- หน้าแรก
- ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน บันทึกมรณะเดธโน้ต
- บทที่ 21: ข้อความจากยิน
บทที่ 21: ข้อความจากยิน
บทที่ 21: ข้อความจากยิน
บทที่ 21: ข้อความจากยิน
กว่าตำรวจจะกลับไป เวลาก็ล่วงเลยไปจนเกือบ 2 ทุ่ม 40 นาทีแล้ว
นอกจากเรื่องที่ทุกคนต้องแวะไปให้ปากคำเพิ่มเติมในภายหลัง คดีนี้ก็ถือว่าปิดจ๊อบโดยสมบูรณ์ ฮายาชิกิ โยชิกิ และคนอื่น ๆ ไม่มีความคิดจะอยู่นานให้เป็นการรบกวน จึงรีบขอตัวกลับออกมาจากบ้านของโอคิโนะ โยโกะ
“แหม ลุงพูดเสมอแหละว่าเด็กสมัยนี้น่ะเก่งจริง ๆ หัวไวกันชะมัด”
โมริ โคโกโร่ ชมเปาะตลอดทางเดิน
นอกจากเพราะเห็นแก่หน้า คิซากิ เอริ แล้ว... ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะงานจ้างวานที่ฮายาชิกิแนะนำมานี่แหละ ที่ทำให้เขาได้เบอร์ส่วนตัวของโอคิโนะ โยโกะมาครอบครอง! ตอนที่ตำรวจกลับไป โยโกะตั้งใจจะจ่ายค่าจ้างให้ แต่โคโกโร่ดันเขินจนไม่กล้ารับเงิน เลยขอแค่ลายเซ็นเพิ่มอีก 2 แผ่นพร้อมรอยยิ้มหน้าบานเท่าจานดาวเทียม
“ผมว่าส่วนหนึ่งก็เพราะโชคช่วยน่ะครับ” ฮายาชิกิยิ้ม “อีกอย่าง ดูจากสีหน้าของคุณลุงโมริตอนนั้น ผมว่าคุณลุงเองก็คงสังเกตเห็นความผิดปกติแล้วเหมือนกันใช่ไหมล่ะครับ?”
“ฮ่าๆๆ! นั่นสินะ...ลุงก็แค่ช้ากว่าไปนิดเดียวเอ๊ง!”
(ไปยอตาลุงขี้โม้นี่ทำไมกันฟะ?)
เอโดงาวะ โคนัน มองดูโคโกโร่หัวเราะร่าพลางเกาหัวแกรก ๆ แล้วมุมปากกระตุกยิก ๆ
แต่ว่า...
โคนันอดไม่ได้ที่จะเงยหน้ามองฮายาชิกิ พอเห็นท่าทีสงบนิ่งและอ่อนโยนนั้น เขากลับรู้สึกหงุดหงิดใจแปลก ๆ
นี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึก “ไร้พลัง” ในการไขคดี
ทั้งที่เขาเป็นฝ่ายเริ่มก่อนและมีเวลาคิดมากกว่าแท้ ๆ...แต่ก่อนที่เขาจะเชื่อมโยงเบาะแสทั้งหมดได้ ผู้ชายคนนี้กลับมองที่เกิดเหตุแค่สองแวบ ก็มองทะลุวิธีการฆ่าตัวตายของ ฟูจิเอะ อากิโยชิ ได้ทันที
นักเขียนนิยายสืบสวนเขาไขคดีกันแบบนี้เหรอ? มันจะเกินมนุษย์ไปหน่อยไหม?
โคนันรู้สึกท้อแท้เล็กน้อย ความกระหายชัยชนะของเขาถูกลดทอนลงไปบ้าง
แต่เขาก็รีบฮึดสู้ขึ้นมาใหม่... คราวหน้า เขาจะต้องพลิกเกมกลับมาเป็นฝ่ายชนะให้ได้
ฮายาชิกิ ซึ่งกำลังสนใจโทรศัพท์มือถือ ไม่ได้รับรู้ถึงคำท้าทายเงียบ ๆ ในใจของโคนัน เขาเหลือบมองลงไปที่กลุ่มเด็กแสบที่เดินตามต้อย ๆ มา
“ดึกแล้วนะ รีบส่งเด็ก ๆ พวกนี้กลับบ้านก่อนเถอะครับ”
“นั่นสิคะ ป่านนี้ที่บ้านคงเป็นห่วงแย่แล้ว”
โมริ รัน เห็นด้วย เธอวางมือบนเข่าแล้วก้มลงคุยกับเด็ก ๆ “เบอร์โทรศัพท์ที่บ้านเบอร์อะไรจ๊ะ? โทรบอกคุณพ่อคุณแม่ให้มารับหน่อยได้ไหม?”
