เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 16: สำแดงอำนาจเทพ

บทที่ 16: สำแดงอำนาจเทพ

บทที่ 16: สำแดงอำนาจเทพ


บทที่ 16: สำแดงอำนาจเทพ

ลู่เจวี๋ยหมิงกลับมาถึงเขาไท่หมิงแล้ว

เขากวาดสายตามองไปยังเปลวไฟที่ยังคงลุกไหม้อยู่ใกล้ๆ ศาลเจ้าบนไหล่เขา แล้วหันกลับไปมองหมู่บ้านที่คนตัดฟืนเพิ่งจะสิ้นใจ พลางครุ่นคิดอย่างหนัก

นี่เป็นครั้งแรกที่เขาลงมือฆ่าคนอย่างจริงจังนับตั้งแต่ทะลุมิติมายังโลกนี้

ไม่ใช่ว่าเขาไม่ให้โอกาสคนตัดฟืน การที่คนตัดฟืนเคยขโมยของเซ่นไหว้ไปก่อนหน้านี้ถือเป็นการตักเตือนไปแล้ว

ทว่า อีกฝ่ายกลับไม่เกรงกลัวเลยสักนิด หนำซ้ำยังแก้แค้นด้วยการจุดไฟเผาศาลเจ้า จนเกือบทำให้เขาต้องสูญเสียอำนาจเทพเจ้าเขาไป

"กล้าเผาศาลของข้า ข้าก็จะสอนให้เจ้ารู้จักการเป็นคน แล้วส่งเจ้าขึ้นสวรรค์ไปซะ!"

เขาจำต้องโหดเหี้ยม การเมตตาต่อคนชั่วร้ายเท่ากับทำร้ายตัวเอง

โดยเฉพาะกับคนพาลสันดานหยาบอย่างคนตัดฟืนที่เจ้าคิดเจ้าแค้น หากปล่อยไว้ วันนี้เผาศาล พรุ่งนี้อาจจะถึงขั้นระเบิดศาลทิ้งก็ได้

ลู่เจวี๋ยหมิงต้องตัดไฟแต่ต้นลม กำจัดภัยคุกคามนี้ให้สิ้นซาก ไม่อย่างนั้นเขาคงนอนตาไม่หลับ

"ดูเหมือนภารกิจกอบกู้ศรัทธาของท่านเจ้าเขาไท่หมิงจะเป็นงานช้างที่ยากลำบากเอาการ!" ลู่เจวี๋ยหมิงอดถอนหายใจไม่ได้

พูดตามตรง การที่คนตัดฟืนกล้าเผาศาลเจ้าเป็นเรื่องที่เขาคาดไม่ถึงจริงๆ

เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมีใครกล้าลบหลู่ดูหมิ่นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ถึงเพียงนี้ ศาลเจ้าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เชื่อมต่อระหว่างมนุษย์กับเทพเจ้า เป็นสัญลักษณ์แห่งความขลังที่ไม่ควรถูกล่วงเกิน

เรื่องนี้ทำให้เขาตระหนักถึงปัญหาใหญ่อย่างหนึ่ง นั่นคือศรัทธาที่มีต่อท่านเจ้าเขาไท่หมิงนั้นอ่อนแอเหลือเกิน! อ่อนแอจนชาวบ้านกล้าที่จะเผาทำลายศาลเจ้า

คนเราจะกล้าบ้าบิ่นและทำอะไรไม่ยั้งคิดได้ขนาดนี้ ก็ต่อเมื่อพวกเขาไม่เชื่อในการมีอยู่ของเทพเจ้าเท่านั้น

ดังนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย ลู่เจวี๋ยหมิงต้องทำให้ทุกคนประจักษ์ว่า การลบหลู่เทพเจ้านั้นต้องได้รับโทษทัณฑ์จากสวรรค์ และผู้ที่ทำลายจะต้องชดใช้อย่างสาสม

และคนตัดฟืนผู้นี้ ก็คือตัวอย่างที่ดีที่สุดที่จะใช้เตือนใจทุกคน

ใช้เขาเป็นเครื่องสังเวยเพื่อสำแดงอำนาจเทพ ให้ผู้คนบังเกิดความยำเกรง!

