- หน้าแรก
- ฮอกวอตส์ เกียรติยศเลือดบริสุทธิ์
- บทที่ 3 กริงกอตส์
บทที่ 3 กริงกอตส์
บทที่ 3 กริงกอตส์
"เธอมีเงินติดตัวบ้างไหม?"
จู่ๆ ศาสตราจารย์มักกอนนากัลก็นึกถึงประเด็นสำคัญขึ้นมาได้ แม้เสื้อผ้าที่ลุคสวมใส่อยู่จะดูประณีตงดงาม แต่มันก็เห็นได้ชัดว่าไม่พอดีตัว คล้ายกับเป็นเสื้อผ้าเก่าของผู้ใหญ่ที่ตกทอดมาเสียมากกว่า
ลุคพยักหน้าตอบ "ผมมีครับ แต่ต้องไปเบิกมาจากกริงกอตส์เสียก่อน"
พูดจบเขาก็หยิบตราประจำตระกูลในมือออกมา "ผมจำเป็นต้องใช้สิ่งนี้... นี่คือตู้นิรภัยของตระกูลเรา นอกจากคนในตระกูลแล้ว ก็มีเพียงก๊อบลินแห่งกริงกอตส์เท่านั้นที่ล่วงรู้"
ศาสตราจารย์มักกอนนากัลพยักหน้าอย่างเข้าใจ หากทรัพย์สินส่วนนี้ไม่ได้ถูกซ่อนเร้นจากคนตระกูลก็อนท์สายอื่น ป่านนี้มันคงไม่เหลือแล้ว ไม่ว่าจะด้วยความฟุ้งเฟ้อในยุครุ่งเรืองหรือความขัดสนในยามตกอับ พวกเขาคงจ้องจะตะครุบเงินก้อนนี้ โดยไม่สนใจไยดีความเป็นตายของทายาทคนสุดท้ายอย่างแน่นอน
ศาสตราจารย์มักกอนนากัลเคยพบเจอพ่อมดแม่มดเลือดบริสุทธิ์มามากมาย ไม่ว่าจะเป็นตระกูลใหญ่โตหรือตระกูลเล็กๆ ความจองหองและจิตใจที่คับแคบมักจะฉายชัดอยู่บนใบหน้าของพวกเขา จำนวนของพ่อมดเลือดบริสุทธิ์ที่ตกต่ำเหล่านี้มีไม่น้อยเลยทีเดียว แม้จะปฏิเสธไม่ได้ว่าเลือดบริสุทธิ์ที่เป็นมิตรก็มีมาก เช่น ตระกูลวีสลีย์ หรือตระกูลชักเคิลโบลต์
ทว่าในบรรดาขุนนางเหล่านั้น เด็กชายที่ยืนอยู่ตรงหน้ากลับทำให้เธอรู้สึกราวกับว่าได้พบกับ 'ทายาทขุนนาง' ที่แท้จริง
'น่าสงสัยจริงว่าตระกูลอื่นๆ จะมีทายาทที่ถูกซ่อนเร้นไว้แบบนี้บ้างหรือไม่'
ความคิดนี้แวบเข้ามาในหัวของศาสตราจารย์มักกอนนากัล แต่เธอก็ปัดตกไปทันที หากมีเพชรเม็ดงามขนาดนี้จริง ทำไมไม่เปิดตัวออกมาเพื่อเสริมสร้างอำนาจให้ตระกูลเล่า? สถานการณ์ปัจจุบันของตระกูลเลือดบริสุทธิ์ไม่ได้สู้ดีนัก ความพ่ายแพ้ของลอร์ดโวลเดอมอร์ทำให้หลายตระกูลถูกกีดกันจากศูนย์กลางอำนาจ บางตระกูลถึงขั้นใกล้ล่มสลาย จะมัวมาซ่อนตัวคนเก่งๆ ไว้ทำไมในเวลาแบบนี้?
