- หน้าแรก
- ฮอกวอตส์ เกียรติยศเลือดบริสุทธิ์
- บทที่ 16 แกะอ้วนที่หลุดมือ
บทที่ 16 แกะอ้วนที่หลุดมือ
บทที่ 16 แกะอ้วนที่หลุดมือ
บุ๊คเกอร์จ้องมองสิ่งมีชีวิตสองขาเพศเมียทั้งสี่คนที่กำลังจ้องมองมาที่มัน แล้วค่อยๆ เอาตัวไปซ่อนไว้ข้างหลังลุคอย่างเงียบเชียบ
มันสัมผัสได้ว่าทั้งสี่คนนี้ ก็เหมือนกับคนเมื่อกี้นั่นแหละ ล้วนแต่อยากจะจับมันไปกดไว้บนตักแล้วฟัดให้หนำใจ
นี่เป็นสิทธิพิเศษที่มีเพียงคุณหนูลูน่าเท่านั้นที่ได้รับอนุญาต! แม้แต่เจ้าคนอย่างลุค ก็เป็นได้แค่คนคอยตามเก็บกวาดมูลให้มันเท่านั้นแหละ!
ลุคไม่รู้หรอกว่าบุ๊คเกอร์กำลังคิดอะไรอยู่
เขายิ้มให้เด็กสาวทั้งสี่คนแล้วกล่าวว่า "ขอโทษด้วยครับ เขาขี้อายนิดหน่อย ในเมื่อพวกพี่ไม่เห็น ถ้าอย่างนั้นผมไม่รบกวนแล้วครับ"
เด็กสาวที่มีใบหน้าสวยหวานตามแบบฉบับชาวตะวันออกยิ้มตอบและกล่าวว่า "จ้ะ ถ้าเธอรีบจริงๆ ลองไปขอความช่วยเหลือที่ตู้นอนของพรีเฟ็คดูก็ได้นะ ตราบใดที่พวกเขาไม่ได้มาจากสลิธีริน พวกเขาน่าจะช่วยเธอได้"
รอยยิ้มของลุคยังคงเดิม แต่ลึกๆ ในใจเขาก็อดรู้สึกไม่ได้ว่าชื่อเสียงของสลิธีรินนี่มันย่ำแย่เกินเยียวยาจริงๆ
"โอเคครับ ขอบคุณสำหรับคำแนะนำครับรุ่นพี่"
พูดจบลุคก็เตรียมจะปิดประตู
"ฉันชื่อ โช แชง อยู่ปีสอง บ้านเรเวนคลอ"
ลุคชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะตอบกลับตามมารยาท "สวัสดีครับรุ่นพี่แชง ผมชื่อ ลุค ก็อนท์ เด็กปีหนึ่งครับ"
จากนั้นเขาก็ถอยออกมา
แน่นอนว่าลุครู้จัก โช แชง
นี่คือเด็กสาวที่เคยทำให้แฮร์รี่หลงใหลได้ปลื้ม
จากรูปลักษณ์ที่เห็นเมื่อครู่ ก็ไม่แปลกใจเลยที่แฮร์รี่จะเป็นแบบนั้น
ทว่าตัวเขาเองไม่ได้มีความปรารถนาที่จะทำความรู้จักกับโช แชง มากนัก
เขายังมองไม่เห็นจุดเด่นที่เปล่งประกายในตัวเด็กสาวคนนี้มากพอ
เฮอร์ไมโอนี่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น และแน่นอนว่าเธอสังเกตเห็นความกระตือรือร้นของโช แชง
เฮอร์ไมโอนี่เข้าใจได้ดี เพราะเหตุผลสำคัญที่ทำให้เธอเลือกเข้ามาคุยกับลุคในตอนแรก ก็เพราะเขามีความโดดเด่นสะดุดตาที่สุดในฝูงชน
เขาหล่อเหลาจนน่าทึ่ง แต่งกายสง่างามและดูคลาสสิก แต่กลับไม่มีใครกล้าสบตาหรือเข้าไปทักทาย
เรื่องนี้มันแปลกประหลาดมากพออยู่แล้ว
"ไปกันเถอะ ไปตู้ถัดไป"
เฮอร์ไมโอนี่เดินตามลุคไป จากตู้หนึ่งสู่อีกตู้หนึ่ง
