- หน้าแรก
- ผมกลายเป็นตัวร้ายในเกมจีบสาวยอดฮิต
- บทที่ 26: วันแห่งชมรม (2)
บทที่ 26: วันแห่งชมรม (2)
บทที่ 26: วันแห่งชมรม (2)
"เอาล่ะทุกคน ครูอธิบายไปแล้วเมื่อวันจันทร์ แต่จะสรุปให้อีกรอบ ครูแจกเอกสารที่มีรายชื่อชมรมทั้งหมดที่จะจัดปฐมนิเทศวันนี้ สถานที่ตั้ง และเวลาของแต่ละรอบให้ทุกคนแล้ว วางแผนให้ดีๆ ล่ะ พวกเธอไม่มีเวลาไปดูทุกชมรมหรอกนะ เพราะงั้นเลือกเฉพาะชมรมที่สนใจจริงๆ เท่านั้น! เข้าใจไหม?"
"ครับ/ค่ะ!"
หลังจากอธิบายเสร็จ ครูประจำชั้นก็ปล่อยให้นักเรียนไปที่ตึกกิจกรรม
นักเรียนต่างพากันกรูออกจากห้องเป็นกลุ่มๆ บางคนถึงกับวิ่งเพื่อไปจองที่ก่อน กลุ่มตัวละครหลักก็ออกไปพร้อมกัน ทำให้เรย์จิอดสงสัยไม่ได้ว่าพวกเขาจะเลือกชมรมไหน
ในเกม ฮารุนะมักจะเลือกชมรมเดียวกับฮินะเพื่อจะได้ใช้เวลากับเธอมากขึ้น ส่วนใหญ่มักจะเป็นชมรมการอ่าน
อย่างไรก็ตาม การกระทำของตัวเอกในช่วงต้นเกมอาจจะเปลี่ยนเส้นเรื่องนี้ได้ โดยชักจูงให้เธอเลือกชมรมที่มีการเคลื่อนไหวและกระฉับกระเฉงกว่านี้ ซึ่งทั้งสามคนน่าจะชอบ เช่น ชมรมปิงปอง ชมรมดนตรี หรือแม้แต่ชมรมศิลปะ
ถ้าเป็นแบบนั้น ฮารุนะจะเข้าร่วมก็ต่อเมื่อชมรมนั้นไม่ต้องซื้ออุปกรณ์เอง เพราะเธอก็ไม่มีเงินพอ
แต่เรย์จิสังหรณ์ใจว่าริคุอาจจะเมินเฉยต่อรายละเอียดพวกนี้ แล้วเลือกสิ่งที่ตัวเองอยากทำ ถ้าผู้เล่นเลือกชมรมที่นางเอกทั้งสองคนไม่สนใจ มันจะปิดกั้นช่องทางเพิ่มค่าความชอบหลายทาง แต่ก็จะปลดล็อกโหมดเกมใหม่ๆ ภายในชมรมที่เลือกแทน
ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเลือกชมรมบาสเกตบอล ผู้เล่นจะปลดล็อกเนื้อหาใหม่และได้เล่นมินิเกมแข่งบาส ความอิสระในการเลือกนี่แหละที่เป็นจุดขายของเกมจีบสาวเกมนี้
แล้วก็อย่าลืมอดีตเลขาฯ เอ๊ย ประธานนักเรียน ซึ่งเป็นนางเอกคนที่สาม เพราะสภานักเรียนก็นับเป็นชมรมหนึ่งเหมือนกัน ผู้เล่นสามารถเลือกสมัครเป็นเลขาฯ เพื่อเปิดโอกาสปฏิสัมพันธ์กับโนอาได้ นี่คือเหตุผลที่บอกว่าเนื้อเรื่องถูกกำหนดโดยการตัดสินใจของผู้เล่นอย่าง หนักหน่วง
นั่นทำให้การเลือกที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้น่าสนใจมากสำหรับเรย์จิ เขาอยากรู้ว่าริคุเวอร์ชันนี้จะกำหนดเส้นทางของตัวเองยังไง
"เรย์จิคุง เลิกเหม่อได้แล้ว เรากำลังเสียเวลาอันมีค่านะ!" ไอริตะโกนพร้อมกระตุกแขนเสื้อเขาแรงๆ เพื่อลากให้เดิน
"โทษทีๆ ไปกันเถอะ!"
