เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 2 ก้าวเดินแห่งโชคชะตาและเสียงเพรียกจากผืนดิน

บทที่ 2 ก้าวเดินแห่งโชคชะตาและเสียงเพรียกจากผืนดิน

บทที่ 2 ก้าวเดินแห่งโชคชะตาและเสียงเพรียกจากผืนดิน


อย่างไรก็ตาม ในเมื่อมันมอบพลังแห่งการแก้แค้นให้แก่เขา ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นอะไร เขาก็พร้อมที่จะน้อมรับมันไว้

ในจิตใต้สำนึก ฮั่วอวี่ฮ่าวรู้สึกสังหรณ์ใจลึกๆ ว่า ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับดวงตาข้างซ้ายนี้ ย่อมเป็นเรื่องดีสำหรับเขาอย่างแน่นอน

เขาตบแก้มเรียกสติอีกครั้ง บังคับตัวเองให้หยุดคิดฟุ้งซ่าน แล้วเริ่มลงมือเก็บสัมภาระ

หลังจากการจากไปของมารดา เขาได้ตั้งเป้าหมายเอาไว้แล้ว

เขาจะต้องเป็นวิญญาจารย์... และต้องเป็นวิญญาจารย์ที่แข็งแกร่งที่สุด

คฤหาสน์พยัคฆ์ขาวไม่มีทางช่วยเหลือเขาในการตามล่าสัตว์วิญญาณ ดังนั้นเขาจึงต้องบุกป่าฝ่าดงไปเพียงลำพัง

เขาต้องการวงแหวนวิญญาณ แม้ว่าจะไม่ใช่ธาตุจิตวิญญาณที่ตรงสาย หรือแม้จะเป็นเพียงวงแหวนวิญญาณสิบปีระดับต่ำที่สุด เขาก็ยินดี...

แสงตะวันเจิดจ้าสาดส่องลงมากระทบสิ่งปลูกสร้างที่ดูราวกับพระราชวัง กระเบื้องเคลือบสีทองระยิบระยับสะท้อนแสงบาดตา

เมื่อมองจากระยะไกล ดูราวกับมีหมอกจางๆ ปกคลุมหลังคาสีทองและประตูสีชาด เป็นทัศนียภาพที่งดงามตระการตายิ่งนัก

ที่นี่คือคฤหาสน์พยัคฆ์ขาว ที่พำนักซึ่งถูกสร้างแยกออกมาอยู่นอกเมืองซิงหลัว เมืองหลวงแห่งจักรวรรดิซิงหลัว

ในเวลานี้ ประตูหลังทางทิศเหนือของคฤหาสน์ค่อยๆ แง้มออกอย่างเงียบเชียบ ร่างหนึ่งอาศัยจังหวะนี้ลอบเร้นกายออกมาอย่างรวดเร็ว

เรือนผมสั้นสีดำ นัยน์ตาสีน้ำเงิน... เขาคือฮั่วอวี่ฮ่าว ผู้ซึ่งวางแผนหนีออกจากคฤหาสน์พยัคฆ์ขาวเพื่อไปล่าสัตว์วิญญาณ

เมื่อปิดประตูหลังลงอย่างเบามือ ฮั่วอวี่ฮ่าวก็มุ่งหน้าขึ้นเหนือไปตามถนนหลวงอันกว้างใหญ่ ท้าทายแสงตะวันยามเที่ยง

ในเป้สัมภาระที่ฮั่วอวี่ฮ่าวสะพายอยู่ เต็มไปด้วยสิ่งของที่เขาเตรียมไว้สำหรับการเดินทางครั้งนี้

เสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยน อาหารแห้ง เงินจำนวนหนึ่งที่เขาและแม่ช่วยกันเก็บหอมรอมริบจากการทำงานหนักในคฤหาสน์ตลอดหลายปี กริชสั้นหนึ่งเล่ม และแผนที่โลกฉบับง่ายๆ

คฤหาสน์พยัคฆ์ขาวและเมืองซิงหลัวตั้งอยู่ทางตอนกลางค่อนไปทางเหนือของจักรวรรดิซิงหลัว ส่วนสถานที่ที่ฮั่วอวี่ฮ่าวเลือกไปล่าสัตว์วิญญาณคือ 'ป่าใหญ่ซิงโต้ว' ซึ่งอยู่ไกลออกไปทางทิศเหนือ บริเวณชายแดนติดกับจักรวรรดิเทียนหุน

ป่าแห่งนี้มีอาณาเขตกว้างใหญ่ไพศาล กินพื้นที่อย่างน้อยเท่ากับมณฑลหนึ่ง เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์วิญญาณนานาชนิด รวมถึงสัตว์วิญญาณที่ทรงพลังอย่างยิ่งยวด

แน่นอนว่า มันเป็นสถานที่เดียวในตอนนี้ที่ฮั่วอวี่ฮ่าวพอจะหาสัตว์วิญญาณธาตุจิตวิญญาณพบ

แม้เขาจะบอกตัวเองว่าไม่สนใจเรื่องอายุปีหรือคุณสมบัติของวงแหวนวิญญาณ แต่ลึกๆ แล้ว ฮั่วอวี่ฮ่าวก็ยังหวังว่าจะได้รับวงแหวนวิญญาณที่ดี...