เมื่อเทียบกับความเมตตาและการปกป้องคุ้มครอง บางครั้งอำนาจก็ซื้อศรัทธาผู้คนได้ชะงัดนัก และลู่เจวี๋ยหมิงผู้ทะลุมิติมาจากโลกยุคปัจจุบันเข้าใจเรื่องนี้ดี

ทันใดนั้น พงหญ้าก็ไหววูบ งูสามเหลี่ยมตัวหนึ่งค่อยๆ เลื้อยออกมาหยุดอยู่ตรงหน้าเขา

เจ้างูสามเหลี่ยมขดตัวลง แล้วค่อยๆ ก้มหัวลงอย่างนอบน้อม แสดงความเคารพและเชื่อฟังต่อเจ้าแมวสามสีตัวน้อยเบื้องหน้าอย่างที่สุด

ลู่เจวี๋ยหมิงมองข้อมูลที่ปรากฏขึ้น

[สัตว์บริวาร: งูสามเหลี่ยม]

แค่งูพิษธรรมดาๆ ที่เขาใช้เคล็ดวิชาควบคุมสัตว์ทำพันธสัญญาด้วยเล่นๆ กลับมีความภักดีสูงถึงขนาดนี้

ภายใต้คำสั่งของเขา งูสามเหลี่ยมตัวนี้ได้ฝังเขี้ยวลงบนร่างของคนตัดฟืน สอนบทเรียนราคาแพงให้มัน และส่งมันไปสู่สุขคติเรียบร้อยแล้ว

ลู่เจวี๋ยหมิงหยิบกลีบดอก 'บัวหยกวารีไหล' ออกมาหนึ่งกลีบ แล้วโยนไปตรงหน้าเจ้างูสามเหลี่ยม

"เอ้านี่ รางวัลของเจ้า!"

เจ้างูสามเหลี่ยมทำงานได้ดีทีเดียว และลู่เจวี๋ยหมิงในฐานะลูกพี่ใหญ่และผู้สวมบทบาทเทพเจ้าเขา ก็ไม่ใช่คนขี้เหนียวที่จะตระหนี่ถี่เหนียวกับลูกน้อง

ลู่เจวี๋ยหมิงเองก็อยากรู้เหมือนกันว่า งูพิษธรรมดาๆ จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรหลังจากได้กินสมุนไพรวิเศษ ถือซะว่าเป็นการทดลองไปในตัว ส่วนมันจะกลายร่างเป็นปีศาจได้หรือไม่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับวาสนาและโชคชะตาของมันเอง

งูสามเหลี่ยมสัมผัสได้ถึงไอวิญญาณอันเข้มข้นที่แผ่ออกมาจากกลีบบัวบนพื้น มันรู้ทันทีว่าเป็นของดี ดวงตาของมันเป็นประกายระยิบระยับ ลิ้นสองแฉกแลบเข้าออกถี่รัว ราวกับกำลังส่งเสียงร้องด้วยความดีใจ!

หลังจากคาบกลีบบัวและกลืนลงท้องไป มันก็เลื้อยวนเป็นวงกลมอยู่กับที่ ราวกับกำลังเต้นระบำอย่างมีความสุข

หลังจากระบายความดีใจเสร็จ เจ้างูสามเหลี่ยมก็หยุดนิ่ง หันหน้ามาหาเจ้าแมวสามสี แล้วกดหัวลงต่ำยิ่งกว่าเดิม เหมือนกำลังรอรับคำสั่งใหม่จากลู่เจวี๋ยหมิง