สามสหายต่างขั้วเดินมุ่งหน้าไปยังตึกกิจกรรมที่ตอนนี้จอแจไปด้วยเสียงผู้คน เรย์จิโอดครวญในใจเมื่อเห็นฝูงชน คิ้วขมวดด้วยความหงุดหงิด
นั่นทำให้หน้าเขาดูน่ากลัวขึ้นมาทันที นักเรียนที่ขวางทางอยู่รีบแหวกทางให้พวกเราเดินผ่านอย่างรวดเร็ว
"ว้าววว เรย์จิคุงเหมือนยาไล่แมลงเลย! มีประโยชน์ชะมัด" ไอริหัวเราะคิกคัก แม้แต่เจ้าหัวเขียวยังยิ้มมุมปากนิดๆ แม้ความอึดอัดจากเสียงดังจะกลบเกลื่อนรอยยิ้มไปบ้างก็ตาม
"เงียบไปเลยน่า รีบไปกันเถอะ จะไปไหนก่อนดี?"
"อืมม อันที่น่าสนใจและใกล้ที่สุดคือชมรมกระจายเสียง สองคนอยากไปดูไหม? รอบต่อไปจะเริ่มในอีกสองนาที" ไอริเสนอ
"เอาสิ ไปกัน"
พวกเขามาถึงห้องชมรมกระจายเสียง ซึ่งทำหน้าที่เหมือนสถานีวิทยุโรงเรียน พวกเขาประกาศเรื่องสำคัญ ข่าวสาร เปิดเพลง และเล่าเรื่องตลกสัพเพเหระตลอดวัน ในช่วงงานโรงเรียน พวกเขาก็รับหน้าที่เป็นพิธีกร ดึงดูดนักเรียนที่สนใจสายงานสื่อมวลชน
เมื่อเข้าไปข้างใน มีคนนั่งรออยู่แค่ 5 คน และรุ่นพี่สามคนที่มีเข็มกลัดเนกไทสีทองยืนอยู่ข้างหน้า ซึ่งบ่งบอกว่าเป็นนักเรียนปี 3
ปี 2 จะใช้เข็มกลัดสีดำ ส่วนปี 1 ใช้สีเงิน ทำให้แยกแยะได้ง่าย
"โอ๊ะ? มาทันเวลาพอดีเลย! เชิญนั่งครับ เดี๋ยวจะเริ่มกันแล้ว!"
ดูเหมือนจะไม่มีใครจำเรย์จิได้ ดูจากสีหน้าเชิญชวนนั่น ชื่อเสีย(ง)ของเขาแย่ที่สุดในหมู่นักเรียนปี 1 เพราะเพิ่งเปิดเทอมมาแค่เดือนเดียว แถมพอเปลี่ยนลุคใหม่ รุ่นพี่ปี 3 ส่วนใหญ่เลยไม่ค่อยรู้จักเขา
ทั้งสามคนเดินไปนั่งด้านหลัง อยากรู้ว่ากิจกรรมจะเป็นยังไง ในเกมข้ามส่วนนี้ไป เรย์จิเลยไม่รู้รายละเอียด
"เอาล่ะ ก่อนอื่นเราจะเล่าให้ฟังว่าชมรมนี้มีไว้ทำไมและทำอะไรบ้าง จากนั้นจะปิดท้ายด้วยการให้พวกน้องๆ ลองใช้ระบบวิทยุและประกาศอะไรก็ได้ให้คนทั้งโรงเรียนฟัง! น่าตื่นเต้นใช่ไหมล่ะ?"
ทุกคนดูตื่นตัวขึ้นมาหน่อยตอนได้ยินประโยคหลัง มีรุ่นพี่ผู้หญิงหนึ่งคนและผู้ชายสองคน แต่ละคนผลัดกันพูดเกี่ยวกับกิจกรรมชมรม ไม่มีอะไรที่เรย์จิสนใจเป็นพิเศษ และเขาก็พอรู้คร่าวๆ อยู่แล้ว เลยไม่ได้ตื่นเต้นอะไร
สิ่งหนึ่งที่น่าสังเกตคือ รุ่นพี่ทุกคนมีน้ำเสียงที่เป็นเอกลักษณ์และทรงพลัง เหมาะกับวัตถุประสงค์ของชมรมมาก
ไม่นาน การแนะนำชมรมก็จบลง รุ่นพี่เรียกน้องใหม่ขึ้นมาทีละคนเพื่อทดลองออกอากาศ
"ไม่ต้องตื่นเต้น แค่กดปุ่มนั้นค้างไว้ตอนพูด แล้วปล่อยเมื่อพูดจบ!"
