เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 17 การเผชิญหน้าและสามสหาย

บทที่ 17 การเผชิญหน้าและสามสหาย

บทที่ 17 การเผชิญหน้าและสามสหาย


ลุคและพรรคพวกเดินเข้ามาในตู้โดยสารตู้สุดท้าย ยังไม่ทันจะได้เริ่มมองหาเจ้าเทรเวอร์ พวกเขาก็เห็นเด็กชายสามคนยืนขวางประตูห้องโดยสารตรงกลางตู้ ดูท่าทางเอาเรื่องไม่เบา

หัวโจกของกลุ่มมีผมสีบลอนด์ซีดราวกับไหมข้าวโพด ริมฝีปากเหยียดยิ้มยโสและยั่วยวนกวนประสาท สมุนอีกสองคนขนาบข้าง คนหนึ่งตัวสูงใหญ่เทอะทะ อีกคนเตี้ยม่อต้อและอ้วนท้วน ทั้งคู่ดูท่าทางพร้อมมีเรื่องได้ตลอดเวลา

เพียงแค่เห็นหน้า เฮอร์ไมโอนี่ก็รู้สึกไม่ถูกชะตากับเด็กชายผมบลอนด์คนนี้แทบจะในทันที แม้เขาจะหน้าตาดี แต่เมื่อเทียบกับลุคแล้ว เขายังถือว่าด้อยกว่าอยู่หนึ่งขั้น ไม่ต้องพูดถึงเรื่องกิริยามารยาทและราศีที่เปล่งออกมาเลย

"ฉันชื่อมัลฟอย! เดรโก มัลฟอย!"

เสียงของเด็กชายดังแว่วมาแต่ไกลด้วยน้ำเสียงถือดี ราวกับกำลังรอคอยคำสรรเสริญเยินยอจากใครสักคน

ทว่าเฮอร์ไมโอนี่กลับขมวดคิ้วมุ่นด้วยความรังเกียจเมื่อได้ยินชื่อนั้น

"เดรโก? ที่แปลว่ามังกรน่ะเหรอ? พ่อแม่เขาไม่อายบ้างหรือไงที่ตั้งชื่อลูกแบบนั้น? แถมยังนามสกุลมัลฟอยนั่นอีก?"

เฮอร์ไมโอนี่กระซิบถามเบาๆ

"ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ชื่อเสียงของตระกูลมัลฟอยในแวดวงขุนนางก็ถือว่าธรรมดามาก"

ลุคเอ่ยพร้อมรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก เขาไม่ได้พูดพล่อยๆ หนึ่งในสามสิ่งที่เขาทำก่อนเปิดเทอมคือการรวบรวมประวัติศาสตร์มืดที่เหล่าตระกูลขุนนางที่เหลืออยู่เก็บงำความลับของกันและกันเอาไว้

วีรกรรมฉาวโฉ่หลายอย่างของตระกูลมัลฟอยแทบจะถูกป่าวประกาศให้โลกรู้ ซึ่งก็สมกับนิสัยรักการโอ้อวดของตระกูลนี้ หนึ่งในเรื่องที่ถูกล้อเลียนมากที่สุดคือเรื่องที่ลูเซียส มัลฟอยที่หนึ่ง เคยตามจีบราชินีอลิซาเบธที่หนึ่ง

ส่วนเรื่องอื่นๆ อย่างการบงการกระทรวงเวทมนตร์ หรือการสังหารผู้เช่าที่ดินที่เป็นมักเกิ้ลโดยอ้างเรื่อง 'กาลโรค' นั้น ไม่ถือว่าเป็นประวัติมืดที่แปลกใหม่อะไร กลับกัน มันเป็นเรื่องปกติที่ตระกูลเลือดบริสุทธิ์ส่วนใหญ่ทำกัน แน่นอนว่าสาเหตุหนึ่งที่คนดูถูกตระกูลมัลฟอยก็เพราะการก้าวขึ้นสู่อำนาจของพวกเขาใช้เวลาค่อนข้างสั้น บรรพบุรุษมัลฟอยรุ่นแรกๆ เพิ่งจะได้ดิบได้ดีจากการติดตามวิลเลียมผู้พิชิตในช่วงศตวรรษที่สิบเอ็ดนี่เอง

ในขณะที่ตระกูลอย่างก็อนท์นั้นเก่าแก่กว่ามัลฟอยมากนัก ยกตัวอย่างเช่น บรรพบุรุษสายตรงที่สามารถสืบค้นได้คนหนึ่งของก็อนท์ก็คือ ซัลลาซาร์ สลิธีริน ซึ่งฮอกวอตส์ก่อตั้งขึ้นราวคริสต์ศตวรรษที่สิบ ดังนั้นชื่อเสียงของสลิธีรินในโลกผู้วิเศษย่อมหยั่งรากลึกมาก่อนหน้านั้นนานโข