ฮั่วอวี่ฮ่าวพกเงินติดตัวมาไม่มาก เขาจึงใช้จ่ายอย่างประหยัดมัธยัสถ์ บางมื้อถึงกับยอมอดอาหารแห้ง แล้วใช้วามรู้ที่มีหาผลไม้ป่าและผักในป่าข้างทางกินประทังชีวิต

หลังจากเดินทางอย่างยากลำบากอยู่หลายวัน โดยอาศัยเพียงแผนที่ฉบับง่ายๆ ในที่สุดฮั่วอวี่ฮ่าวก็เข้าใกล้จุดหมายปลายทาง

เขดชายป่าด้านนอกของป่าใหญ่ซิงโต้ว

เมื่อมาถึงที่นี่ ความรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาดในใจของฮั่วอวี่ฮ่าวก็ทวีความรุนแรงขึ้น ราวกับว่าเขาเคยมาเยือนสถานที่แห่งนี้มาก่อน

แต่ไม่ว่าจะพยายามนึกรายละเอียดเท่าไร เขาก็นึกไม่ออก รู้เพียงแค่ว่าเขาต้องรีบไปยังสถานที่แห่งหนึ่งให้เร็วที่สุด ดังนั้นเขาจึงรีบพักผ่อน กินอาหารแห้ง และเร่งออกเดินทางต่อทันที

ฮั่วอวี่ฮ่าวหารู้ไม่ว่า การกระทำตามสัญชาตญาณนี้ทำให้เขาคลาดกับคนสองคนที่เขาควรจะได้พบเจอ

"อีกห้าสิบลี้ข้างหน้าคือป่าใหญ่ซิงโต้ว มีสัตว์วิญญาณปรากฏตัว โปรดระมัดระวัง"

เมื่อเห็นข้อความบนป้ายไม้เบื้องหน้า ฮั่วอวี่ฮ่าวก็ลิงโลดใจ

ป่าใหญ่ซิงโต้วอยู่แค่เอื้อม เขาเข้าใกล้ความเป็นวิญญาจารย์ไปอีกก้าวหนึ่งแล้ว!

มือสัมผัสกริชพยัคฆ์ขาวที่เหน็บอยู่ตรงเอวด้านหลัง ฮั่วอวี่ฮ่าวก้าวเดินต่อไปด้วยความมั่นคง

ในยามนี้ ป่าใหญ่ซิงโต้วแผ่กลิ่นอายกดดันอันหนักอึ้ง ราวกับสัตว์ร้ายที่อ้าปากรอคอยจะกลืนกินทุกชีวิตที่ย่างกรายเข้าไป

ทว่าฮั่วอวี่ฮ่าวกลับไม่รู้สึกหวาดกลัวเหมือนก่อนหน้านี้แล้ว

เขาอธิบายสภาวะจิตใจของตนเองไม่ถูก รู้สึกเพียงว่ามีเสียงหนึ่งในใจคอยกระซิบว่า "ใช่แล้ว เดินต่อไปข้างหน้าเถิด"

ตราบใดที่ก้าวต่อไป เขาจะได้ครอบครองพลังแห่งการแก้แค้นที่โหยหา และเขาจะสามารถควบคุมโลกทั้งใบได้ดั่งใจนึก

หากเพิกเฉยต่อเสียงนี้ ท้ายที่สุดเขาจะสูญเสียทุกอย่าง อารมณ์นี้ค่อยๆ เดือดพล่านในใจของฮั่วอวี่ฮ่าว ผลักดันให้เขาทำตามเสียงเพรียกจากส่วนลึก ก้าวเท้าไปข้างหน้าทีละก้าว ทีละก้าว

ทันใดนั้น มือขวาของฮั่วอวี่ฮ่าวก็ชักกริชพยัคฆ์ขาวออกจากเอวอย่างรวดเร็ว ตวัดฟันไปทางขวาอย่างเฉียบคม พร้อมกับเบี่ยงตัวหลบไปทางซ้ายในเวลาเดียวกัน

สิ้นสุดกระบวนท่าอันรวดเร็ว เงาดำร่างหนึ่งก็หยุดชะงักลงตรงตำแหน่งที่ฮั่วอวี่ฮ่าวเคยยืนอยู่

มันคือลิงบาบูนสูงประมาณหนึ่งเมตร ขนสีเหลืองน้ำตาลปกคลุมทั่วร่าง แขนยาวผิดปกติ กรงเล็บแหลมคม เขี้ยวโง้งโผล่ออกมานอกปาก และดวงตาสีน้ำตาลฉายแววดุร้าย