"ป-ประกาศถึงชาวโซเฮ! ข-ขอเตือนให้ทุกคนระ-รักษาระเบียบและอย่าตื่นเต้นจนเกินไป อะ-อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้เสมอ ดังนั้นระวังตัวด้วยค่ะ" เด็กสาวขี้อายคนหนึ่งพูดใส่ไมค์เสียงสั่น บางช่วงเสียงขาดหายเพราะความประหม่า
"ว้าว! ไม่เลวเลยสำหรับครั้งแรก มีแววนะเนี่ยรุ่นน้อง!" รุ่นพี่ผู้หญิงใจดีชูนิ้วโป้งให้
คนแล้วคนเล่าขึ้นไปประกาศข้อความสั้นๆ จนกระทั่งถึงตาของเจ้าหัวเขียว
"ผ-ผมไม่ทำได้ไหมครับ? นะครับเรย์จิคุง?" เขาถาม ตัวสั่นเทาด้วยความวิตกกังวล
"ไม่ต้องฝืนหรอก แต่ลองคิดดูนะ นี่เป็นโอกาสพิเศษที่นายอาจจะไม่มีอีกแล้ว ทำไมต้องกังวลว่าจะเกิดอะไรขึ้นล่ะ? แค่สนุกกับปัจจุบันแล้วลองทำสิ่งที่นายไม่เคยคิดว่าจะได้ทำดูสิ!" เรย์จกระซิบปลอบโยน ตบหลังเขาเบาๆ เพื่อให้กำลังใจ
แม้จะยังสั่นไม่หยุด แต่อาการก็ดีขึ้นมาก แววตามุ่งมั่นเข้ามาแทนที่ความกลัว เขาเดินผ่านรุ่นพี่ผู้หญิงใจดีที่กำลังมองเรย์จิด้วยสายตาขบขัน
"ดูนั่นสิ! หน้าตาเหมือนนักเลงแต่นิสัยเหมือนตุ๊กตาหมีเลยแฮะ" เธอหัวเราะเบาๆ
"....อย่าแซวสิครับรุ่นพี่ ผมไม่รู้จะตอบยังไงดี" เรย์จิกลอกตาอย่างเอือมระอา
ในเวลาเดียวกัน เจ้าหัวเขียวก็กดปุ่มแล้วเริ่มพูด
"อะ..เอ่อ ป-ประกาศถึงชาวโซเฮ! อย่าทำเอกสารแนะนำหายนะคร้าบ ม-มันสะ-สำคัญ แค่ก มากๆ นะครับ เอ่อ.... เพราะงั้นเก็บไว้ให้ดี แล้วก็ปะ-ปอด-ภัย (ปลอดภัย) นะคร้าบ" เขาพึมพำรัวเร็ว หน้าแดงก่ำยิ่งกว่าลูกตำลึง
ทุกคนในห้องพยายามกลั้นขำแทบตายตอนเสียงเขาเหินขึ้นจมูกกลางประโยค แล้วก็หลุดขำก๊ากออกมาตอนเขากัดลิ้นตัวเองในคำสุดท้าย
รุ่นพี่ผู้หญิงเองที่อดทนกับความผิดพลาดของทุกคนมาตลอดยังน้ำตาเล็ดจากการกลั้นขำ มือจิกกระโปรงแน่น เธอไม่เคยเห็นผู้ชายคนไหนเสียงสูงปรี๊ดขนาดนั้นมาก่อน รู้สึกผิดที่ขำแต่ก็ช่วยไม่ได้จริงๆ
เจ้าหัวเขียวหันมาหาไอริกับเรย์จิด้วยสีหน้าเหมือนคนจะร้องไห้ แต่ก็พบว่าทั้งคู่หน้าตาบิดเบี้ยว มือปิดปากกันทั้งคู่
"ข-ขี้โกงนี่นาทั้งสองคน! ผมพยายามเต็มที่แล้วนะ!" เขาแว้ดใส่ทั้งน้ำตา
"ฉันไม่ได้ขำนะเจ้าหัวเขียว ฉันแค่.... หน้ามันคันน่ะ" เรย์จิหันหน้าหนีด้วยความรู้สึกผิด
"เชื่อตายล่ะ!" เจ้าหัวเขียวตอบกลับหน้ามุ่ย เดินคอตกกลับมา
"อะ-เอาล่ะ! คนต่อไป!" รุ่นพี่พยายามเปลี่ยนบรรยากาศ
"หนูค่ะ! หนู!" ไอริวิ่งออกไปอย่างตื่นเต้น
"แหมๆ! ไฟแรงจังเลยนะเรา! จัดไปเลย รู้แล้วใช่ไหมว่าต้องทำยังไง!"
