เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 2 ฉันชื่อเจมี่ วาร์ดี้

บทที่ 2 ฉันชื่อเจมี่ วาร์ดี้

บทที่ 2 ฉันชื่อเจมี่ วาร์ดี้


"โอ้โหว...!!"

“หลิง...!!”

"สุดยอด!!"

"รักนายฉิบหายเลยว่ะ หลิง!!"

ลูกยิงไกลย้อยข้ามหัวระยะเกือบ 60 เมตรทำเอาเพื่อนร่วมทีมของหลิงเฟิงตื่นเต้นยกใหญ่

หลิงเฟิงไม่ได้แสดงอาการอะไรมากนัก เขาหมุนตัวกลับไปมองแมทธิวที่ยังนอนกองอยู่กับพื้น แล้วแสยะยิ้มที่มุมปาก

"ถุย...!"

เขาถุยน้ำลายลงพื้น ก่อนจะหันหลังเดินไปกอดคอกับเพื่อนร่วมทีม

วินาทีนั้น แมทธิวที่นอนอยู่บนพื้นแทบจะขบกรามจนแตกละเอียด!

"วิสัยทัศน์ดั่งพระเจ้า จิตใจที่เยือกเย็น การครองบอลที่ยอดเยี่ยม และเทคนิคที่เหนือชั้น!" วาร์ดี้ยืนตาลุกวาวอยู่ข้างสนาม

เขาเป็นนักเตะของ เชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ รึเปล่า?

เลสเตอร์ ซิตี้ กำลังต้องการนักเตะที่คุมแดนกลางได้แบบสุดๆ โดยเฉพาะหลังจากคัมบิอัสโซ่ย้ายออกไปในฤดูกาลนี้!

ในฐานะกองหน้า ไม่มีใครปฏิเสธนักจ่ายบอลระดับท็อปหรอก ฤดูกาลที่แล้วเขายิงให้ทีมในลีกไปแค่ 5 ประตู และเขากระหายที่จะพิสูจน์ตัวเองใจจะขาด!

สกอร์ตอนนี้ขยับมาเป็น 1-1 และครึ่งแรกก็จบลง

ทุกคนเห็นได้ชัดเลยว่าการปรากฏตัวของหลิงเฟิงสร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างมหาศาลให้กับทีมสีเหลือง ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด ครึ่งหลังพวกเขาพลิกกลับมาชนะได้แน่นอน

"ฮ่าๆ... หลิง ฉันกะแล้วเชียว! แค่มีนายอยู่ด้วย ไอ้พวกเวรแมทธิวนั่นก็ไม่ใช่คู่มือของเราแล้ว!" เดวิดยื่นขวดน้ำให้หลิงเฟิงจากข้างสนาม สายตาจับจ้องไปที่ชุดเชฟที่หลิงเฟิงถอดวางไว้พลางพูดขึ้น

"หลิง นายกะจะกลับไปเรียนทำอาหารกับลุงหลิงจริงๆ เหรอ? พรสวรรค์ระดับนาย สโมสรในอังกฤษมีตั้งเยอะแยะ นายต้องมีโอกาสแน่ๆ"

หลิงเฟิงหมุนเปิดฝาขวดน้ำแล้วจิบเล็กน้อย "จะเป็นงั้นได้ไง? ช่วงนี้ฉันแค่ทำตามใจพ่อไปงั้นแหละ ไม่งั้นเขาคงบังคับให้ฉันกลับไปเรียนมหาวิทยาลัยอีก"

หลิงเฟิงโยนขวดน้ำทิ้งไปข้างๆ แล้วกระซิบข้างหูเดวิด "ฉันกะว่าจะหาโอกาสไปที่ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด"

"อะไรนะ? นาย..." ในฐานะแฟนบอล เชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ เดวิดทำใจยอมรับยากจริงๆ ที่หลิงเฟิงคิดจะย้ายไปอยู่กับทีมคู่ปรับตลอดกาล

เขาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยอมรับการตัดสินใจของเพื่อน "ก็ได้ ในเมื่อวันพุธเป็นฝ่ายหักหลังนายก่อน ฉันเคารพการตัดสินใจของนาย"

"แล้วนายล่ะ?" หลิงเฟิงถามเดวิดกลับ

“ฉันเหรอ? หลิง นายก็รู้ ฉันไม่เหมือนนาย ฉันไม่มีพรสวรรค์ด้านนี้ ฉันคงไปในเส้นทางสายฟุตบอลได้ไม่ไกลหรอก ฉันคงไปเรียนต่อมหาวิทยาลัย” แววตาเศร้าสร้อยวูบผ่านดวงตาของเดวิดยามพูดถึงตัวเอง

“ไม่เป็นไรน่าเดวิด เรียนจบแล้วนายก็ไปสอบใบอนุญาตเอเยนต์สิ ถึงตอนนั้น ฉันต้องเป็นซูเปอร์สตาร์แล้วแน่ๆ นายมาเป็นเอเยนต์ให้ฉันสิ ฮี่ๆ...” หลิงเฟิงพูดอย่างหน้าไม่อายพลางตบไหล่เดวิด