"...ถ้าฉันเป็นนายนะ พอตเตอร์ ฉันจะระวังตัวให้มากกว่านี้ นายควรรู้จักกาลเทศะ ไม่อย่างนั้นนายจะได้มีจุดจบเหมือนพ่อแม่ของนาย ที่ไม่รู้จักว่าอะไรควรไม่ควร ถ้านายยังขืนคบหากับคนไร้เกียรติอย่างครอบครัววีสลีย์หรือแฮกริด นายจะต้องติดร่างแหไปด้วยแน่"

เมื่อลุคและเฮอร์ไมโอนี่ดึงสติกลับมา พวกเขาก็ได้ยินเสียงยานคางที่เต็มไปด้วยความยโสโอหังและคำขู่ของมัลฟอยอีกครั้ง

"ได้เวลาปะทะคารมแล้วสินะ"

มุมปากของลุคกระตุกยิ้ม นี่แตกต่างจากเนื้อหาในภาพยนตร์ที่เขาจำได้ แต่ก็เดาได้ไม่ยากว่าน่าจะเป็นฉากในนิยายต้นฉบับ หากมองในมุมนี้ การที่แฮร์รี่และเดรโกสามารถเรียนร่วมกันได้อย่างสงบสุขตลอดเจ็ดปี ก็ถือเป็นเรื่องน่าทึ่งที่แสดงให้เห็นว่ากฎหมายในสังคมผู้วิเศษนั้นศักดิ์สิทธิ์เพียงใด

และเป็นไปตามคาด ทันทีที่ลุคพูดจบ เฮอร์ไมโอนี่ก็ได้ยินเสียงแหลมสูงที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว "พูดอีกทีสิ!"

ใบหน้าของมัลฟอยแสยะยิ้มเย้ยหยัน

"โอ้ จะสู้หรือไง?"

"ถ้าพวกนายไม่ไสหัวไปเดี๋ยวนี้"

เสียงที่ฟังดูไม่ค่อยมั่นใจนักดังเข้าหูลุค

มุมปากของลุคกระตุกอีกครั้ง สมแล้วที่ว่าที่ไหนมีรอน ที่นั่นแฮร์รี่ก็อยู่ไม่ห่าง

ลูกสมุนของมัลฟอยเตรียมจะลงมือแล้ว ทว่าลุคกลับชักไม้กายสิทธิ์รูปทรงงดงามออกมาจากแขนเสื้ออย่างรวดเร็ว

"อินเซนดิโอ!"

ลูกไฟพุ่งออกจากปลายไม้กายสิทธิ์ของลุค ตรงดิ่งไปยังเด็กชายตัวอ้วนที่กำลังจะขยับตัว

เฮอร์ไมโอนี่ที่ยืนอยู่ข้างๆ ถึงกับตะลึงงัน เธอเคยอ่านเจอคาถานี้ในหนังสือ แต่เพราะกลัวว่าจะเกิดอุบัติเหตุหากฝึกที่บ้าน เธอจึงไม่เคยลองร่ายจริงเลยสักครั้ง อีกอย่างนี่มันไม่ใช่บทเรียนสำหรับปีหนึ่งด้วยซ้ำ

พวกเขาแค่จะชกต่อยกัน แต่นี่นายกะจะฆ่าพวกเขาเลยเหรอ!

เฮอร์ไมโอนี่หันขวับมามองลุคด้วยสีหน้าตื่นตระหนก

ในทางกลับกัน ลุคยังคงสงบนิ่ง เขาไม่ได้มีเจตนาจะฆ่าใคร ไม่ว่าคนที่ลงมือจะเป็นกอยล์หรือแครบ พวกเขาก็ไม่ใช่คนเลวร้ายถึงขั้นกู่ไม่กลับ รวมถึงมัลฟอยด้วย ทั้งหมดล้วนเป็นเป้าหมายที่ลุคตั้งใจจะ 'ดัดนิสัย'

และบทเรียนแรกของการดัดนิสัย... คือการทำให้พวกเขารู้ซึ้งว่ากำปั้นของใครใหญ่กว่า

ลูกไฟไม่ได้พุ่งออกไปเร็วนัก แถมยังมีเสียงหวีดหวิวเตือนล่วงหน้า

ตัวลุคเองก็ไม่ได้ลดระดับเสียงหรือใช้การร่ายคาถาแบบไร้เสียงที่เขาฝึกฝนจนชำนาญตลอดเดือนที่ผ่านมา ดังนั้นเด็กชายที่กำลังจะลงมือและมัลฟอยที่ยืนอยู่ข้างๆ จึงเห็นลูกไฟมรณะนี้พุ่งเข้ามาหาตนเต็มตา