ทว่าที่หน้าท้องของมันกลับมีรอยแผลฉกรรจ์ เลือดสดๆ กำลังไหลทะลักออกมา

ก่อนที่เจ้าลิงบาบูนจะทันได้โจมตีระลอกสอง ฮั่วอวี่ฮ่าวก็เป็นฝ่ายรุกเข้าใส่ เขายกกริชพยัคฆ์ขาวขึ้น ย่างสามขุมเข้าหามันด้วยท่วงท่าที่แปลกประหลาด แล้วฟาดฟันลงกลางศีรษะของมันอย่างจัง

ฮั่วอวี่ฮ่าวใส่แรงทั้งหมดที่มี การโจมตีเพียงครั้งเดียวนี้ถึงกับบั่นคอของลิงบาบูนจนขาดกระเด็น แม้ตายแล้วดวงตาของมันก็ยังเบิกโพลงด้วยความดุร้าย!

แสงสีขาวจางๆ ลอยขึ้นจากร่างของลิงบาบูน ค่อยๆ รวมตัวกันเป็นวงแหวนสีขาวเหนือซากศพของมัน

วงแหวนนั้นดูไม่ชัดเจนนักและแสงก็กะพริบไหว แต่มันทำให้ฮั่วอวี่ฮ่าวตกตะลึง

นี่คือ... วงแหวนวิญญาณงั้นหรือ?

เขา... ฆ่าสัตว์วิญญาณได้ง่ายดายถึงเพียงนี้เชียวหรือ?

ในวินาทีวิกฤต ร่างกาย... หรือจะเรียกว่าจิตวิญญาณของเขา สั่งการให้ร่างกายตอบสนองโดยสัญชาตญาณ พลิกสถานการณ์สังหารศัตรูได้ในเวลาอันสั้น

เขาทำแบบนี้ได้จริงๆ หรือ?

"ใช่แล้ว นี่คือพลังของเจ้า" เสียงลึกลับในใจดังขึ้นอีกครั้ง "รีบปลดผนึกมันแล้วแข็งแกร่งขึ้นเสีย จงอย่าได้เชื่อใจผู้ใด"

"ข้ารู้วิธีทั้งหมดที่จะทำให้แข็งแกร่ง จงไขว่คว้าพลังนั้นมาโดยเร็ว"

ฮั่วอวี่ฮ่าวก้าวเดินออกไป ตามหลักแล้วเขาควรจะดูดซับวงแหวนวิญญาณสิบปีวงนี้เพื่อกลายเป็นวิญญาจารย์ แต่เขากลับเดินผ่านมันไปและมุ่งหน้าลึกเข้าไปเรื่อยๆ

เลือนราง ราวกับเขาจดจำบางสิ่งได้... มันคืออะไรกันแน่?

"อวี่ฮ่าว ข้า... อยากกลับไปเป็นตัวของตัวเองอีกครั้ง"

นั่นใคร? ใครพูดประโยคนั้นกับเขา?

"ไต้อวี่ฮ่าว น่าเสียดายที่ข้าและท่านพ่อคาดหวังในตัวเจ้าไว้สูงนัก แต่เจ้ากลับคิดกบฏ!"

นี่ใครอีก?

"เทพแห่งอารมณ์! ท่านแม่ของเจ้า ฮั่วอวิ๋นเอ๋อร์ ยังรอคอยให้เจ้ากลับไป อย่าทำลายตัวเองเลย!"

เทพแห่งอารมณ์... คือใครกัน?

เสียงมากมายดังก้องสะท้อนอยู่ในหัว ทำให้ฮั่วอวี่ฮ่าวปวดร้าวแทบระเบิด

ทันใดนั้น เสียงใหม่ก็ดังแทรกขึ้นมาในความนึกคิด

"ในที่สุดข้าก็ได้พบมนุษย์ที่มีคุณสมบัติธาตุจิตวิญญาณเสียที... ข้ารอจนรากเลือดแล้วนะ..."

ต่างจากเสียงอื่นๆ ที่ดูขาดห้วงและห่างไกล เสียงนี้ดังกังวานชัดเจนในสมองของฮั่วอวี่ฮ่าวโดยตรง

และเมื่อเสียงนี้ดังขึ้น เสียงอื่นๆ ทั้งหมดในหัวของเขาก็พลันเงียบหายไป

พื้นดินใต้เท้าสั่นสะเทือนโดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า รอยร้าวเริ่มปรากฏขึ้นบนพื้นดินห่างจากตัวฮั่วอวี่ฮ่าวไปสองเมตร จากนั้นรอยร้าวนั้นก็ค่อยๆ แยกกว้างออก กลายเป็นธรณีสูบ...

จบบทที่ บทที่ 2 ก้าวเดินแห่งโชคชะตาและเสียงเพรียกจากผืนดิน

คัดลอกลิงก์แล้ว