ไม่นาน การแข่งขันครึ่งหลังก็เริ่มขึ้น

หลิงเฟิงคุมเกมได้เบ็ดเสร็จภายในสิบนาทีหลังจากลงสนามและตีเสมอได้ ทำให้ขวัญกำลังใจของทีมพุ่งสูงปรี๊ดในช่วงต้นครึ่งหลัง

ภายใต้การนำทัพของหลิงเฟิง กลุ่มนักเตะสมัครเล่นสามารถต่อกรกับนักเตะเยาวชนสโมสรได้อย่างสูสี

เจมี่ วาร์ดี้ ที่ยืนอยู่ข้างสนาม ไม่เคยคาดคิดเลยว่าการกลับมาเยี่ยมบ้านเกิดคราวนี้ จะทำให้เขาติดลมยืนดูเด็กเตะบอลได้ขนาดนี้

ยิ่งเวลาผ่านไป ฟอร์มการเล่นของหลิงเฟิงยิ่งทำให้เขาประหลาดใจมากขึ้นเรื่อยๆ จนหลายครั้งเขาแทบอยากจะโทรหาที่สโมสรให้ส่งคนมาเซ็นสัญญาหลิงเฟิงเดี๋ยวนั้นเลย

อย่างไรก็ตาม เขายังยั้งใจไว้ ตัดสินใจรอให้เด็กกลุ่มนี้แข่งจบก่อน ค่อยเข้าไปคุยกับหลิงเฟิงเพื่อถามไถ่ว่าตอนนี้สังกัดสโมสรไหนอยู่หรือเปล่า

เกมดำเนินมาถึงนาทีที่ 70 อย่างรวดเร็ว สกอร์ยังคงอยู่ที่ 1-1 ไมเคิลทำเสียของจากลูกจ่ายสวยๆ ของหลิงเฟิงไปหลายครั้ง จนวาร์ดี้ที่อยู่ข้างสนามแทบอยากจะกระชากเขาออกมาแล้วลงไปยิงเอง

“แม่งเอ๊ย ไอ้หมอนั่นทักษะเท้าห่วยแตกชิบหาย ถ้าเป็นฉันลงไปเล่นนะ ป่านนี้สกอร์ไหลไป 5-1 หรือ 6-1 แล้ว”

“ฮ่าๆ... เจมี่ นายจะไปจริงจังอะไรกับเด็กพวกนั้น? พวกเขาไม่ใช่มืออาชีพสักหน่อย แต่เจ้าหนู กองกลางตัวรุก นั่นเก่งจริงๆ น่าจะเป็นเด็กของ เชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ นะ” เพื่อนของวาร์ดี้หัวเราะและแซวเมื่อได้ยินเสียงบ่น

ในสนาม หลิงเฟิงรู้สึกว่าไมเคิลพึ่งพาไม่ได้จริงๆ “คราวหน้าถ้าจะเตะบอล ห้ามจ้างบุรุษพยาบาลมาเล่นเด็ดขาด พับผ่าสิ ดูท่าต้องชงเองกินเองซะแล้ว”

เวลาล่วงเลยไป หลิงเฟิงพยายามหาจังหวะอยู่ตลอด จนกระทั่งช่วงท้ายเกม เดวิดเปิดบอลเข้ามาจากริมเส้น แต่บอลโดนกองหลังโหม่งสกัดออกมานอกกรอบเขตโทษ

หลิงเฟิงที่ดักรอจังหวะอยู่แล้ว วิ่งเข้าใสลูกบอลที่ลอยมาแล้วซัดเต็มข้อด้วยท่า วอลเลย์!

"ปัง...!"

วินาทีที่เท้ากระทบบอล มันเหมือนกับลูกกระสุนปืนใหญ่ที่ถูกยิงตรงเข้าใส่ประตู!

"ตึง...!"

ลูกบอลเฉี่ยวหน้ากองหลังที่ยืนขวางอยู่ ชนเสาใน แล้วเด้งเข้าประตูไป!

เงียบกริบ! เงียบสงัดไปทั้งสนาม!

นักเตะที่เกือบโดนลูกบอลอัดหน้า รู้สึกเสียวสันหลังวาบ เหงื่อกาฬไหลย้อยลงมาตามแก้ม

ผู้รักษาประตูขยับตัวไม่ทันเลยสักนิด ได้แต่ยืนเหม่ออยู่หน้าปากประตู

แม้แต่วาร์ดี้ที่อยู่ข้างสนามก็พูดไม่ออก เขาไม่เคยคิดเลยว่าเด็กหนุ่มที่ดูอายุแค่สิบกว่าปีคนนี้ จะยิงไกลได้รุนแรงและแม่นยำสมบูรณ์แบบขนาดนี้!