เมื่อดึงสติกลับมาได้ ศาสตราจารย์มักกอนนากัลก็เอ่ยกับลุค "ตามฉันมา เราจะไปที่กริงกอตส์กันก่อน"
ลุคเดินตามจังหวะก้าวของศาสตราจารย์มุ่งหน้าสู่อาคารสีขาวสูงตระหง่าน
ระยะทางไม่ไกลนัก เพียงครู่เดียวพวกเขาก็มาถึงหน้าประตูบานใหญ่ หน้าประตูสำริดมีก๊อบลินเฝ้ายามสองตนในชุดเครื่องแบบสีแดงขลิบทอง ทั้งสองโค้งคำนับให้พวกเขาและเปิดประตูให้อย่างนอบน้อม
ถัดมาคือประตูสีเงินที่มีข้อความสลักอยู่ ลุคกวาดสายตาอ่านผ่านๆ ก็รู้ว่าเป็นเพียงคำเตือนจากพวกก๊อบลินถึงใครก็ตามที่คิดจะขโมยของ
ลุคไม่ได้สนใจกับคำขู่พวกนี้นัก คำเตือนพวกนี้ไร้ประโยชน์สิ้นดี ครั้งหนึ่งลอร์ดโวลเดอมอร์ก็เคยสั่งให้ศาสตราจารย์ควิดเรลล์บุกมาชิงของดื้อๆ และในอนาคตแฮร์รี่กับพรรคพวกก็ยังจะมาถล่มที่นี่จนราบคาบ...
ดังนั้นคำขู่พวกนี้จึงไม่มีความน่าเกรงขามเลยสักนิด
ศาสตราจารย์มักกอนนากัลคุ้นเคยกับสถานที่นี้ดี เธอจึงเดินผ่านประตูสีเงินเข้าไปในโถงใหญ่โดยไม่รีรอ ลุคเร่งฝีเท้าตามไปติดๆ
สองข้างทางของโถงเต็มไปด้วยก๊อบลินที่กำลังง่วนอยู่กับการนับเงิน ลุคไม่ได้สนใจพวกเขาแต่เดินตรงดิ่งไปยังที่นั่งที่สูงที่สุดตรงกลางโถง
ก๊อบลินผมบางสวมแว่นตาครึ่งเสี้ยวนั่งอยู่บนนั้น เขาเห็นศาสตราจารย์มักกอนนากัลกับลุคมาแต่ไกล ซึ่งทำให้เขารู้สึกเหนื่อยใจเล็กน้อย เพราะเขาเพิ่งจะส่งคนดูแลสัตว์ของฮอกวอตส์กลับไป แล้วนี่ศาสตราจารย์ตัวจริงก็โผล่มาอีก ที่สำคัญเขารู้ดีว่านักเรียนที่ต้องให้อาจารย์พามาด้วยนั้นมักจะไม่ธรรมดา
ดังนั้น ธุระของคนกลุ่มนี้ย่อมไม่ใช่แค่การแลกเงินปอนด์เป็นเกลเลียนแน่นอน
"ลุค ก็อนท์ ประสงค์จะขอรับมรดกตกทอดของ โรเบิร์ต ก็อนท์" ลุคก้าวไปข้างหน้าพร้อมยื่นตราประจำตระกูลในมือให้ก๊อบลินดูอย่างใจเย็น
ก๊อบลินตนนั้นสูดหายใจเฮือก เขาคิดว่าเจ้าหนูคนนี้คงจะยุ่งยาก แต่ไม่คิดว่าจะยุ่งยากขนาดนี้ ให้ตายสิ ทายาทของก็อนท์สายที่ซ่อนเร้นหรือนี่ เขาคิดว่าคนตระกูลนั้นตายกันไปหมดตั้งนานแล้วเสียอีก
แม้จะปรับสีหน้าให้กลับเป็นปกติได้อย่างรวดเร็ว แตี่ปฏิกิริยานั้นก็ไม่อาจรอดพ้นสายตาของศาสตราจารย์มักกอนนากัลไปได้ ดูจากท่าทางแล้ว เงินในตู้นิรภัยนั้นคงมีจำนวนมหาศาลจนคาดไม่ถึง
"กรุณารอสักครู่"
พูดจบเขาก็ลงจากเก้าอี้สูงแล้วหายเข้าไปในห้องด้านหลัง
ก๊อบลินอีกตนเดินเข้ามาโค้งคำนับและผายมือเชิญ ลุคและศาสตราจารย์มักกอนนากัลเดินตามเข้าไปในห้องรับรองที่ตกแต่งอย่างหรูหราสง่างาม ซึ่งชัดเจนว่าไม่ได้เตรียมไว้สำหรับลูกค้าทั่วไป
ไม่นานนัก ผู้อำนวยการก๊อบลินก็กลับมาพร้อมกล่องใบเล็ก
เขาเปิดกล่องออก เผยให้เห็นงูที่แกะสลักจากอัญมณีสีเขียวเข้มทั้งก้อน ในเบ้าตาซ้ายฝังพลอยสีแดงไว้ แต่มีเพียงข้างเดียว ลิ้นของมันแลบออกมาแต่ปากปิดสนิท
"กรุณาหยดเลือดลงในเบ้าตาด้วยครับ"
น้ำเสียงของก๊อบลินราบเรียบแต่เคร่งขรึม เบื้องหลังพิธีกรรมนี้คือทรัพย์สินมหาศาล แม้จะมีฮอกวอตส์รับรอง แต่เขาก็ต้องทำตามขั้นตอน อีกใจหนึ่งเขาก็แอบเสียดาย หากสมบัติเหล่านี้ไม่มีใครมาอ้างสิทธิ์อีกสักร้อยปี มันจะถูกระบุว่าเป็นทรัพย์สินไม่มีเจ้าของและตกเป็นของกริงกอตส์ทันที...