"ค่ะ! อะแฮ่มๆ ประกาศถึงชาวโซเฮ! ขออภัยสำหรับประกาศเมื่อสักครู่ เกิดข้อผิดพลาดทางเทคนิคนิดหน่อยค่ะ มีอาจารย์ประจำอยู่ทุกชั้น ถ้าใครมีข้อสงสัยอะไรสอบถามอาจารย์ได้เลยนะคะ ขอบคุณค่ะ"
ไอริด้นสดขอโทษแทนความผิดพลาดของเจ้าหัวเขียว เรียกเสียงหัวเราะเอ็นดูจากคนในห้องได้อีกรอบ เธอทำได้ดีมาก ได้รับนิ้วโป้งเยี่ยมยอดจากรุ่นพี่ทั้งสามคน
"จำเป็นต้องพูดถึงประกาศของผมด้วยเหรอ??" เจ้าหัวเขียวบ่นอุบอิบ ย่นจมูกด้วยความหงุดหงิด
"อิอิ" ไอริแค่หัวเราะคิกคักแล้วผลักเรย์จิออกไป "ตาเรย์จิคุงแล้ว"
"อ๊ะ คุณหมี คนสุดท้ายแล้วสินะ?"
"อะไรวะครับเนี่ย? อย่าเรียกแบบนั้นได้ไหม ขอร้อง" เรย์จิเลิกคิ้วถาม
"ฮ่าๆ ได้สิๆ เชิญเลยถ้าพร้อมแล้ว"
เรย์จินั่งลงหน้าไมค์ แล้วเลือกประโยคจากรายการที่ชมรมเตรียมไว้ให้
"ประกาศถึงชาวโซเฮ ได้รับรายงานว่ามีนักเรียนเบียดเสียดกันเพื่อเข้าฟังการปฐมนิเทศชมรม กรุณางดเว้นการก่อความวุ่นวายและเข้าแถวอย่างเป็นระเบียบ ไม่อย่างนั้นสภานักเรียนจะเริ่มจดชื่อตัวปัญหา เชื่อฉันเถอะ พวกนายไม่อยากทำให้ก้อนน้ำแข็งก้อนนั้นโกรธหรอก" เรย์จิพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำกว่าปกติ พยายามเลียนแบบ 'เสียงผู้ประกาศข่าว' ที่เห็นในทีวี
"โอ้โห สุดยอดไปเลยคุณหมี! เสียงน้องทุ้มดีมาก นี่แหละสิ่งที่เรากำลังขาดอยู่! ว่าไง สนใจเข้าชมรมกระจายเสียงไหม?"
"อ่า สนุกดีครับแต่คงไม่ล่ะ ผมตัดสินใจแล้วว่าจะเข้าชมรมไหน" เรย์จิปฏิเสธอย่างสุภาพ ทำเอารุ่นพี่หน้ามุ่ยด้วยความเสียดาย
"เสียดายจัง แต่จำเป็นต้องเติมประโยคสุดท้ายนั่นด้วยเหรอ? ถึงจะเป็นเรื่องจริง แต่เดี๋ยวน้องก็โดนเล่นงานหรอก" เธอยิ้มขณะพูดถึงประโยคด้นสดของเขา
"อ้าวเวร ผมพูดออกไปเหรอ?"
เรย์จิเกาหัว แกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ เขาแค่อยากหาเรื่องสนุกๆ ทำนิดหน่อย
"ไม่มีทางที่น้องจะไม่ได้ตั้งใจหรอกย่ะ" เธอเลิกคิ้วตอบ
"ใครจะรู้? หวังว่ายัยนั่นจะไม่รู้เรื่องนะ" เขาพูด มองรุ่นพี่ด้วยสายตามีความหวัง
"เข้าชมรมสิ แล้วพี่รับรองว่าเธอจะไม่รู้เรื่องนี้แน่นอน" รุ่นพี่ยิ้มเจ้าเล่ห์
'....ทำไมช่วงนี้มีแต่คนแบล็กเมล์กูวะเนี่ย'