“ได้ครับ เบอร์บ้านผมคือ...” สึบุรายะ มิซึฮิโกะ พยักหน้ารับทันที
“หิวข้าวจะแย่อยู่แล้ว... อยากกลับบ้านเร็ว ๆ...” โคจิมะ เก็นตะ ครวญคราง เอามือกุมท้องด้วยสีหน้าหมดอาลัยตายอยาก แทบจะลงไปกองกับพื้น
ในจังหวะนั้น โยชิดะ อายูมิ ก็ค่อย ๆ ถอยหลังออกมา แล้วกระตุกชายเสื้อโค้ตของฮายาชิกิเบา ๆ
ฮายาชิกิก้มลงมอง
“พี่ชายคะ... เบอร์บ้านของอายูมิคือ...”
อายูมิกระซิบเสียงเบาอย่างขัดเขิน
โคนันที่สังเกตเห็นเหตุการณ์อยู่ใกล้ ๆ ถึงกับบางอ้อทันที... ยัยอายูมิน่าจะใช้แผนนี้เพื่อขอเบอร์โทรศัพท์ของฮายาชิกิแน่ ๆ
(เด็กประถมสมัยนี้มันจะแก่แดดเกินไปแล้ว...)
เขาถอนหายใจในใจ
ฮายาชิกิไม่ได้คิดอะไรมาก หลังจากได้ยินเบอร์โทร เขาก็หยิบโทรศัพท์ออกมาต่อสายไปที่บ้านของอายูมิ โดยมีเด็กหญิงยืนบิดตัวไปมาด้วยความตื่นเต้นอยู่ข้าง ๆ
หลังจากได้ยินคำขอบคุณและความโล่งใจจากปลายสายไม่ขาดสาย ฮายาชิกิก็วางสายแล้วหันกลับมาหาอายูมิ “ออกมาดึก ๆ ดื่น ๆ โดยไม่บอกที่บ้านแบบนี้ไม่ได้นะครับ คราวหลังอย่าทำอีกนะ”
“ค่า... อายูมิจะไม่ทำอีกแล้วค่า” เด็กน้อยพยักหน้าหงึกหงัก ทำตาแป๋วอย่างว่านอนสอนง่าย
“พี่โยชิกิพูดถูกแล้วนะจ๊ะ ห้ามทำแบบนี้อีกเด็ดขาดเลยนะ” รันเสริมด้วยน้ำเสียงจริงจังพลางมองไปที่เด็กชายทั้งสอง
“เข้าใจแล้วครับ พี่รัน”
“แต่ผมหิวแล้วอะ...”
เก็นตะแทบไม่มีแรงยืนแล้ว
แม้โคโกโร่จะบ่นกระปอดกระแปดว่าเด็ก ๆ นี่มันน่ารำคาญจริง... แต่เขาก็แค่บ่นไปงั้น เพราะเอาเข้าจริงเขาก็ยืนรอเป็นเพื่อนจนกว่าผู้ปกครองจะมารับครบทุกคนอย่างอดทน
“จะว่าไป โยชิกิคุง... เธอเคยคิดอยากจะเปลี่ยนสายงานมาเป็นนักสืบบ้างไหม?”
“ที่จริง... ผมก็คิด ๆ อยู่เหมือนกันครับ”
ฮายาชิกิเว้นจังหวะแล้วเสริมว่า “แต่พูดตรง ๆ ก็คือ เพื่อหาแรงบันดาลใจสำหรับนิยายเรื่องต่อไปด้วยน่ะครับ”
“โอ้! ถ้ามีอะไรสงสัยก็มาถามลุงได้เลยนะ ฮ่าๆๆ ยังไงลุงก็เป็นนักสืบมาหลายปีแล้ว!”
“แต่ดูเหมือนคุณลุงจะไม่ค่อยมีคดีเจ๋ง ๆ ให้พูดถึงเลยนะฮะ” โคนันพูดแทรกขึ้นมา แฉประวัติการทำงานของโคโกโร่อย่างไร้เยื่อใย
“ว่าไงนะแก!?”