ลุคไม่ลังเล เขาหยิบมีดพกออกมาเจาะที่ปลายนิ้ว เลือดหยดหนึ่งไหลซึมออกมาและตกลงไปในเบ้าตาขวาของงูแกะสลัก
ตอนแรกดูเหมือนงูจะไม่มีปฏิกิริยาอะไร
ก๊อบลินตาเป็นประกายวาวโรจน์ ศาสตราจารย์มักกอนนากัลขมวดคิ้วลึก แต่ลุคยังคงนิ่งเฉย และแล้ว ประมาณสิบสามวินาทีต่อมา เลือดในเบ้าตาขวาก็แข็งตัวกลายเป็นอัญมณี งูทั้งตัวเปลี่ยนจากสีเขียวเข้มเป็นสีเขียวมรกตสดใส ปากของมันอ้าออก เผยให้เห็นลูกกุญแจดอกหนึ่ง
ลุคหยิบกุญแจออกมาอย่างใจเย็น แล้วยิ้มให้ก๊อบลินที่มีสีหน้าผิดหวังอย่างปิดไม่มิด "ช่วยนำทางด้วยครับ ผมต้องเบิกเงินไปซื้อของ อย่างที่คุณเห็น ผมตกอับจนไม่มีแม้แต่เสื้อผ้าที่พอดีตัวจะใส่"
ก๊อบลินรักษาความเป็นมืออาชีพได้ดี เขาพยักหน้าและปรับสีหน้าให้เป็นปกติ "เชิญทางนี้ครับ"
จากนั้นเขาก็นำทางทั้งสองมุ่งหน้าสู่ตู้นิรภัย
หลังจากขึ้นรถราง ถ้ำขนาดมหึมาก็ปรากฏแก่สายตา พร้อมตู้นิรภัยเรียงรายอยู่ตามผนังถ้ำ
สถานที่แห่งนี้แทบจะเป็นคลังเก็บเงินของโลกผู้วิเศษในบริเตนทั้งหมด หากใครคิดจะปล้นที่นี่ ต่อให้ได้เงินไปมากแค่ไหน ก็แทบจะมั่นใจได้เลยว่าจะต้องถูกไล่ล่าจากพ่อมดเกือบทั้งเกาะอังกฤษ
รถรางแล่นไปได้ไม่ไกลก่อนจะดิ่งลงสู่เส้นทางแยก มันมาหยุดที่ปลายทาง ทว่าไม่มีประตูตู้นิรภัย มีเพียงถ้ำมืดมิด ศาสตราจารย์มักกอนนากัลค่อนข้างแปลกใจที่ลุคไม่มีทีท่าว่าจะทิ้งเธอไว้ข้างหลังในสถานการณ์แบบนี้ เธอไม่เชื่อว่าลุคจะมองข้ามเรื่องความเป็นส่วนตัวไป ดูได้จากสีหน้ากังวลของเขาในตอนนี้
ความจริงคือลุคเองก็เพิ่งนึกขึ้นได้... เขาลืมไปสนิทเลยว่าวันนี้คือวันที่ 31 กรกฎาคม หากจำไม่ผิด วันนี้เป็นวันที่แฮร์รี่กับเพื่อนๆ จะมาที่กริงกอตส์ ซึ่งหมายความว่าเป็นวันที่กริงกอตส์จะถูกบุกรุก! โชคร้ายชะมัด ดังนั้นเขาจึงไม่กล้าทิ้ง 'ขาใหญ่' อย่างศาสตราจารย์แล้วเดินดุ่มๆ เข้าไปสำรวจคนเดียวแน่ๆ
อีกอย่าง เขามั่นใจในคุณธรรมของศาสตราจารย์มักกอนนากัลอย่างที่สุด ต่อให้มรดกของตระกูลก็อนท์จะมีมากมายมหาศาลแค่ไหน เขาก็เชื่อว่าศาสตราจารย์ผู้ผ่านโลกมามากอย่างเธอจะไม่มีทางหวั่นไหวกับมันแน่นอน!