"ไปได้แล้ว ถ้ามีอะไรข้าจะเรียกใช้ใหม่" ลู่เจวี๋ยหมิงโบกอุ้งเท้าแมว

งูสามเหลี่ยมแลบลิ้นตอบรับ ทำตามคำสั่งอย่างว่าง่าย แล้วเลื้อยหายไปอย่างรวดเร็ว

ลู่เจวี๋ยหมิงปีนขึ้นไปบนต้นไม้สูง ยืนบนกิ่งไม้ มองไปยังบริเวณไหล่เขา

แสงไฟรอบๆ ศาลเจ้าที่อยู่ไกลออกไปเริ่มมอดลง ชาวบ้านคงดับไฟได้สำเร็จแล้ว

เขาเปิดระบบขึ้นมาเช็ค ภารกิจฉุกเฉินยังไม่เสร็จสิ้น ดูเหมือนต้องรอให้ไฟรอบๆ ดับสนิทเสียก่อนถึงจะถือว่าภารกิจสำเร็จ

สายตาของเขาพลันสะดุดเข้ากับข้อมูลชุดหนึ่งบนหน้าจอระบบ มันดูผิดปกติชอบกล

[จำนวนสาวกเจ้าเขาไท่หมิง: 12 คน]

"หือ? จำได้ว่าคราวที่แล้วมีแค่ 5 คนนี่นา ทำไมจู่ๆ ถึงเพิ่มขึ้นเกินเท่าตัวเลยล่ะ?"

ลู่เจวี๋ยหมิงงุนงงเล็กน้อย ทั้งที่เขายังไม่ได้ทำความดีความชอบอะไรให้ชาวบ้านเลยแท้ๆ แต่จำนวนสาวกกลับพุ่งพรวดพราด!

ไฟไหม้ศาลเจ้าแค่นี้ ได้สาวกใหม่มาตั้ง 7 คนเชียวรึ?

...ย้อนกลับไปเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน

สวี่ผิงอันและชาวบ้านกลุ่มแรกที่วิ่งนำหน้ามาถึงศาลเจ้าเป็นกลุ่มแรก

เมื่อมาถึงหน้าศาล พวกเขาทุกคนต่างหยุดชะงัก ยืนตะลึงงันตัวแข็งทื่ออยู่กับที่

"รีบดับไฟเร็วเข้า! มัวยืนบื้ออะไรกันอยู่ อย่าขวางทางสิโว้ย!" ผู้ใหญ่บ้านหยางหยวนชิงตะโกนลั่น พร้อมหิ้วถังน้ำวิ่งเข้ามา

แม้ผมเผ้าจะเริ่มขาวโพลนแล้ว แต่ผู้ใหญ่บ้านแห่งหมู่บ้านเยว่ซีผู้นี้ก็ยังคงคล่องแคล่วว่องไว วิ่งนำหน้ามาดับไฟไม่แพ้พวกหนุ่มๆ เลยทีเดียว

ชาวบ้านหลายคนชี้มือสั่นระริกไปที่ศาลเจ้า "ผู้ใหญ่บ้าน ดูนั่นสิครับ!"

หยางหยวนชิงสงสัยว่าพวกข้างหน้าไปเจอสัตว์ประหลาดน่ากลัวอะไรเข้า จึงรีบเดินฝ่าฝูงคนเข้าไปดู และเขาก็ต้องตะลึงงันไปเช่นกัน

เช่นเดียวกับคนอื่นๆ ตอนแรกเขาคิดว่าศาลเจ้าคงถูกไฟไหม้วอดไปแล้ว แต่ภาพที่เห็นกลับชวนให้ฉงนสนเท่ห์

รอบด้านกลายเป็นทะเลเพลิง แต่ตัวศาลเจ้ากลับตั้งตระหง่านเงียบสงบ ไม่ระคายเคืองเปลวไฟแม้แต่น้อย

ราวกับมีพลังลึกลับบางอย่างคุ้มครองอยู่

ประตูและกำแพงศาลมีรอยไหม้เกรียมเล็กน้อย บ่งบอกว่าเปลวไฟเคยลุกลามมาถึงเมื่อไม่นานนี้

สายตาของสวี่ผิงอันกวาดไปเจอกับ 'แจกันหยก' ที่วางอยู่หน้าประตูศาล สมองเขาแล่นเร็วปรู๊ด เข้าใจเรื่องราวได้ในทันที เขาตะโกนออกมาด้วยความตื่นเต้น

"ท่านเจ้าเขาไท่หมิงสำแดงเดช! ต้องเป็นท่านเจ้าเขาไท่หมิงสำแดงเดชแน่ๆ!"