"เจมี่ ฉันมั่นใจเลยว่าลูกเมื่อกี้ความเร็วต้องเกิน 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมงแน่!" คนที่มากับวาร์ดี้อุทานลั่น

"เชี่ย! เชี่ยเอ๊ย! หลิง นายทำได้ไงวะนั่น?" เดวิดกับไมเคิลได้สติ รีบวิ่งกรูเข้าไปหาหลิงเฟิงทันที

ลูกยิงเมื่อกี้มันน่ากลัวสุดๆ ไม่เพียงแต่ทำให้เพื่อนร่วมทีมตื่นเต้น แต่มันยังทำให้คู่แข่งขนหัวลุกไปตามๆ กัน

แหงล่ะ ใครจะอยากเอาตัวไปขวางลูกยิงแรงควายขนาดนั้นกันเล่า

การแข่งขันจบลงอย่างรวดเร็ว นักเตะเยาวชนของ เชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ รีบหนีออกจากสวนกีฬาแทบไม่ทัน

เหตุผลหลักก็คือมันน่าอับอายเกินไป แม้ว่าฝั่งตรงข้ามจะมีอดีตเพื่อนร่วมทีมอย่างหลิงเฟิงและเดวิดอยู่สองคน แต่ที่เหลือก็เป็นแค่มือสมัครเล่น การพ่ายแพ้ให้กับกลุ่มมือสมัครเล่นทำให้พวกเขาไม่มีหน้าจะอยู่ต่อ

โดยเฉพาะแมทธิว ตัวต้นเรื่องที่ท้าแข่ง มันวิ่งหนีไวกว่าใครเพื่อน พอผู้ตัดสินเป่านกหวีดปุ๊บ มันก็หายวับไปทันที

"ฮ่าๆๆ... หลิง นายเห็นไอ้แมทธิวไหม? มันวิ่งแน่บไปคนแรกเลย ตรงป่าละเมาะนู่นแน่ะ" พอชนะการแข่ง แถมศัตรูยังหนีหัวซุกหัวซุน เดวิดดูจะอารมณ์ดีเป็นพิเศษ

หลิงเฟิงไม่ได้รู้สึกอะไรมาก เพราะเขาไม่เคยเห็นไอ้ขยะอย่างแมทธิวอยู่ในสายตาอยู่แล้ว นึกขึ้นได้ว่าวันนี้แอบหนีออกมา เขาจึงหันไปบอกเดวิด "เดวิด ฝากเอาของฉันกลับไปหน่อยนะ จำไว้ว่าต้องซักให้สะอาดด้วยล่ะ"

"ไม่มีปัญหา ไว้ใจฉันได้เลย!"

หลิงเฟิงรีบเปลี่ยนเสื้อผ้า ยัดเสื้อแข่งใส่กระเป๋าแล้วส่งให้เดวิด เตรียมจะปั่นจักรยานกลับบ้าน

"เฮ้... พวก นายทำงานที่ร้านอาหารหรือเป็นเด็กฝึกงานน่ะ?"

หลิงเฟิงที่เพิ่งจะยกรถจักรยานขึ้น ได้ยินเสียงคนทักจึงหันกลับไปมอง เห็นชายหนุ่มผมเกรียนคนหนึ่งกำลังเดินตรงมาหาเขา

คุยกับฉันเหรอ?

“ก็ใช่น่ะสิ!” วาร์ดี้ชี้ไปที่ชุดของหลิงเฟิงแล้วยักไหล่

ความหมายชัดเจนอยู่แล้ว ที่นี่มีแค่นายคนเดียวที่ใส่ชุดเชฟ

หลิงเฟิงรู้สึกเขินนิดหน่อย เพราะเขาแอบหนีงานออกมา

"โทษที ช่วงนี้พ่อลากฉันไปเป็นลูกมือที่ร้านอาหารจีนน่ะ ก็เลย..."

"หือ? ร้านอาหารจีน? งั้น... นายก็เป็นคนจีนเหรอ?" วาร์ดี้แปลกใจเล็กน้อย ส่วนใหญ่เป็นเพราะเขาไม่เคยได้ยินชื่อคนจีนที่เก่งฟุตบอลมาก่อน

ดูจากสีผิวของหลิงเฟิง ตอนแรกเขานึกว่าเป็นคนญี่ปุ่นซะอีก เพราะนักเตะค่าตัวแพงที่สุดที่สโมสรเพิ่งเซ็นสัญญามาซัมเมอร์นี้ก็เป็นคนญี่ปุ่นจากไมนซ์ ซึ่งว่ากันว่าเก่งพอตัว

“อืม... ฉันเป็นลูกครึ่งจีน-อังกฤษน่ะ ปู่ทวดของฉันย้ายมาตั้งรกรากที่เชฟฟิลด์”

“อ้อ เข้าใจแล้ว ฉันชื่อ เจมี่ วาร์ดี้ เรียกฉันว่าเจมี่ก็ได้ ยินดีที่ได้รู้จักนะ” วาร์ดี้ยื่นมือขวามาให้หลิงเฟิง

ตามมารยาทแล้ว หลิงเฟิงจึงยื่นมือไปจับตอบ "หวัดดี เจมี่ ฉันชื่อ หลิงเฟิง เรียกฉันว่า หลิง ก็ได้ เพื่อนๆ ก็เรียกแบบนั้น"

จบบทที่ บทที่ 2 ฉันชื่อเจมี่ วาร์ดี้

คัดลอกลิงก์แล้ว