- หน้าแรก
- ฮอกวอตส์ เกียรติยศเลือดบริสุทธิ์
- บทที่ 22 พิธีคัดสรร (ตอนที่ 1)
บทที่ 22 พิธีคัดสรร (ตอนที่ 1)
บทที่ 22 พิธีคัดสรร (ตอนที่ 1)
เมื่อบานประตูเปิดออก ศาสตราจารย์มักกอนนากัลก็ก้าวออกมา เธอเอ่ยขอบคุณแฮกริดสั้นๆ ก่อนจะกวาดสายตามองหาใครบางคนในกลุ่มนักเรียน
โชคดีที่เป้าหมายของเธอนั้นโดดเด่นสะดุดตาและดูจะเป็นฝ่ายเริ่มก่อนเสมอ
ทันทีที่ลุคเห็นศาสตราจารย์มักกอนนากัล เขาก็ยิ้มและพยักหน้าให้เธอเป็นการทักทาย เมื่อเห็นว่าลุคมาถึงที่นี่โดยสวัสดิภาพไร้รอยขีดข่วน ศาสตราจารย์มักกอนนากัลก็ดูเหมือนจะถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกอย่างเห็นได้ชัด
จากนั้นเธอก็นำทางเหล่านักเรียนเดินไปตามทางเดินหินเพื่อมุ่งหน้าไปยังห้องเล็กๆ ที่อยู่ด้านใน
ระหว่างทาง พวกเขาได้ยินเสียงจอแจดังแว่วมาจากห้องโถงใหญ่ที่อยู่หลังกำแพง
นักเรียนหลายคนที่เพิ่งจะสงบจิตสงบใจได้เริ่มกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง
ทว่าคราวนี้เฮอร์ไมโอนี่มีเรื่องอื่นให้สนใจมากกว่า เธอจึงไม่ได้ดูกังวลมากนัก
"นายรู้จักศาสตราจารย์คนนั้นเหรอ?"
เธอสังเกตเห็นเมื่อครู่นี้ว่าเด็กๆ จากครอบครัวผู้วิเศษหลายคนดูจะแสดงท่าทีเกรงกลัวต่อแม่มดร่างสูงผมสีเข้มที่เดินนำอยู่ข้างหน้า เห็นได้ชัดว่าพวกเขาคงเคยได้ยินเรื่องกิตติศัพท์ของแม่มดท่านนี้มาจากพ่อแม่หรือพี่ๆ มาบ้างแล้ว
และดูเหมือนว่าคำวิจารณ์ที่พวกเขาได้รับมาคงไม่ใช่ในทางที่อ่อนโยนหรือใจดีสักเท่าไหร่
"ศาสตราจารย์มักกอนนากัล รองอาจารย์ใหญ่ฮอกวอตส์ อาจารย์ประจำบ้านกริฟฟินดอร์ ศาสตราจารย์วิชาแปลงร่าง และผู้คลั่งไคล้ควิดดิชกับแมว"
ลุคมองเฮอร์ไมโอนี่แล้วกล่าวต่อ "ท่านเป็นอาจารย์ที่เข้มงวดและมีความรับผิดชอบสูง เชื่อฉันเถอะ การมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างเธอกับอาจารย์น่าจะเป็นไปอย่างราบรื่นทีเดียว"
ลุคเชื่อว่าศาสตราจารย์มักกอนนากัลในวัยเยาว์คงจะเหมือนกับเฮอร์ไมโอนี่ไม่มีผิด ทั้งฉลาดเฉลียว ช่างสังเกต แต่ก็ไม่ขาดความกล้าหาญและความมุทะลุ
เฮอร์ไมโอนี่พยักหน้าอย่างจริงจัง แล้วมองตามแผ่นหลังของศาสตราจารย์มักกอนนากัลไป
ครู่ต่อมา พวกเขาก็เดินเข้ามาในห้องเล็กที่ว่างเปล่า ห้องนั้นค่อนข้างคับแคบเมื่อต้องอัดแน่นไปด้วยผู้คนจนไหล่ชนไหล่ ตอนนั้นเองที่ลุคเพิ่งรู้ตัวว่ามือของเฮอร์ไมโอนี่ยังคงกำชายเสื้อคลุมของเขาไว้แน่น
เขาจึงขยับตัวเล็กน้อย ดึงแขนเสื้อออกจากมือของเฮอร์ไมโอนี่
เฮอร์ไมโอนี่ปรายตามองลุคแวบหนึ่งแต่ไม่ได้พูดอะไร
ทว่าศาสตราจารย์มักกอนนากัลกลับจ้องเขม็งมาที่ลุคซึ่งยืนอยู่หน้าแถว ในขณะที่คนอื่นๆ ดูทั้งตื่นเต้นและสำรวมท่าที แต่ลุคกลับยืนด้วยท่าทางเหมือนคนง่วงนอนที่พร้อมจะหลับได้ทุกเมื่อหากไม่ถูกปลุกให้ตื่น
ลุคยิ้มแห้งๆ แก้เก้อ แล้วรีบกลับมายืนในท่าทางปกติ
"ยินดีต้อนรับสู่ฮอกวอตส์ งานเลี้ยงเปิดเทอมกำลังจะเริ่มขึ้นในไม่ช้า..."