สวี่ผิงอันวางถังไม้ลง รีบวิ่งเข้าไปหยิบแจกันหยกขึ้นมาจากพื้นแล้วชูขึ้นเหนือหัว

"ดูสิ! ต้องเป็นท่านเจ้าเขาไท่หมิงสำแดงปาฏิหาริย์แน่! ท่านเจ้าเขาใช้น้ำทิพย์จากแจกันใบนี้ดับไฟป่าเพื่อรักษาศาลเจ้าไว้!"

ดวงตาของชาวบ้านเป็นประกาย พวกเขาเริ่มซุบซิบกัน

"น้ำในแจกันแค่นิดเดียวจะไปดับไฟกองเบ้อเริ่มเทิ่มได้ยังไง?"

"ถ้าท่านเจ้าเขาไท่หมิงใช้อิทธิฤทธิ์ ก็ไม่แน่หรอกนะ!"

"สงสัยน้ำจะไม่พอ ไฟรอบๆ ถึงยังดับไม่หมด"

"..."

ชาวบ้านหลายคนเริ่มจินตนาการไปต่างๆ นานาว่าท่านเจ้าเขาไท่หมิงดับไฟกองมหึมาที่ศาลเจ้าได้อย่างไร

"มัวยืนทำอะไรกันอยู่? รีบดับไฟเร็วเข้า!" หยางหยวนชิงเร่งเร้า

"ครับ!" ชาวบ้านขานรับพร้อมเพรียง หยิบกะละมังและถังไม้ขึ้นมาอีกครั้ง แล้ววิ่งกรูเข้าไปดับไฟ

"ท่านเจ้าเขาไท่หมิงสำแดงเดช! ท่านเจ้าเขาไท่หมิงสำแดงเดช!" สวี่ผิงอันยังคงทำท่าทางตื่นเต้นอยู่กับที่

หยางหยวนชิงเดินเข้าไปหาสวี่ผิงอัน แล้วเขกหัวโป๊กเข้าให้

"ไอ้หนูสวี่ เลิกเพ้อเจ้อได้แล้ว เทพเจ้าอะไรกันไม่มีจริงหรอก รีบไปช่วยดับไฟเดี๋ยวนี้!"

สวี่ผิงอันกุมหัวที่ปวดตุบๆ รู้สึกน้อยใจเล็กน้อย แต่ก็ไม่กล้าเถียงผู้ใหญ่บ้าน จึงจำใจต้องเข้าร่วมกลุ่มดับไฟ

แม้หยางหยวนชิงจะปฏิเสธเสียงแข็ง แต่ปาฏิหาริย์ที่ปรากฏตรงหน้าและคำพูดของสวี่ผิงอัน เปรียบเสมือนเมล็ดพันธุ์ที่หยั่งรากและแตกหน่อในใจของใครหลายคน

"ท่านเจ้าเขาไท่หมิงสำแดงเดช! ท่านเจ้าเขาไท่หมิงอาจจะอยู่ที่นี่มาตลอด แค่จำศีลอยู่เท่านั้น!"

แน่นอนว่า ชาวบ้านที่ตามมาทีหลังไม่รู้เรื่องปาฏิหาริย์นี้ พวกเขาคิดแค่ว่าไฟที่ศาลเจ้าถูกกลุ่มคนที่มาถึงก่อนดับไปแล้ว ไม่อย่างนั้นสาวกของท่านเจ้าเขาไท่หมิงคงเพิ่มจำนวนขึ้นมากกว่านี้อีกเป็นแน่

จบบทที่ บทที่ 16: สำแดงอำนาจเทพ

คัดลอกลิงก์แล้ว