ใบหน้าที่ซีดเซียวอยู่แล้วของมัลฟอยพลันขาวซีดราวกับศพ

เคราะห์ดีที่สัญชาตญาณทำให้พวกเขาหลบลูกไฟที่หลบได้ง่ายๆ นี้ได้ทันท่วงที

เจ้าอ้วนเตี้ยรีบนั่งยองลงกับพื้น มัลฟอยเบียดตัวแนบติดผนังหนีวิถีลูกไฟ ส่วนเจ้าอ้วนสูงแข้งขาอ่อนจนทรุดลงไปกองกับพื้น

และเมื่อลูกไฟลอยผ่านไปถึงเหนือศีรษะพวกเขามันก็ระเบิดออกเหมือนดอกไม้ไฟขนาดย่อม แตกกระจายเป้นประกายไฟนับไม่ถ้วนก่อนจะมอดดับไปในอากาศ

ความโกลาหลนี้ไม่ใช่น้อยๆ นักเรียนหลายคนที่ไม่ได้ปิดประตูห้องโดยสารต่างก็เป็นพยานเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด

แน่นอนว่ารวมถึงแฮร์รี่และรอนด้วย

ท่ามกลางสายตาของทุกคน เฮอร์ไมโอนี่พยายามยืดตัวตรงอย่างภาคภูมิใจเพื่อสร้างมาดให้ดูน่าเกรงขาม ส่วนลุคเก็บไม้กายสิทธิ์ลงในซองใส่ไม้ขนาดจิ๋วที่ลงคาถาขยายพื้นที่ไว้อย่างใจเย็น

เขาเดินตรงเข้าไปหากลุ่มของมัลฟอย ระหว่างทางยังหันไปยิ้มทักทายคนที่มุงดูอยู่อย่างสุภาพ

ท่าทีของเขาทำให้รุ่นพี่หลายคนที่เห็นเหตุการณ์ถึงกับขบกรามแน่น

การควบคุมคาถาไฟได้อย่างแม่นยำขนาดนี้ แม้แต่ในหมู่รุ่นพี่ปีสูงๆ ก็มีน้อยคนนักที่จะทำได้ จำนวนนักเรียนฮอกวอตส์ไม่ได้มีมากมายอะไร และในเมื่อไม่มีใครคุ้นหน้าเขา ย่อมหมายความว่าเขาเป็นเพียงเด็กปีหนึ่ง

เด็กปีหนึ่งที่ดูเหมือนจะสามารถซัดรุ่นพี่หมอบได้ง่ายๆ

ด้วยเหตุผลบางอย่าง พวกเขารู้สึกตะหงิดใจแปลกๆ

"ลุค!"

แฮร์รี่จำลุคได้ทันทีที่เห็นหน้า เขาเอ่ยทักทายลุคด้วยความกระตือรือร้น

รอนเห็นรอยยิ้มบนหน้าแฮร์รี่ก็รู้ทันทีว่านี่คือเพื่อนพ่อมดคนแรกที่แฮร์รี่พูดถึง

รอนพิจารณาลุคอย่างละเอียด เมื่อเห็นดวงตาสีมรกตและตราสัญลักษณ์รูปงูบนอกเสื้อ เขาก็รู้ถึงภูมิหลังของลุคได้ทันที

ในขณะที่เฮอร์ไมโอนี่มองเด็กชายสองคนที่ชะโงกหน้าออกมา คิ้วของเธอก็ขมวดเข้าหากันอีกครั้ง คนหนึ่งสวมแว่นตาที่มีรอยร้าว อีกคนสวมเสื้อผ้าสะอาดแต่ดูเก่าและมีรอยเปื้อนที่จมูก

ตลอดการเดินทาง เธอรู้สึกว่ามีเพียงลุคเท่านั้นที่ตรงตามภาพลักษณ์ของพ่อมดในจินตนาการของเธอ ส่วนคนอื่นล้วนมีบางอย่างที่ขาดๆ เกินๆ ไปเสียหมด

ลุคไม่รู้เลยว่า ในขณะนี้ กลุ่มสามสหายในจินตนาการของเขา คนหนึ่งกำลังมองเหยียดอีกสองคน ส่วนอีกสองคนกำลังจ้องมองมาที่เขาเป็นตาเดียว

จบบทที่ บทที่ 17 การเผชิญหน้าและสามสหาย

คัดลอกลิงก์แล้ว