ศาสตราจารย์มักกอนนากัลเริ่มกล่าวคำอธิบายเกี่ยวกับพิธีคัดสรรประจำปี เหล่าพ่อมดแม่มดน้อยต่างหูผึ่ง ตั้งใจฟังทุกคำพูดของศาสตราจารย์อย่างจดจ่อ กลัวว่าจะพลาดอะไรไปจนทำให้ขายหน้าในพิธี หรือถูกคัดไปอยู่ในบ้านที่ไม่ชอบ
"ในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า พิธีคัดสรรจะถูกจัดขึ้นต่อหน้าคนทั้งโรงเรียน ฉันแนะนำให้พวกเธอจัดแต่งเสื้อผ้าหน้าผมให้เรียบร้อยระหว่างที่รอ"
สายตาของเธอกวาดมองเสื้อคลุมที่หลุดลุ่ยของเนวิลล์ และรอยเปื้อนบนจมูกของรอน ระหว่างนั้นแฮร์รี่ก็พยายามเอามือลูบผมที่ชี้ฟูของตัวเองให้เรียบ จนกระทั่งสายตาของเธอมาหยุดอยู่ที่ลุค
ลุคจงใจแต่งตัวให้ดูสบายๆ ไม่เนี๊ยบจนเกินไป เสื้อคลุมของเขาจึงหล่นลงมาเล็กน้อยและปกเสื้อก็เบี้ยวไปข้างหนึ่ง
ศาสตราจารย์มักกอนนากัลจึงเดินเข้ามาแก้ปมผ้าคลุมของเขา แล้วผูกให้ใหม่ ก่อนจะจัดปกเสื้อของเขาให้เข้าที่เข้าทาง
สุดท้ายเธอก็ทิ้งสายตาดุๆ ใส่เขาหนึ่งที ก่อนจะหันหลังเดินออกจากห้องไป
ลุครู้สึกอึดอัดเล็กน้อยกับความเรียบร้อยที่เป็นทางการนี้
รอนที่ยืนอยู่ด้านหลังลุคและเฮอร์ไมโอนี่มองเหตุการณ์นั้นด้วยความตกตะลึง หากเขาไม่รู้มาก่อนว่าตระกูลก็อนท์ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องทางสายเลือดกับศาสตราจารย์มักกอนนากัล เขาคงสงสัยไปแล้วว่าศาสตราจารย์มักกอนนากัลต้องเป็นญาติสนิทของลุคแน่ๆ แถมยังสนิทมากเสียด้วย
เพราะจากข้อมูลที่ได้มาจากพวกพี่ชาย ศาสตราจารย์มักกอนนากัลเป็นครูที่ดีและใส่ใจนักเรียน แต่เธอก็แทบจะไม่เคยแสดงความลำเอียงหรือสิทธิพิเศษให้นักเรียนคนไหนเป็นพิเศษ ยกเว้นแต่นักเรียนคนนั้นจะเก่งควิดดิชมากๆ
แน่นอนว่านั่นเป็นสิ่งที่เฟร็ดบอกมา เขาเลยไม่แน่ใจว่ามันจริงเท็จแค่ไหน
ถ้ารอนที่รู้ว่าลุคกับศาสตราจารย์ไม่ใช่ญาติกันยังคิดแบบนี้ เฮอร์ไมโอนี่ที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลยก็ยิ่งเริ่มมองด้วยสายตาสงสัย
"อย่าคิดมากเลย ศาสตราจารย์มักกอนนากัลเป็นคนพาฉันไปซื้ออุปกรณ์การเรียนน่ะ เราเข้ากันได้ดี ท่านก็เลยดูแลฉันเป็นพิเศษนิดหน่อย"
ลุคสัมผัสได้ถึงสายตาแปลกๆ จากเพื่อนทั้งสามคน จึงหันไปอธิบายพร้อมรอยยิ้มอย่างช่วยไม่ได้
เจ้าบุ๊คเกอร์ในอ้อมแขนของเขาก็โผล่หัวออกมาส่งเสียง "เมี๊ยว" ราวกับจะช่วยยืนยันคำพูดของลุค
เมื่อได้ยินเสียงแมวร้อง หน้าอกเสื้อของรอนก็มีการเคลื่อนไหวขยุกขยิก ดูเหมือนจะมีบางอย่างตกใจตื่น