โคโกโร่ของขึ้นทันทีและตอบโต้ด้วยกำปั้นเหล็กเขกหัวโป๊กใหญ่
ฮายาชิกิเหลือบมองลูกมะนาวลูกเบ้อเริ่มบนหัวโคนัน แล้วพูดต่อด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย:
“ผมคงต้องรบกวนถามคุณลุงโมริหน่อยครับ ว่าถ้าจะเปิดสำนักงานนักสืบ ต้องทำยังไงบ้าง?”
“อืม... ก็แค่ไปแจ้งลงบันทึกประจำวันกับตำรวจไว้หน่อยก็พอ แต่ถึงไม่แจ้งก็ไม่เป็นไรหรอก แค่บางขั้นตอนอาจจะไม่สะดวกนิดหน่อย ส่วนเรื่องหาลูกค้า ลุงแนะนำให้ทำป้ายใหญ่ ๆ เด่น ๆ แปะไว้หน้าตึกแบบของลุงไง ฮ่าๆๆ”
สถานะของอาชีพนักสืบในโลกนี้ค่อนข้างสูงส่ง...
แต่นั่นหมายถึงเฉพาะ นักสืบที่มีชื่อเสียง เท่านั้น สำหรับนักสืบทั่วไป งานส่วนใหญ่ก็แค่ตามหาหมาแมวหาย หรือสืบชู้สาว ซึ่งก่อนจะดัง โคโกโร่เองก็หากินกับคดีพวกนี้เป็นหลัก
ฮายาชิกิพยักหน้า เป็นเชิงว่าเข้าใจแล้ว
ไม่นานนัก ผู้ปกครองของเด็ก ๆ ก็มารับตัวกลับบ้าน ฮายาชิกิปฏิเสธคำชวน “ไปกงไปก๊ง” ของโคโกโร่ แล้วเรียกแท็กซี่กลับบ้าน
ระหว่างทาง เขาได้รับข้อความจาก โอคิโนะ โยโกะ
“วันนี้ขอบคุณมากจริง ๆ นะคะ คุณฮายาชิกิ... ถ้าคุณไม่มา ฉันไม่รู้เลยว่าจะทำยังไงดี” “ถ้ามีอะไรให้ฉันช่วย บอกได้ทันทีเลยนะคะ ไม่ต้องเกรงใจ!”
ฮายาชิกิเพิ่งแลกเปลี่ยนเบอร์ติดต่อกับเธอเมื่อกี้นี้เอง
เขาพิมพ์ตอบกลับไปสั้น ๆ:
“ไม่เป็นไรครับ แล้วตอนนี้คุณโยโกะโอเคแล้วหรือครับ?”
ครู่ต่อมา:
“ค่ะ ไม่ต้องห่วง ฉันไหวค่ะ แต่ฉันคงไม่กลับไปที่ห้องนั้นอีกแล้ว...”
ก็นะ มีคนตายในห้องแบบนั้น
ชัดเจนว่าราคาอสังหาริมทรัพย์ในเมืองเบกะคงจะดิ่งลงเหวในอนาคตอันใกล้ และ เอโดงาวะ โคนัน ยมทูตตัวจิ๋วนั่นก็ต้องรับผิดชอบไปเต็ม ๆ
ฮายาชิกิแค่ถามไปตามมารยาท
สำหรับโยโกะ อดีตแฟนเก่าอย่าง ฟูจิเอะ อากิโยชิ คงเป็นแค่เศษซากจากอดีต...เธอคงไม่ได้มีความรู้สึกผูกพันลึกซึ้งอะไรเหลืออยู่แล้ว แต่หลังจากคำสารภาพเมื่อครู่ แม้เธอจะเข้าใจว่ายามากิชิทำไปเพราะหวังดี แต่เธอก็คงไม่สามารถทำงานร่วมกับเขาได้อย่างสนิทใจเหมือนเดิมอีกต่อไป
ทันใดนั้น เสียงสั่นเตือน ครืด... ก็ดังมาจากกระเป๋าเสื้อโค้ตด้านในของฮายาชิกิ
โทรศัพท์เครื่องที่ ยิน ให้มา...
“ศุกร์หน้า 3 ทุ่ม 20 มาที่สนามฝึกซ้อม – ยิน”
เขาชะงักไปครู่หนึ่ง
“รับทราบ”
หลังจากฮายาชิกิกดส่งข้อความ เขาก็ลบทิ้งทันที