แม้ทุกคนจะบอกว่าไม่เห็นคางคกของเนวิลล์ แต่ไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิง รุ่นเดียวกันหรือรุ่นพี่ พวกเขาก็มักจะเผลอชวนลุคคุยต่ออีกสักสองสามคำเสมอ
และลุคก็สามารถพูดคุยเรื่องสัพเพเหระกับพวกเขาได้อย่างไหลลื่น แม้จะเป็นเพียงการสนทนาตามมารยาทก็ตาม
แต่นั่นก็ยังทำให้เฮอร์ไมโอนี่รู้สึกอิจฉาอยู่ลึกๆ
เฮอร์ไมโอนี่รู้ตัวดีว่าเธอไม่เคยเป็นที่รักของคนรอบข้างเท่าไหร่นัก
แต่ถ้าต้องแลกการเรียนรู้และเลิกสนใจผลการเรียนหรือลำดับที่ เพื่อไปเอาใจคนอื่น มันคงทำให้เธอไม่มีความสุขเอาเสียเลย
ระหว่างการเป็นที่รักของคนอื่นกับความสุขของตัวเอง เฮอร์ไมโอนี่เลือกอย่างหลังโดยแทบไม่ต้องลังเล
เดินไปได้ไม่ไกล พวกเขาก็มาหยุดอยู่หน้าตู้นอนที่ส่งเสียงดังเอะอะ
ต้องบอกก่อนว่าตู้นอนพวกนี้มีเวทมนตร์เก็บเสียงอยู่ แม้จะไม่ทรงพลังมากนัก แต่ก็เพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไป
แต่ตอนนี้พวกเขากลับได้ยินเสียงโครมครามดังออกมาถึงหน้าประตู นั่นแสดงให้เห็นว่าข้างในคงจะวุ่นวายกันน่าดู
ลุคเคาะประตูเบาๆ
เสียงเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่เด็กชายผมแดงคนหนึ่งจะเปิดประตูออกมาพร้อมรอยยิ้มเจิดจ้าบนใบหน้า
เขาเห็นลุคแล้วยิ้มทัก "สวัสดีเด็กใหม่ มีอะไรให้ช่วยไหม?"
ลุคพลอยได้รับอิทธิพลจากรอยยิ้มนั้น รอยยิ้มของเขาจึงดูจริงใจขึ้นอีกส่วนหนึ่ง แม้ปกติมันจะดูจริงใจมากอยู่แล้วก็ตาม
"ผมกำลังตามหาคางคกครับ เขาชื่อเทรเวอร์"
เด็กชายมองสำรวจลุคตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้วมองเลยไปที่เฮอร์ไมโอนี่ด้านหลัง ก่อนจะกะพริบตาปริบๆ แล้วพูดว่า "ฟังนะ ฉันไม่คิดว่าสาวๆ จะชอบผู้ชายที่เล่นคางคกหรอก เธอควรจะหาแมวหรือนกเค้าแมวมาเลี้ยงสักตัวดีกว่า"
"เมี๊ยว!"
ทันทีที่เด็กชายพูดจบ เสียงของบุ๊คเกอร์ก็ดังขึ้นจากแทบเท้าของลุค
ดูเหมือนมันจะโกรธมากที่เด็กคนนี้เมินมัน
ลุคก้มลงอุ้มบุ๊คเกอร์ขึ้นมาแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม "คางคกเป็นของเนวิลล์ครับ เนวิลล์ ลองบัตท่อม เขาขอให้ผมช่วยหา"
เด็กชายร้องอ๋อทันที "นายนี่ใจดีจัง แต่น่าเสียดาย พวกเราไม่เห็นคางคกเลย"
"ถ้าจำเป็น นายลองไปถามตู้ตรงข้ามดูสิ เชื่อฉันเถอะ แค่นายเรียกคนหัวแดงในตู้นั้นว่า 'คุณพรีเฟ็ค' เขาจะช่วยนายค้นทั่วรถไฟแน่นอน!"