เฮอร์ไมโอนี่ไม่ได้ถามอะไรต่อ อันที่จริงเมื่อช่วงเวลาสำคัญมาถึง เธอก็เริ่มตื่นเต้นขึ้นมาเหมือนกัน จึงหันไปจดจ่อกับการปรับลมหายใจเข้าออก
ส่วนแฮร์รี่ที่เคยเห็นลุคกับศาสตราจารย์มักกอนนากัลพูดคุยกันอย่างสนิทสนมมาก่อนแล้ว จึงยอมรับภาพความสัมพันธ์แบบผู้ใหญ่เอ็นดูเด็กนี้ได้ไม่ยาก
แน่นอนว่าความใจดีของแฮกริดที่มีต่อเขาก็มีส่วนช่วย ทำให้เขาเชื่อว่าอาจารย์ที่ฮอกวอตส์ล้วนแล้วแต่เป็นมิตร แม้ตอนนี้เขาจะตื่นเต้นอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้มากมายจนเกินเหตุ
ลุคสัมผัสได้ถึงความยินดีและความคาดหวังจางๆ ที่แผ่ออกมาจากตัวแฮร์รี่ เขาได้แต่อดไม่ได้ที่จะจุดเทียนไว้อาลัยให้แฮร์รี่ในใจเงียบๆ
แฮร์รี่ยังไม่รู้ว่า ในบรรดาอาจารย์ที่เขากำลังจะได้พบ มีสองคนที่ไม่เพียงแต่จะมีทัศนคติที่ไม่ดีต่อเขาเท่านั้น แต่เรียกได้ว่าเลวร้ายสุดๆ เลยต่างหาก
คนหนึ่งแม้จะห่วงใยเขาแต่ก็เกลียดขี้หน้าเขาด้วย (ถ้าแฮร์รี่เกิดเป็นผู้หญิง เรื่องราวอาจจะดีกว่านี้มาก)
ส่วนอีกคน ที่ดูเหมือนจะไม่สนใจเขา แต่ความจริงแล้วต้องการเอาชีวิตเขา
ชวนให้ถอนหายใจจริงๆ อาชีพผู้กอบกู้โลกเนี่ยเป็นอาชีพที่มีความเสี่ยงสูงเสียจริง!
ขณะที่ความคิดกำลังล่องลอย เขาก็ได้ยินรอนกับคนอื่นๆ ถกเถียงกันเรื่องพิธีคัดสรร และเห็นแฮร์รี่ตื่นตระหนกเมื่อได้ยินคำว่า 'ทดสอบ' เห็นได้ชัดว่าเขาไม่มีความมั่นใจในทักษะเวทมนตร์ของตัวเองเลย
ส่วนเฮอร์ไมโอนี่นั้นได้รับข้อมูลที่ถูกต้องจากลุคมาแล้ว เธอจึงไม่ได้ตื่นตูมไปกับข่าวลือ
เหล่าผีประจำบ้านสรูไถลเข้ามาในห้อง สร้างความโกลาหลและความประหลาดใจให้กับเหล่านักเรียนใหม่ จนกระทั่งศาสตราจารย์มักกอนนากัลกลับเข้ามาและพวกผีก็จากไปพร้อมกัน ราวกับพวกมันแค่แวะมาดูโชว์เปิดตัวเท่านั้น
"เอาล่ะ เข้าแถวเรียงหนึ่ง แล้วเดินตามฉันมา"
ศาสตราจารย์มักกอนนากัลนำขบวนนักเรียนใหม่ที่กำลังตื่นเต้นเดินเข้าสู่ห้องโถงใหญ่ที่โอ่อ่าตระการตา
และแทบจะในทันที นักเรียนใหม่เกือบทุกคนต่างส่งเสียงร้องอุทานออกมาด้วยความทึ่งพร้อมๆ กัน
เทียนไขนับพันเล่มลอยละล่องอยู่กลางอากาศ ส่องสว่างไปทั่วห้องโถงใหญ่ โต๊ะยาวสี่ตัวเรียงรายเต็มไปด้วยจานทองคำและแก้วน้ำ ที่โต๊ะยกพื้นด้านหน้าสุดคือที่นั่งของเหล่าคณาจารย์
ลุคมองเห็นชายชราผมและเคราสีดอกเลา สวมแว่นตาครึ่งเสี้ยว นั่งอยู่ตรงกลาง ดวงตาสีฟ้าสดใสแจ่มชัดราวกับเด็กหนุ่ม
นั่นคืออาจารย์ใหญ่แห่งฮอกวอตส์ หนึ่งในพ่อมดที่ทรงพลังที่สุดแห่งยุค อัลบัส ดัมเบิลดอร์
และในวินาทีนั้น ราวกับดัมเบิลดอร์สัมผัสได้ถึงสายตา เขาจึงเงยหน้ามองตอบกลับมา