี่ยนะ?】

ผู้อาวุโสผู้ดูแลที่เดินนำอยู่ชะงักฝีเท้า เขาเริ่มทนไม่ไหวจึงคว้าตัวเด็กหญิงโยนเข้าไปในค่ายกลเคลื่อนย้ายทันที

เมื่อแสงสีขาวสว่างวาบขึ้น เด็กสาวที่เมื่อครู่ยังกระโดดโลดเต้นก็หายวับไปอย่างไร้ร่องรอยในพริบตา

เดิมทีผู้อาวุโสตั้งใจจะจากไปเลย แต่ฉุกคิดอะไรบางอย่างได้ จึงหยิบเบาะรองนั่งออกมา นั่งขัดสมาธิหลับตาเฝ้ายามอยู่แถวนั้น...

หลานเยว่รู้สึกถึงแรงกดดันที่บีบอัดเข้ามาจากรอบทิศทาง ชั่ววูบหนึ่งนางคิดจริงๆ ว่าผู้อาวุโสผู้ดูแลจะฆ่าปิดปากนางแล้ว

โชคดีที่ในวินาทีสุดท้าย แสงจากค่ายกลเคลื่อนย้ายก็ดับวูบลง นางเปลี่ยนจากสถานที่ที่มีนกเกาะกิ่งไม้ดอกไม้ส่งกลิ่นหอม มาโผล่ในถ้ำที่มืดสลัวและว่างเปล่า

"นี่คือหอซ่อนกระบี่ในตำนานที่หรูหราอลังการ แถมยังซ่อนกระบี่วิญญาณระดับเก้าเอาไว้น่ะเหรอ?"

หลานเยว่เบิกตามองไปรอบๆ สีหน้าบนใบหน้าเล็กๆ ของนางดูซับซ้อนยิ่งนัก

【ใครเป็นคนปล่อยข่าวลือเนี่ย? ที่นี่มันถ้ำโทรมๆ ทึมๆ ชัดๆ จะมีกระบี่วิญญาณระดับเก้าซ่อนอยู่จริงดิ?】

นางลองก้าวเท้าเดินไปสองก้าว ปรากฏว่ามีเศษดินร่วงกราวลงมาจากเพดานจริงๆ

หลานเยว่: "..."

【ชัดเลย ผู้อาวุโสหลินแห่งยอดเขากระบี่วิญญาณคิดจะฆ่าข้าหมกป่าจริงๆ ด้วย!】

"แค่กๆ!"

"แค่กๆๆๆ, แค่กๆๆๆๆๆ!"

เสียงไอโขลกอย่างรุนแรงดังมาจากด้านหน้า ราวกับมีคนเป็นโรคหอบหืดกำเริบกะทันหันจนหายใจไม่ทัน

หลานเยว่มองไปอย่างระแวดระวัง ก็พบชายชราหน้าตาใจดีคนหนึ่ง ชายชราไอไม่หยุดจนหน้าแดงก่ำ

【นี่คือผู้สมรู้ร่วมคิดของผู้อาวุโสหลินเหรอ? งั้นข้าจบสิ้นแล้วสิ? จบเห่ จบกัน แขนขาเล็กๆ แค่นี้จะไปสู้อะไรไหว!】

"แค่กๆๆๆๆ!!!"

เสียงไอในถ้ำดังหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ

"สหายตัวน้อย เจ้าคือคนที่ตาเฒ่าหลินส่งมารับกระบี่วิญญาณใช่ไหม? ตามข้ามาสิ ข้าจะพาไปเอา"

ผู้อาวุโสท่านนี้ทนฟังต่อไปไม่ไหวแล้ว เขากลัวว่าพรุ่งนี้ข่าวลือที่ว่าเขากับตาเฒ่าหลินร่วมมือกันทำร้ายศิษย์ในสำนักแล้วฆ่าอำพรางศพจะแพร่สะพัดไปทั่วสำนักหนานหลิง

เจ้าหนูคนนี้อายุยังน้อย ทำไมถึงคิดเลอะเทอะไปได้ขนาดนั้น?

อย่าว่าแต่เจ้าตัวเล็กนี่มีของวิเศษระดับเซียนติดตัวที่แม้แต่เจ้าสำนักยังตรวจจับไม่ได้เลย ต่อให้อีกฝ่ายไม่มีของวิเศษ อายุรุ่นราวคราวพ่ออย่างพวกเขาก็ไม่มีทางรังแกเด็กแบบนี้หรอก!

ถ้าตาทวดสองคนรวมหัวกันรังแกเด็กหญิงสิบขวบ แล้วข่าวลือแพร่ไป หน้าแก่ๆ ของพวกเขาจะเอาไปไว้ที่ไหน?

"ขอบคุณเจ้าค่ะท่านผู้อาวุโส" หลานเยว่ถอนหายใจด้วยความโล่งอกเมื่อได้ยินว่าคนผู้นี้มีกระบี่วิญญาณจริงๆ ดูเหมือนนางจะคิดมากไปเอง

ผู้อาวุโสข้างกายมองนางพินิจพิเคราะห์ พลางคิดในใจว่าแม่หนูคนนี้ภายนอกดูเรียบร้อยว่าง่าย แต่ทำไมความคิดในใจถึงได้เตลิดเปิดเปิงขนาดนั้น?

หรือว่าเด็กหญิงที่ดูเรียบร้อยภายนอก สมัยนี้ข้างในจะเหลวไหลเชื่อถือไม่ได้กันหมด?

โชคดีที่มีของวิเศษระดับเซียนช่วยเตือนสติ ทำให้เขารู้ว่าไม่อาจตัดสินคนจากภายนอกได้

ต่อให้เป็นเด็กน้อยที่ดูเรียบร้อยที่สุด ข้างในอาจจะเป็นตัวแสบก็ได้!

ผู้อาวุโสเดินถอนหายใจนำหน้าไป ส่วนหลานเยว่ก็เดินตามหลังอย่างว่าง่าย

ทว่ายังไม่ทันจะถึงจุดหมาย จู่ๆ ก็มีเสียงตะโกนดังลั่นมาจากไม่ไกล!

"ปล่อยศิษย์น้องของข้านะ!"

จบบทที่ บทที่ 8: ปล่อยศิษย์น้องของข้านะ!

คัดลอกลิงก์แล้ว