คำพูดของเขาเรียกเสียงหัวเราะครืนใหญ่จากคนในตู้นอนของเขา
แน่นอนว่านั่นทำให้ลุคระบุตัวตนของพวกเขาได้ทันที
เขามองสำรวจเด็กชายตรงหน้า แล้วยิ้มตอบ "โอเคครับคุณวิสลีย์ ถ้าผมต้องการความช่วยเหลือจริงๆ ผมจะไปขอแน่นอน"
พูดจบลุคก็พาเฮอร์ไมโอนี่เดินจากไป มุ่งหน้าไปยังตู้ถัดไป
ตู้ต่อไปคือตู้สุดท้ายแล้ว
ถ้ายังหาไม่เจอ ก็คงแปลว่าเจ้าเทรเวอร์มีสกิลการพรางตัวขั้นเทพแน่ๆ
เด็กชายมองแผ่นหลังของลุคที่เดินจากไปอย่างงงงวย
อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้เก็บมาคิดมากนักแล้วปิดประตู กลับไปนั่งที่เดิม
"จอร์จ เมื่อกี้ตอนท้ายเขาพูดว่าอะไรนะ? ฉันมัวแต่หัวเราะเยาะเพอร์ซี่เลยได้ยินไม่ถนัด"
บนเก้าอี้ เด็กชายอีกคนที่หน้าตาเหมือนจอร์จราวกับแกะเอ่ยถาม
"เขาเรียกฉันว่า 'คุณวิสลีย์' ให้ตายเถอะเฟร็ด ตระกูลเราดังขนาดนั้นเลยเหรอ?"
จอร์จพูดด้วยน้ำเสียงระอาใจเล็กน้อย
"โอ้! ฉันมั่นใจว่าต้องดังมากแน่ๆ ก็แหม พวกเราจน ลูกเยอะ แถมยังมีผมแดงที่เด่นหราซะขนาดนี้!"
เฟร็ดพูดติดตลก ล้อเลียนตัวเองอย่างสนุกสนาน
คำพูดของเขาเรียกเสียงหัวเราะจากนักเรียนอีกสองคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามได้อีกครั้ง
เฟร็ดยิ้มและพูดต่อ "แต่นั่นเป็นสิ่งที่พวกตระกูลพวกนั้นสนใจไม่ใช่เหรอ อย่างเช่นพวกเรารู้ว่าจุดเด่นของตระกูลมัลฟอยคือผมสีบลอนด์เหมือนไหมข้าวโพด แล้วนายจำจุดเด่นอะไรของคนเมื่อกี้ได้บ้าง?"
"หล่อมาก!"
จอร์จโพล่งออกมาสองคำ
เฟร็ดมองแฝดของตัวเองอย่างเอือมระอา "นั่นเรียกว่าจุดเด่นเหรอจอร์จ? นายแบ่งไอคิวไปให้รอนยืมหรือไง?"
จอร์จกลอกตาใส่เฟร็ดแล้วสวนกลับ "ความรู้สึกแรกของฉันคือเด็กใหม่คนนั้นหล่อมาก ถ้านายเห็นนายก็ต้องพูดแบบเดียวกันนั่นแหละ ส่วนจุดเด่นน่ะเหรอ..."
"ตาสวยมาก สีเหมือนมรกตเลย แล้วเขาก็ติดเข็มกลัดตราประจำตระกูลด้วย เป็นรูปงู"
ทันทีที่พูดจบ เขาก็ได้ยินเสียงตะโกนของเฟร็ด
"ตาสีเขียวกับตรางู! โอ้ พระช่วย! จอร์จ นายทำอะไรลงไป! เราพลาดลูกค้าคนสำคัญเข้าให้แล้ว!"
จอร์จมองท่าทางเล่นใหญ่เกินเบอร์ของเฟร็ดแล้วถามอย่างงุนงง "นายพูดเรื่องอะไร?"
"ถ้าฉันบอกแม่ นายต้องโดนลากไปเรียนวิชาประวัติศาสตร์ตระกูลเพิ่มแน่ นั่นมันลักษณะเด่นของตระกูลก็อนท์ กับตราประจำตระกูลก็อนท์เลยนะ แล้วพ่อกับแม่ก็เพิ่งพูดถึงทายาทตระกูลก็อนท์เมื่อเดือนสุดท้ายของวันหยุดนี่เอง เขาได้รับมรดกก้อนโตเลยนะ!"
เฟร็ดทำหน้าเพ้อฝัน "ถ้าเรามีเงินขนาดนั้น ป่านนี้เราคงสร้างของเล่นเจ๋งๆ ออกมาได้แล้ว ไม่ต้องมานั่งเก็บเงินต่ออีกปีหรอก"
"นายปล่อยแกะอ้วนตัวเบ้อเริ่มหลุดมือไปแล้ว จอร์จ!"